iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
 
ภูเขาหัวซาน (Mount Hua)

 

google map https://maps.app.goo.gl/cEwk5uvkf5giKtq77

ภูเขาหัวซาน (Mount Hua) ยอดผาพยัคฆ์แห่งเต๋า ไขปริศนาฟ้าดิน ท้าทายจิตวิญญาณนักผจญภัย

ณ ใจกลางมณฑลส่านซี ประเทศจีน มีมหาภูผาแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ ชายคนงามคนนี้มีชื่อว่า "ภูเขาหัวซาน" หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "หัวซาน" ไม่ใช่เพียงแค่ภูเขาธรรมดา แต่เป็นหนึ่งใน 5 ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ (The Five Great Mountains of China) ที่ยิ่งใหญ่แห่งประเทศจีน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็น "ยอดเขาที่สูงชันที่สุดใต้หล้า" เพียงแค่ชื่อก็จุดประกายความท้าทายและความตื่นเต้นในหัวใจของนักผจญภัยทุกคน ที่นี่คืออาณาจักรแห่งหินแกรนิตอันงดงามที่ผงาดขึ้นสู่ฟากฟ้า ราวกับเป็นประตูสู่สรวงสวรรค์ที่ถูกสรรค์สร้างโดยเทพเจ้า มนต์เสน่ห์ของหัวซานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความสูงชันน่าทึ่ง แต่ยังฝังรากลึกในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และปรัชญาเต๋าอันลึกซึ้งที่รอคอยการค้นพบ

การเดินทางสู่ภูเขาหัวซานคือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ การผจญภัย และการค้นพบตัวเอง การปีนป่ายไปตามเส้นทางที่แกะสลักขึ้นจากหน้าผาสูงชัน การก้าวผ่านสะพานไม้ที่ท้าทายความกล้า และการยืนอยู่บนยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์อันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ล้วนเป็นประสบการณ์ที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำตลอดไป ที่นี่ คุณจะได้สัมผัสกับลมหายใจของมังกรโบราณที่พัดผ่านหุบเขา เสียงกระซิบของตำนานที่เล่าขานกันมานับพันปี และพลังงานศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของขุนเขา การมาเยือนหัวซานไม่ใช่เพียงแค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการแสวงบุญทางจิตวิญญาณ การทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ และการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่น

จินตนาการถึงยามรุ่งอรุณที่แสงสีทองค่อยๆ สาดส่องกระทบยอดเขาทั้งห้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า หรือภาพพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่แต่งแต้มท้องฟ้าด้วยสีส้มแดงฉานตัดกับเงาของยอดเขาที่ดูลึกลับน่าค้นหา ทิวทัศน์เหล่านี้คือผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติที่ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต พร้อมมอบความรู้สึกอันน่าเกรงขามและอ่อนน้อมถ่อมตนไปพร้อมๆ กัน พืชพรรณนานาชนิดที่หยั่งรากลึกบนหน้าผาที่ดูเหมือนไร้ที่ยึดเหนี่ยว แสดงถึงความอุตสาหะและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ทุกย่างก้าวบนเส้นทางแห่งหัวซานคือบทกวีที่ธรรมชาติบรรจงเขียนขึ้น เพื่อให้นักเดินทางได้อ่านและซึมซับความหมายอันลึกซึ้ง

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนเขาผู้โหยหาความท้าทาย นักแสวงบุญที่ต้องการเข้าถึงแก่นแท้ของเต๋า หรือนักเดินทางผู้ปรารถนาจะดื่มด่ำกับความงามอันไร้ขีดจำกัดของธรรมชาติ ภูเขาหัวซานก็พร้อมที่จะต้อนรับคุณด้วยอ้อมกอดอันแข็งแกร่งและอบอุ่น ที่นี่คือสถานที่ที่คุณจะได้สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและประวัติศาสตร์อันยาวนานของอารยธรรมจีน พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันล้ำค่าที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อโลกใบนี้ไปตลอดกาล เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางอันน่าอัศจรรย์ใจ สู่ยอดผาพยัคฆ์แห่งเต๋า ที่ซึ่งตำนานและความจริงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และทุกย่างก้าวคือการผจญภัยที่มิอาจลืมเลือนได้

ที่ตั้งและภูมิประเทศ

ภูเขาหัวซาน ตั้งอยู่ในเมืองหัวอิน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน อยู่ห่างจากนครซีอานไปทางทิศตะวันออกประมาณ 120 กิโลเมตร ภูเขาแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ เทือกเขาฉินหลิง ซึ่งทำหน้าที่เป็นพรมแดนธรรมชาติที่แบ่งมณฑลส่านซีออกเป็นสองส่วนคือเหนือและใต้ และยังเป็นเส้นแบ่งที่สำคัญระหว่างภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศจีนอีกด้วย

ภูมิประเทศของภูเขาหัวซานนั้นโดดเด่นและน่าทึ่งอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นเมื่อประมาณ 100 ล้านปีก่อนในยุคครีเทเชียส ทำให้แตกต่างจากภูเขาหินปูนส่วนใหญ่ในจีน ภูเขาแห่งนี้ทอดตัวยาวประมาณ 15 กิโลเมตรจากทิศตะวันออกไปตะวันตก และ 10 กิโลเมตรจากทิศใต้ไปเหนือ มีลักษณะเป็นภูเขาแบบรอยเลื่อนที่มีหน้าผาสูงชันและขรุขระ โดยมีหุบเขาลึกและน้ำตกที่สวยงามมากมายกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งช่วยเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศให้กับภูเขาแห่งนี้

ภูเขาหัวซานมีห้ายอดเขาหลักที่ได้รับการยกย่องและตั้งชื่อตามทิศต่างๆ โดยเมื่อมองจากระยะไกล ยอดเขาทั้งห้าจะดูคล้ายกลีบดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่ง ซึ่งแต่ละยอดเขามีความงดงามและเสน่ห์เฉพาะตัว:

  • ยอดเขาตะวันออก (Sunrise Peak/Chaoyang Peak): หรือที่เรียกว่ายอดเขาเฉาหยาง มีความสูง 2,096.2 เมตร เป็นจุดที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมพระอาทิตย์ขึ้นอันตระการตา

  • ยอดเขาตะวันตก (Lotus Flower Peak): ยอดเขาแห่งนี้เกิดจากหินขนาดมหึมา มีความสูง 2,082.6 เมตร ขึ้นชื่อเรื่องความสง่างามและเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งดงามที่สุด นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังชุยหยุน ซึ่งเป็นวัดเต๋าที่สำคัญ

  • ยอดเขาใต้ (Wild Goose-resting Peak): เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในบรรดายอดเขาทั้งห้า มีความสูง 2,154.9 เมตร (7,070 ฟุต) มอบทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

  • ยอดเขาเหนือ (Cloud Terrace Peak): เป็นยอดเขาที่เตี้ยที่สุดในบรรดายอดเขาหลักทั้งห้า มีลักษณะเป็นลานราบกว้างใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกและมีหน้าผาตั้งฉากทั้งสี่ด้าน เป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับนักปีนเขาและสามารถมองเห็นยอดเขาอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน

  • ยอดเขากลาง (Jade Maiden Peak): ยอดเขานี้เชื่อมต่อระหว่างยอดเขาตะวันออก ตะวันตก และใต้ เข้าไว้ด้วยกัน

ภูมิอากาศของภูเขาหัวซานจัดอยู่ในประเภทภูมิอากาศภาคพื้นทวีปชื้น โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 6.5 องศาเซลเซียส และปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปี 776.1 มิลลิเมตร เดือนกรกฎาคมมักจะเป็นเดือนที่อบอุ่นและเปียกชื้นที่สุด ในขณะที่เดือนมกราคมเป็นเดือนที่หนาวที่สุด อุณหภูมิบนยอดเขาสูงจะลดต่ำลงอย่างมากและสามารถมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว สร้างทัศนียภาพที่แตกต่างและสวยงามจับใจ

ประวัติศาสตร์

ภูเขาหัวซานมีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับพันปี ย้อนกลับไปได้ถึง 2,000 กว่าปีที่แล้ว โดยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการบูชาทางศาสนาและการจาริกแสวงบุญมาตั้งแต่สมัยโบราณ ภูเขาแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดที่สำคัญของอารยธรรมจีนและเป็นศูนย์กลางหลักสำหรับการถวายเครื่องบูชาโดยจักรพรรดิจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ซีอานเคยเป็นเมืองหลวง

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 2 ก่อนคริสตกาล (ประมาณ 200 ปีก่อนคริสตกาล) ได้มีการสร้างวัดเต๋าขึ้นที่เชิงเขาหัวซาน มีชื่อว่า ศาลเจ้าแห่งยอดเขาตะวันตก (Shrine of the Western Peak) ซึ่งเป็นสถานที่ที่หมอผีใช้ติดต่อกับเทพเจ้าแห่งปรโลก จากราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) เป็นต้นมา ภูเขาหัวซานได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน และได้รับการถวายเครื่องบูชาในฐานะภูเขาศักดิ์สิทธิ์ทางทิศตะวันตก

ความสำคัญของภูเขาหัวซานเฟื่องฟูอย่างมากในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) โดยทำหน้าที่เป็นจุดกึ่งกลางบนเส้นทางเชื่อมเมืองหลวงฉางอาน (ซีอานในปัจจุบัน) และลั่วหยาง จักรพรรดิถังเสวียนจงได้ทรงกำหนดให้ภูเขาหัวซานเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์ถัง และได้มอบพระราชทานนามว่า "ราชาแห่งสวรรค์โลหะ" แก่เทพเจ้าผู้พิทักษ์ภูเขาแห่งนี้ นอกจากนี้ วัดซีเยว่ (Xiyue Temple) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากภูเขาหัวซานไปทางเหนือ 5 กิโลเมตร ก็ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 134 ก่อนคริสตกาลในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ และต่อมาได้ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นสถานที่สำคัญที่กษัตริย์ทรงมาสักการะและถวายเครื่องบูชาแก่เทพเจ้าแห่งภูเขาหัวซาน โดยเลียนแบบผังของพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายท่าน เช่น จิ๋นซีฮ่องเต้, ถังไท่จง และซุนยัตเซ็น ต่างก็เคยมาเยือนภูเขาหัวซาน ตำนานเล่าขานเกี่ยวกับการสร้างเส้นทางเดินอันตรายบนภูเขา โดยเหอ จื้อเจิน (He Zhizhen) ปรมาจารย์เต๋าผู้มีชีวิตอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1212–1299 ได้สร้างทางเดินไม้กระดานอันตรายบางส่วนขึ้นเพื่อใช้ในการปฏิบัติธรรมและแสวงหาความเป็นอมตะ ภูเขาหัวซานยังมีความเชื่อมโยงกับสำนักหัวซานในนิยายกำลังภายใน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อ "หัวซานลุ่นเจี้ยน" หรือ "การประลองกระบี่ที่หัวซาน" แม้ว่าสำนักหัวซานในชีวิตจริงที่ก่อตั้งขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งโดยห่าว ต้าถง จะไม่ค่อยมีความเกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้มากนักก็ตาม

ตำนานและความสำคัญ

ภูเขาหัวซานมีความสำคัญทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะที่เป็นหนึ่งในสถานที่กำเนิดของลัทธิเต๋าในประเทศจีน ได้รับการยกย่องให้เป็น "ภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งที่สี่" ในศาสนาเต๋า และได้รับการเคารพอย่างกว้างขวางในนิทานพื้นบ้านจีน โดยอุทิศให้แก่เทพเจ้าที่รู้จักกันในนาม "เทพเจ้าแห่งภูเขาหัวซาน"

เป็นเวลาหลายศตวรรษที่ฤๅษีเต๋าได้แสวงหาความสงบสุขในถ้ำและยอดเขาของหัวซานเพื่อการทำสมาธิและการบรรลุธรรม พวกเขาเชื่อว่าพลังงานทางจิตวิญญาณของภูเขาแห่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาหัวซานเป็นที่ตั้งของวัดเต๋ามากกว่า 20 แห่ง รวมถึงถ้ำกึ่งแขวน 72 แห่งที่ใช้สำหรับการทำสมาธิ ตัวอย่างวัดสำคัญได้แก่ วัดน้ำพุหยก (Jade Spring Temple), วัดซีเยว่ (Xiyue Temple), พระราชวังเจินเย่ (Zhenye Palace), วัดตงเต๋า (Dongdao Temple) และวัดตู่หลง (Dulong Temple) ซึ่งทั้งหมดนี้มีชื่อเสียงในด้านสถาปัตยกรรมและเป็นสถานที่สำคัญสำหรับการปฏิบัติ พิธีกรรม และการสวดมนต์ในลัทธิเต๋า

ยอดเขาทั้งห้าของหัวซานยังเชื่อกันว่าเป็นตัวแทนของธาตุทางจิตวิญญาณทั้งห้าในจักรวาลเต๋า ได้แก่ ยอดเขากลาง (ธาตุดิน), ยอดเขาเหนือ (ธาตุน้ำ), ยอดเขาใต้ (ธาตุไฟ), ยอดเขาตะวันออก (ธาตุไม้) และยอดเขาตะวันตก (ธาตุทอง)

ตำนานที่เกี่ยวข้องกับภูเขาหัวซานมีมากมายและน่าสนใจยิ่ง หนึ่งในนั้นคือตำนานที่เล่าว่าเทพเจ้าจูหลิงเซิน (Juling Shen) ได้ใช้ขวานผ่าภูเขาหัวซานออกจากภูเขารอบข้างเพื่อสร้างทางให้น้ำของแม่น้ำหวง (Yellow River) ไหลผ่านไปได้ นอกจากนี้ยังมีตำนานอันโด่งดังของเฉินเซียง (Chenxiang) ที่ผ่าหินบนยอดเขาตะวันตกเพื่อช่วยแม่ของเขาที่ถูกกักขังอยู่ภายในหิน เชื่อกันว่าหินที่ถูกผ่าแยกเป็นสองส่วนบนยอดเขาตะวันตกคือหลักฐานของตำนานนี้

จุดเด่นและสถานที่น่าสนใจ

ภูเขาหัวซานนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่ดึงดูดทั้งผู้แสวงบุญทางจิตวิญญาณและผู้รักการผจญภัย แต่ละจุดล้วนมีความพิเศษและเรื่องราวที่น่าหลงใหล รอคอยให้นักเดินทางได้ไปสัมผัสและเรียนรู้

ยอดเขาทั้งห้า

ภูเขาหัวซานมีห้ายอดเขาหลักที่แต่ละแห่งมอบทัศนียภาพและประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร เมื่อมองจากระยะไกล ยอดเขาทั้งห้าเหล่านี้ดูคล้ายกลีบดอกบัวที่กำลังบานสะพรั่ง

  • ยอดเขาใต้ (South Peak / Landing Wild Goose Peak): ด้วยความสูง 2,154.9 เมตร ยอดเขาใต้เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของภูเขาหัวซาน มอบทัศนียภาพแบบพาโนรามาที่น่าทึ่งของยอดเขาอื่นๆ และทิวทัศน์อันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ยอดเขาแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่และเป็นจุดที่นักผจญภัยจำนวนมากต้องการพิชิต ที่นี่เป็นที่ตั้งของเส้นทางไม้กระดานข้างหน้าผาอันตราย (Cliffside Plank Path) ที่ท้าทายหัวใจนักผจญภัย

  • ยอดเขาตะวันออก (East Peak / Sunrise Peak): หรือที่รู้จักกันในชื่อยอดเขาแห่งอรุณรุ่ง มีความสูง 2,096.2 เมตร เป็นจุดที่เหมาะที่สุดในการชมพระอาทิตย์ขึ้นอันตระการตา ที่นี่ประกอบด้วยสี่ยอดเขาย่อย ได้แก่ จ่าวหยางเฟิง (Zhaoyang Feng), ซือโหลวเฟิง (Shilou Feng), โบไถเฟิง (Botai Feng) และยูนู่เฟิง (Yunü Feng) แสงแรกของวันจะค่อยๆ สาดส่องกระทบผืนฟ้าและยอดเขา สร้างปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่งดงามราวภาพวาด ทำให้การเดินทางขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่นี่เป็นประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือนได้

  • ยอดเขาตะวันตก (West Peak / Lotus Flower Peak): ยอดเขาแห่งนี้มีความสูง 2,082.6 เมตร มีชื่อเสียงในด้านทัศนียภาพที่สวยงามและได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดเขาที่งดงามที่สุด มอบภาพพระอาทิตย์ตกอันตระการตาที่แต่งแต้มท้องฟ้าด้วยสีสันสดใส ที่นี่เป็นฉากในตำนานของเฉินเซียงที่ผ่าหินเพื่อช่วยแม่ของเขา ทำให้ยอดเขานี้เต็มไปด้วยเรื่องราวและมนต์ขลังที่น่าค้นหา

  • ยอดเขาเหนือ (North Peak / Cloud Terrace Peak): เป็นยอดเขาที่เตี้ยที่สุดของยอดเขาหลักทั้งห้า มีลักษณะเป็นลานราบกว้างใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเมฆหมอกและมีหน้าผาตั้งฉากทั้งสี่ด้าน ยอดเขานี้เป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับนักปีนเขา เนื่องจากสามารถเข้าถึงได้ด้วยกระเช้าไฟฟ้าและมอบทัศนียภาพของยอดเขาอื่นๆ ได้อย่างชัดเจน รวมถึงทิวทัศน์ของหุบเขาด้านล่างที่งดงามราวภาพฝัน

  • ยอดเขากลาง (Middle Peak / Jade Maiden Peak): ยอดเขานี้เชื่อมต่อระหว่างยอดเขาตะวันออก ยอดเขาตะวันตก และยอดเขาใต้เข้าไว้ด้วยกัน แม้จะไม่สูงชันหรือโดดเด่นเท่ายอดอื่น แต่ก็เป็นจุดเชื่อมโยงที่สำคัญและเป็นที่รู้จักในตำนานเทพธิดาหยก (Jade Maiden) ที่เชื่อกันว่าเคยอาศัยและบำเพ็ญเพียรอยู่บนยอดเขานี้ ทำให้มีบรรยากาศที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวลึกลับ

เส้นทางไม้กระดานข้างหน้าผา (Cliffside Plank Path / Chang Kong Zhan Dao)

ตั้งอยู่บนยอดเขาใต้ เส้นทางนี้ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่อันตรายที่สุดในโลก และเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายอะดรีนาลีนอย่างแท้จริง เส้นทางนี้ถูกแกะสลักเข้าไปในหน้าผาหิน มีลักษณะเป็นแผ่นไม้กระดานแคบๆ กว้างเพียง 1 ฟุต (ประมาณ 0.3 เมตร) ติดอยู่กับหน้าผาที่ความสูงถึง 2,160 เมตร โดยมีเพียงโซ่ที่ตอกยึดกับหินไว้เป็นที่ยึดจับสำหรับนักปีนเขาในอดีต เส้นทางนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพระภิกษุเต๋าและผู้แสวงบุญเพื่อใช้ในการเดินทางไปสู่ถ้ำทำสมาธิที่ซ่อนอยู่

การเดินบนเส้นทางไม้กระดานนี้ต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างยิ่ง ผู้เดินทางจะถูกรัดด้วยเข็มขัดนิรภัยและต้องก้าวผ่านความเสี่ยงที่อยู่ตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ทุกย่างก้าวคือการทดสอบจิตใจและความเชื่อมั่นในตนเอง ท่ามกลางทิวทัศน์เบื้องล่างที่เวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตา แม้จะน่าหวาดเสียว แต่ประสบการณ์นี้ก็มอบความรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจและมุมมองที่ไม่เหมือนใครของภูเขาหัวซานที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส

สันเขามังกรทะยาน (Canglong Ridge / Azure Dragon Ridge)

เส้นทางปีนเขาที่ท้าทายนี้ตั้งอยู่บนสันเขาสูงชัน มีความยาวกว่า 300 เมตร (984 ฟุต) โดยมีทางเดินแคบๆ ที่สูงชันและมีหน้าผาดิ่งลงไปทั้งสองข้างราวกับหลังของมังกรที่กำลังทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในอดีต เส้นทางนี้เป็นเพียงเส้นทางเดียวที่เชื่อมต่อยอดเขาทั้งสี่เข้ากับยอดเขาเหนือ ทำให้เป็นเส้นทางที่สำคัญและอันตราย

การปีนป่ายไปตามสันเขามังกรทะยานไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้พละกำลังและความระมัดระวังอย่างสูง ท่ามกลางทิวทัศน์อันน่าเกรงขามของขุนเขาที่โอบล้อมรอบด้าน การพิชิตเส้นทางนี้จึงเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจและมอบความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของหัวซาน

หน้าผาพันฟุต (Thousand-Foot Precipice / Qian Chi Zhuang)

เส้นทางที่ท้าทายและเป็นอันตรายนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ประกอบด้วยบันได 370 ขั้นที่แกะสลักเข้าไปในหน้าผาหินที่เกือบตั้งฉาก ซึ่งจะนำไปสู่ถ้ำขนาดเล็กที่ต้องปีนผ่านเข้าไป หน้าผาพันฟุตเป็นบททดสอบแรกที่จริงจังสำหรับนักปีนเขาที่เลือกเดินเท้าจากเชิงเขา

การปีนผ่านเส้นทางนี้ต้องใช้พละกำลังและความแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ทุกย่างก้าวก็คุ้มค่า เพราะเบื้องหน้าคือความงามของธรรมชาติที่ยังคงความดิบเถื่อนและบริสุทธิ์ เส้นทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงทางผ่าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยาวนานที่ผู้คนในอดีตได้บุกเบิกไว้

วัดน้ำพุหยก (Jade Spring Temple / Yuquan Yuan)

ตั้งอยู่ที่เชิงเขาหัวซาน วัดน้ำพุหยกเป็นวัดเต๋าที่มีชื่อเสียงของสำนักฉวนเจิน (Quanzhen School) และเป็นสถานที่อันเงียบสงบสำหรับการพักผ่อนและเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมเต๋า วัดแห่งนี้อุทิศให้แก่ปรมาจารย์เต๋าเฉินถวน ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาลัทธิเต๋าบนภูเขาหัวซาน

วัดน้ำพุหยกเป็นจุดเริ่มต้นยอดนิยมสำหรับนักปีนเขาที่ต้องการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา การได้ใช้เวลาเดินเล่นในบริเวณวัด ซึมซับบรรยากาศอันสงบเงียบ และชมสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงาม จะช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณก่อนการผจญภัยอันยิ่งใหญ่บนภูเขา

วัดซีเยว่ (Xiyue Temple)

ตั้งอยู่ที่เชิงเขาหัวซาน วัดซีเยว่เป็นโครงสร้างอันน่าประทับใจที่ถูกใช้ในอดีตโดยจักรพรรดิจีนเพื่อสักการะเทพเจ้าแห่งภูเขาหัวซาน (Deity of Mount Huashan) วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 134 ก่อนคริสตกาลในสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ และได้รับการขยายและสร้างใหม่หลายครั้งตลอดประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมของวัดซีเยว่มีความยิ่งใหญ่และงดงาม เลียนแบบพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่ง แสดงถึงความสำคัญทางศาสนาและการเมืองในอดีต

การเยี่ยมชมวัดซีเยว่เป็นการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคโบราณของจีน ที่ซึ่งพิธีกรรมทางศาสนาและการปกครองของจักรพรรดิหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ความงดงามของอาคารและประวัติศาสตร์อันยาวนานของวัดแห่งนี้เป็นสิ่งที่ห้ามพลาดสำหรับผู้ที่สนใจวัฒนธรรมจีน

ศาลาหมากรุก (Chess Pavilion)

ศาลาหมากรุกตั้งอยู่ใกล้กับยอดเขาตะวันออก เป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานในตำนานว่า ปรมาจารย์เต๋าเฉินถวนได้ท้าทายจักรพรรดิจ้าวให้เล่นหมากรุกเว่ยฉี (Go) หากเฉินถวนชนะ จักรพรรดิจะต้องมอบภูเขาทั้งลูกให้แก่นักบวชเต๋า ตำนานเล่าว่าเฉินถวนเป็นผู้ชนะ และนั่นคือที่มาที่ทำให้ภูเขาหัวซานกลายเป็นอาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋า

เส้นทางไปยังศาลาหมากรุกนั้นค่อนข้างอันตรายและคดเคี้ยว มีลักษณะแคบและน่าหวาดเสียว แต่เมื่อไปถึง คุณจะได้พบกับศาลาเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างที่งดงามราวภาพวาด เป็นสถานที่ที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง เหมาะสำหรับการไตร่ตรองและดื่มด่ำกับตำนานที่เล่าขาน

สับปีกเหยี่ยว (Yaozi Fanshen / Sparrow Hawk Flips Over)

การปีนป่ายอันน่าหวาดเสียวอีกแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนยอดเขาตะวันออก เส้นทาง "สับปีกเหยี่ยว" นี้ต้องอาศัยความกล้าหาญอย่างมาก นักปีนเขาจะต้องหันตัวในลักษณะคล้ายนกเหยี่ยวกำลังกระพือปีก เพื่อยึดจับกับโซ่และแท่นหินที่ยื่นออกมาจากหน้าผา

เส้นทางนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่สำหรับผู้ที่กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย มันคือประสบการณ์ที่จะมอบความรู้สึกแห่งชัยชนะและภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่งที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่น เป็นบทพิสูจน์ถึงขีดจำกัดของร่างกายและจิตใจอย่างแท้จริง

ถ้ำหัวซาน (Huashan Caves)

ถ้ำหัวซานเป็นชุดของถ้ำที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างน่าประทับใจ ซึ่งถูกแกะสลักโดยตรงเข้าไปในหน้าผาหินมานานกว่า 13 ศตวรรษ ถ้ำเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นโดยฤๅษีเต๋าเพื่อใช้เป็นสถานที่ทำสมาธิและแสวงหาความสงบ ถ้ำแต่ละแห่งมีความลึกและซับซ้อนแตกต่างกันไป บางแห่งมีทางเดินแคบๆ และห้องโถงที่ซ่อนอยู่ภายใน

การสำรวจถ้ำเหล่านี้จะนำคุณย้อนเวลากลับไปสู่ยุคที่ปรมาจารย์เต๋าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันบริสุทธิ์ เพื่อค้นหาความหมายของการมีอยู่ ถ้ำหัวซานเป็นเครื่องเตือนใจถึงความพากเพียรและความศรัทธาอันแรงกล้าของผู้ที่แสวงหาการบรรลุธรรม

ภูเขาหัวซาน คือ มรดกอันล้ำค่าของจีน ที่ซึ่งธรรมชาติอันน่าเกรงขาม ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และจิตวิญญาณแห่งลัทธิเต๋าหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว การเดินทางสู่ยอดผาแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การพิชิตความสูงชัน แต่เป็นการเดินทางสู่จิตวิญญาณ การทดสอบความกล้าหาญ และการเปิดใจรับความมหัศจรรย์ของโลกที่น้อยคนนักจะได้สัมผัส ทุกย่างก้าวบนเส้นทางอันคดเคี้ยวคือบทเรียนของความเพียรพยายาม ทุกยอดเขาที่พิชิตได้คือชัยชนะของจิตใจ และทุกทิวทัศน์ที่เห็นคือภาพสะท้อนของความงามอันไร้ที่ติ

จากตำนานเทพเจ้าผู้ผ่าภูเขา ไปจนถึงเหล่านักรบผู้ประลองยุทธ์ ภูเขาหัวซานได้มอบแรงบันดาลใจให้แก่มวลมนุษย์มานับพันปี และยังคงทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ความลับของฟ้าดิน ที่นี่ คุณจะได้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลก สัมผัสเมฆหมอกที่ลอยผ่านตัว และมองเห็นทะเลแห่งยอดเขาที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวกับกำลังยืนอยู่บนสรวงสวรรค์ การผจญภัยที่หัวซานจะเติมเต็มหัวใจของคุณด้วยความอัศจรรย์ ความอ่อนน้อมถ่อมตน และความซาบซึ้งในความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญาของมนุษย์ที่ได้สร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ขึ้นมาคู่กัน ขอให้การเดินทางสู่ภูเขาหัวซานเป็นประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน และเป็นแรงบันดาลใจให้คุณออกไปสำรวจโลกกว้างใบนี้ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยการผจญภัยและความสุขตลอดไป

.

-------------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.

xxx

yyy

.

-----------------------

 

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward