iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

ปัญหาขั้นตอนที่ซับซ้อน ล่าช้า และเต็มไปด้วยเอกสาร "Red Tape"

เจาะลึก "Red Tape" ภาระแฝงแสนล้านในระบบราชการไทย เมื่อขั้นตอนสำคัญกว่าผลลัพธ์

ในบรรดาปัญหาโครงสร้างของระบบราชการไทย ปัญหาที่ประชาชนและภาคธุรกิจสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดและบ่นถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเรื่อง "ขั้นตอนที่ซับซ้อน ล่าช้า และเต็มไปด้วยเอกสาร" หรือที่สากลเรียกว่า "Red Tape" (เทปแดง)

คำว่า Red Tape มีที่มาจากในอดีตที่เจ้าหน้าที่รัฐมักใช้เชือกหรือริบบิ้นสีแดงผูกมัดเอกสารราชการที่มีความสำคัญ ทำให้การจะเข้าถึงหรือดำเนินการเรื่องนั้นๆ ต้องผ่านการ "แก้ปมเชือกสีแดง" มากมาย จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความล่าช้า ระเบียบหยุมหยิม และการยึดติดกับพิธีการจนเกินความจำเป็น

บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ถึงแก่นของปัญหา มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ และทางออกที่เป็นไปได้ในการ "ตัดปม" นี้ออกจากระบบราชการไทย

การวิเคราะห์ปัญหา: ทำไมราชการไทยจึงเต็มไปด้วย Red Tape?

ปัญหาขั้นตอนที่ซับซ้อนในระบบราชการไทย ไม่ได้เกิดจากความเกียจคร้านของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลผลิตของโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์กรที่ฝังรากลึก

วัฒนธรรมการทำงานที่เน้น "การป้องกันความผิดพลาด" (Risk Aversion): ระบบราชการไทยถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมและป้องกันการทุจริต (ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี) แต่ในทางปฏิบัติกลับกลายเป็นการสร้างระเบียบ กฎเกณฑ์ และขั้นตอนการตรวจสอบที่มากเกินพอดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครต้องรับผิดชอบหากเกิดความผิดพลาด เจ้าหน้าที่จึงมักทำงานแบบ "Play Safe" ยึดตามตัวหนังสือในระเบียบอย่างเคร่งครัด มากกว่าการใช้ดุลยพินิจเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน

กับดักของ "หนังสือสั่งการ" และ "ลายเซ็น": การอนุมัติเรื่องหนึ่งเรื่อง อาจต้องผ่านการ "แทงเรื่อง" ตามลำดับขั้นการบังคับบัญชา 5-10 ระดับ แต่ละระดับต้องลงนามรับทราบ ซึ่งกระบวนการเดินเอกสาร (Paperwork Workflow) นี้กินเวลาส่วนใหญ่ไปโดยเปล่าประโยชน์

กฎหมายที่ล้าสมัยและทับซ้อน: ประเทศไทยมีกฎหมาย พระราชบัญญัติ กฎกระทรวง และประกาศต่างๆ จำนวนมหาศาล หลายฉบับออกมาตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ทำให้ขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ ไม่สอดคล้องกับโลกยุคดิจิทัล และบ่อยครั้งที่กฎหมายของต่างหน่วยงานมีความขัดแย้งกันเอง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานสับสนและเลือกใช้วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ "ขอเอกสารให้เยอะไว้ก่อน"

มูลค่าความเสียหาย ราคาที่ต้องจ่ายจากความล่าช้า

Red Tape ไม่ใช่แค่ความน่ารำคาญ แต่มันคือ "ต้นทุนแฝง" มหาศาลที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ:

1. ต้นทุนทางเศรษฐกิจ (Economic Cost): สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เคยเปิดเผยผลการศึกษาที่น่าตกใจว่า กฎระเบียบภาครัฐที่ล้าสมัยและไม่จำเป็น สร้างภาระต้นทุนให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชนคิดเป็นมูลค่าสูงถึง ประมาณ 1.3 แสนล้านบาทต่อปี มูลค่านี้มาจากการที่ภาคเอกชนต้องเสียเวลาและทรัพยากรคนในการจัดเตรียมเอกสาร การเดินทางไปติดต่อราชการหลายแห่ง การรอคอยใบอนุญาตที่ยาวนานจนพลาดโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงต้นทุนค่าเสียโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติเลือกที่จะไม่มาลงทุนในไทยเพราะขั้นตอนที่ยุ่งยาก

2. ต้นทุนทางสังคมและความเหลื่อมล้ำ: ประชาชนทั่วไปต้องเสียเวลาลางานทั้งวันเพื่อไปติดต่อทำธุระราชการเพียงเรื่องเดียว สำหรับคนหาเช้ากินค่ำ "เวลาคือเงิน" การเสียเวลา 1 วันหมายถึงการขาดรายได้ การที่รัฐยังเรียกขอสำเนาบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้าน ทั้งที่ข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลของรัฐแล้ว เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการผลักภาระให้ประชาชน

3. ประตูสู่การคอร์รัปชัน: เมื่อขั้นตอนปกติมันช้าและยุ่งยาก จึงเกิดช่องว่างให้มีการเรียกรับผลประโยชน์ หรือ "เงินน้ำร้อนน้ำชา" เพื่อแลกกับการลัดคิว หรือการอำนวยความสะดวกให้รวดเร็วขึ้น Red Tape จึงเป็นปุ๋ยชั้นดีที่หล่อเลี้ยงระบบทุจริตในระดับปฏิบัติการ

แนวทางการแก้ไขปัญหา: ตัดปมแดง สร้างรัฐทันสมัย

การแก้ปัญหา Red Tape ต้องทำทั้งในเชิงโครงสร้างกฎหมายและการนำเทคโนโลยีมาใช้ ไม่ใช่เพียงการรณรงค์ให้เจ้าหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส:

1. การปฏิรูปกฎหมายด้วย "Regulatory Guillotine" (กิโยตินกฎหมาย): นี่คือหัวใจสำคัญที่สุด คือการทบทวนกฎหมายและระเบียบที่มีอยู่ทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อ:

  • ยกเลิก (Abolish): กฎหมายที่หมดความจำเป็น ล้าสมัย หรือเป็นอุปสรรค

  • ปรับปรุง (Amend): ทำให้ทันสมัย ลดขั้นตอน ลดการใช้ดุลยพินิจ

  • รวม (Merge): รวมกฎหมายที่ซ้ำซ้อนให้เหลือฉบับเดียว

2. การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างแท้จริง (End-to-End Digitalization): ไม่ใช่แค่การให้ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม PDF ทางหน้าเว็บ แต่ต้องเป็นการยื่นเรื่องออนไลน์ 100% (e-Service)

  • ยกเลิกการขอสำเนาเอกสารราชการ: หน่วยงานรัฐต้องเชื่อมโยงข้อมูลกันเอง (ตาม พ.ร.บ.การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัลฯ) ประชาชนควรใช้เพียงบัตรประชาชนใบเดียวในการยืนยันตัวตน

  • ระบบติดตามสถานะออนไลน์: ประชาชนต้องตรวจสอบได้ว่าเรื่องที่ยื่นไปถึงขั้นตอนไหน และติดอยู่ที่ใคร เพื่อความโปร่งใส

3. การกระจายอำนาจการตัดสินใจ (Decentralization of Authority): ลดระดับการอนุมัติลงมาให้ใกล้ชิดประชาชนที่สุด เรื่องที่ไม่ซับซ้อนควรจบได้ที่ระดับเจ้าหน้าที่หน้างานหรือระดับท้องถิ่น ไม่จำเป็นต้องส่งเรื่องเข้ามาอนุมัติที่ส่วนกลางทั้งหมด

กรณีศึกษา (Case Study): โครงการปรับปรุงกฎหมายเพื่อความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (Regulatory Guillotine ในประเทศไทย)

ปัญหา: ก่อนหน้านี้ การเริ่มต้นธุรกิจหรือการขอใบอนุญาตเฉพาะทางในไทยมีความยุ่งยากมาก ตัวอย่างเช่น การขออนุญาตประกอบกิจการโรงแรม อาจต้องติดต่อหน่วยงานถึง 8-10 แห่ง และใช้ใบอนุญาตย่อยกว่า 50 ใบ ซึ่งใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี

การดำเนินการ: รัฐบาลไทยได้นำแนวคิด Regulatory Guillotine มาใช้ โดยความร่วมมือกับ TDRI และภาคเอกชน เพื่อทบทวนใบอนุญาตกว่า 1,000 ประเภท เป้าหมายคือการลดขั้นตอนที่ซับซ้อนและเอกสารที่ไม่จำเป็น

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม (ตัวอย่าง):

  • การขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน: จากเดิมที่ต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตที่ซับซ้อนและใช้เวลานานหลายเดือนจาก 3 หน่วยงานหลัก (กกพ., กฟน./กฟภ., อปท.) ปัจจุบันมีการปรับลดขั้นตอนและเอกสารลงอย่างมาก ทำให้ระยะเวลาสั้นลงและประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

  • การลดการเรียกขอสำเนา: หลายหน่วยงาน เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการขนส่งทางบก เริ่มยกเลิกการเรียกขอสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านในการทำธุรกรรมหลายประเภท โดยเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์โดยตรง

บทสรุป

แม้ประเทศไทยจะมีความคืบหน้าในการลด Red Tape ในบางจุด แต่ภาพรวมยังถือว่ามีความท้าทายอีกมาก การจะปลดล็อกศักยภาพของประเทศได้นั้น ภาครัฐต้องกล้าที่จะ "ตัด" ระเบียบที่ตนเองสร้างขึ้น ลดการหวงอำนาจ และเปลี่ยน Mindset จาก "ผู้ควบคุมกฎ" มาเป็น "ผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวก" อย่างแท้จริง เพราะในโลกยุคใหม่ ความเร็วและความคล่องตัวคือปัจจัยชี้วัดความอยู่รอดของทั้งภาคธุรกิจและตัวระบบราชการเอง

 .

---------------------------

ที่มาข้อมูล

-  

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

---------------------------

การแก้ปัญหาในองค์กรหน่วยงานราชการไทย

---------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward