Nares อินเดีย เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (2) ว่าด้วยเทือกเขาหิมาลัย

รูปที่ 2-1 แผนที่โลกเมื่อกว่า 200 ล้านปีก่อน แสดงมหาทวีปแพนเจีย ที่ถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรพันธาลัสซา (Panthalassa Ocean)
เที่ยวไม่ลังเล ที่เลห์ ลาดักห์ (2) ว่าด้วยเทือกเขาหิมาลัย
กาลครั้งหนึ่งเมื่อกว่า 200 ล้านปีมาแล้ว นักธรณีวิทยายอมรับกันว่า พื้นดินบนโลกของเราจะอยู่ติดกันหมด เรียกว่า “มหาทวีปแพนเจีย” (Pangaea Supercontinent) (รูปที่ 2-1) และต่อมาก็ค่อยๆ แยกออกจากกันเป็นใต้ และเหนือ ชื่อ กอนวานนา และ ลอเลเซีย (Gondwana and Laurasia Plates) ตามลำดับ โดยมีมหาสมุทรชื่อว่า “เททิส” คั่นอยู่ (รูปที่ 2.2)
จนกระทั่งเมื่อประมาณ 71 ล้านปีที่ผ่านมา แผ่นทวีปอินเดียก็เริ่มแยกตัวออกมาจากแผ่นดินกอนวานาด้วยความเร็วประมาณ 5- 10 ซม. ต่อปี และเริ่มมุดตัวลงใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย (ยุโรป + เอเชีย) จนเมื่อประมาณ 57 ล้านปี เปลือกมหาสมุทรส่วนหน้าของแผ่นทวีปอินเดียที่มุดตัวลงไปจนถึงระดับความลึกที่เหมาะสมก็หลอมละลาย แล้วถูกขับดันขึ้นสู่ผิวโลก กลายเป็นแนวภูเขาไฟและหินอัคนีปื้น รวมทั้งภูเขาที่เกิดจากระนาบเลื่อนย้อนรอย ทางด้านเหนือของแนวมุดตัวในแผ่นทวีปยูเรเซีย (รูปที่ 2.3) ปัจจุบันหินเหล่านี้ปรากฏอยู่ในเทือกเขาคาราโกลัม เทือกเขาลาดักห์ และเทือกเขาไกรลาส (รูปที่ 2.5)
ต่อมา เมื่อประมาณ 50 – 40 ล้านปีก่อน หินตะกอนที่เคยตกสะสมตัวในมหาสมุทรเททิสมาก่อน ก็ถูกบีบอัด เลื่อนขาดและถูกยกตัวสูงขึ้น เนื่องจากการชนกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดแนวเทือกเขาขึ้นมาใหม่ เรียกว่า แนวหิมาลัยเททิส (Tethyan-Himalayas) (รูปที่ 2.4) ปัจจุบันคือเทือกเขาซาสกา (รูปที่ 2.5)
เทือกเขาที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ และการคดโค้งของตะกอนจากมหาสมุทรเททิส ที่กล่าวมาแล้วในสองย่อหน้าข้างบนนั้น เรียกรวมกันว่า พื้นที่หิมาลัยตอนเหนือ (Trans-Himalayas) ซึ่งหากพิจารณาโดยละเอียดแล้วจะประกอบด้วยเทือกเขา 4 แนว (รูปที่ 2.5) ดังนี้
เทือกเขาคาราโกรัม (Karakoram Range) มีความยาว 800-600 กิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขาที่มีความสูงมากกว่า 6,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล รวมทั้งภูเขา K2 ที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก
เทือกเขาลาดักห์ (Ladakh Range) และเทือกเขาไกรลาศ (kailash Range) ที่มีหลักฐานแสดงว่า เคยเกิดต่อเนื่องกันมาก่อน ภูเขาที่สำคัญในเทือกเขาไกรลาศ คือเขาไกรลาศ ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่าเป็นที่อยู่อาศัยของพระศิวะ และเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญถึง 3 สาย (รูปที่ 2.6) ได้แก่ แม่น้ำสินธุ (Indus) แม่น้ำพรหมบุตร(Brahmaputra) และแม่น้ำซัตเลช (Sutlej)
เทือกเขาซาสกา (Zaskar Range) หินส่วนใหญ่จะเป็นหินแปรที่แปรเปลี่ยนมาจากหินตะกอนที่สะสมตัวในมหาสมุทรเททิส ระหว่างมหายุคชีวิตเก่า และชีวิตกลาง ในบริเวณตอนเหนือของแผ่นทวีปอินเดียก่อนการชนกับทวีปยูเรเซีย เทือกเขานี้คือตัวแทนของ แนวหิมาลัยเททิส (รูปที่ 2.4)
ต่อจากนั้น ระหว่าง 35 -30 ล้านปีก่อน เริ่มมีการเลื่อนไถลย้อนมุมต่ำ ตามแนวที่เรียกว่า “แนวรอยเลื่อนย้อนส่วนกลาง” (Main Central Thrust : MCT) เริ่มเกิดเทือกเขาหิมาลัย (รูปที่ 2.7) ที่มีชื่อว่าแนวหิมาลัยสูง (Greater Himalayas) ซึ่งประกอบด้วยหินตะกอนที่เคยสะสมตัวบนเขตไหล่ทวีปของแผ่นทวีปอินเดีย ทำให้มีการพบซากบรรพชีวินบนเทือกเขาหิมาลัย นอกจากนี้ก็ยังพบหินอัคนี และหินแปรเกรดสูง
จนกระทั่งเมื่อประมาณ 20 - 15 ล้านปีก่อน บริเวณที่เรียกว่า “หิมาลัยต่ำ” ก็เริ่มยกตัว จากการทำงานของ “รอยเลื่อนย้อนอาณาเขตหลัก (Main Boundary Thrust : MBT) (รูปที่ 2.
หินที่พบในบริเวณหิมาลัยต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นหินแปร และหินตะกอนอายุแก่ ซึ่งพบซากบรรพชีวินน้อย รวมทั้งยังถูกแรงบีบอัดมากมาย ส่วนหินอัคนีก็พบด้วยเช่นกัน
และกระบวนการของธรณีแปรสัณฐานล่าสุดที่เกิดขึ้น คือ การเกิดเทือกเขาศิวะลิกค์ จากการเลื่อนย้อนรอยตามแนวรอยเลื่อนหิมาลัยส่วนหน้า (Himalayan Frontal Fault : HFF) (รูปที่ 2.9) หินที่พบในเทือกเขานี้ เคยเป็นตะกอนที่ผุพังและถูกพัดพามาจากเทือกเขาหิมาลัยต่ำ ในมหายุคชีวิตใหม่ ดังนั้นจึงพบซากบรรพชีวินของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม รวมทั้งสัตว์และพืชที่มีอายุไม่มากนักด้วยเช่นกัน
เทือกเขาที่เกิดมาแล้วทั้งหมดตามข้างบนนั้น เราสามารถแสดงภาพการแผ่กระจายของหินทั้งในรูปของแผนที่ และภาพตัดขวาง (รูปที่ 2.10 และ 2.11)
เอาเป็นว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ต้องมันส์ยิ่งกว่ามันส์ จั่งซี้แล้ว สิไปนำบ๋อล่ะ อ้ายสารวัตร

รูปที่ 2-2 แผนที่โลก เมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน มหาทวีปแพนเจียเริ่มแยกตัวออกเป็นทวีปกอนวานา และลอเรเซีย (Gondwana and Laurasia Plates) โดยมีมหาสมุทรเททิสคั่นกลาง

รูปที่ 2-3 ภาพจินตนาการตัดขวางแสดงการมุดตัวของเปลือกมหาสมุทรส่วนหน้าของแผ่นทวีปอินเดีย มุดตัวลงใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย ภายใต้มหาสมุทรเททิส ทำให้เกิดแนวภูเขาไฟและหินอัคนีปื้นตามขอบทวีปของยูเรเซีย

รูปที่ 2-4 ภาพจินตนาการตัดขวางแสดงการเกิดของหิมาลัยเททิส เมื่อหินตะกอนที่เคยสะสมตัวในทะเลเททิสถูกผลักดันลงไปใต้แผ่นทวีปยูเรเซียมากเข้า ก็จะหลอมละลาย แล้วถูกบีบอัดขึ้นมาเป็นเทือกเขา ที่เรียกว่า แนวหิมาลัยเททิส (Tethyan Himalayas)

รูปที่ 2-5 ภาพสเก๊ตช์บนแผนที่อินเดีย(พื้นที่สีเทา) แสดงการวางตัวของเทือกเขาหิมาลัยทั้งหมด ที่ประกอบด้วย เขตหิมาลัยตอนเหนือ (Trans-Himalayas) เขตหิมาลัยสูง (Greater Himalayas) เขตหิมาลัยต่ำ (Lesser Himalayas) และเขตเทือกเขาศิวะลิกส์ (Shivalik Range)
รูปที่ 2-6 ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงตำแหน่งของเทือกเขาไกรลาส แสดงตำแหน่งของเขาไกรลาส ที่ได้รับการเคารพบูชาสูงสุด มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง ด้วยเชื่อว่านี่คือสถานที่สถิตของพระศิวะ และที่ตั้งของป่าหิมพานต์ ทำให้เขาไกรลาสจึงเป็นเขาลูกเดียวในเทือกเขาหิมาลัย ที่ยังไม่มีใครปีนขึ้นถึงยอดเขาเลย ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ เขาไกรลาสเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญ 3 สาย คือแม่น้ำสินธุ พรหมบุตร และสัตเลช

รูปที่ 2-7 ภาพจินตนาการตัดขวางแสดงการเกิดของเขตหิมาลัยสูง (Greter Himalayas) จากตะกอนที่เคยสะสมตัวในเขตไหล่ทวีปของทะเลเททิส ถูกบีบอัดขึ้นมาเป็นเทือกเขาหิมาลัยสูง จนทะเลเททิสหายไป

รูปที่ 2-8 ภาพจินตนาการตัดขวางแสดงการเกิดของเขตหิมาลัยต่ำ (Lesser Himalayas) จากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมุมต่ำย้อนรอยขนาดใหญ่

รูปที่ 2-9 ภาพจินตนาการตัดขวางเทือกเขาศิวะลิกส์ (Shivaliks) จากตะกอนที่ถูกพัดพามาจากเทือกเขาหิมาลัย แล้วถูกบีบอัดให้สูงขึ้นจนกลายเป็นเทือกเขา

รูปที่ 2-10 แผนที่แสดงตำแหน่งของเทือกเขาทั้งหมดที่ประกอบกันขึ้นเป็นเทือกเขาหิมาลัย

รูปที่ 2-11 ภาพตัดขวางแสดงการวางตัวของหน่วยหินและรอยเลื่อนย้อนขนาดใหญ่ รวมทั้งขอบเขตของแผ่นทวีปอินเดียและยูเรเซีย
..
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/nares.sattayarak
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ ดร. นเรศ สัตยารักษ์ (Nares Sattayarak)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------
