ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย (Hierarchy of Laws in Thailand)

ลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย (Hierarchy of Laws in Thailand)
“ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย” เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญของระบบกฎหมายสมัยใหม่ ซึ่งกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายประเภทต่าง ๆ โดยกฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่าจะต้องไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า หากมีความขัดแย้งกัน กฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่าจะมีผลใช้บังคับเหนือกว่า
แนวคิดดังกล่าวได้รับอิทธิพลจากทฤษฎีกฎหมายของ นักนิติศาสตร์ชาวออสเตรีย คือ Hans Kelsen และถูกพัฒนาต่อยอดในระบบกฎหมายภาคพื้นยุโรป (Civil Law) โดยเฉพาะฝรั่งเศสและเยอรมนี ก่อนที่ประเทศไทยจะนำมาปรับใช้ในระบบกฎหมายของตน
หลักลำดับศักดิ์ของกฎหมาย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การจำกัดการใช้อำนาจของรัฐ และการรักษาความเป็นเอกภาพของระบบกฎหมายทั้งประเทศ
ความหมายของลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย (Hierarchy of Laws) หมายถึง การจัดลำดับชั้นของกฎหมายตามสถานะทางกฎหมายและอำนาจในการตรา โดยกฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่าจะต้องออกโดยอาศัยอำนาจจากกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า และจะมีเนื้อหาขัดหรือแย้งกับกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่าไม่ได้
หลักการนี้ทำให้เกิดความต่อเนื่องและความเป็นระบบในการใช้อำนาจนิติบัญญัติและการบริหารราชการแผ่นดิน
รัฐธรรมนูญ กฎหมายสูงสุดของประเทศ
หลักการสำคัญที่สุดของลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทยปรากฏอยู่ใน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 5 ซึ่งบัญญัติว่า
"รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติหรือการกระทำนั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้"
ดังนั้น รัฐธรรมนูญจึงเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงสุด และเป็นที่มาของอำนาจในการตรากฎหมายทุกประเภท
ลำดับศักดิ์ของกฎหมายในระบบกฎหมายไทย
โดยทั่วไป นักกฎหมายไทยและสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอธิบายลำดับศักดิ์ของกฎหมายไว้ดังนี้
ชั้นที่ 1 รัฐธรรมนูญ
ได้แก่
-
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
-
บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ
เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
ชั้นที่ 2 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ได้แก่กฎหมายที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้ตราขึ้นเพื่อรองรับการดำเนินงานตามรัฐธรรมนูญ เช่น
-
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
-
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง
-
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน
-
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยศาลรัฐธรรมนูญ
กฎหมายระดับนี้ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ชั้นที่ 3 พระราชบัญญัติและกฎหมายในระดับเดียวกัน
ประกอบด้วย
พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)
กฎหมายที่ตราโดยรัฐสภาและได้รับพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย
พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)
กฎหมายที่ฝ่ายบริหารตราขึ้นในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ
ประมวลกฎหมาย
เช่น
-
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
-
ประมวลกฎหมายอาญา
-
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
-
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
กฎหมายระดับนี้ต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ
ชั้นที่ 4 พระราชกฤษฎีกา
เป็นกฎหมายที่คณะรัฐมนตรีเสนอเพื่อให้พระมหากษัตริย์ทรงตรา
ใช้สำหรับ
-
กำหนดรายละเอียดในการบังคับใช้กฎหมาย
-
จัดตั้งหรือปรับโครงสร้างหน่วยงานของรัฐ
-
กำหนดมาตรการตามที่กฎหมายแม่บทให้อำนาจ
พระราชกฤษฎีกาจะขัดต่อพระราชบัญญัติไม่ได้
ชั้นที่ 5 กฎกระทรวง
ออกโดยรัฐมนตรีผู้รักษาการตามกฎหมาย
เพื่อกำหนดรายละเอียดในทางปฏิบัติ เช่น
-
หลักเกณฑ์
-
วิธีการ
-
แบบฟอร์ม
-
ค่าธรรมเนียม
กฎกระทรวงจะต้องอยู่ภายในขอบเขตที่พระราชบัญญัติให้อำนาจไว้
ชั้นที่ 6 กฎหมายลำดับรองและกฎทางปกครอง
ได้แก่
-
ระเบียบ
-
ประกาศ
-
คำสั่ง
-
ข้อบังคับ
-
หนังสือเวียนที่มีผลทางปกครอง
ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายกลุ่มนี้ต้องไม่ขัดต่อกฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกา หรือพระราชบัญญัติ
ชั้นที่ 7 ข้อบัญญัติท้องถิ่น
ได้แก่
-
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร
-
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
-
เทศบัญญัติ
-
ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล
ใช้บังคับเฉพาะในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายระดับชาติ
หลักการสำคัญของลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
1. กฎหมายศักดิ์ต่ำกว่าต้องอาศัยอำนาจจากกฎหมายศักดิ์สูงกว่า
ตัวอย่าง พระราชบัญญัติควบคุมอาคารให้อำนาจรัฐมนตรีออกกฎกระทรวง
ดังนั้น กฎกระทรวงจึงมีผลใช้บังคับได้เพราะอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติ
2. กฎหมายศักดิ์ต่ำกว่าจะขัดต่อกฎหมายศักดิ์สูงกว่าไม่ได้
ตัวอย่าง กฎกระทรวงไม่สามารถกำหนดเงื่อนไขที่ขัดต่อพระราชบัญญัติแม่บทได้
หากขัดกัน ศาลปกครองอาจเพิกถอนได้
3. กฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญเป็นอันใช้บังคับไม่ได้
หากมีข้อสงสัยว่ากฎหมายใดขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัย
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ
บทบัญญัตินั้นจะสิ้นผลใช้บังคับ
บทบาทของศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญที่มีหน้าที่สำคัญในการตรวจสอบความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย
อำนาจสำคัญ ได้แก่
-
วินิจฉัยว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
-
วินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
-
คุ้มครองหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม
จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการรักษาลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย
ผลของการจัดลำดับศักดิ์ของกฎหมาย
การกำหนดลำดับศักดิ์ของกฎหมายก่อให้เกิดประโยชน์สำคัญหลายประการ
ด้านการปกครอง
-
จำกัดการใช้อำนาจรัฐ
-
ป้องกันการออกกฎหมายโดยพลการ
ด้านประชาชน
-
คุ้มครองสิทธิเสรีภาพ
-
สร้างความแน่นอนทางกฎหมาย
ด้านเศรษฐกิจ
-
เพิ่มความเชื่อมั่นในการลงทุน
-
ลดความขัดแย้งในการตีความกฎหมาย
ด้านกระบวนการยุติธรรม
-
ทำให้ศาลสามารถวินิจฉัยข้อพิพาทได้อย่างเป็นระบบ
สรุปลำดับศักดิ์ของกฎหมายไทย
|
ลำดับ |
ประเภทกฎหมาย |
|---|---|
|
1 |
รัฐธรรมนูญ |
|
2 |
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ |
|
3 |
พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด และประมวลกฎหมาย |
|
4 |
พระราชกฤษฎีกา |
|
5 |
กฎกระทรวง |
|
6 |
ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ข้อบังคับ |
|
7 |
ข้อบัญญัติท้องถิ่น |
บทสรุป
ลำดับศักดิ์ของกฎหมาย เป็นหลักการสำคัญที่ทำให้ระบบกฎหมายไทยมีความเป็นเอกภาพและเป็นระเบียบ โดยกำหนดให้กฎหมายทุกระดับต้องเชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผลและอยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ
หลักการดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นกลไกทางกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ควบคุมการใช้อำนาจรัฐ และส่งเสริมหลักนิติธรรม (Rule of Law) อันเป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตยและการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศไทย
.
-------------------------
ที่มาอ้างอิง
-
ที่มาข้อมูลและภาพ
-------------------------
ดูข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่นี่
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Technology: ICT)
-------------------------
