Nares อุดรธานี ทัศนศึกษาอีสานออนซอนเด้ หอนางอุสา
รูปที่ 1 หอนางอุสา (ภาพซ้ายในรูปที่ 1)
หม่องได๋ออนซอนกว่าเด้ หอนางอุสา หรือว่า บ่อน้ำนางอุสา
วันพุธที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2568 คณะตะลุยอีสานออนซอนเด้ ของสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย จะพาลูกทัวร์ไปชื่นชม และตื่นตาตื่นใจกับแหล่งมรดกโลกแหล่งล่าสุดของประเทศไทย “อุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท” สถานที่ที่ปรากฏร่องรอยกิจกรรมของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อราว 2,500 – 3,000 ปีมาแล้ว พบภาพเขียนสีมากกว่า 54 แห่งมีการดัดแปลงเพิงหินธรรมชาติให้กลายเป็นศาสนสถานของผู้คน ตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมทวารวดี วัฒนธรรมเขมร วัฒนธรรมล้านช้างและรัตนโกสินทร์ตามลำดับ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการทางสังคมของมนุษย์อันยาวนานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
กรมทรัพยากรธรณี ให้ข้อมูลในด้านธรณีวิทยาของสถานที่นี้ว่า ลานหินและเพิงหินที่พบในพื้นที่นี้เป็นชั้นหินของหมวดหินภูพาน มีอายุอยู่ในยุคครีเทเชียส แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มชั้นฐานหรือลานหินใหญ่ เป็นหินทรายชั้นบาง และชั้นเฉียงระดับขนาดเล็ก มีเม็ดกรวดปะปนอยู่ตามแนวชั้นหินและชั้นเฉียงระดับ มีเนื้อแกร่งกว่าหินทรายกลุ่มบนๆ ขึ้นไป ทำให้ทนทานต่อการผุพังได้มากกว่า กลุ่มต่อมาเป็นชั้นที่มีลักษณะเป็นแท่งค้ำยัน เนื้อหินผุง่ายกว่ากลุ่มชั้นหินชั้นล่างและกลุ่มชั้นบน เม็ดตะกอนหลุดจากกันได้ง่าย เป็นผลทำให้เนื้อหินกร่อนไปได้รวดเร็วด้วยอิทธิพลของลมฝนและน้ำหลาก กลุ่มชั้นหินชั้นบนสุดวางตัวเป็นหลังคา คลุมทับกลุ่มหินชั้นกลางที่ยังคงเหลืออยู่ หากกลุ่มชั้นกลางถูกทำลายให้หมดไป แท่นหินชั้นที่วางตัวอยู่ข้างบนจะตกลงมาวางกองอยู่บนชั้นฐาน
ชั้นหินทั้งหมดวางตัวเอียงเป็นมุมประมาณ 10 องศาไปทางทิศตะวันออกโดยประมาณ ชั้นเฉียงระดับพบทั่วไปมีมุมเอียงประมาณ 15-20 องศา แสดงทิศทางการไหลของแม่น้ำบรรพกาลไปทางทิศตะวันตก บนลานหินมีบ่อรูปหม้อ หรือกุมภลักษณ์ (potholes) ขนาดใหญ่ทั่วไป
โขดหินที่พบบนลานหินนี้มีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่หากจะให้เลือก 2 อันดับที่ดูแล้วรู้สึกว้าวที่สุด ก็คือ หอนางอุสา กับ บ่อน้ำนางอุสา ซึ่งมีลักษณะพิเศษใส่ไข่ไดโนเสาร์ ดังต่อไปนี้
หอนางอุสา (ภาพซ้ายในรูปที่ 1) ประกอบด้วยหินขนาดใหญ่สองก้อนเรียงซ้อนทับกันในแนวดิ่งหิน ก้อนบนกว้าง 5 เมตร ยาว 7 เมตร และมีความสูง 10 เมตรจากพื้นลานหิน ความว้าวน่าจะเกิดจากลักษณะที่หินทรายปนกรวดวางทับอย่างหมิ่นเหม่อยู่บนหินทราย ที่มีความทนทานต่อการผุกร่อนได้น้อยกว่า โดยไม่พังทะลายลงมา
บ่อน้ำนางอุสา (ภาพขวาในรูปที่ 1) เป็นบ่อน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นจากพื้นลานหิน เห็นร่องรอยการสลักหินลงไป เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดกว้างยาวด้านละ 2 เมตร มีน้ำในบ่อตลอดปี ลึก 5 เมตร ใกล้บ่อน้ำมีการสลักหินเป็นร่องน้ำมีขนาดกว้าง 50 ซม. ยาว 7.12 เมตร ตามแนวยาวทิศตะวันออก-ตะวันตก สิ่งที่รู้สึกความว้าว ก็น่าจะเป็นความลึกของบ่อที่มากถึง 5 เมตร ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีน้ำอยู่ในบ่อ ซึ่งมีระดับของผิวน้ำสูงกว่าระดับน้ำของลำห้วย และผิวดิน อีกทั้งมีน้ำขังอยู่ในบ่อทั้งปี
ระหว่างทริปอีสานออนซอนเด้ 2568 นี้ คณะทัศนศึกษาของสธท. จะลงคะแนนเสียงกันว่า อะไรของนางอุสาที่ว้าวกว่ากัน หอ หรือ บ่อน้ำ
ท่านสารวัตรมีความเห็นเป็นประการใด ขอรับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/nares.sattayarak
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ ดร. นเรศ สัตยารักษ์ (Nares Sattayarak)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------
----------------------------------------