iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

Gartner101-01: Gartner คืออะไร? ทำไมคนทำงานด้านเทคโนโลยีควรรู้จัก

 

Gartner คืออะไร? ทำไมคนทำงานด้านเทคโนโลยีควรรู้จัก 

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรามักได้ยินคำใหม่แทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น Artificial Intelligence (AI), Generative AI, AI Agents, Cloud Computing, Cybersecurity, Data Analytics, Internet of Things (IoT), Automation หรือเทคโนโลยีเกิดใหม่อีกมากมาย

ปัญหาของผู้บริหารและคนทำงานด้านเทคโนโลยีจึงไม่ใช่เพียงว่า “มีเทคโนโลยีอะไรใหม่” แต่เป็นคำถามที่ยากกว่านั้นว่า เทคโนโลยีใดสำคัญ เทคโนโลยีใดเป็นเพียงกระแส เทคโนโลยีใดควรเริ่มศึกษา และเทคโนโลยีใดถึงเวลาที่องค์กรควรลงทุนจริง

หนึ่งในชื่อที่เรามักพบเมื่อค้นหาคำตอบเหล่านี้คือ Gartner

Gartner คืออะไร?

Gartner, Inc. เป็นบริษัทด้านการวิจัยและให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับธุรกิจและเทคโนโลยี โดย Gartner อธิบายบทบาทของตนเองว่าเป็นผู้ให้ “actionable, objective business and technology insights” หรือข้อมูลเชิงลึกด้านธุรกิจและเทคโนโลยีที่สามารถนำไปปฏิบัติและใช้ประกอบการตัดสินใจได้ Gartner ทำงานกับองค์กรในหลายประเทศ และมีประสบการณ์ด้าน Business and Technology Insights มานานกว่า 45 ปี

สิ่งที่ทำให้ Gartner เป็นที่รู้จักในวงการเทคโนโลยีไม่ใช่เพียงการเผยแพร่ข่าวหรือบทความเกี่ยวกับเทคโนโลยี แต่เป็นการนำข้อมูลจากหลายแหล่งมาวิเคราะห์ผ่านระเบียบวิธีวิจัยของตนเอง โดย Gartner ระบุว่างานวิจัยของบริษัทผสมผสานทั้งการวิเคราะห์เชิงปริมาณ Data Science ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนข้อมูลจากผู้ปฏิบัติงานและตลาด เพื่อสร้างข้อมูลสำหรับช่วยการตัดสินใจทั้งระดับยุทธศาสตร์และระดับปฏิบัติการ

ดังนั้น หากจะอธิบาย Gartner แบบง่ายที่สุด เราอาจมอง Gartner ว่าเป็น “ผู้ช่วยมองภาพใหญ่ของโลกธุรกิจและเทคโนโลยี” ที่ช่วยให้ผู้บริหารและองค์กรเห็นว่าเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนไปทางไหน ตลาดมีผู้เล่นใด เทคโนโลยีใดกำลังเกิด เทคโนโลยีใดเริ่มเติบโต และการตัดสินใจด้านเทคโนโลยีควรพิจารณาปัจจัยอะไรบ้าง

Gartner ไม่ได้ศึกษาเฉพาะเรื่อง IT

หลายคนรู้จัก Gartner จากรายงานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ Software, Cloud หรือ AI จึงอาจเข้าใจว่า Gartner เป็นบริษัทวิจัยเฉพาะด้าน IT แต่ในความเป็นจริงขอบเขตของ Gartner กว้างกว่านั้นมาก Gartner ระบุว่างานของบริษัทครอบคลุมหลายหน้าที่ขององค์กร เช่น Information Technology, Marketing, Supply Chain, Human Resources, Finance, Sales รวมถึง Legal and Compliance

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Gartner มีบทบาทกับผู้บริหารระดับสูงมากขึ้น เพราะในองค์กรยุคดิจิทัล “เทคโนโลยี” ไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่าย IT เพียงฝ่ายเดียวอีกต่อไป ระบบ ERP เกี่ยวข้องกับการเงินและกระบวนการธุรกิจ ระบบ CRM เกี่ยวข้องกับฝ่ายขายและการตลาด AI เกี่ยวข้องกับแทบทุกหน่วยงาน Cybersecurity กลายเป็นความเสี่ยงระดับองค์กร ขณะที่ Data กลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการบริหารและตัดสินใจ

การศึกษาข้อมูล Gartner จึงไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ว่า “เทคโนโลยีใหม่มีอะไรบ้าง” แต่สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งของการมอง Business Strategy และ Technology Strategy ไปพร้อมกัน

ทำไม Gartner จึงมีอิทธิพลต่อวงการเทคโนโลยี?

เหตุผลสำคัญประการหนึ่งคือ Gartner ไม่ได้ทำหน้าที่ขายหรือดำเนินโครงการเทคโนโลยีโดยตรง Gartner ระบุในนโยบายด้าน Independence and Objectivity ว่าบริษัทไม่ได้ขายเทคโนโลยีและไม่ได้เป็นผู้ Implement โครงการเทคโนโลยี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่บริษัทใช้รักษาความเป็นอิสระของงานวิเคราะห์

ในทางปฏิบัติ Gartner รวบรวมข้อมูลจากหลายส่วนของระบบนิเวศธุรกิจและเทคโนโลยี ทั้งองค์กรผู้ใช้เทคโนโลยี ผู้ให้บริการ ผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลตลาด แล้วนำมาวิเคราะห์ผ่าน Research Methodologies ของ Gartner

ผลลัพธ์ที่เราเห็นจึงมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่บทวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยี การวิเคราะห์ตลาด การเปรียบเทียบ Technology Providers ไปจนถึงข้อมูลประมาณการขนาดและการเติบโตของตลาด เครื่องมือเหล่านี้ช่วยเปลี่ยนคำถามกว้าง ๆ อย่าง “AI กำลังมาแรง เราควรลงทุนไหม?” ให้กลายเป็นคำถามที่มีโครงสร้างมากขึ้น เช่น

AI ประเภทใดเกี่ยวข้องกับองค์กรของเรา? เทคโนโลยีนั้นมีระดับความพร้อมเพียงใด? ตลาดกำลังเติบโตอย่างไร? มีผู้ให้บริการรายใด? Use Case ของเราคืออะไร? ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน? และควรทดลองก่อนลงทุนเต็มรูปแบบหรือไม่?

ความแตกต่างตรงนี้สำคัญมาก เพราะการบริหารเทคโนโลยีที่ดีไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า “อะไรดัง?” แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า “อะไรเหมาะกับเรา?”

เครื่องมือ Gartner ที่เรามักได้ยินชื่อ

Gartner มี Research Methodologies หลายประเภท และแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบคำถามที่แตกต่างกัน เครื่องมือที่คนทำงานด้านเทคโนโลยีควรรู้จักเป็นพื้นฐาน ได้แก่ Gartner Hype Cycle, Gartner Magic Quadrant, Gartner Critical Capabilities, Gartner Market Guide, Gartner Market Forecast และ Gartner Market Share

ตัวอย่างเช่น Gartner Hype Cycle ใช้ช่วยมองวิวัฒนาการและความคาดหวังที่มีต่อเทคโนโลยีเกิดใหม่ ส่วน Magic Quadrant ใช้ช่วยมองตำแหน่งของ Technology Providers ภายในตลาดตามกรอบการประเมินของ Gartner ขณะที่ Critical Capabilities เจาะลึกลงไปถึง Product และ Service Offerings โดยพิจารณาความสามารถสำคัญกับ Use Case ที่แตกต่างกัน

ในกรณีของตลาดเกิดใหม่ ตลาดขนาดเล็ก หรือตลาดที่การเปรียบเทียบผู้ให้บริการโดยตรงอาจยังไม่เหมาะสม Gartner มี Market Guide เพื่อช่วยทำความเข้าใจโครงสร้างและทิศทางของตลาด

ส่วน Market Forecast มุ่งตอบคำถามว่า “ตลาดกำลังไปทางไหน” โดย Gartner ใช้แบบจำลองตลาดและข้อมูลหลายประเภทเพื่อประมาณแนวโน้มการใช้จ่ายและการเติบโตของตลาด ขณะที่ Market Share ใช้วิเคราะห์ว่ารายได้ในตลาดเทคโนโลยีถูกกระจายไปยังผู้ให้บริการรายต่าง ๆ อย่างไร และช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของส่วนแบ่งตลาด

เราจึงอาจจำหน้าที่ของเครื่องมือเหล่านี้แบบง่าย ๆ ได้ว่า

Hype Cycle = เทคโนโลยีอยู่ช่วงไหน?
Magic Quadrant = ผู้ให้บริการในตลาดมีตำแหน่งอย่างไร?
Critical Capabilities = Product หรือ Service เหมาะกับ Use Case ไหน?
Market Guide = ตลาดนี้มีลักษณะและทิศทางอย่างไร?
Market Forecast = ตลาดกำลังจะเติบโตหรือเปลี่ยนไปอย่างไร?
Market Share = ใครมีส่วนแบ่งตลาดเท่าไรและตลาดกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

เมื่อใช้ร่วมกัน เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เรามองเทคโนโลยีได้หลายมิติ แทนที่จะตัดสินใจจากข่าว กระแส หรือชื่อเสียงของ Vendor เพียงอย่างเดียว

ตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าองค์กรกำลังสนใจ AI

สมมติองค์กรแห่งหนึ่งเริ่มสนใจ AI Agents เพราะเห็นข่าวว่าหลายบริษัทกำลังพัฒนาเทคโนโลยีนี้ หากตัดสินใจจากกระแสเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารอาจรีบจัดซื้อระบบโดยยังไม่ทราบว่าเทคโนโลยีพร้อมแค่ไหน Use Case ขององค์กรคืออะไร หรือผลตอบแทนจากการลงทุนจะเกิดขึ้นอย่างไร

แนวคิดแบบ Gartner จะช่วยให้กระบวนการคิดเป็นระบบขึ้น เราอาจเริ่มจากการดูแนวโน้มเทคโนโลยี ศึกษาระดับ Maturity และ Adoption จากนั้นวิเคราะห์ตลาดและผู้ให้บริการ เปรียบเทียบความสามารถของ Solution กับ Use Case ขององค์กร ก่อนทำ Proof of Concept (PoC) หรือ Pilot Project และจึงประเมินว่าจะลงทุนในระดับใด

ดังนั้นเส้นทางที่เหมาะสมจึงไม่ควรเป็น เห็นเทคโนโลยีใหม่ → ซื้อ

แต่ควรเป็น เห็นแนวโน้ม → ศึกษา → วิเคราะห์ → เลือก Use Case → ทดลอง → ประเมิน → ตัดสินใจลงทุน

นี่คือความแตกต่างระหว่าง Technology Adoption ตามกระแส กับ Technology Investment ที่มี Strategy

ใครบ้างควรรู้จัก Gartner?

กลุ่มแรกคือ CIO, CTO, CDO และผู้บริหารด้านเทคโนโลยี เพราะต้องตัดสินใจว่าองค์กรควรลงทุนด้านใดและเมื่อใด กลุ่มที่สองคือ IT Manager, Enterprise Architect, Data/AI Leader และ Cybersecurity Leader ซึ่งต้องประเมิน Architecture, Platform และ Technology Roadmap กลุ่มที่สามคือฝ่ายจัดซื้อ นักวิเคราะห์ธุรกิจ ที่ปรึกษา และผู้ที่มีส่วนร่วมในการคัดเลือก Technology Provider

แต่ Gartner ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะคนสาย IT ผู้บริหารธุรกิจสามารถใช้ข้อมูลเกี่ยวกับตลาด เทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเพื่อประกอบการวางกลยุทธ์ได้เช่นกัน เพราะเทคโนโลยีจำนวนมากในปัจจุบันส่งผลโดยตรงต่อ Business Model, Cost, Productivity, Customer Experience และ Competitive Advantage

Gartner ควรเป็น “เข็มทิศ” ไม่ใช่ “คนขับรถ”

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเรียนรู้ Gartner คือ อย่าใช้ Gartner เป็นคำตอบสุดท้าย

การที่เทคโนโลยีหนึ่งได้รับความสนใจสูง ไม่ได้หมายความว่าทุกองค์กรต้องลงทุน การที่ Vendor หนึ่งได้รับการประเมินโดดเด่นในตลาด ก็ไม่ได้หมายความว่า Vendor นั้นเหมาะกับทุกองค์กร และการที่ตลาดหนึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตสูง ก็ไม่ได้หมายความว่าการลงทุนของเราจะประสบความสำเร็จโดยอัตโนมัติ

องค์กรยังต้องพิจารณา Business Requirements, Budget, Total Cost of Ownership, Architecture, Integration, Cybersecurity, Data Governance, บุคลากร, Regulatory Requirements, Vendor Support และความเสี่ยง ของตนเอง

ดังนั้นวิธีมอง Gartner ที่เหมาะสม คือ Gartner = Decision Support ไม่ใช่ Decision Maker

Gartner ช่วยให้เรามีข้อมูลและกรอบวิเคราะห์ที่ดีขึ้น แต่คนที่ต้องตัดสินใจสุดท้ายยังคงเป็นองค์กร เพราะไม่มีรายงานใดรู้บริบทภายในขององค์กรได้ดีเท่ากับองค์กรเอง

Gartner กับโลกยุค AI

บทบาทของ Gartner ยิ่งน่าสนใจขึ้นในยุค AI เพราะวงจรการเกิดเทคโนโลยีใหม่รวดเร็วขึ้นมาก ทุกวันนี้เราไม่ได้เผชิญเพียง AI แต่ยังมี Generative AI, AI Agents, AI Engineering, AI Governance, AI Security และแนวคิดใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความท้าทายจึงไม่ใช่การ “ตามข่าวให้ทันทุกเรื่อง” เพราะแทบเป็นไปไม่ได้ แต่คือการสร้าง Framework สำหรับคัดกรองว่าเรื่องใดสำคัญต่อเรา

นี่คือหนึ่งในประโยชน์สำคัญของการเรียนรู้ Gartner ไม่ใช่เพื่อท่องจำชื่อเทคโนโลยี แต่เพื่อฝึกวิธีมองเทคโนโลยีอย่างมีระบบ

สรุป 

Gartner เป็นองค์กรด้าน Business and Technology Insights ที่พัฒนางานวิจัย เครื่องมือ และกรอบวิเคราะห์เพื่อช่วยผู้บริหารและองค์กรประกอบการตัดสินใจ Gartner มี Research Methodologies หลายประเภทที่ตอบคำถามแตกต่างกัน ตั้งแต่การติดตามเทคโนโลยีเกิดใหม่ วิเคราะห์ตลาด เปรียบเทียบผู้ให้บริการ ไปจนถึงประเมินทิศทางการเติบโตของตลาด สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การถามว่า “Gartner บอกให้เราใช้เทคโนโลยีอะไร?” แต่ควรถามว่า “ข้อมูลจาก Gartner ช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้ดีขึ้นอย่างไร?” เมื่อเข้าใจหลักคิดนี้แล้ว เราจะเริ่มเห็นว่า Hype Cycle, Magic Quadrant, Critical Capabilities, Market Guide หรือ Market Forecast ไม่ใช่เพียงกราฟหรือรายงานสวย ๆ แต่เป็นเครื่องมือคนละชนิดที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยตอบคำถามคนละแบบ

#Gartner #Gartner101 #Technology #InformationTechnology #ITStrategy #TechnologyTrends #DigitalTransformation #ArtificialIntelligence #AI #BusinessTechnology

.

------------------------

ที่มาข้อมูล

www.gartner.com

รวบรวมข้อมูลและรูปภาพ

www.iok2u.com

------------------------

รวมเรื่องราวน่ารู้จาก Gartner

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward