iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) และข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data)

ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) และข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data)

เข้าใจข้อมูลของ GIS ก่อนเริ่มวิเคราะห์โลก

หัวใจของระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS) ไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่คือ "ข้อมูล" เพราะทุกการวิเคราะห์ การสร้างแผนที่ หรือการตัดสินใจ ล้วนเริ่มต้นจากข้อมูลที่ถูกต้อง หากข้อมูลไม่มีคุณภาพ แม้จะใช้ซอฟต์แวร์ที่ดีที่สุด ผลลัพธ์ก็อาจคลาดเคลื่อนได้

GIS แตกต่างจากฐานข้อมูลทั่วไปตรงที่สามารถจัดเก็บ "ตำแหน่งบนโลก" ควบคู่ไปกับ "รายละเอียดของสิ่งนั้น" จึงทำให้สามารถตอบคำถามได้ว่า สิ่งนั้นอยู่ที่ไหน มีลักษณะอย่างไร และสัมพันธ์กับสิ่งอื่นอย่างไร

ข้อมูลใน GIS จึงแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ ได้แก่ ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) และ ข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) ซึ่งทำงานร่วมกันตลอดเวลา

ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) คืออะไร

ข้อมูลเชิงพื้นที่ คือข้อมูลที่สามารถระบุตำแหน่งบนพื้นผิวโลกได้ โดยใช้ระบบพิกัดภูมิศาสตร์หรือระบบพิกัดฉายแผนที่ ข้อมูลประเภทนี้แสดงรูปร่าง ขนาด ทิศทาง และตำแหน่งของสิ่งต่าง ๆ บนโลก ตัวอย่างข้อมูลเชิงพื้นที่ ได้แก่

  • ตำแหน่งโรงเรียน

  • เส้นทางถนน

  • แม่น้ำ

  • เขตจังหวัด

  • พื้นที่ป่าไม้

  • แปลงเกษตร

  • อาคาร

  • ภาพถ่ายดาวเทียม

  • แบบจำลองระดับความสูง (DEM)

ข้อมูลเชิงพื้นที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์เข้าใจว่า "สิ่งนั้นอยู่ตรงไหน"

ข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) คืออะไร

ข้อมูลเชิงบรรยาย คือรายละเอียดที่อธิบายคุณลักษณะของข้อมูลเชิงพื้นที่แต่ละรายการ ตัวอย่างเช่น หากข้อมูลเชิงพื้นที่เป็น "โรงเรียน" ข้อมูลเชิงบรรยายอาจประกอบด้วย

  • ชื่อโรงเรียน

  • สังกัด

  • จำนวนนักเรียน

  • จำนวนครู

  • ปีที่ก่อตั้ง

  • พื้นที่

  • ระดับการศึกษา

หรือหากเป็นข้อมูลป่าไม้

  • ชนิดป่า

  • อายุป่า

  • พื้นที่

  • ความหนาแน่นของต้นไม้

  • หน่วยงานรับผิดชอบ

ข้อมูลเชิงบรรยายจึงเป็นคำตอบของคำถามว่า "สิ่งนั้นคืออะไร"

ความสัมพันธ์ระหว่าง Spatial และ Attribute

ข้อมูลทั้งสองประเภทจะเชื่อมโยงกันด้วยรหัสประจำข้อมูล (Unique ID) ตัวอย่าง แผนที่แสดงโรงพยาบาล ตำแหน่งหมายเลข 105 เมื่อตาราง Attribute เปิดขึ้น จะพบข้อมูล เช่น

  • รหัส : 105

  • ชื่อ : โรงพยาบาลตัวอย่าง

  • จำนวนเตียง : 520

  • จังหวัด : อุบลราชธานี

  • ระดับ : ศูนย์

เมื่อคลิกโรงพยาบาลบนแผนที่ ตารางข้อมูลก็จะแสดงรายละเอียดทันที ในทางกลับกัน หากค้นหาชื่อโรงพยาบาลจากตาราง GIS ก็สามารถซูมไปยังตำแหน่งบนแผนที่ได้เช่นกัน นี่คือจุดเด่นของ GIS ที่ฐานข้อมูลทั่วไปไม่สามารถทำได้

รูปแบบของข้อมูลเชิงพื้นที่

ข้อมูลเชิงพื้นที่แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ

1. Vector Data Vector ใช้เก็บข้อมูลที่มีรูปร่างชัดเจน ประกอบด้วย

Point (จุด) ใช้แทนสิ่งที่มีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับมาตราส่วนแผนที่ ตัวอย่าง

  • ต้นไม้

  • เสาไฟ

  • โรงเรียน

  • โรงพยาบาล

  • ตู้ ATM

  • จุดเก็บตัวอย่างดิน

Line (เส้น) ใช้แทนสิ่งที่มีลักษณะเป็นเส้น ตัวอย่าง

  • ถนน

  • แม่น้ำ

  • ทางรถไฟ

  • ท่อส่งน้ำ

  • สายไฟฟ้า

Polygon (พื้นที่) ใช้แทนพื้นที่ที่มีขอบเขตชัดเจน ตัวอย่าง

  • จังหวัด

  • อำเภอ

  • แปลงที่ดิน

  • ทะเลสาบ

  • พื้นที่ป่า

  • อ่างเก็บน้ำ

ข้อดีของ Vector

  • ความแม่นยำสูง

  • ขนาดไฟล์เล็ก

  • เหมาะกับงานวิเคราะห์เชิงพื้นที่

  • แก้ไขข้อมูลได้ง่าย

2. Raster Data Raster คือ ข้อมูลที่เก็บในรูปของตารางช่องสี่เหลี่ยม (Grid) แต่ละช่องเรียกว่า Pixel

แต่ละ Pixel จะมีค่าเพียงค่าเดียว ตัวอย่าง Raster

  • ภาพถ่ายดาวเทียม

  • ภาพถ่ายโดรน

  • DEM

  • Land Cover

  • อุณหภูมิ

  • ปริมาณฝน

  • NDVI

Raster เหมาะกับข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เช่น ความสูง อุณหภูมิ ความชื้น หรือค่าการสะท้อนแสงของพืช

เปรียบเทียบ Vector กับ Raster

คุณสมบัติ

Vector

Raster

รูปแบบ

จุด เส้น พื้นที่

ตาราง Pixel

ความแม่นยำ

สูง

ขึ้นกับขนาด Pixel

ขนาดไฟล์

เล็ก

ใหญ่

การแก้ไข

ง่าย

ยากกว่า

เหมาะกับ

ถนน อาคาร เขตพื้นที่

ภาพดาวเทียม DEM อุณหภูมิ

 

แหล่งข้อมูล GIS

ข้อมูล GIS สามารถได้มาจากหลายแหล่ง เช่น

  • ดาวเทียมสำรวจโลก

  • ภาพถ่ายโดรน

  • GNSS / GPS

  • LiDAR

  • การสำรวจภาคสนาม

  • OpenStreetMap

  • หน่วยงานภาครัฐ

  • IoT Sensors

  • Google Earth Engine

  • ข้อมูลสำมะโนประชากร

ปัจจุบันมีข้อมูล Open Data จำนวนมากที่สามารถนำมาใช้ได้ฟรี ทำให้การเริ่มต้นเรียน GIS ง่ายกว่าสมัยก่อนมาก

คุณภาพของข้อมูล (Data Quality)

การวิเคราะห์ GIS จะดีเพียงใด ขึ้นอยู่กับคุณภาพข้อมูลเป็นสำคัญ โดยควรพิจารณาองค์ประกอบ เช่น

  • ความถูกต้อง (Accuracy)

  • ความละเอียด (Resolution)

  • ความครบถ้วน (Completeness)

  • ความทันสมัย (Currency)

  • ความสอดคล้อง (Consistency)

  • ความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล (Reliability)

ผู้เชี่ยวชาญ GIS มักใช้เวลาในการเตรียมและตรวจสอบข้อมูลมากกว่าการวิเคราะห์จริง เพราะข้อมูลที่ดีจะช่วยลดข้อผิดพลาดและเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์

ความสำคัญของข้อมูลต่อการวิเคราะห์

ลองพิจารณาการเลือกพื้นที่สร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ หากมีเพียงตำแหน่งหมู่บ้านบนแผนที่ จะยังไม่สามารถตัดสินใจได้ แต่เมื่อเพิ่มข้อมูลประชากร ถนน ความสูง ระยะทาง พื้นที่น้ำท่วม และการใช้ประโยชน์ที่ดิน ระบบ GIS จะสามารถวิเคราะห์พื้นที่ที่เหมาะสมที่สุดได้ นี่คือเหตุผลที่ข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลเชิงบรรยายต้องทำงานร่วมกันเสมอ

ข้อมูลคือรากฐานของระบบ GIS โดยข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ใช้อธิบายตำแหน่งและรูปร่างของสิ่งต่าง ๆ บนพื้นผิวโลก ส่วนข้อมูลเชิงบรรยาย (Attribute Data) ใช้อธิบายรายละเอียดของสิ่งเหล่านั้น ทั้งสองส่วนเชื่อมโยงกันผ่านฐานข้อมูล ทำให้ GIS สามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจโครงสร้างข้อมูลทั้งสองประเภทจึงเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนเรียนรู้การวิเคราะห์เชิงพื้นที่และการใช้ซอฟต์แวร์ GIS ขั้นสูง

.

----------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและภาพ

www.iok2u.com

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward