iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

นวัตกรรมและเทรนด์คอมบูชะ จากชาหมักพื้นบ้านสู่เครื่องดื่มแห่งอนาคต

คอมบูชะ (Kombucha) เปิดโลกการหมักจาก “ชาหวาน” สู่ชุมชนจุลินทรีย์มหัศจรรย์

นวัตกรรมและเทรนด์คอมบูชะ จากชาหมักพื้นบ้านสู่เครื่องดื่มแห่งอนาคต

คอมบูชะ เคยเป็นเพียงชาหวานที่นำมาหมักด้วยหัวเชื้อ SCOBY ภายในครัวเรือน แต่ปัจจุบันกำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเครื่องดื่มที่มีรสชาติ รูปแบบ และกระบวนการผลิตหลากหลายขึ้น ตั้งแต่คอมบูชะจากชาและวัตถุดิบท้องถิ่น คอมบูชะน้ำตาลต่ำ ผลิตภัณฑ์แบบพาสเจอไรซ์ ไปจนถึงระบบหมักที่ควบคุมด้วยเซนเซอร์

อย่างไรก็ตาม คำว่า “นวัตกรรม” ในโลกของคอมบูชะไม่ได้หมายถึงการใส่วัตถุดิบแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการพัฒนาให้เครื่องดื่มมีคุณภาพสม่ำเสมอ ปลอดภัย เก็บรักษาได้นาน และตอบโจทย์ผู้บริโภค โดยไม่กล่าวอ้างประโยชน์ต่อสุขภาพเกินกว่าหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

จากชาดำสูตรดั้งเดิมสู่วัตถุดิบที่หลากหลาย

คอมบูชะ แบบดั้งเดิมมักผลิตจากชาดำหรือชาเขียวที่เติมน้ำตาล แต่การศึกษาสมัยใหม่เริ่มทดลองใช้วัตถุดิบชนิดอื่นเป็นฐานการหมัก เช่น ชาสมุนไพร น้ำผลไม้ ธัญพืช ผลพลอยได้จากการเกษตร น้ำผึ้ง และพืชที่มีสารประกอบฟีนอลิกตามธรรมชาติ งานทบทวนทางวิชาการพบว่าวัตถุดิบทางเลือกสามารถเปลี่ยนแปลงระบบจุลินทรีย์ รสชาติ สี กลิ่น และองค์ประกอบทางเคมีของเครื่องดื่มได้ แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละสูตรต้องได้รับการประเมินด้านความปลอดภัยและคุณภาพแยกกัน ไม่ควรสรุปว่าวัตถุดิบทุกชนิดสามารถใช้แทนชาได้โดยตรง 

สำหรับประเทศไทย แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างเอกลักษณ์ เช่น ชาอัสสัมจากภาคเหนือ กระเจี๊ยบแดง ตะไคร้ ขิง มะกรูด เสาวรส สับปะรด มะม่วง หรือดอกไม้กินได้ แต่ต้องพิจารณาปริมาณน้ำตาล ความเป็นกรด น้ำมันหอมระเหย และสารที่อาจยับยั้งจุลินทรีย์ใน SCOBY ด้วย

ตัวอย่างเช่น หากต้องการพัฒนาคอมบูชะ “ขิง–มะกรูด” ผู้ผลิตอาจหมักชาสูตรพื้นฐานให้เสร็จในขั้น F1 ก่อน แล้วจึงเติมขิงและผิวมะกรูดในขั้น F2 วิธีนี้ควบคุมการหมักได้ง่ายกว่าการนำสมุนไพรทั้งหมดใส่ตั้งแต่เริ่มต้น และช่วยรักษาหัวเชื้อหลักไม่ให้ได้รับผลกระทบจากน้ำมันหอมระเหยมากเกินไป

เทรนด์ที่ 1 คอมบูชะน้ำตาลต่ำ แต่ยังต้องหมักได้จริง

ผู้บริโภคจำนวนมากต้องการเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลน้อยลง แต่สำหรับคอมบูชะ น้ำตาลไม่ได้ทำหน้าที่ให้ความหวานเพียงอย่างเดียว เพราะเป็นอาหารของยีสต์และแบคทีเรียระหว่างการหมัก หากลดน้ำตาลตั้งแต่เริ่มต้นมากเกินไป การหมักอาจช้า รสชาติไม่สมดุล หรือเกิดความไม่แน่นอนในกระบวนการ

แนวคิดที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ “ไม่ใส่น้ำตาลเลย” แต่เป็นการออกแบบกระบวนการให้จุลินทรีย์ใช้น้ำตาลอย่างเหมาะสม จากนั้นตรวจวัดน้ำตาลคงเหลือ ความเป็นกรด และรสชาติของผลิตภัณฑ์ก่อนจำหน่าย งานวิจัยมีการพัฒนาคอมบูชะแบบไม่เติมน้ำตาลเพิ่มเติมจากวัตถุดิบบางประเภทแล้ว แต่ผลจากสูตรหนึ่งไม่สามารถนำไปใช้รับรองสูตรอื่นได้ทันที เพราะวัตถุดิบและจุลินทรีย์ต่างกัน

คำว่า “น้ำตาลต่ำ” บนฉลากจึงควรอ้างอิงผลตรวจของผลิตภัณฑ์จริงและข้อกำหนดทางกฎหมาย ไม่ควรประเมินจากปริมาณน้ำตาลที่ใส่ตอนเริ่มหมักเพียงอย่างเดียว

เทรนด์ที่ 2 การสร้างรสชาติแบบ Craft Kombucha

คอมบูชายุคใหม่มีแนวโน้มคล้ายเครื่องดื่มคราฟท์ คือให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของวัตถุดิบ กลิ่นรสเฉพาะพื้นที่ และเรื่องราวของผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตสามารถออกแบบรสชาติได้หลายแนว เช่น

  • แนวสดชื่น: มะนาว ส้มยูซุ สะระแหน่ หรือแตงกวา

  • แนวสมุนไพรไทย: ขิง ตะไคร้ ใบเตย กระเจี๊ยบ หรือมะตูม

  • แนวผลไม้เขตร้อน: เสาวรส สับปะรด ลิ้นจี่ มะม่วง หรือฝรั่ง

  • แนวซับซ้อน: ชาอู่หลง ดอกไม้ เครื่องเทศ และสมุนไพรหลายชั้น

  • แนวรับประทานคู่กับอาหาร: สูตรแห้ง หวานน้อย และมีความเปรี้ยวสมดุล

หัวใจสำคัญคือการทำสูตรทดลองขนาดเล็กและบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ เช่น ใช้คอมบูชะพื้นฐาน 500 มิลลิลิตร แบ่งเป็นสามขวด แล้วทดลองเติมน้ำผลไม้ในอัตรา 5%, 10% และ 15% จากนั้นบันทึกกลิ่น รส ความซ่า แรงดัน และความชอบของผู้ทดลอง วิธีนี้ทำให้พัฒนาสูตรจากข้อมูล แทนการอาศัยความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

เทรนด์ที่ 3 การหมักแบบควบคุมและการใช้เซนเซอร์

การทำคอมบูชะในบ้านอาจประเมินความพร้อมจากจำนวนวัน กลิ่น และรสชาติ แต่เมื่อขยายเป็นธุรกิจ จำเป็นต้องควบคุมตัวแปรให้ละเอียดขึ้น ได้แก่ อุณหภูมิ เวลา ค่า pH ความเป็นกรด ปริมาณน้ำตาล แรงดัน และแอลกอฮอล์

ระบบผลิตสมัยใหม่อาจใช้เซนเซอร์อุณหภูมิ เครื่องบันทึกข้อมูล เครื่องวัด pH แบบดิจิทัล ระบบควบคุมความเย็น และซอฟต์แวร์ติดตามแต่ละล็อต การใช้เทคโนโลยีไม่ได้ทำให้การหมักสูญเสียความเป็นธรรมชาติ แต่ช่วยลดความแปรปรวนและตรวจสอบย้อนกลับได้เมื่อเกิดปัญหา

ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตอาจพบว่าคอมบูชะสูตรเดียวกันหมักครบเจ็ดวัน แต่ล็อตหนึ่งเปรี้ยวกว่าปกติ เมื่อเปิดดูบันทึกจึงพบว่าอุณหภูมิห้องเพิ่มจาก 25°C เป็น 30°C ติดต่อกันหลายวัน ข้อมูลนี้ช่วยให้ปรับเวลาและอุณหภูมิของล็อตถัดไปได้อย่างมีเหตุผล

เทรนด์ที่ 4 การควบคุมจุลินทรีย์และหัวเชื้อแบบมาตรฐาน

SCOBY จากแต่ละแหล่งอาจมีชนิดและสัดส่วนของยีสต์กับแบคทีเรียไม่เหมือนกัน ส่งผลให้ความเปรี้ยว กลิ่น ความซ่า และปริมาณแอลกอฮอล์แตกต่างกัน งานวิจัยยุคใหม่จึงให้ความสนใจกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างจุลินทรีย์และการสร้างหัวเชื้อที่ควบคุมได้มากขึ้น

ในอนาคต ผู้ผลิตอาจเลือกใช้วัฒนธรรมจุลินทรีย์ที่ออกแบบเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น ให้กรดในระดับที่ต้องการ สร้างกลิ่นผลไม้ หรือควบคุมการเกิดแอลกอฮอล์ แต่การนำจุลินทรีย์ที่คัดเลือกมาใช้ต้องอาศัยความรู้ทางจุลชีววิทยา การตรวจสอบความปลอดภัย และระบบควบคุมการผลิต ไม่เหมาะกับการทดลองแบบสุ่มในครัวเรือน

สำหรับผู้หมักทั่วไป วิธีที่ทำได้คือรักษาหัวเชื้อหลักให้สะอาด แยก SCOBY Hotel ออกจากสูตรทดลอง และบันทึกแหล่งที่มา อายุ และประสิทธิภาพของหัวเชื้อแต่ละชุด

เทรนด์ที่ 5 คอมบูชะมีชีวิตกับคอมบูชะแบบคงสภาพ

คอมบูชาที่ไม่ผ่านความร้อนอาจยังมีจุลินทรีย์และยีสต์ทำงานอยู่ การหมักจึงสามารถดำเนินต่อหลังบรรจุขวด ส่งผลให้รสชาติเปลี่ยน แรงดันเพิ่ม และปริมาณแอลกอฮอล์อาจสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เก็บในความเย็นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ผลิตเชิงพาณิชย์จึงมีทางเลือกหลายแนวทาง เช่น

  • จำหน่ายแบบสดและควบคุมห่วงโซ่ความเย็น

  • กรองเพื่อลดปริมาณยีสต์

  • ใช้กระบวนการพาสเจอไรซ์

  • ใช้เทคโนโลยีถนอมอาหารที่ไม่ใช้ความร้อน

  • เติมก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ภายหลังแทนการสร้างก๊าซในขวด

  • ออกแบบอายุสินค้าและบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับแรงดัน

แต่ละวิธีมีข้อแลกเปลี่ยน เช่น การใช้ความร้อนอาจช่วยเพิ่มเสถียรภาพของผลิตภัณฑ์ แต่ทำให้จุลินทรีย์มีชีวิตลดลง ส่วนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านความร้อนอาจรักษาลักษณะของเครื่องดื่มหมักสดไว้ได้มากกว่า แต่ต้องควบคุมอุณหภูมิ แรงดัน และอายุสินค้าอย่างเข้มงวด

เทรนด์ที่ 6 Hard Kombucha และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากคอมบูชะ

Hard Kombucha คือผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาให้มีแอลกอฮอล์สูงกว่าคอมบูชะทั่วไปอย่างตั้งใจ มักใช้ยีสต์หรือกระบวนการหมักเพิ่มเติม ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้ต้องแยกออกจากคอมบูชะทั่วไปอย่างชัดเจนทั้งด้านการผลิต การจำหน่าย ฉลาก และกลุ่มผู้บริโภค

แม้คอมบูชะจะเริ่มต้นด้วยแอลกอฮอล์ต่ำ แต่การหมักต่อในขวดสามารถทำให้ปริมาณแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นได้ หน่วยงาน TTB ของสหรัฐฯ ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่มีแอลกอฮอล์ถึง 0.5% ABV หรือมากกว่าในช่วงใดช่วงหนึ่งของการผลิตหรือหลังบรรจุ อาจอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯ

เกณฑ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างจากสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้แทนกฎหมายไทย ผู้ผลิตในประเทศไทยต้องตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมสรรพสามิต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธีที่เชื่อถือได้

เทรนด์ที่ 7 บรรจุภัณฑ์อัจฉริยะและความยั่งยืน

บรรจุภัณฑ์คอมบูชะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้างความสวยงาม แต่ต้องทนแรงดัน ป้องกันการปนเปื้อน รักษาคุณภาพ และช่วยให้ผู้บริโภคใช้งานได้อย่างปลอดภัย แนวโน้มสำคัญ ได้แก่ ขวดแก้วหมุนเวียน กระป๋องอะลูมิเนียม ฉลากบอกอุณหภูมิ รหัส QR สำหรับตรวจสอบล็อตผลิต และบรรจุภัณฑ์ที่ลดการใช้วัสดุ

นอกจากนี้ แผ่นเซลลูโลสที่จุลินทรีย์สร้างขึ้นระหว่างการหมักยังได้รับความสนใจในฐานะวัสดุชีวภาพ มีการศึกษาการนำไปใช้ในงานอาหาร บรรจุภัณฑ์ สิ่งทอ และวัสดุประเภทอื่น แต่ยังต้องพิจารณาความสะอาด คุณสมบัติเชิงกล ต้นทุน และมาตรฐานของการใช้งานแต่ละประเภท งานทบทวนเกี่ยวกับไบโอฟิล์มคอมบูชะชี้ให้เห็นโอกาสในการพัฒนาวัสดุเหล่านี้นอกเหนือจากการผลิตเครื่องดื่ม

เทรนด์ที่ 8 จากคำว่า “โปรไบโอติก” สู่การสื่อสารที่แม่นยำกว่าเดิม

คอมบูชะมักถูกเรียกว่าเครื่องดื่มโปรไบโอติก แต่การใช้คำนี้ในเชิงวิทยาศาสตร์หรือการตลาดควรมีหลักฐานว่าผลิตภัณฑ์มีจุลินทรีย์สายพันธุ์ใด อยู่ในปริมาณเท่าใด ยังคงมีชีวิตจนสิ้นสุดอายุสินค้า และมีประโยชน์ต่อสุขภาพตามที่กล่าวอ้างจริง

งานวิชาการกำลังให้ความสนใจกับสารจากกระบวนการหมักและ “โพสต์ไบโอติก” มากขึ้น แต่หลักฐานจากห้องทดลองไม่เท่ากับหลักฐานทางคลินิกในมนุษย์ คอมบูชาจึงควรถูกสื่อสารในฐานะเครื่องดื่มหมักที่มีองค์ประกอบหลากหลาย มากกว่าการโฆษณาว่าสามารถรักษา ป้องกัน หรือแก้ไขโรค

จากสูตรในครัวสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขายได้

สมมติว่าชุมชนแห่งหนึ่งต้องการพัฒนา “คอมบูชะสับปะรด–ขิง” จากวัตถุดิบในพื้นที่ กระบวนการพัฒนาไม่ควรเริ่มจากการผลิตจำนวนมากทันที แต่ควรดำเนินการเป็นลำดับดังนี้

  1. กำหนดกลุ่มเป้าหมายและรสชาติที่ต้องการ

  2. สร้างสูตรพื้นฐานที่ควบคุมได้

  3. ทดลองสัดส่วนสับปะรดและขิงหลายระดับ

  4. ตรวจวัดค่า pH น้ำตาล ความเป็นกรด และแอลกอฮอล์

  5. ทดสอบแรงดันและความทนทานของบรรจุภัณฑ์

  6. ประเมินการเปลี่ยนแปลงตลอดอายุสินค้า

  7. ตรวจวิเคราะห์โดยห้องปฏิบัติการที่เหมาะสม

  8. ตรวจสอบฉลาก การกล่าวอ้าง และกฎหมายก่อนจำหน่าย

  9. ทดลองตลาดขนาดเล็กและเก็บข้อมูลผู้บริโภค

  10. ปรับสูตรก่อนขยายกำลังการผลิต

แนวทางนี้เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นนวัตกรรมที่ตรวจสอบได้ เพราะผลิตภัณฑ์ที่ดีต้องไม่เพียงอร่อยในวันบรรจุ แต่ต้องปลอดภัย มีคุณภาพสม่ำเสมอ และยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดเมื่อถึงมือผู้บริโภค

สิ่งที่ผู้บริโภคควรพิจารณา

เมื่อเลือกซื้อคอมบูชะ ควรอ่านฉลากและพิจารณาปริมาณน้ำตาล วันผลิต วันหมดอายุ วิธีเก็บรักษา ส่วนประกอบ และคำเตือนที่เกี่ยวข้อง หากขวดบวม ฝารั่ว มีกลิ่นผิดปกติ หรือพุ่งรุนแรงเมื่อเปิด ไม่ควรดื่ม ผลิตภัณฑ์ที่ต้องแช่เย็นควรได้รับการเก็บในความเย็นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ที่ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง มีโรคประจำตัว หรือจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์ เนื่องจากคอมบูชะอาจมีกรด คาเฟอีน น้ำตาล จุลินทรีย์มีชีวิต และแอลกอฮอล์ในปริมาณที่แตกต่างกันตามสูตรและการเก็บรักษา

iok2u แนะนำ

นวัตกรรมคอมบูชะ ที่มีคุณค่าไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเครื่องจักรราคาแพง อาจเริ่มจากสมุดบันทึกหนึ่งเล่ม เครื่องชั่งที่แม่นยำ เครื่องวัด pH และวินัยในการเก็บข้อมูลทุกล็อต เมื่อรู้ว่าวัตถุดิบ เวลา และอุณหภูมิส่งผลต่อผลิตภัณฑ์อย่างไร ผู้หมักจึงสามารถพัฒนาสูตรใหม่ได้โดยไม่สูญเสียการควบคุมด้านความปลอดภัย

หากต้องเลือกระหว่าง “สูตรแปลกใหม่แต่ควบคุมไม่ได้” กับ “สูตรเรียบง่ายแต่ทำซ้ำได้” ควรเริ่มจากสูตรที่ทำซ้ำได้ก่อน แล้วจึงเพิ่มความสร้างสรรค์ทีละตัวแปร เพราะความสม่ำเสมอคือรากฐานสำคัญของผลิตภัณฑ์หมักทุกชนิด

สรุป

อนาคตของคอมบูชะ กำลังขยายจากชาหมักแบบดั้งเดิมไปสู่เครื่องดื่มน้ำตาลต่ำ วัตถุดิบท้องถิ่น สูตรคราฟท์ การหมักด้วยระบบควบคุม บรรจุภัณฑ์ที่ปลอดภัย และการใช้ประโยชน์จากวัสดุชีวภาพที่เกิดจาก SCOBY แต่ทุกนวัตกรรมต้องเดินคู่กับการวัดผล ความปลอดภัย การควบคุมแอลกอฮอล์ และการสื่อสารอย่างรับผิดชอบ

คอมบูชะที่ดีจึงไม่ได้วัดจากความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว แต่วัดจากความสามารถในการสร้างรสชาติที่ดี ทำซ้ำได้ ปลอดภัย และส่งมอบคุณภาพเดียวกันให้ผู้บริโภคทุกขวด

#คอมบูชะ #Kombucha101 #Kombucha #ชาหมัก #เครื่องดื่มหมัก #นวัตกรรมอาหาร #เทคโนโลยีการหมัก #CraftKombucha #SCOBY #คอมบูชะน้ำตาลต่ำ #HardKombucha #อาหารแห่งอนาคต #ความปลอดภัยอาหาร #ธุรกิจเครื่องดื่ม #iok2u

.

-------------------------

ที่มา

https://hopbeerhouse.com/

รวบรวมข้อมูลและภาพ

www.iok2u.com

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward