iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

องค์ประกอบพื้นฐานในการบริหาร 6 ด้าน (Six M’s of Management) และความสัมพันธ์กับ 4M

 

ปัจจัยในกระบวนการผลิต 4 ด้าน ( 4M in Production Process)

องค์ประกอบพื้นฐานในการบริหาร 6 ด้าน (Six M’s of Management) และความสัมพันธ์กับ 4M

ในการบริหารองค์กร ผู้บริหารต้องจัดการองค์ประกอบหลายด้านให้ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เงินทุน วัตถุดิบ เครื่องจักร วิธีการทำงาน และตลาด แนวคิดที่ใช้จัดกลุ่มองค์ประกอบเหล่านี้ในวรรณกรรมด้านการจัดการชุดหนึ่งเรียกว่า Six M’s of Management ประกอบด้วย Men, Money, Materials, Machines, Methods และ Markets 

เอกสารด้านการจัดการที่จัดเก็บในฐานข้อมูล ERIC ระบุว่า ในกิจการหนึ่งมีองค์ประกอบพื้นฐานหกประการที่ Management ต้องจัดการ และเรียกองค์ประกอบเหล่านี้ว่า “Six M’s” ได้แก่ Men, Machines, Money, Markets, Methods และ Materials โดยแยกองค์ประกอบเหล่านี้ออกจากกิจกรรมของ Management เช่น Planning, Directing, Controlling, Coordinating และ Organizing อย่างชัดเจน (ERICนอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการใช้คำ Six M’s ในเอกสาร The DELTASIG ตั้งแต่ปี 1958 โดยกล่าวถึงองค์ประกอบที่ต้องจัดการว่าได้แก่ men, materials, machines, methods, money และ markets แสดงให้เห็นว่าการจัดกลุ่มองค์ประกอบในลักษณะนี้มีการใช้ในงานด้าน Management มาเป็นเวลานาน (Delta Sigma Pi)

ดังนั้น ในบทความนี้จะใช้คำว่า Six M’s of Management ในความหมายของ องค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ โดยไม่เรียกว่า “ทฤษฎี 6M” และไม่ระบุว่าเป็นผลงานของนักวิชาการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หากไม่มีหลักฐานปฐมภูมิที่ยืนยันต้นกำเนิดดังกล่าวอย่างชัดเจน

Six M’s of Management ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

Six M’s ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ด้าน ได้แก่

Men – บุคลากร

Money – เงินทุน

Materials – วัตถุดิบและวัสดุ

Machines – เครื่องจักรและอุปกรณ์

Methods – วิธีการและกระบวนการ

Markets – ตลาด

แนวคิดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจำคำศัพท์ทั้งหก แต่คือการมองว่าองค์กรต้องนำองค์ประกอบเหล่านี้มาบริหารและประสานกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เอกสารด้าน Management บางแหล่งจึงอธิบาย Six M’s ว่าเป็นทรัพยากรหรือองค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการบริหาร 

1. Men – บุคลากร

Men หมายถึงคนหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กร ในภาษาเขียนสมัยใหม่อาจอธิบายเพิ่มเติมว่า People หรือ Human Resources แต่เมื่อกล่าวถึงชื่อของ Six M’s ตามเอกสารดั้งเดิมยังคงใช้คำว่า Men บุคลากรเป็นผู้วางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติงาน ควบคุมเครื่องจักร จัดการวัตถุดิบ ใช้วิธีการทำงาน และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร ในบริบทโรงงาน ประเด็นเกี่ยวกับ Men อาจประกอบด้วยจำนวนกำลังคน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ Competency การฝึกอบรม และความสามารถในการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน

ตัวอย่าง

โรงงานติดตั้งเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่สามารถผลิตได้ 1,000 ชิ้นต่อชั่วโมง แต่ Operator ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการ Setup และควบคุม Parameter อย่างเพียงพอ ทำให้ผลิตได้จริงเพียง 700 ชิ้นต่อชั่วโมงและเกิดของเสียสูง กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ Machines จะมีความสามารถสูง แต่หาก Men ยังไม่มีความสามารถที่สอดคล้องกัน ประสิทธิภาพของระบบก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้เต็มที่

2. Money – เงินทุน

Money หมายถึงทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมขององค์กร เช่น เงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียน งบประมาณ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน องค์กรต้องใช้เงินเพื่อจ่ายค่าจ้าง จัดซื้อวัตถุดิบ ลงทุนเครื่องจักร บำรุงรักษาอุปกรณ์ และสนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ เอกสารด้าน Management ที่กล่าวถึง Six M’s จัด Money เป็นหนึ่งในองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการโดยตรง

ตัวอย่าง

โรงงานได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 30% และมีกำลังการผลิตเพียงพอ แต่ต้องซื้อวัตถุดิบเพิ่มก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้าอีก 60 วัน หากบริษัทไม่มี Working Capital เพียงพอ การผลิตอาจไม่สามารถเพิ่มตามยอด Order ได้ แม้ Men, Machines และ Markets จะพร้อมแล้วก็ตาม กรณีนี้สะท้อนว่า Money เป็นข้อจำกัดของการดำเนินงานได้เช่นเดียวกับทรัพยากรประเภทอื่น

3. Materials – วัตถุดิบและวัสดุ

Materials หมายถึงวัตถุดิบ ชิ้นส่วน ส่วนประกอบ วัสดุสิ้นเปลือง หรือสิ่งนำเข้าที่องค์กรต้องใช้ในการผลิตสินค้าและดำเนินกิจกรรม ในโรงงาน การบริหาร Materials เกี่ยวข้องกับคุณภาพ ปริมาณ Specification การจัดหา การจัดเก็บ และความพร้อมของวัตถุดิบ

ตัวอย่าง

โรงงานเปลี่ยน Supplier เนื่องจากวัตถุดิบใหม่มีราคาถูกกว่า 8% แต่หลังจากเริ่มใช้พบว่า Scrap เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 6% หากมองเฉพาะราคาซื้อ Materials ใหม่ดูเหมือนช่วยลดต้นทุน แต่เมื่อรวมต้นทุนจาก Scrap และ Rework แล้ว ต้นทุนรวมอาจกลับสูงกว่าเดิม กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการบริหาร Materials ต้องพิจารณาทั้ง Cost, Quality และความเหมาะสมต่อกระบวนการ

4. Machines – เครื่องจักรและอุปกรณ์

Machines หมายถึงเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน สำหรับโรงงาน Machines มีผลโดยตรงต่อ Capacity, Productivity, Quality และความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ประเด็นที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วยสภาพเครื่องจักร การบำรุงรักษา Breakdown, Availability, Performance และความสามารถของเครื่อง

ตัวอย่าง

เครื่องจักร A สามารถผลิตได้สูงสุด 1,000 ชิ้นต่อชั่วโมง แต่ Breakdown บ่อย ขณะที่เครื่อง B ผลิตได้สูงสุด 900 ชิ้นต่อชั่วโมงแต่มีความพร้อมใช้งานสูงกว่า การประเมิน Machines จึงไม่ควรดูเฉพาะ Maximum Speed แต่ต้องพิจารณาว่าเครื่องจักรสามารถสร้าง Good Output ได้อย่างสม่ำเสมอเพียงใด

5. Methods – วิธีการและกระบวนการ

Methods หมายถึงวิธีการ ขั้นตอน กระบวนการ หรือมาตรฐานที่ใช้ในการดำเนินงาน ในโรงงานอาจอยู่ในรูปของ SOP, Work Instruction, Process Parameter, Inspection Method หรือ Standard Work Methods มีบทบาทสำคัญในการทำให้บุคลากรต่างคนสามารถปฏิบัติงานและสร้างผลลัพธ์ในมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน

ตัวอย่าง

Operator สองคนใช้เครื่องจักรและ Material เดียวกัน แต่คนแรกมี Defect 1% ขณะที่อีกคนมี Defect 6% เมื่อตรวจสอบพบว่า Work Instruction ระบุเพียงว่า “ปรับ Pressure ให้เหมาะสม” โดยไม่ได้กำหนดค่ามาตรฐาน ความแตกต่างของผลลัพธ์จึงอาจไม่ได้เกิดจาก Men เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ Methods ที่กำหนดมาตรฐานไม่ชัดเจน

6. Markets – ตลาด

Markets หมายถึงตลาดที่องค์กรนำสินค้าและบริการไปเสนอ รวมถึงความต้องการของลูกค้าและสภาพตลาดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ การมี Markets อยู่ใน Six M’s ทำให้กรอบนี้มีขอบเขตกว้างกว่าปัจจัยภายในกระบวนการผลิต เพราะองค์กรไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตสินค้า แต่ต้องผลิตสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดด้วย Markets ถูกระบุเป็นหนึ่งใน Six M’s อย่างชัดเจนทั้งในเอกสารด้าน Management และหลักฐานการใช้ Six M’s ในอดีต

ตัวอย่าง

โรงงานมีพนักงานที่มีความสามารถ มีเงินทุน วัตถุดิบดี เครื่องจักรทันสมัย และกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แต่ผลิตสินค้าที่ตลาดไม่ต้องการ แม้ปัจจัยภายในจะพร้อม ธุรกิจก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ Markets จึงทำหน้าที่เชื่อม ความสามารถขององค์กร เข้ากับ ความต้องการภายนอกองค์กร

Six M’s กับ 4M เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบ Six M’s of Management กับ 4M ที่ใช้ในบริบทการผลิต จะพบองค์ประกอบร่วมกัน 4 ด้าน ได้แก่

4M ในการผลิตSix M’s of Management
Man Men
Machine Machines
Material Materials
Method Methods
Money
Markets

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานวิชาการด้าน Manufacturing มีการใช้กรอบ 4M: Man, Machine, Material และ Method สำหรับวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต ตัวอย่างงานใน Procedia Manufacturing ใช้ 4M ได้แก่ Method, Machine, Man และ Material เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุง Manual Assembly Line งานวิจัยในประเทศไทยเกี่ยวกับการลดของเสียในกระบวนการผลิตก็ใช้ 4M ได้แก่ Manpower, Machine, Material และ Method เป็นปัจจัยในการวิเคราะห์ Defect เช่นกัน 

จึงกล่าวได้ว่า 4M และ Six M’s มีองค์ประกอบร่วมกันสี่ด้าน แต่ไม่ควรสรุปจากความเหมือนนี้ว่า Six M’s “พัฒนามาจาก 4M” หรือ 4M “ย่อมาจาก Six M’s” หากไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับความสัมพันธ์ดังกล่าว สิ่งที่สามารถกล่าวได้จากหลักฐานคือ ทั้งสองกรอบใช้ Man/Men, Machine/Machines, Material/Materials และ Method/Methods เป็นองค์ประกอบร่วมกัน แต่มีขอบเขตการนำไปใช้ต่างกัน

4M เน้นกระบวนการผลิต ส่วน Six M’s มององค์ประกอบการบริหารกว้างขึ้น

หากพิจารณาในเชิงการใช้งาน 4M เหมาะกับการมอง ปัจจัยภายในกระบวนการผลิต 

ตัวอย่าง หากโรงงานมี Defect เพิ่มขึ้น เราสามารถตรวจสอบ

Man: Operator มี Skill เพียงพอหรือไม่?

Machine: เครื่องจักรหรือ Tool ผิดปกติหรือไม่?

Material: Material Lot เปลี่ยนหรือมีคุณสมบัติผิดปกติหรือไม่?

Method: Parameter หรือวิธีการทำงานถูกต้องหรือไม่?

แต่หากคำถามขยายจาก “ทำไมกระบวนการนี้เกิด Defect?” เป็น “องค์กรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรที่ Management ต้องจัดการเพื่อให้กิจการดำเนินไปสู่เป้าหมาย?” Six M’s จะมีขอบเขตกว้างขึ้น เพราะนอกจาก Men, Machines, Materials และ Methods แล้ว ยังพิจารณา Money และ Markets ด้วย

ตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

สมมติโรงงานแห่งหนึ่งผลิตสินค้าไม่ทันตามคำสั่งซื้อ หากใช้ 4M วิเคราะห์ Process อาจพบว่า

Man: Operator ไม่เพียงพอ

Machine: เครื่องจักร Breakdown บ่อย

Material: วัตถุดิบมาส่งไม่ทัน

Method: Changeover ใช้เวลานาน

นี่คือการวิเคราะห์ปัจจัยในระดับกระบวนการผลิต แต่เมื่อมองในระดับ Six M’s อาจมีคำถามเพิ่มเติมว่า

Money: บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับซื้อ Material เพิ่มหรือไม่?

Markets: ปริมาณ Order ที่เพิ่มขึ้นเป็น Demand ต่อเนื่องหรือเป็นเพียงคำสั่งซื้อชั่วคราว?

สองคำถามนี้ไม่ได้แทนที่ 4M แต่สะท้อนว่า ขอบเขตของการตัดสินใจด้าน Management กว้างกว่าการวิเคราะห์ Production Process

อย่าสับสน Six M’s of Management กับ 6M ของ Fishbone

ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก เพราะคำว่า 6M ถูกใช้กับมากกว่าหนึ่งกรอบ ในงาน Quality มีการใช้ Six M’s สำหรับ Fishbone Diagram หรือ Cause-and-Effect Diagram ได้แก่ Materials, Machinery, Methods, Measurement, Manpower และ Mother Nature ตามคำอธิบายของ American Society for Quality (ASQ) ดังนั้นจึงมีอย่างน้อยสองบริบทที่ต้องแยกออกจากกัน

กรอบองค์ประกอบจุดประสงค์
Six M’s of Management Men, Money, Materials, Machines, Methods, Markets องค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการ
Six M’s ใน Fishbone Manpower, Machinery, Materials, Methods, Measurement, Mother Nature จัดหมวดหมู่สาเหตุในการวิเคราะห์ปัญหา

 

 

 

 

 

 

 

หากกำลังศึกษาต่อจาก 4M ในกระบวนการผลิต ต้องดูบริบทให้ชัดว่าคำว่า “6M” ในเอกสารนั้นหมายถึงชุดใด เพราะชื่อคล้ายกันแต่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน แล้วควรใช้ 4M หรือ Six M’s? ไม่จำเป็นต้องเลือกว่ากรอบใด “ดีกว่า” เพราะถูกใช้เพื่อตอบคำถามต่างระดับกัน หากต้องการวิเคราะห์ว่า “อะไรในกระบวนการผลิตอาจทำให้เกิดปัญหา?”

4M ได้แก่ Man + Machine + Material + Method

เป็นกรอบเริ่มต้นที่เข้าใจง่าย และมีการนำไปใช้ในงาน Manufacturing จริง แต่หากกำลังศึกษาองค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการในระดับกิจการ Six M’s จะเพิ่ม Money และ Markets เข้าไปด้วย ดังนั้นความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ 4M < 6M แต่ควรเข้าใจว่า “เรากำลังวิเคราะห์ปัญหาอะไร และอยู่ในขอบเขตระดับใด?”

ข้อควรระวังในการอ้างอิง Six M’s

เพื่อให้การเขียนบทความหรือเอกสารวิชาการมีความแม่นยำ ควรหลีกเลี่ยงข้อความว่า “Six M’s เป็นทฤษฎีที่คิดค้นโดย...” หากไม่มีหลักฐานต้นฉบับที่สามารถยืนยันผู้เสนอแนวคิดคนแรกได้ จากหลักฐานที่ตรวจสอบ สามารถกล่าวอย่างระมัดระวังได้ว่า Six M’s of Management เป็นคำที่ปรากฏในเอกสารด้านการจัดการมาเป็นเวลานาน โดยเอกสาร The DELTASIG ปี 1958 ใช้คำว่า “six M’s” สำหรับ men, materials, machines, methods, money และ markets โดยตรง (Delta Sigma Pi)

เอกสารด้านการศึกษาที่จัดเก็บใน ERIC ก็ระบุว่าองค์ประกอบพื้นฐานหกด้านที่ Management ต้องจัดการ “frequently referred to as the Six M’s” และแจกแจงเป็น Men, Machines, Money, Markets, Methods และ Materials (ERIC)

ดังนั้นข้อความที่เหมาะสมกว่าในการอ้างอิงคือ

Six M’s of Management เป็นกรอบการจัดกลุ่มองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ ประกอบด้วย Men, Money, Materials, Machines, Methods และ Markets โดยพบการใช้คำและองค์ประกอบชุดนี้ในเอกสารด้าน Management มาเป็นเวลานาน

ถ้อยคำนี้บอกเฉพาะสิ่งที่หลักฐานรองรับ และไม่อ้างเกินกว่าที่สามารถตรวจสอบได้

Six M’s ช่วยขยายมุมมองจากกระบวนการผลิตสู่การบริหาร

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นจาก 4M สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่า 4M และ Six M’s of Management มีองค์ประกอบร่วมกันสี่ด้าน ได้แก่ คน เครื่องจักร วัตถุดิบ และวิธีการ แต่ถูกนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน 

4M / Man + Machine + Material + Method เหมาะสำหรับใช้เป็นกรอบมองปัจจัยในกระบวนการผลิต และมีหลักฐานการนำไปใช้ในงาน Manufacturing และการวิเคราะห์ Defect จริง 

ส่วน Six M’s of Management / Men + Money + Materials + Machines + Methods + Markets เป็นกรอบที่พบในเอกสารด้าน Management สำหรับอธิบายองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ 

สิ่งที่ควรจำคือ อย่าสรุปว่า 4M พัฒนาเป็น 6M หรือ Six M’s พัฒนามาจาก 4M หากไม่มีหลักฐานรองรับ ความสัมพันธ์ที่ยืนยันได้คือทั้งสองมีองค์ประกอบร่วมกัน 4 ด้านเท่านั้น สำหรับการนำไปใช้จริง สามารถเลือกกรอบให้เหมาะกับคำถาม

ปัญหาอยู่ตรงไหนในกระบวนการผลิต? → ใช้ 4M เป็นกรอบเริ่มต้น

องค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการมีอะไรบ้าง? → Six M’s of Management

การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ใช้คำว่า 4M และ Six M’s ได้ถูกบริบท และที่สำคัญคือช่วยลดการอ้างอิงที่คลาดเคลื่อน ซึ่งพบได้บ่อยเมื่อ Framework ที่ใช้คำว่า “M” หลายชุดถูกนำมารวมกันโดยไม่ได้ตรวจสอบที่มา

#SixMs #SixMsofManagement #6M #4M #ManMachineMaterialMethod #MenMoneyMaterialsMachinesMethodsMarkets #Management #Manufacturing #ProductionManagement #OperationsManagement #QualityManagement #ManagementResources #บริหารการผลิต #การจัดการ #การบริหารองค์กร

องค์ประกอบพื้นฐานในการบริหาร 6 ด้าน (Six M’s of Management) และความสัมพันธ์กับ 4M

 

ปัจจัยในกระบวนการผลิต 4 ด้าน ( 4M in Production Process)

องค์ประกอบพื้นฐานในการบริหาร 6 ด้าน (Six M’s of Management) และความสัมพันธ์กับ 4M

ในการบริหารองค์กร ผู้บริหารต้องจัดการองค์ประกอบหลายด้านให้ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นบุคลากร เงินทุน วัตถุดิบ เครื่องจักร วิธีการทำงาน และตลาด แนวคิดที่ใช้จัดกลุ่มองค์ประกอบเหล่านี้ในวรรณกรรมด้านการจัดการชุดหนึ่งเรียกว่า Six M’s of Management ประกอบด้วย Men, Money, Materials, Machines, Methods และ Markets 

เอกสารด้านการจัดการที่จัดเก็บในฐานข้อมูล ERIC ระบุว่า ในกิจการหนึ่งมีองค์ประกอบพื้นฐานหกประการที่ Management ต้องจัดการ และเรียกองค์ประกอบเหล่านี้ว่า “Six M’s” ได้แก่ Men, Machines, Money, Markets, Methods และ Materials โดยแยกองค์ประกอบเหล่านี้ออกจากกิจกรรมของ Management เช่น Planning, Directing, Controlling, Coordinating และ Organizing อย่างชัดเจน (ERICนอกจากนี้ ยังพบหลักฐานการใช้คำ Six M’s ในเอกสาร The DELTASIG ตั้งแต่ปี 1958 โดยกล่าวถึงองค์ประกอบที่ต้องจัดการว่าได้แก่ men, materials, machines, methods, money และ markets แสดงให้เห็นว่าการจัดกลุ่มองค์ประกอบในลักษณะนี้มีการใช้ในงานด้าน Management มาเป็นเวลานาน (Delta Sigma Pi)

ดังนั้น ในบทความนี้จะใช้คำว่า Six M’s of Management ในความหมายของ องค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ โดยไม่เรียกว่า “ทฤษฎี 6M” และไม่ระบุว่าเป็นผลงานของนักวิชาการคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ หากไม่มีหลักฐานปฐมภูมิที่ยืนยันต้นกำเนิดดังกล่าวอย่างชัดเจน

Six M’s of Management ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

Six M’s ประกอบด้วยองค์ประกอบพื้นฐาน 6 ด้าน ได้แก่

Men – บุคลากร

Money – เงินทุน

Materials – วัตถุดิบและวัสดุ

Machines – เครื่องจักรและอุปกรณ์

Methods – วิธีการและกระบวนการ

Markets – ตลาด

แนวคิดสำคัญไม่ได้อยู่ที่การจำคำศัพท์ทั้งหก แต่คือการมองว่าองค์กรต้องนำองค์ประกอบเหล่านี้มาบริหารและประสานกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ เอกสารด้าน Management บางแหล่งจึงอธิบาย Six M’s ว่าเป็นทรัพยากรหรือองค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการบริหาร 

1. Men – บุคลากร

Men หมายถึงคนหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานขององค์กร ในภาษาเขียนสมัยใหม่อาจอธิบายเพิ่มเติมว่า People หรือ Human Resources แต่เมื่อกล่าวถึงชื่อของ Six M’s ตามเอกสารดั้งเดิมยังคงใช้คำว่า Men บุคลากรเป็นผู้วางแผน ตัดสินใจ ปฏิบัติงาน ควบคุมเครื่องจักร จัดการวัตถุดิบ ใช้วิธีการทำงาน และดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร ในบริบทโรงงาน ประเด็นเกี่ยวกับ Men อาจประกอบด้วยจำนวนกำลังคน ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ Competency การฝึกอบรม และความสามารถในการปฏิบัติงานตามมาตรฐาน

ตัวอย่าง

โรงงานติดตั้งเครื่องจักรรุ่นใหม่ที่สามารถผลิตได้ 1,000 ชิ้นต่อชั่วโมง แต่ Operator ยังไม่ได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับการ Setup และควบคุม Parameter อย่างเพียงพอ ทำให้ผลิตได้จริงเพียง 700 ชิ้นต่อชั่วโมงและเกิดของเสียสูง กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ Machines จะมีความสามารถสูง แต่หาก Men ยังไม่มีความสามารถที่สอดคล้องกัน ประสิทธิภาพของระบบก็ยังไม่สามารถเกิดขึ้นได้เต็มที่

2. Money – เงินทุน

Money หมายถึงทรัพยากรทางการเงินที่จำเป็นต่อการดำเนินกิจกรรมขององค์กร เช่น เงินลงทุน เงินทุนหมุนเวียน งบประมาณ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน องค์กรต้องใช้เงินเพื่อจ่ายค่าจ้าง จัดซื้อวัตถุดิบ ลงทุนเครื่องจักร บำรุงรักษาอุปกรณ์ และสนับสนุนกิจกรรมอื่น ๆ เอกสารด้าน Management ที่กล่าวถึง Six M’s จัด Money เป็นหนึ่งในองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการโดยตรง

ตัวอย่าง

โรงงานได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 30% และมีกำลังการผลิตเพียงพอ แต่ต้องซื้อวัตถุดิบเพิ่มก่อนที่จะได้รับเงินจากลูกค้าอีก 60 วัน หากบริษัทไม่มี Working Capital เพียงพอ การผลิตอาจไม่สามารถเพิ่มตามยอด Order ได้ แม้ Men, Machines และ Markets จะพร้อมแล้วก็ตาม กรณีนี้สะท้อนว่า Money เป็นข้อจำกัดของการดำเนินงานได้เช่นเดียวกับทรัพยากรประเภทอื่น

3. Materials – วัตถุดิบและวัสดุ

Materials หมายถึงวัตถุดิบ ชิ้นส่วน ส่วนประกอบ วัสดุสิ้นเปลือง หรือสิ่งนำเข้าที่องค์กรต้องใช้ในการผลิตสินค้าและดำเนินกิจกรรม ในโรงงาน การบริหาร Materials เกี่ยวข้องกับคุณภาพ ปริมาณ Specification การจัดหา การจัดเก็บ และความพร้อมของวัตถุดิบ

ตัวอย่าง

โรงงานเปลี่ยน Supplier เนื่องจากวัตถุดิบใหม่มีราคาถูกกว่า 8% แต่หลังจากเริ่มใช้พบว่า Scrap เพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 6% หากมองเฉพาะราคาซื้อ Materials ใหม่ดูเหมือนช่วยลดต้นทุน แต่เมื่อรวมต้นทุนจาก Scrap และ Rework แล้ว ต้นทุนรวมอาจกลับสูงกว่าเดิม กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการบริหาร Materials ต้องพิจารณาทั้ง Cost, Quality และความเหมาะสมต่อกระบวนการ

4. Machines – เครื่องจักรและอุปกรณ์

Machines หมายถึงเครื่องจักร เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำเนินงาน สำหรับโรงงาน Machines มีผลโดยตรงต่อ Capacity, Productivity, Quality และความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต ประเด็นที่เกี่ยวข้องอาจประกอบด้วยสภาพเครื่องจักร การบำรุงรักษา Breakdown, Availability, Performance และความสามารถของเครื่อง

ตัวอย่าง

เครื่องจักร A สามารถผลิตได้สูงสุด 1,000 ชิ้นต่อชั่วโมง แต่ Breakdown บ่อย ขณะที่เครื่อง B ผลิตได้สูงสุด 900 ชิ้นต่อชั่วโมงแต่มีความพร้อมใช้งานสูงกว่า การประเมิน Machines จึงไม่ควรดูเฉพาะ Maximum Speed แต่ต้องพิจารณาว่าเครื่องจักรสามารถสร้าง Good Output ได้อย่างสม่ำเสมอเพียงใด

5. Methods – วิธีการและกระบวนการ

Methods หมายถึงวิธีการ ขั้นตอน กระบวนการ หรือมาตรฐานที่ใช้ในการดำเนินงาน ในโรงงานอาจอยู่ในรูปของ SOP, Work Instruction, Process Parameter, Inspection Method หรือ Standard Work Methods มีบทบาทสำคัญในการทำให้บุคลากรต่างคนสามารถปฏิบัติงานและสร้างผลลัพธ์ในมาตรฐานที่ใกล้เคียงกัน

ตัวอย่าง

Operator สองคนใช้เครื่องจักรและ Material เดียวกัน แต่คนแรกมี Defect 1% ขณะที่อีกคนมี Defect 6% เมื่อตรวจสอบพบว่า Work Instruction ระบุเพียงว่า “ปรับ Pressure ให้เหมาะสม” โดยไม่ได้กำหนดค่ามาตรฐาน ความแตกต่างของผลลัพธ์จึงอาจไม่ได้เกิดจาก Men เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ Methods ที่กำหนดมาตรฐานไม่ชัดเจน

6. Markets – ตลาด

Markets หมายถึงตลาดที่องค์กรนำสินค้าและบริการไปเสนอ รวมถึงความต้องการของลูกค้าและสภาพตลาดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ การมี Markets อยู่ใน Six M’s ทำให้กรอบนี้มีขอบเขตกว้างกว่าปัจจัยภายในกระบวนการผลิต เพราะองค์กรไม่ได้มีหน้าที่เพียงผลิตสินค้า แต่ต้องผลิตสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดด้วย Markets ถูกระบุเป็นหนึ่งใน Six M’s อย่างชัดเจนทั้งในเอกสารด้าน Management และหลักฐานการใช้ Six M’s ในอดีต

ตัวอย่าง

โรงงานมีพนักงานที่มีความสามารถ มีเงินทุน วัตถุดิบดี เครื่องจักรทันสมัย และกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แต่ผลิตสินค้าที่ตลาดไม่ต้องการ แม้ปัจจัยภายในจะพร้อม ธุรกิจก็ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ Markets จึงทำหน้าที่เชื่อม ความสามารถขององค์กร เข้ากับ ความต้องการภายนอกองค์กร

Six M’s กับ 4M เกี่ยวข้องกันอย่างไร?

เมื่อเปรียบเทียบ Six M’s of Management กับ 4M ที่ใช้ในบริบทการผลิต จะพบองค์ประกอบร่วมกัน 4 ด้าน ได้แก่

4M ในการผลิตSix M’s of Management
Man Men
Machine Machines
Material Materials
Method Methods
Money
Markets

 

 

 

 

 

 

 

 

 

งานวิชาการด้าน Manufacturing มีการใช้กรอบ 4M: Man, Machine, Material และ Method สำหรับวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการผลิต ตัวอย่างงานใน Procedia Manufacturing ใช้ 4M ได้แก่ Method, Machine, Man และ Material เพื่อวิเคราะห์และปรับปรุง Manual Assembly Line งานวิจัยในประเทศไทยเกี่ยวกับการลดของเสียในกระบวนการผลิตก็ใช้ 4M ได้แก่ Manpower, Machine, Material และ Method เป็นปัจจัยในการวิเคราะห์ Defect เช่นกัน 

จึงกล่าวได้ว่า 4M และ Six M’s มีองค์ประกอบร่วมกันสี่ด้าน แต่ไม่ควรสรุปจากความเหมือนนี้ว่า Six M’s “พัฒนามาจาก 4M” หรือ 4M “ย่อมาจาก Six M’s” หากไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์รองรับความสัมพันธ์ดังกล่าว สิ่งที่สามารถกล่าวได้จากหลักฐานคือ ทั้งสองกรอบใช้ Man/Men, Machine/Machines, Material/Materials และ Method/Methods เป็นองค์ประกอบร่วมกัน แต่มีขอบเขตการนำไปใช้ต่างกัน

4M เน้นกระบวนการผลิต ส่วน Six M’s มององค์ประกอบการบริหารกว้างขึ้น

หากพิจารณาในเชิงการใช้งาน 4M เหมาะกับการมอง ปัจจัยภายในกระบวนการผลิต 

ตัวอย่าง หากโรงงานมี Defect เพิ่มขึ้น เราสามารถตรวจสอบ

Man: Operator มี Skill เพียงพอหรือไม่?

Machine: เครื่องจักรหรือ Tool ผิดปกติหรือไม่?

Material: Material Lot เปลี่ยนหรือมีคุณสมบัติผิดปกติหรือไม่?

Method: Parameter หรือวิธีการทำงานถูกต้องหรือไม่?

แต่หากคำถามขยายจาก “ทำไมกระบวนการนี้เกิด Defect?” เป็น “องค์กรมีองค์ประกอบพื้นฐานอะไรที่ Management ต้องจัดการเพื่อให้กิจการดำเนินไปสู่เป้าหมาย?” Six M’s จะมีขอบเขตกว้างขึ้น เพราะนอกจาก Men, Machines, Materials และ Methods แล้ว ยังพิจารณา Money และ Markets ด้วย

ตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นภาพ

สมมติโรงงานแห่งหนึ่งผลิตสินค้าไม่ทันตามคำสั่งซื้อ หากใช้ 4M วิเคราะห์ Process อาจพบว่า

Man: Operator ไม่เพียงพอ

Machine: เครื่องจักร Breakdown บ่อย

Material: วัตถุดิบมาส่งไม่ทัน

Method: Changeover ใช้เวลานาน

นี่คือการวิเคราะห์ปัจจัยในระดับกระบวนการผลิต แต่เมื่อมองในระดับ Six M’s อาจมีคำถามเพิ่มเติมว่า

Money: บริษัทมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับซื้อ Material เพิ่มหรือไม่?

Markets: ปริมาณ Order ที่เพิ่มขึ้นเป็น Demand ต่อเนื่องหรือเป็นเพียงคำสั่งซื้อชั่วคราว?

สองคำถามนี้ไม่ได้แทนที่ 4M แต่สะท้อนว่า ขอบเขตของการตัดสินใจด้าน Management กว้างกว่าการวิเคราะห์ Production Process

อย่าสับสน Six M’s of Management กับ 6M ของ Fishbone

ประเด็นนี้มีความสำคัญมาก เพราะคำว่า 6M ถูกใช้กับมากกว่าหนึ่งกรอบ ในงาน Quality มีการใช้ Six M’s สำหรับ Fishbone Diagram หรือ Cause-and-Effect Diagram ได้แก่ Materials, Machinery, Methods, Measurement, Manpower และ Mother Nature ตามคำอธิบายของ American Society for Quality (ASQ) ดังนั้นจึงมีอย่างน้อยสองบริบทที่ต้องแยกออกจากกัน

กรอบองค์ประกอบจุดประสงค์
Six M’s of Management Men, Money, Materials, Machines, Methods, Markets องค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการ
Six M’s ใน Fishbone Manpower, Machinery, Materials, Methods, Measurement, Mother Nature จัดหมวดหมู่สาเหตุในการวิเคราะห์ปัญหา

 

 

 

 

 

 

 

หากกำลังศึกษาต่อจาก 4M ในกระบวนการผลิต ต้องดูบริบทให้ชัดว่าคำว่า “6M” ในเอกสารนั้นหมายถึงชุดใด เพราะชื่อคล้ายกันแต่มีวัตถุประสงค์ต่างกัน แล้วควรใช้ 4M หรือ Six M’s? ไม่จำเป็นต้องเลือกว่ากรอบใด “ดีกว่า” เพราะถูกใช้เพื่อตอบคำถามต่างระดับกัน หากต้องการวิเคราะห์ว่า “อะไรในกระบวนการผลิตอาจทำให้เกิดปัญหา?”

4M ได้แก่ Man + Machine + Material + Method

เป็นกรอบเริ่มต้นที่เข้าใจง่าย และมีการนำไปใช้ในงาน Manufacturing จริง แต่หากกำลังศึกษาองค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการในระดับกิจการ Six M’s จะเพิ่ม Money และ Markets เข้าไปด้วย ดังนั้นความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ 4M < 6M แต่ควรเข้าใจว่า “เรากำลังวิเคราะห์ปัญหาอะไร และอยู่ในขอบเขตระดับใด?”

ข้อควรระวังในการอ้างอิง Six M’s

เพื่อให้การเขียนบทความหรือเอกสารวิชาการมีความแม่นยำ ควรหลีกเลี่ยงข้อความว่า “Six M’s เป็นทฤษฎีที่คิดค้นโดย...” หากไม่มีหลักฐานต้นฉบับที่สามารถยืนยันผู้เสนอแนวคิดคนแรกได้ จากหลักฐานที่ตรวจสอบ สามารถกล่าวอย่างระมัดระวังได้ว่า Six M’s of Management เป็นคำที่ปรากฏในเอกสารด้านการจัดการมาเป็นเวลานาน โดยเอกสาร The DELTASIG ปี 1958 ใช้คำว่า “six M’s” สำหรับ men, materials, machines, methods, money และ markets โดยตรง (Delta Sigma Pi)

เอกสารด้านการศึกษาที่จัดเก็บใน ERIC ก็ระบุว่าองค์ประกอบพื้นฐานหกด้านที่ Management ต้องจัดการ “frequently referred to as the Six M’s” และแจกแจงเป็น Men, Machines, Money, Markets, Methods และ Materials (ERIC)

ดังนั้นข้อความที่เหมาะสมกว่าในการอ้างอิงคือ

Six M’s of Management เป็นกรอบการจัดกลุ่มองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ ประกอบด้วย Men, Money, Materials, Machines, Methods และ Markets โดยพบการใช้คำและองค์ประกอบชุดนี้ในเอกสารด้าน Management มาเป็นเวลานาน

ถ้อยคำนี้บอกเฉพาะสิ่งที่หลักฐานรองรับ และไม่อ้างเกินกว่าที่สามารถตรวจสอบได้

Six M’s ช่วยขยายมุมมองจากกระบวนการผลิตสู่การบริหาร

สำหรับผู้ที่เริ่มต้นจาก 4M สิ่งสำคัญคือเข้าใจว่า 4M และ Six M’s of Management มีองค์ประกอบร่วมกันสี่ด้าน ได้แก่ คน เครื่องจักร วัตถุดิบ และวิธีการ แต่ถูกนำไปใช้ในบริบทที่แตกต่างกัน 

4M / Man + Machine + Material + Method เหมาะสำหรับใช้เป็นกรอบมองปัจจัยในกระบวนการผลิต และมีหลักฐานการนำไปใช้ในงาน Manufacturing และการวิเคราะห์ Defect จริง 

ส่วน Six M’s of Management / Men + Money + Materials + Machines + Methods + Markets เป็นกรอบที่พบในเอกสารด้าน Management สำหรับอธิบายองค์ประกอบพื้นฐานที่ฝ่ายบริหารต้องจัดการ 

สิ่งที่ควรจำคือ อย่าสรุปว่า 4M พัฒนาเป็น 6M หรือ Six M’s พัฒนามาจาก 4M หากไม่มีหลักฐานรองรับ ความสัมพันธ์ที่ยืนยันได้คือทั้งสองมีองค์ประกอบร่วมกัน 4 ด้านเท่านั้น สำหรับการนำไปใช้จริง สามารถเลือกกรอบให้เหมาะกับคำถาม ปัญหาอยู่ตรงไหนในกระบวนการผลิต? → ใช้ 4M เป็นกรอบเริ่มต้น

องค์ประกอบพื้นฐานที่ Management ต้องจัดการมีอะไรบ้าง? → Six M’s of Management การเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ใช้คำว่า 4M และ Six M’s ได้ถูกบริบท และที่สำคัญคือ ช่วยลดการอ้างอิงที่คลาดเคลื่อน ซึ่งพบได้บ่อยเมื่อ Framework ที่ใช้คำว่า “M” หลายชุดถูกนำมารวมกันโดยไม่ได้ตรวจสอบที่มา

#SixMs #SixMsofManagement #6M #4M #ManMachineMaterialMethod #MenMoneyMaterialsMachinesMethodsMarkets #Management #Manufacturing #ProductionManagement #OperationsManagement #QualityManagement #ManagementResources #บริหารการผลิต #การจัดการ #การบริหารองค์กร

.

-------------------------

ที่มาข้อมูล

-

ภาพและรวบรวมข้อมูล

www.iok2u.com

-------------------------

สนใจเรื่องราวการจัดการธุรกิจเพิ่มเติมคลิกที่นี่

การจัดการธุรกิจ (Business Management)

ปัจจัยในกระบวนการผลิต (Production Process)

-------------------------

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward