iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

วางงบประมาณชีวิตหลังเกษียณ เดือนหนึ่งควรใช้เท่าไร จึงมีความสุขและเงินไม่หมดก่อน?

 

เริ่มต้นบริหารเงินในวัยเกษียณ (Retirement Finance) 

วางงบประมาณชีวิตหลังเกษียณ เดือนหนึ่งควรใช้เท่าไร จึงมีความสุขและเงินไม่หมดก่อน?

พี่เรนกับน้องเชนได้สำรวจ “งบดุลชีวิต” กันแล้วว่าเรามีทรัพย์สินอะไร มีหนี้เท่าไร มีรายได้จากไหน และมีเงินสะสมอยู่ตรงไหน ขั้นต่อไปคือคำถามที่ดูเหมือนง่าย แต่กลับเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่สุดของชีวิตหลังเกษียณ“เกษียณแล้ว เราควรใช้เงินเดือนละเท่าไร?”น้องเชนอาจคิดว่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ “ใช้ให้น้อยที่สุด จะได้มีเงินเหลือเยอะ ๆ” แต่พี่เรนกลับมองต่างออกไป เพราะหากทำงานและเก็บเงินมาตลอดหลายสิบปี แล้วถึงวัยเกษียณกลับไม่กล้าใช้เงินกับสิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความสุข การวางแผนการเงินก็คงยังไม่สมบูรณ์เป้าหมายจึงไม่ใช่ “ประหยัดที่สุด” และไม่ใช่ “ใช้ให้เต็มที่” แต่คือ“ใช้เงินอย่างมีความสุข โดยรู้ว่าเงินที่เหลือยังสามารถดูแลเราไปได้ตลอดชีวิต”นี่คือหัวใจของ RetirementFinance101-03

งบประมาณหลังเกษียณต่างจากตอนทำงานอย่างไร?

ช่วงวัยทำงาน หากเดือนหนึ่งใช้เงินเกินงบ เรายังมีเงินเดือนเดือนใหม่เข้ามาแก้สถานการณ์ได้ แต่หลังเกษียณ รายได้จากการทำงานอาจลดลงหรือหายไป เงินที่นำมาใช้จึงมาจากบำนาญ เงินออม ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า รายได้เสริม และการถอนเงินจากทรัพย์สินที่สะสมไว้สิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ชีวิตหลังเกษียณอาจยาวกว่าที่เราคิด หากเกษียณอายุ 60 ปีและมีชีวิตถึง 90 ปี นั่นหมายถึงต้องบริหารเงินต่ออีกประมาณ 360 เดือนดังนั้นการใช้เกินงบเดือนละ 5,000 บาทไม่ได้หมายถึงเพียง 5,000 บาท แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหนึ่งปีคือ 60,000 บาท และหากเกิดขึ้นหลายสิบปี ผลกระทบต่อเงินเกษียณจะสูงมากแต่ในอีกด้านหนึ่ง การลดค่าใช้จ่ายจนไม่มีความสุขก็ไม่ใช่เป้าหมายเช่นกันการทำ Budget หลังเกษียณจึงเป็นการหาจุดสมดุลระหว่าง วันนี้กับวันข้างหน้า

1. อย่าถามว่า “เดือนหนึ่งใช้เท่าไร” ให้ถามว่า “หนึ่งปีใช้เท่าไร”

ข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย คือ เราประเมินค่าใช้จ่ายจากเดือนปกติ

สมมติ พี่เรนบอกน้องเชนว่า“ปกติพี่ใช้ประมาณเดือนละ 30,000 บาท” น้องเชนอาจคำนวณทันทีว่า 30,000 × 12 = 360,000 บาทต่อปี แต่ชีวิตจริงยังมีค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นทุกเดือน เช่น ประกันรถยนต์ ภาษีรถ ซ่อมรถ ซ่อมบ้าน เปลี่ยนโทรศัพท์ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานสังคม ของขวัญ ท่องเที่ยว และค่ารักษาพยาบาล สมมติมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมดังนี้ ค่าท่องเที่ยว 100,000 บาทต่อปี ประกันและดูแลรถ 30,000 บาท ซ่อมบ้านและเครื่องใช้ 30,000 บาท งานสังคมและของขวัญ 20,000 บาท ค่าใช้จ่ายอื่นๆ 20,000 บาทรวมอีก 200,000 บาทต่อปี

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายจริงอาจเป็น 360,000 + 200,000 = 560,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยประมาณ 46,700 บาทต่อเดือน นี่คือเหตุผลที่คนจำนวนมากรู้สึกว่า “ใช้เดือนละไม่เยอะ แต่ทำไมเงินในบัญชีลดเร็ว?” เพราะค่าใช้จ่ายจริงควรวัดเป็น Annual Spending ไม่ใช่ดูเฉพาะค่าใช้จ่ายในเดือนปกติ

2. แบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 4 กระเป๋า จะเห็นชีวิตชัดขึ้น

พี่เรนจึงแนะนำให้น้องเชนเลิกมองค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมกัน แล้วแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

กระเป๋าที่ 1: ค่าใช้จ่ายจำเป็น Need

ได้แก่ อาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต ที่อยู่อาศัย การเดินทาง ยาประจำ และค่าใช้จ่ายพื้นฐานเงินส่วนนี้คือ Cost of Livingต้องรู้ให้ชัดที่สุด เพราะเป็นเงินที่ลดได้ยากและต้องจ่ายอย่างต่อเนื่อง

กระเป๋าที่ 2: ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข Want

เช่น ท่องเที่ยว ร้านอาหาร งานอดิเรก กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ใหม่ กิจกรรมกับเพื่อน หรือการซื้อของที่อยากได้เงินส่วนนี้ไม่ใช่ “ค่าใช้จ่ายที่ไม่ดี”ตรงกันข้าม นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่เราวางแผนเกษียณมาตลอดชีวิตสิ่งที่ต้องทำไม่ใช่ตัดออกทั้งหมด แต่คือ กำหนดงบให้มัน

กระเป๋าที่ 3: ค่าใช้จ่ายไม่ประจำ Irregular Expenses

เช่น ประกันรถ ซ่อมบ้าน เปลี่ยนยางรถ เครื่องใช้ไฟฟ้า งานแต่ง งานบวช ของขวัญ และค่าใช้จ่ายที่เกิดปีละครั้งหรือหลายปีครั้งวิธีง่ายที่สุดคือประมาณค่าใช้จ่ายทั้งปีแล้วหาร 12ถ้าคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายกลุ่มนี้ปีละ 60,000 บาท ก็ควรกันเงินเดือนละ60,000 ÷ 12 = 5,000 บาทแม้เดือนนี้ยังไม่ต้องใช้ เงินก้อนนี้ก็มีเจ้าของแล้ว

กระเป๋าที่ 4: เงินสำรองเหตุการณ์ใหญ่ Reserve

เช่น ค่ารักษาพยาบาลก้อนใหญ่ ซ่อมบ้านครั้งใหญ่ เปลี่ยนรถ หรือเหตุการณ์ฉุกเฉินเงินกลุ่มนี้ไม่ควรถูกนับรวมกับเงินเที่ยวหรือค่าใช้จ่ายประจำ เพราะมีหน้าที่เป็น กันชนทางการเงิน

3. งบประมาณที่ดีต้องมี “งบความสุข”

ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับ RetirementFinance101คนวัยทำงานมักได้รับคำแนะนำว่า ประหยัด ออมเยอะ ๆ และลดรายจ่าย แต่สำหรับคนที่วางแผนเกษียณมาดีแล้ว คำแนะนำเพียงเท่านี้อาจไม่เหมาะสม เพราะทรัพย์สินที่สะสมมาตลอดชีวิตไม่ได้มีไว้เพียงให้ตัวเลขในบัญชีสูงขึ้น แต่มีไว้เปลี่ยนเป็น คุณภาพชีวิตการเดินทางไปสถานที่ที่อยากเห็น การกินอาหารกับครอบครัว การเรียนสิ่งใหม่ งานอดิเรก หรือการใช้เวลากับคนที่เรารัก ล้วนมีคุณค่าดังนั้นควรมีงบที่เรียกว่า Happy Money หรือเงินเพื่อความสุข สมมติเราตั้งงบท่องเที่ยวและความสุขปีละ 120,000 บาท เท่ากับเดือนละ 10,000 บาทเมื่อกำหนดไว้ในแผนแล้ว เวลานำเงินนี้ไปใช้ เราไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่า “กำลังทำผิดแผนการเงิน”เพราะจริง ๆ แล้วเรากำลังใช้เงินตามแผน

4. ลองสร้างงบประมาณชีวิตหลังเกษียณ

สมมติคนหนึ่งวางงบไว้ดังนี้

 

 

หมวดต่อเดือนต่อปี
อาหารและของใช้ 10,000 120,000
บ้าน น้ำ ไฟ โทรศัพท์ 5,000 60,000
เดินทาง/รถ 5,000 60,000
สุขภาพและประกัน 3,000 36,000
งานสังคม/ครอบครัว 2,000 24,000
ท่องเที่ยว/ความสุข 10,000 120,000
ค่าใช้จ่ายไม่ประจำ 5,000 60,000
รวม 40,000 480,000

 

จากเดิมที่อาจคิดว่า “ใช้ประมาณเดือนละ 30,000 บาท” เมื่อรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดจริง ๆ แล้ว งบชีวิตอาจใกล้ 40,000 บาทต่อเดือน หรือ 480,000 บาทต่อปีตัวเลขนี้มีประโยชน์มาก เพราะสามารถนำไปเปรียบเทียบกับรายได้หลังเกษียณได้ทันที

5. Budget ไม่ใช่การควบคุมชีวิต แต่เป็นการให้สิทธิ์ตัวเองใช้เงิน

หลายคนไม่ชอบคำว่า “ทำงบประมาณ” เพราะรู้สึกเหมือนต้องควบคุมตัวเองตลอดเวลาแต่ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่Budget คือการบอกเงินว่า“เงินก้อนนี้เราอนุญาตให้ใช้กับอะไร”เช่น เดือนนี้มีงบอาหาร 10,000 บาท งบเที่ยว 10,000 บาท และงบงานอดิเรก 3,000 บาท หากใช้ภายในวงเงินก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดปัญหาไม่ได้อยู่ที่การซื้อกาแฟหรือเดินทางท่องเที่ยวปัญหาเกิดเมื่อเรา ไม่รู้ว่าใช้ไปเท่าไร และไม่รู้ว่าเงินนั้นควรมาจากไหนการมี Budget จึงสร้างทั้งวินัยและอิสระพร้อมกัน

6. ใช้หลัก “รายได้ประจำเลี้ยงชีวิต เงินก้อนเลี้ยงอนาคต”

แนวคิดหนึ่งที่เหมาะกับผู้มีรายได้ประจำหลังเกษียณคือ พยายามให้รายได้ที่มีความสม่ำเสมอครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้มากที่สุดตัวอย่างเช่น มีบำนาญเดือนละ 44,000 บาท และตั้งงบชีวิตเฉลี่ยเดือนละ 40,000 บาทจะเหลือ44,000 – 40,000 = 4,000 บาทต่อเดือนหรือประมาณ48,000 บาทต่อปีในสถานการณ์นี้ เงินสะสมยังไม่จำเป็นต้องถูกถอนมาใช้สำหรับชีวิตประจำวันเงินก้อนจึงสามารถทำหน้าที่เป็นเงินฉุกเฉิน + เงินสำหรับเป้าหมายใหญ่ + เงินลงทุน + เงินสำหรับอนาคตโครงสร้างแบบนี้ช่วยลดความกังวลเรื่องตลาด เพราะไม่จำเป็นต้องขายหุ้นหรือทองเพียงเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าอาหารในเดือนหน้า

7. แต่ถ้ารายจ่ายสูงกว่ารายได้ก็ไม่ได้แปลว่า “แผนล้มเหลว”

สมมติมีรายได้ประจำเดือนละ 35,000 บาท แต่ต้องการใช้เดือนละ 40,000 บาทจะขาด5,000 บาทต่อเดือนหรือ60,000 บาทต่อปีคำถามต่อไปคือ เงินลงทุนสามารถรองรับการถอนปีละ 60,000 บาทได้หรือไม่ถ้ามีเงินลงทุน 3 ล้านบาทการถอน 60,000 บาทต่อปีคิดเป็นเพียง2% ของพอร์ตต่อปีภาพนี้แตกต่างจากคนที่มีเงินลงทุน 1 ล้านบาทและต้องถอน 200,000 บาทต่อปีอย่างมากดังนั้นการขาด Cash Flow ไม่ใช่เรื่องผิดสิ่งที่ต้องรู้คือ“เรากำลังถอนเงินในอัตราที่เหมาะสมกับทรัพย์สินและระยะเวลาชีวิตหรือไม่?”เรื่องนี้เราจะลงรายละเอียดในตอนเกี่ยวกับ Withdrawal Strategy ต่อไป

8. ระวัง Lifestyle Inflation หลังเกษียณ

คนจำนวนหนึ่งคิดว่าหลังเกษียณค่าใช้จ่ายจะลดลงทันที เพราะไม่ต้องเดินทางไปทำงาน ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าทำงาน และไม่มีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับงานบางส่วนอาจลดจริงแต่ค่าใช้จ่ายบางประเภทอาจเพิ่มขึ้นแทนเมื่อมีเวลามากขึ้น เราอาจเดินทางมากขึ้น กินข้าวนอกบ้านบ่อยขึ้น ทำกิจกรรมมากขึ้น ซื้ออุปกรณ์สำหรับงานอดิเรก หรือปรับปรุงบ้านดังนั้นช่วง 1–3 ปีแรกของการเกษียณอาจเป็นช่วงที่ใช้เงินมากกว่าที่คิดนี่ไม่ใช่เรื่องผิดเพียงแต่ต้อง วางแผนไว้ล่วงหน้า

9. เงินเฟ้อทำให้งบประมาณต้อง “มีชีวิต”

ถ้าวันนี้ใช้เดือนละ 40,000 บาท และสมมติเงินเฟ้อเฉลี่ย 2.5% ต่อปีอีก 10 ปี ค่าใช้จ่ายเพื่อรักษามาตรฐานชีวิตใกล้เคียงเดิม อาจเพิ่มเป็นประมาณ 51,200 บาทต่อเดือน อีก 20 ปีประมาณ 65,500 บาท และอีก 30 ปีประมาณ 83,900 บาท

ดังนั้น Budget หลังเกษียณไม่ควรเป็นเอกสารที่ทำครั้งเดียวตอนอายุ 60 แล้วใช้ไปจนถึงอายุ 90ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง รายได้เปลี่ยนหรือไม่? ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเท่าไร? พอร์ตลงทุนเป็นอย่างไร? สุขภาพเปลี่ยนหรือไม่? มีเป้าหมายใหม่หรือไม่?นี่คือการทำ Retirement Financial Review

10. บทเรียนของพี่เรน และสิ่งที่น้องเชนควรเรียนรู้ตั้งแต่วันนี้

สำหรับพี่เรน การทำ Budget หลังเกษียณไม่ใช่การถามว่า“เดือนนี้ต้องประหยัดอะไรอีก?”แต่ควรถามว่า“เงินที่มีอยู่ สามารถเปลี่ยนเป็นชีวิตแบบที่ต้องการได้อย่างไร โดยไม่ทำลายความมั่นคงในอนาคต?”ส่วนน้องเชนควรเรียนรู้ตั้งแต่เริ่มมีรายได้ว่า ทุกบาทควรมีหน้าที่เงินบางส่วนสำหรับชีวิตวันนี้ เงินบางส่วนสำหรับความสุข เงินบางส่วนสำหรับเหตุฉุกเฉิน และเงินบางส่วนสำหรับตัวเราในอนาคตยิ่งเริ่มแบ่งเงินตามหน้าที่เร็วเท่าไร การบริหารเงินในวัยเกษียณก็ยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น

สรุป: งบประมาณวัยเกษียณที่ดีที่สุด ไม่ใช่งบที่ “ใช้เงินน้อยที่สุด”

แต่คือ Budget ที่ตอบได้สามคำถาม คือ ใช้แล้วมีความสุขหรือไม่? เงินที่ใช้มาจากไหน? และถ้าใช้แบบนี้ต่อไป เงินจะยังพอหรือไม่? ถ้าตอบทั้งสามคำถามได้ เราก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเวลานำเงินไปเที่ยว กินอาหารดี ๆ ซื้อของที่ชอบ หรือทำกิจกรรมที่มีความหมาย เพราะสิ่งเหล่านั้นถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วพี่เรนจึงบอกน้องเชนว่า“ตอนทำงาน เราเก็บเงินเพื่ออนาคต แต่เมื่อถึงวัยเกษียณ เราต้องเรียนรู้อีกเรื่องหนึ่ง คือใช้เงินที่เก็บมาให้เกิดความสุข โดยไม่ทำให้อนาคตลำบาก”น้องเชนจึงถามต่อว่า“ถ้าเรารู้แล้วว่ามีเงินเท่าไร และรู้แล้วว่าจะใช้เท่าไร เรื่องต่อไปก็คือต้องดูว่าแต่ละเดือนเงินไหลเข้าไหลออกอย่างไรใช่ไหมครับ?”ถูกต้อง เพราะต่อให้มีทรัพย์สินหลายล้านบาท หากบริหารกระแสเงินสดไม่ดี ก็สามารถเกิดปัญหาเงินขาดมือได้

#RetirementFinance101 #บริหารเงินวัยเกษียณ #วางแผนเกษียณ #การเงินวัยเกษียณ #เงินเกษียณ #วางแผนการเงิน #ตรวจสุขภาพการเงิน #ทรัพย์สิน #หนี้สิน #ความมั่งคั่งสุทธิ #NetWorth #กระแสเงินสด #เงินสำรองฉุกเฉิน #อิสรภาพทางการเงิน #เกษียณอย่างมีความสุข

 

บริหารเงินในวัยเกษียณ เพื่อชีวิตที่มั่นคง มีอิสระ และมีความสุข

.

-------------------------

ที่มาข้อมูล

-

ภาพและรวบรวมข้อมูล

www.iok2u.com

-------------------------

สนใจเรื่องราวเพิ่มเติมคลิกที่นี่

บริหารเงินในวัยเกษียณ (Retirement Finance)

-------------------------

 

 

 

 

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward