Gartner พัฒนาการของเทคโนโลยี Hype Cycle โดย Gartner
 
 
พัฒนาการของเทคโนโลยี Hype Cycle โดย Gartner ปี 2020 ข้อมูลพัฒนาการของเทคโนโลยีที่มีการนำเสนอโดยบริษัท Gartner เป็นหนึ่งในข้อมูลที่มักจะถูกอ้างถึง ที่ผ่านมา Gartner จะนำเสนอพัฒนาการของเทคโนโลยีผ่านกราฟที่เรียกว่า Hype Cycle โดย Gartner โดยตั้งสมมุติฐานไว้ว่าเทคโนโลยีทุกชนิดจะมีวงจรการเจริญเติบโตที่เหมือนกันกับ วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle, PLC) (ดูเพิ่มเติม วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle, PLC)  และ วงจรชีวิตของผู้ประกอบการ (Entrepreneur Lifecycle)) แต่ Gartner ก็ได้กำหนดความแตกต่างระยะออกตามแนวการใช้งานด้านเทคโนโลยีโดยทำการแบ่งวงจรจำแนกตามเทรนด์เทคโนโลยีและการนำมาใช้ประโยชน์เป็น 5 ระยะ คือ
1. ระยะเริ่มต้น (Technology trigger) เป็นระยะแรกของการเข้ามาของเทคโนโลยีนั้น ๆ หรือกระแสเกิดใหม่นั้น ๆ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อสังคมหรือเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ ช่วงระยะแรกของการคิดค้นและสร้างนวัตกรรม (Ideation) หรือขั้นตอนสตาร์ทอัพ (Start Up) ขั้นตอนนี้จะอยู่ในขั้นตอนการคิดค้นเพื่อหาวิธีสร้างนวัตกรรมหรือสินค้าบริการแบบใหม่ ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ที่รับรู้ได้จากการเปิดตัวสินค้า, การแสดงตัวเทคโนโลยีนั้นต่อสื่อและอื่น ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจากระยะนี้ คือ การทำเทคโนโลยีนั้นให้เป็นที่รู้จักของสังคม แต่หลายครั้งเทคโนโลยีนั้นก็อาจจะยังไม่สามารถหากำไรนำมาทำธุรกิจได้ หรือยังไม่สามารถใช้ได้จริง การคิดต้นแนวทางการพัฒนาสินค้าหรือบริการจะมีการใช้เงินหรือการลงทุนยังไม่มาก ที่ใช้ส่วนใหญ่จะเป็นงบในการวิจัยและพัฒนา ในช่วงนี้อาจสามารถสร้างรายได้กลับมาบ้าง เช่น การที่กลุ่มสตาร์ทอัพ (Start Up) ส่วนใหญ่มักทำกันคือนำเสนอแนวคิดขายเป็นลิขสิทธิ์หรือระดมทุน ซึ่งช่วงนี้จะยังพอสร้างรายได้หากพิจารณากราฟรูปแบบนี้จะพบว่าเป็นการริเริ่มช่วงแรกของธุรกิจ อยู่ในเรื่องของการวิจัยและพัฒนาหรือ R&D ด้วยกันทั้งสิ้น ในขั้นนี้จึงเป็นขั้นสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อเข้าไปใช้ในสังคมให้ได้ และเกิดกลายเป็นธุรกิจขึ้นมาได้ กิจกรรมในช่วงนี้ จะเป็นช่วงแนะนำสินค้า (Introduction Stage) เป็นช่วงแรกในการผลิตสินค้าก่อนออกจำหน่าย เป็นสินค้าหน้าใหม่ยอดขายมีน้อย ระยะนี้ต้องทำการประชาสัมพันธและแนะนำโปรโมทผลิตภัณฑ์ประชาสัมพันธ์ให้คนได้รู้จัก เช่น การทำโฆษณา, การจัดโปรโมชั่น, การแจกสินค้าทดลอง หรือแม้แต่การรีวิวให้เห็นถึงความหน้าใช้หน้าซื้อ 
 
2. ช่วงเจริญเติบโตสู่จุดสูงสุดที่คาดหวัง (Peak of Inflated Expectations หรือ Growth Stage) ช่วงนี้จะเป็นการมุ่งส่งเสริมผลิตภัณฑ์หรือสินค้านั้นให้เจริญเติบโต จะเป็นขั้นตอนต่อมาจากระยะแรกที่เริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากเริ่มเป็นที่รู้จัก บางสินค้าขายดีเพราะสินค้าเริ่มเป็นที่ติดตลาดและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค แต่ก่อนที่จะเกิดช่วงนี้ได้จะต้องผ่านช่วงแนะนำสินค้าในช่วงแรกก่อน การที่จะผ่านไปได้เร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ งบประมาณการตลาด และช่องทางการโปรโมท การไต่ระดับของเทคโนโลยีเข้าสู่จุดสุดยอด เป็นการทำให้เกิดกระแสข่าวมากมายที่เกี่ยวกับของเทคโนโลยีนั้น การใช้สื่อในด้านต่าง ๆ และมีการใช้อย่างแพร่หลายเพียงไร บางเทคโนโลยีอาจจะประสบความสำเร็จอย่างมากมายแต่ก็มีบางเทคโนโลยีที่อาจจะไม่ผ่านระยะนี้ต้องล้มเหลวและสูญหายไป ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาเทคโนโลยีนั้นว่าจะสามารถดันการคิดค้นตัวเองเข้าถึงจุดความสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหน เทคโนโลยีที่สามารถไปถึงสู่จุดสุดยอดได้อาจจะกลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และจะสามารถทำรายได้มากมายมีกำไรมหาศาลมากมายคืนกลับผู้ลงทุนได้ สิ่งสำคัญในช่วงนี้คงเป็นการบริการจัดการรวมถึงการสื่อสารพูดคุยกับลูกค้า สอบถามความคิดเห็นทั้งก่อนซื้อและหลังซื้อสินค้าหรือแม้แต่หลังใช้สินค้า โดยอาจสอบถามพูดคุยเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าและทำการสอบถามผลการใช้สินค้า หาข้อบกพร่องที่อาจจะมีผลกระทบต่อแบรนด์ บริการที่ดีจะช่วยให้เกิดผลลัพธ์คือ เกิดความประทับใจของลูกค้าที่มีต่อสินค้าและแบรนด์ เกิดการช่วยประชาสัมพันธ์บอกต่อ เกิดการกลับมาซื้อซ้ำ และเกิดสมาชิกที่จงรักภักดีต่อสินค้าเป็นลูกค้าประจำ
 
3. ช่วงอิ่มตัว (Trough of disillusionment หรือ Maturity Stage) เป็นจุดหลังขึ้นถึงสู่จุดสุดยอดไปแล้วเทคโนโลยีหรือกระแสนั้นจะเริ่มได้ความนิยมลดลงหรือมีกระแสที่ตกลง เป็นจุดที่ยอดขายอยู่ในระดับสูงที่สุด เรียกได้ว่าเป็นจุดที่อยู่ในยุคสูงสุดและกำลังจะเริ่มมียอดขายลดต่ำลง หรืออาจคงที่ไม่สามารถเพิ่มยอดให้สูงไปได้อีกแล้ว ซึ่งจะมาถึงจุดที่สื่อต่าง ๆ นั้นหมดความสนใจลงในหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนั้น ๆ ไป กระแสและเทคโนโลยีนี้จะหลายเป็นเรื่องที่ไม่ทันสมัย ไม่ใช่เรื่องใหม่หรือเรื่องราวที่คนอยากรู้และอยากตามอีกต่อไป แม้กระทั้งผู้สร้างหรือผู้คิดค้นเองก็ไม่มีจุดประสงค์ที่จะสร้างเรื่องราวให้กับเทคโนโลยีเพื่อเป็นกระแสอีกต่อไป จุดของ Phase นี้เกิดขึ้นกับเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถรักษากระแสของตัวเองได้นาน แต่บางเทคโนโลยีนั้นก็สามารถรักษากระแสได้ ทำให้การตกลงของกระแสนั้นจะเกิดช้าหรือค่อย ๆ เกิดไป  
ผู้ผลิตจะต้องเริ่มคิดและวางแผนมองหากลยุทธ์เพื่อให้ยอดขายมีการลดน้อยลงมากที่สุด หรือพยายามรักษาระดับของยอดขายไม่ให้ลดลงหรือให้คงที่นานที่สุด ในระหว่างนี้ควรเริ่มมองหาความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหม่หรือสินค้าสิ่งใหม่เพิ่มเติม อาจเพิ่มสินค้าใหม่เพื่อออกมาตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้าเพิ่มเช่น จัดโปรโมชั่น
 
4. ผู้บริโภคนั้นเริ่มเข้าใจว่าเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์หรือมีผลต่อชีวิต (Slope of Enlightenment) เป็นระยะที่ผู้บริโภคนั้นเริ่มเข้าใจว่าเทคโนโลยีนั้นมีประโยชน์หรือมีผลต่อชีวิตอย่างไร และเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มไม่ใช่กระแสแบบอดีต แต่พิสูจน์แล้วว่าสามารถใช้ได้จริง อยู่ในชีวิตประจำวันได้จริง ซึ่งนี่เป็นผลจากการทำงานหนักและการมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีนี้ขององค์กรต่าง ๆ ด้วยการทำงานหนักขององค์กรเหล่านี้ ทำให้เข้าใจความเสี่ยงและประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ เมื่อเข้าใจเทคโนโลยีเหล่านี้ว่ามีผลอย่างไรต่อชีวิตแล้วก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ใช้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ นั้นเข้าใจว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยธุรกิจให้ดีขึ้นได้อย่างไร ซึ่งในขั้นนี้จะเกิดสินค้ามากมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเหล่านี้
 
5. เทคโนโลยีนั้นเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน (Plateau of Productivity) จะเป็นขั้นสุดท้ายของเทคโนโลยีที่ได้กลายมาเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันไม่ใช่เรื่องใหม่ที่น่าสนใจอีกต่อไป โดยเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้มากมายในสังคมแล้ว การใช้เทคโนโลยีนี้อยู่ในจุดที่มีความนิ่งและคงที่แล้ว ซึ่งหากเทคโนโลยีนั้นมีการปรับปรุงหรือมีการดัดแปลงให้ดีขึ้นก็จะเข้าไปสู่วัฏจักรแรกต่อไป หรือที่เราเรียกกันว่า New S-Curve
 
ใน Hype Cycle นี้ยังมีการแสดงข้อมูลอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกหลายเรื่องในกราฟ เช่น การแบ่งอายุขัยของเทคโนโลยีนั้น ๆ ว่า มีความสำคัยและอยู่ในการใช้งานหรือกระแสสังคมเป็นเวลานานแค่ไหน โดยได้มีการแบ่งช่วงอายุจากเริ่มต้นไปจนน้อยกว่า 2 ปี และสูงสุดจนถึงมีอายุมากกว่า 10 ปี ซึ่งจะเป็นข้อดีบอกให้นักการตลาดหรือนักนวัตกรรมสามารถล่วงรู้ได้ว่าเทคโนโลยีอันไหนที่จะมีเวลาคงอยู่ยาวนานหรือจะหายไปอย่างรวดเร็ว
 
สรุป Hype Cycle โดย Gartner
 
 
ที่มาข้อมูลอ้างอิง https://www.gartner.com/smarterwithgartner
 
เกี่ยวกับ Gartner Gartner, Inc. (NYSE: IT) เป็นบริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชั้นนำของโลกและเป็นสมาชิกของ S&P 500 โดย Gartner จะทำการจัดเตรียมข้อมูลเชิงลึกสำหรับให้คำแนะนำและเครื่องมือที่จำเป็นแก่ผู้ทำธุรกิจ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจให้บรรลุภารกิจโดยการใช้ข้อมูลสารสนเทศ มีการวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญจากผู้ปฏิบัติงานและการวิจัยที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ส่งมอบให้กับลูกค้าเพื่อใช้นำไปสู่การตัดสินใจที่ถูกต้องในประเด็นต่าง ๆ เป็นที่ปรึกษาที่เชื่อถือได้และเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับองค์กรมากกว่า 14,000 แห่งในกว่า 100 ประเทศ ในทุกหน้าที่หลักในทุกอุตสาหกรรมและขนาดองค์กร ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gartner ไปดูเพิ่มเติมที่ www.gartner.com 

---------------------------------------------

ดูเพิ่มเติมเรื่องราวเกี่ยวข้องกับ Gartner ที่น่าสนใจ ได้ที่

Gartner รวมเรื่องราวน่ารู้จาก Gartner

---------------------------------------------