iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

CraftBeer101-08 รู้จักประเภทและสไตล์เบียร์ที่สำคัญของโลก

CraftBeer101 เปิดโลกคราฟท์เบียร์ จากวัตถุดิบสู่แก้วเบียร์

รู้จักประเภทและสไตล์เบียร์ที่สำคัญของโลก

หลังจาก CraftBeer101-07 เราเดินตามกระบวนการผลิตตั้งแต่ Milling → Mashing → Lautering → Boiling → Hopping → Fermentation → Conditioning → Packaging จนเห็นแล้วว่าเบียร์หนึ่งแก้วเกิดจากการควบคุมวัตถุดิบ จุลชีววิทยา เคมี เวลา และอุณหภูมิอย่างไร ตอนนี้เราจะเข้าสู่เรื่องที่ช่วยให้การเลือกและการชิมเบียร์สนุกขึ้นมาก นั่นคือ Beer Style หรือสไตล์ของเบียร์

เมื่อยืนหน้าตู้เบียร์หรือเปิด Beer Menu เราอาจพบคำว่า Lager, Pilsner, Pale Ale, IPA, Wheat Beer, Saison, Porter, Stout หรือ Sour Beer จนเกิดคำถามว่าแต่ละชื่อแตกต่างกันอย่างไร ทำไมบางแก้วสีเหลืองใส บางแก้วสีดำ บางชนิดขมจัด บางชนิดหอมผลไม้ และบางชนิดกลับมีรสเปรี้ยว

คำตอบไม่ได้อยู่ที่วัตถุดิบชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เกิดจาก

Water + Malt + Hops + Yeast + Process + Time

เมื่อ Brewer เปลี่ยนองค์ประกอบเหล่านี้ เราก็สามารถสร้าง Beer Character ได้หลากหลายอย่างมหาศาล

ตอนนี้จึงไม่ใช่บทสำหรับ “ท่องจำชื่อเบียร์” แต่จะช่วยสร้าง แผนที่ความคิดของโลกเบียร์ เพื่อให้เห็นชื่อบนเมนูแล้วพอคาดเดาได้ว่าเบียร์แก้วนั้นน่าจะมีสี กลิ่น รส ความขม Body และ Alcohol แบบใด

Beer Style คืออะไร?

Beer Style คือกรอบที่ใช้บรรยาย Character ของเบียร์ประเภทหนึ่ง โดยพิจารณาองค์ประกอบหลายด้านร่วมกัน เช่น Appearance, Aroma, Flavor, Bitterness, Mouthfeel, Alcohol และวัตถุดิบหรือกระบวนการที่สร้างเอกลักษณ์นั้น

องค์กรที่ใช้เป็นแหล่งอ้างอิงสำคัญ เช่น Brewers Association Beer Style Guidelines และ Beer Judge Certification Program – BJCP มีการจัดหมวดหมู่และอธิบาย Beer Styles อย่างละเอียด

แต่สิ่งสำคัญคือ Style Guidelines ไม่ใช่กฎหมายธรรมชาติของเบียร์

Brewer สามารถทดลองและสร้าง Beer นอกกรอบได้ โดยเฉพาะในโลก Craft Beer

Style จึงควรถูกมองว่าเป็น

“ภาษากลางที่ช่วยให้ Brewer ผู้ขาย กรรมการ และผู้ดื่มเข้าใจ Character ของ Beer ใกล้เคียงกัน”

เริ่มจากต้นไม้ใหญ่สองกิ่ง : Ale และ Lager

ถ้าต้องการเข้าใจโลกเบียร์โดยไม่หลงกับชื่อหลายร้อย Style ให้เริ่มจากภาพใหญ่ก่อน

BEER

ALE

และ

LAGER

ความแตกต่างพื้นฐานสำคัญเกี่ยวข้องกับ Yeast และ Fermentation

Ale ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับ Saccharomyces cerevisiae

Lager ส่วนใหญ่สัมพันธ์กับ Saccharomyces pastorianus

โดยทั่วไป Ale มัก Ferment ในช่วงอุณหภูมิสูงกว่า Lager หลายแบบ และสามารถแสดง Fermentation Character เช่น Fruity Ester หรือ Phenolic Character ได้ชัดกว่า ขณะที่ Lager จำนวนมากถูกออกแบบให้มี Fermentation Profile ค่อนข้าง Clean

แต่ต้องระวังว่า Ale ≠ เบียร์เข้ม และ Lager ≠ เบียร์สีอ่อน เพราะ Ale สามารถเป็นสีทองได้ และ Lager ก็สามารถเป็นสีดำได้เช่นกัน ดังนั้นอย่าแบ่ง Ale กับ Lager จาก “สี” ให้มองที่ Yeast + Fermentation Tradition + Process

Lager — เบียร์ที่ดูเรียบง่ายแต่ทำยาก เมื่อพูดคำว่า Lager หลายคนอาจนึกถึงเบียร์สีเหลืองใส ดื่มง่าย เย็นจัด แต่ Lager เป็นครอบครัวใหญ่กว่านั้นมาก มีทั้ง Pale Lager

Pilsner

Helles

Vienna Lager

Märzen

Bock

Doppelbock และ Dark Lager หลายรูปแบบ

Character โดยทั่วไปของ Lager จำนวนมากคือ Fermentation ค่อนข้าง Clean Malt และ Hops แสดงตัวชัด Finish สะอาด และผ่าน Cold Conditioning หรือ Lagering ตาม Process ที่ใช้

สิ่งที่น่าสนใจคือ Lager ที่ดูง่ายในแก้วกลับผลิตได้ไม่ง่าย เพราะ Flavor ที่ Clean ทำให้ Defect เล็ก ๆ สามารถถูกตรวจพบได้ชัด

ดังนั้น Lager ที่ดีเป็นตัวอย่างของ “ความเรียบง่ายที่เกิดจากการควบคุมอย่างแม่นยำ”

Pilsner — ความสดชื่นที่เปลี่ยนโลกเบียร์

หนึ่งใน Lager Style ที่สำคัญที่สุดคือ Pilsner

Pilsner มีรากสำคัญจากเมือง Plzeň หรือ Pilsen ในดินแดนปัจจุบันของสาธารณรัฐเช็ก โดย Pilsner Urquell ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1842 และกลายเป็นต้นแบบสำคัญของ Pale Lager สมัยใหม่ Pilsner โดยทั่วไปมีลักษณะ

สีเหลืองทองถึงทอง

Clarity สูง

Foam สีขาว

Malt Character ค่อนข้างสะอาด

Hop Bitterness ชัดกว่าหลาย Pale Lager

และ Finish สดชื่น

แต่คำว่า Pilsner ยังแตกแขนงได้ เช่น Czech-style และ German-style ซึ่ง Balance ของ Malt, Hops และ Bitterness แตกต่างกัน

เหมาะกับใคร?

คนที่ชอบ Beer สดชื่น ดื่มง่าย แต่ต้องการ Hop Character และ Bitterness มากกว่า Lager ทั่วไป

คำจำง่าย

Pilsner = Crisp + Clean + Hoppy Lager

Pale Ale — จุดเริ่มต้นที่ดีของโลก Craft Beer

หาก Lager คือหนึ่งฝั่งของโลกเบียร์ Pale Ale ก็เป็นประตูสำคัญสู่อีกฝั่งหนึ่ง

Pale Ale เป็น Ale ที่ใช้ Malt และ Process ทำให้สีอ่อนกว่า Ale สีเข้มในประวัติศาสตร์

ใน Craft Beer สมัยใหม่ โดยเฉพาะ American Pale Ale เรามักพบ Character ที่ให้ Malt เป็นฐานและใช้ American Hops สร้าง Citrus, Pine, Floral หรือ Fruity Aroma

โดยทั่วไป Pale Ale สามารถมี

สีทองเข้มถึง Amber

Hop Aroma ปานกลางถึงเด่น

Bitterness ชัดแต่ไม่สุดโต่ง

Malt Balance ยังรับรู้ได้

จึงเป็น Style ที่เหมาะกับคนเริ่มเข้าสู่ Craft Beer มาก

หาก Lager บางแบบรู้สึกเรียบเกินไป แต่ IPA ขมและ Hop-forward เกินไป

Pale Ale มักอยู่ตรงกลางได้ดี

IPA — ดาวเด่นของโลก Craft Beer

หากต้องเลือก Beer Style ที่มีอิทธิพลสูงมากต่อ Craft Beer ยุคใหม่ หนึ่งในชื่อที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือ

IPA — India Pale Ale

IPA มีรากทางประวัติศาสตร์เชื่อมโยงกับ Pale Ale ของอังกฤษและการค้ากับอินเดีย แต่เรื่องเล่ายอดนิยมบางส่วนเกี่ยวกับ “การคิดค้น IPA โดยตั้งใจใส่ฮอปส์มหาศาลเพื่อให้เดินทางถึงอินเดีย” ถูกนักประวัติศาสตร์เบียร์ตั้งคำถามและมีรายละเอียดซับซ้อนกว่าตำนานที่เล่ากันทั่วไป

สิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ดื่มยุคปัจจุบันคือ IPA เป็นครอบครัวของ Beer ที่ให้ความสำคัญกับ

Hop Character

โดยสามารถพบ Aroma ที่ทำให้นึกถึง

Citrus

Grapefruit

Pine

Tropical Fruit

Mango

Passion Fruit

หรือ Stone Fruit

ขึ้นอยู่กับ Hop Variety และ Process

IPA ไม่ได้มีแบบเดียว

โลก IPA แตกแขนงออกไปมาก เช่น

English IPA

เน้น Character ของ English Hops และ Malt มากกว่า IPA อเมริกันหลายแบบ

American IPA

Hop-forward มี Citrus, Pine, Resin และ Fruity Character ได้หลากหลาย

West Coast IPA

มักเน้นความ Dry, Clear และ Bitterness พร้อม Hop Aroma ชัด

Hazy IPA / New England IPA

มักมี Haze, Mouthfeel นุ่ม และ Juicy/Fruity Hop Character

Double IPA / Imperial IPA

เพิ่มความเข้มของ Hops และ Alcohol

Session IPA

พยายามรักษา Hop Character แต่ลด Alcohol เพื่อดื่มง่ายขึ้น

ดังนั้นเมื่อเห็นคำว่า IPA อย่าเพิ่งสรุปว่า

“ต้องขมมาก”

เพราะ IPA สมัยใหม่บางแบบเน้น Aroma และ Juiciness มากกว่า Bitterness ที่รุนแรง

คำจำง่าย

IPA = Hops เป็นพระเอก

Wheat Beer — เมื่อข้าวสาลีเข้ามาเปลี่ยน Character

เบียร์ไม่ได้ใช้ Barley Malt อย่างเดียว

หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญคือ

Wheat — ข้าวสาลี

Wheat มี Protein สูงและช่วยสร้าง

Foam

Mouthfeel

และ Haze

จึงเกิด Beer Style หลายประเภท

ตัวอย่างสำคัญคือ

German Weissbier / Hefeweizen

ซึ่ง Yeast สามารถสร้าง Character คล้าย

Banana

และ

Clove

ดังที่เราเรียนใน CraftBeer101-06

ดังนั้นเมื่อดื่ม Wheat Beer แล้วได้กลิ่น Banana

ไม่ได้หมายความว่าใส่กล้วยเสมอไป

แต่สามารถเกิดจาก Yeast Metabolism

นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเข้าใจ Yeast ทำให้เราเข้าใจ Beer Style ได้ลึกขึ้น

Witbier — Wheat Beer อีกโลกหนึ่ง

อีก Style ที่น่าสนใจคือ

Belgian-style Witbier

Witbier มีประวัติและวัตถุดิบแตกต่างจาก German Weissbier โดยมักใช้ Wheat และสามารถใช้เครื่องเทศ เช่น

Coriander

และ Orange Peel

สร้าง Character

จึงอาจมี

Citrus

Spice

และความสดชื่น

ผู้เริ่มต้นมักเรียก Wheat Beer ทุกชนิดรวมกัน แต่จริง ๆ แล้ว

Hefeweizen ≠ Witbier

แม้ทั้งคู่มี Wheat เป็นส่วนสำคัญ

ความแตกต่างเกิดจาก

Yeast

Recipe

Spices

และ Brewing Tradition

Saison — เบียร์ที่ Yeast เล่าเรื่องได้ชัดเจน

Saison

เป็น Belgian/French farmhouse-associated beer tradition ที่มี Character หลากหลาย แต่ Saison สมัยใหม่จำนวนมากมีลักษณะ

Dry

Highly Attenuated

Carbonation สูง

Fruity

Spicy

Pepper-like

และสดชื่น

สิ่งที่โดดเด่นมากคือ

Yeast Character

ถ้า IPA เป็นห้องเรียนเรื่อง Hops

Saison ก็เป็นห้องเรียนชั้นดีเรื่อง Yeast

เพราะ Brewer สามารถสร้าง Beer ที่มี Aroma ซับซ้อนได้โดยไม่ต้องใส่ผลไม้หรือเครื่องเทศจำนวนมาก

คำจำง่าย

Saison = Dry + Fruity + Spicy + Yeast-driven

Porter — โลกของ Malt สีเข้ม

เมื่อเปลี่ยนจาก Hops และ Yeast มาสู่ Roasted Malt เราจะเข้าสู่โลกของ Dark Beer

หนึ่งใน Style สำคัญคือ

Porter

Porter มีประวัติสำคัญในอังกฤษและได้รับความนิยมอย่างมากในกรุงลอนดอนช่วงศตวรรษที่ 18

Character สามารถพบได้ตั้งแต่

Chocolate

Caramel

Toast

Coffee

Nutty

ไปจนถึง Roast Character ในระดับต่าง ๆ

ขึ้นอยู่กับ Style และ Malt Bill

สีอาจอยู่ตั้งแต่ Brown ไปจนถึง Dark Brown หรือเกือบดำ

แต่ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือ

เห็น Beer สีดำแล้วคิดว่าต้องขมมาก

จริง ๆ แล้วความดำจาก Malt กับ Hop Bitterness เป็นคนละเรื่อง

Beer สีดำสามารถมี Hop Bitterness ต่ำกว่าหรือสูงกว่า Beer สีทองได้

Stout — จาก Porter สู่โลกของ Roasted Character

Stout

มีความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์อย่างใกล้ชิดกับ Porter โดยคำว่า “Stout” ในอดีตใช้สื่อถึงความแข็งแรงหรือเข้มข้น และ “Stout Porter” ค่อย ๆ พัฒนาเป็นชื่อ Style ของตนเอง

ปัจจุบัน Stout มีหลายรูปแบบ เช่น

Dry Stout

Sweet Stout

Oatmeal Stout

Foreign Export Stout

American Stout

Imperial Stout

Character ที่พบได้อาจประกอบด้วย

Roasted Grain

Coffee

Dark Chocolate

Cocoa

Caramel

หรือ Burnt Character ในบาง Style

แต่ Stout ไม่ได้แปลว่า Alcohol สูงเสมอไป

ตัวอย่างเช่น Dry Stout หลายชนิดมี ABV ไม่ได้สูงมาก

ขณะที่ Imperial Stout สามารถมี Alcohol สูงมาก

ดังนั้น

Dark Color ≠ High Alcohol

เช่นเดียวกับ

Dark Color ≠ High Bitterness

Porter กับ Stout ต่างกันอย่างไร?

นี่เป็นหนึ่งในคำถามคลาสสิกของโลก Beer

ในประวัติศาสตร์ทั้งสองมีความสัมพันธ์กันมาก และเส้นแบ่งใน Craft Brewing สมัยใหม่ไม่ได้ชัดเจนในทุกกรณี

ในทาง Sensory แบบง่าย เราอาจใช้เป็นจุดเริ่มต้นว่า

Porter

มักเน้น Chocolate, Caramel, Toast และ Dark Malt Character

ขณะที่

Stout

หลายแบบสามารถมี Roasted Character, Coffee และ Dark Chocolate เด่นกว่า

แต่ไม่ควรใช้กฎนี้เป็นคำจำกัดความตายตัว เพราะ Recipe และ Style Guidelines มีความหลากหลายมาก

วิธีที่ดีที่สุดคือ

ดู Style เต็ม

ไม่ใช่ดูเพียงคำว่า Porter หรือ Stout

Sour Beer — เมื่อ “เปรี้ยว” ไม่ได้แปลว่าเบียร์เสีย

สำหรับผู้ดื่มที่คุ้นเคยกับ Lager ครั้งแรกที่ชิม Sour Beer อาจเกิดคำถามว่า

“เบียร์เสียหรือเปล่า?”

แต่ Sourness สามารถเป็น Character ที่ Brewer ตั้งใจสร้าง

โลกของ Sour Beer มีความหลากหลายมากและอาจเกี่ยวข้องกับ Microorganisms เช่น

Lactic Acid Bacteria

รวมถึง Yeasts และ Mixed Cultures ในกระบวนการบางประเภท

Beer กลุ่มนี้อาจให้ Character เช่น

Lactic Sourness

Fruity

Funky

Earthy

หรือ Complex Fermentation Character

ขึ้นอยู่กับ Style และ Process

ตัวอย่าง Style ที่เกี่ยวข้องกับโลก Sour/Funky Beer ได้แก่

Berliner Weisse

Gose

Lambic

Gueuze

และ Flanders Red Ale

แต่แต่ละชนิดมีประวัติ วัตถุดิบ และ Fermentation แตกต่างกันมาก จึงไม่ควรเรียกรวมว่าเป็น “เบียร์เปรี้ยวแบบเดียวกัน”

Gose — เปรี้ยว เค็ม และสดชื่น

หนึ่งใน Style ที่ช่วยให้เห็นว่า Beer สามารถออกนอกกรอบได้มากคือ

Gose

Gose เป็น German-origin style ที่มี Sourness และสามารถมี Character จาก Salt และ Coriander

เมื่อได้ยินว่า

“เบียร์ใส่เกลือ”

อาจรู้สึกแปลก

แต่เมื่อออกแบบ Balance อย่างเหมาะสม Salt สามารถช่วยสร้าง Mouthfeel และเสริมความสดชื่นร่วมกับ Acidity ได้

นี่เป็นตัวอย่างสำคัญว่า

Beer Style ไม่ได้มีเพียง

หวาน

ขม

และ Alcohol

แต่สามารถเล่นกับ Sensory Dimensions ได้มากกว่านั้น

Fruit Beer — ใส่ผลไม้แล้วเรียกว่า Beer ได้หรือ?

Craft Brewing เปิดพื้นที่ให้ Brewer ใช้ Adjuncts และ Flavor Ingredients ได้หลากหลาย

เช่น

Mango

Passion Fruit

Cherry

Raspberry

Peach

Coffee

Cacao

Vanilla

Spices

และสมุนไพร

แต่ Fruit Beer ไม่ได้หมายความว่าเอา Beer สำเร็จรูปมาผสมน้ำผลไม้เสมอไป

Brewer สามารถเติม Fruit ในช่วงต่าง ๆ ของ Process และ Yeast สามารถหมัก Sugars จากผลไม้ต่อได้

ผลที่ได้จึงขึ้นกับ

Fruit Variety

Ripeness

Sugar

Acidity

Timing

Yeast

และ Fermentation

นี่ทำให้ Fruit Beer เป็นพื้นที่ที่ Brewing Science และ Culinary Creativity มาพบกัน

Beer Style กับสี — อย่าตัดสินจากตาอย่างเดียว

ลองดู Beer สองแก้ว

แก้ว A

สีเหลืองทอง

แก้ว B

สีดำ

หลายคนอาจคิดว่า

A ดื่มง่าย

B หนักและ Alcohol สูง

แต่จริง ๆ อาจกลับกัน

Golden Strong Ale บางชนิดสามารถมี ABV สูงกว่า 8%

ขณะที่ Dry Stout บางตัวอาจอยู่ราว 4–5%

ดังนั้นสีบอกเราเรื่อง

Malt Character

ได้บางส่วน

แต่ไม่ได้บอก

Alcohol

Bitterness

หรือ Body

ทั้งหมด

นี่คือเหตุผลที่การชิม Beer ต้องใช้

Eyes + Nose + Tongue + Knowledge

ร่วมกัน

Beer Style กับ IBU — ตัวเลขสูงกว่าขมกว่าเสมอหรือไม่?

จาก CraftBeer101-05 เรารู้จัก

IBU — International Bitterness Units

แต่ IBU ไม่สามารถบอก Perceived Bitterness ทั้งหมดได้

สมมติ

Beer A = 60 IBU + Malt Body สูง

Beer B = 45 IBU + Dry Body

บางคนอาจรู้สึกว่า Beer B ขมกว่า

เพราะ Perception เกิดจาก Balance ของ

Bitterness

Sweetness

Alcohol

Carbonation

pH

และ Flavor Components

ดังนั้นเวลาอ่าน Beer Menu อย่ามองเพียง

“IBU เท่าไร?”

ควรถามต่อว่า

Beer Style และ Balance เป็นอย่างไร?

Beer Style กับ ABV

อีกตัวเลขสำคัญคือ

ABV — Alcohol by Volume

บอกสัดส่วน Alcohol โดยปริมาตร

Beer ทั่วไปอาจพบช่วงประมาณ 4–6% ABV ได้บ่อย แต่โลก Craft Beer กว้างกว่านั้นมาก

Session Beer อาจต่ำกว่า

Imperial IPA

Belgian Strong Ale

Barley Wine

หรือ Imperial Stout

อาจสูงกว่าอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ABV สูงไม่ได้หมายความว่า “ดีกว่า” หรือ “Premium กว่า”

เป้าหมายคือ

Alcohol ต้องสัมพันธ์กับ Style และ Balance

ตารางจำง่าย : 8 สไตล์สำคัญ

Style

จุดเด่น

Malt

Hops

Yeast Character

ภาพรวม

Pilsner

สดชื่น คม สะอาด

เบา–กลาง

ปานกลาง

Clean

Crisp

Pale Ale

สมดุล Malt/Hops

กลาง

กลาง–สูง

Clean/Fruity

Balanced

IPA

Hop-forward

ต่ำ–กลาง

สูง

แตกต่างตามแบบ

Hoppy

Wheat Beer

นุ่ม ฟองดี

Wheat เด่น

ต่ำ

Fruity/Spicy ได้

Refreshing

Saison

Dry และซับซ้อน

ต่ำ–กลาง

แตกต่าง

Fruity/Spicy

Rustic

Porter

Chocolate/Caramel

สูง

ต่ำ–กลาง

แตกต่าง

Dark/Malty

Stout

Roast/Coffee

สูง

แตกต่าง

แตกต่าง

Roasty

Sour Beer

Acidity

แตกต่าง

มักไม่ใช่พระเอก

Complex

Tart/Sour

ตารางนี้ใช้เพื่อสร้างภาพรวมเท่านั้น เพราะแต่ละ Style ยังมี Substyle และข้อยกเว้นอีกมาก

ถ้าเพิ่งเริ่มดื่ม Craft Beer ควรเริ่มจากอะไร?

วิธีที่สนุกกว่าการเลือก Beer ที่ “ดีที่สุด” คือเลือก Beer ให้เห็นความแตกต่างของวัตถุดิบ

ลองจัด Flight 5 แก้ว

แก้ว 1 — Pilsner

เรียนรู้ Clean Fermentation และ Balance

แก้ว 2 — Pale Ale

เริ่มเห็น Hop Aroma มากขึ้น

แก้ว 3 — IPA

ให้ Hops เป็นพระเอก

แก้ว 4 — Wheat Beer

สังเกต Yeast Character

แก้ว 5 — Stout

เรียนรู้ Roasted Malt

เพียง 5 แก้วนี้ เราจะเริ่มเชื่อมโยงกับบทเรียนก่อนหน้าได้ว่า

Pilsner → Process Control

IPA → Hops

Wheat Beer → Yeast

Stout → Malt

และนี่คือวิธีเรียน Craft Beer ที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง

Taste + Compare + Record

ทดลองชิมแบบ Side-by-Side

แทนที่จะดื่ม Beer คนละวัน ลองหา Beer สอง Style มาเปรียบเทียบพร้อมกัน

ตัวอย่าง

Pilsner vs IPA

สังเกต Hop Aroma และ Bitterness

IPA vs Hazy IPA

สังเกต Clarity, Mouthfeel และ Hop Expression

Hefeweizen vs Witbier

สังเกต Yeast Character และ Spice

Porter vs Stout

สังเกต Chocolate กับ Roast

การชิมแบบนี้ทำให้สมองสร้าง Sensory Reference ได้เร็วกว่าการอ่านคำอธิบายอย่างเดียว

เมื่อทำบ่อย ๆ เราจะเริ่มจำว่า

Citrus เป็นอย่างไร

Roasty เป็นอย่างไร

Phenolic เป็นอย่างไร

Dry Finish เป็นอย่างไร

และ Beer Knowledge จะค่อย ๆ เปลี่ยนจาก

ความรู้ในหนังสือ

เป็น

ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส

Beer Style ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

สมมติ Brewery สองแห่งเขียนบนฉลากว่า

American IPA

ทั้งคู่

ไม่ได้หมายความว่าจะมีรสเหมือนกัน

Brewery A อาจใช้

Citra + Mosaic

สร้าง Tropical Fruit

Brewery B ใช้

Chinook + Centennial

สร้าง Pine + Citrus

Brewery A อาจ Dry Hop มาก

Brewery B เน้น Bitterness

ทั้งคู่ยังสามารถอยู่ในโลก IPA

ดังนั้น Beer Style เปรียบเหมือน

แนวดนตรี

คำว่า Rock ไม่ได้หมายความว่าเพลง Rock ทุกเพลงเหมือนกัน

เช่นเดียวกับ

IPA ไม่ได้หมายความว่า IPA ทุกแก้วต้องเหมือนกัน

Style เป็นกรอบ

แต่ Brewer คือผู้สร้าง Character ภายในกรอบนั้น

Craft Beer ทำให้ Style เปลี่ยนตลอดเวลา

หนึ่งในสิ่งน่าสนใจที่สุดของ Craft Beer คือ Brewer ไม่ได้เพียงผลิต Style เก่า แต่ยังทดลองสร้างสิ่งใหม่

ตัวอย่างแนวคิดที่เกิดขึ้นหรือได้รับความนิยมใน Craft Brewing เช่น

Hazy IPA

Cold IPA

Pastry Stout

Smoothie-style Sour

Barrel-aged Beer

Coffee Beer

และ Hybrid Styles ต่าง ๆ

บางแนวได้รับความนิยมยาวนาน

บางแนวเป็น Trend ชั่วคราว

บางแนวค่อย ๆ ได้รับการยอมรับจนกลายเป็น Style หรือ Category ที่ชัดขึ้น

นี่แสดงให้เห็นว่า

Beer Style เป็นภาษาที่มีชีวิต

เมื่อ Brewer ทดลอง

ผู้บริโภคตอบรับ

ตลาดเติบโต

และองค์ความรู้สะสม

ภาษาของ Beer ก็พัฒนาตามไปด้วย

แล้ว “คราฟท์” เป็น Beer Style หรือไม่?

คำตอบคือ

ไม่ใช่

Craft Beer ไม่ใช่ Style แบบ IPA, Stout หรือ Pilsner

คำว่า Craft เกี่ยวข้องกับบริบทของผู้ผลิต แนวคิดการผลิต ความเป็นอิสระ การทดลอง นวัตกรรม และนิยามที่แตกต่างกันตามประเทศหรือองค์กร

ดังนั้นเราสามารถมี

Craft Pilsner

Craft IPA

Craft Stout

หรือ Craft Sour

ได้ทั้งหมด

อย่าจำว่า

Craft Beer = IPA

แม้ IPA จะเป็น Style ที่โดดเด่นมากในวัฒนธรรม Craft Beer สมัยใหม่ก็ตาม

iok2u ชวนคิด : Beer Style คือผลลัพธ์ของระบบ

หลังจากเรียนมาถึงตอนที่ 08 เราสามารถมอง Beer Style ในมุมที่ลึกขึ้นได้

Beer ไม่ได้เป็น IPA เพียงเพราะใส่ Hops เยอะ

ไม่เป็น Stout เพียงเพราะสีดำ

และไม่เป็น Lager เพียงเพราะสีเหลืองใส

Character สุดท้ายเกิดจากระบบ

WATER

กำหนด Chemistry

MALT

กำหนด Sugar + Color + Body + Malt Flavor

HOPS

กำหนด Bitterness + Flavor + Aroma

YEAST

กำหนด Fermentation + Alcohol + Fermentation Character

PROCESS

กำหนดการแสดงออกของทุกวัตถุดิบ

TIME & TEMPERATURE

กำหนดการเปลี่ยนแปลง

BEER CHARACTER

BEER STYLE

ดังนั้นเมื่อเราดื่ม Beer หนึ่งแก้ว สิ่งที่อยู่ในแก้วคือผลรวมของการตัดสินใจของ Brewer ตั้งแต่การเลือกน้ำจนถึง Packaging

สูตรจำง่าย CraftBeer101-08

หากต้องการจำโลก Beer Style แบบง่ายที่สุด ให้เริ่มจาก

BEER

แบ่งภาพใหญ่เป็น

ALE

และ

LAGER

จากนั้นจำ Character เด่นของ Style สำคัญ

PILSNER
Clean + Crisp + Hoppy Lager

PALE ALE
Balanced Malt + Hops

IPA
Hop-forward

WHEAT BEER
Wheat + Yeast Character

SAISON
Dry + Fruity + Spicy

PORTER
Chocolate + Caramel + Dark Malt

STOUT
Roast + Coffee + Dark Chocolate

SOUR BEER
Acidity + Fermentation Complexity

แล้วจำกฎสำคัญอีกสามข้อ

สีเข้ม ≠ Alcohol สูง

IBU สูง ≠ รู้สึกขมกว่าเสมอ

Craft Beer ≠ IPA

เพียงเท่านี้เราก็มีพื้นฐานสำหรับเดินเข้า Beer Bar แล้วอ่าน Menu ได้อย่างเข้าใจมากขึ้น

สรุป CraftBeer101-08

โลกของ Beer มี Style มากมาย แต่ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการท่องจำทั้งหมด ให้เริ่มจากการเข้าใจสองครอบครัวใหญ่คือ Ale และ Lager แล้วค่อยเรียนรู้ Character ของ Style สำคัญ เช่น Pilsner, Pale Ale, IPA, Wheat Beer, Saison, Porter, Stout และ Sour Beer โดยใช้ Style Guidelines เป็นภาษากลางในการอธิบาย Appearance, Aroma, Flavor, Bitterness, Mouthfeel และ Alcohol

สิ่งสำคัญที่สุดคือ Beer Style ไม่ได้เกิดจากวัตถุดิบตัวเดียว แต่เป็นผลรวมของ

Water + Malt + Hops + Yeast + Process + Time + Temperature

เมื่อเปลี่ยน Malt เราสามารถเปลี่ยน Color และ Malt Character

เมื่อเปลี่ยน Hops เราเปลี่ยน Bitterness และ Aroma

เมื่อเปลี่ยน Yeast เราเปลี่ยน Fermentation Character

เมื่อเปลี่ยน Process เราสามารถทำให้วัตถุดิบเดียวกันแสดงออกแตกต่างกัน

นี่คือเหตุผลที่โลก Craft Beer มีความหลากหลายแทบไม่สิ้นสุด

และเมื่อเราเริ่มเข้าใจ Style เราจะเปลี่ยนจากคำถามว่า

“เบียร์ตัวไหนอร่อยที่สุด?”

ไปเป็นคำถามที่น่าสนใจกว่า

“เบียร์แก้วนี้ Brewer ต้องการสร้าง Character แบบไหน และเขาใช้ Malt, Hops, Yeast และ Process ทำให้เกิด Character นั้นได้อย่างไร?”

นั่นคือจุดที่การดื่ม Beer เริ่มกลายเป็น การเรียนรู้ Craftsmanship ผ่านประสาทสัมผัส

แหล่งข้อมูลสำหรับศึกษาต่อ

Brewers Association – Beer Style Guidelines — แนวทาง Beer Style สำหรับ Brewers และการแข่งขัน

BJCP – Beer Style Guidelines — ระบบอ้างอิง Style และ Sensory ที่ใช้แพร่หลายในวงการเบียร์

Pilsner Urquell – History — ประวัติ Pilsner และการผลิตครั้งแรกใน Plzeň

#CraftBeer101 #CraftBeer #BeerStyle #BeerStyles #Ale #Lager #Pilsner #PaleAle #IPA #WheatBeer #Saison #Porter #Stout #SourBeer #BeerKnowledge

.

-------------------------

ที่มา

https://hopbeerhouse.com/

รวบรวมข้อมูลและภาพ

www.iok2u.com

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward