Waranon ไทย เพชรบูรณ์ น้ำผุดทัพลาว

น้ำผุด ในสำนวนไทยอีสาน หรือ Spring นั้น ในสำนวนภาษาไทยเหนือ หรือ คำเมือง นั้น เราใช้คำว่า น้ำออกฮู หรือ น้ำ ไหล ออกจาก รู น่ะขอรับ
ในฐานะนักธรณีวิทยา ที่ไม่มีวันเกษียณ นั้น ข้าพเจ้าใคร่ขออธิบายเรื่อง น้ำผุด หรือ น้ำออกฮู ในมุมของนักธรณีวิทยาด้วยมุมมองที่ง่ายๆว่า เรื่องนี้มีความสัมพันธ์กับหินปูน Limestone อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หินปูน Limestone นั้น มีส่วนประกอบหลักคือ Calcium Carbonates ที่มีคุณสมบัติพิเศษที่ละลายน้ำได้ช้าๆ โดยเฉพาะ น้ำฝน ที่มีฤทธิ เป็นกรดอ่อนๆ
เอิ่ม การละลายของหินปูนนั้น คงไม่เหมือนกับการละลายของ อีโน ENO ที่เราคุ้นเคยที่เมื่อเอาผงอีโนใส่แก้ว แล้วเติมน้ำลงไปเกิดฟองฟู่ แล้วจะละลายหายไปในเวลาไม่ถึงนาที หรือ แม้แต่การอมลูกอมฮอลล์ ที่ใส่เข้าไปในปาก ใช้ลิ้นดุนไปมา แล้วก็จะค่อยๆละลายหายไปในเวลาไม่ถึงสิบห้านาที
อ้อ หินปูน คงไม่ละลายได้เร็วขนาดนั้น ข้าพเจ้าไม่มีตัวเลขทางสถิติว่าความสามารถในการละลายจะรวดเร็วสักเท่าไหร่ แต่ข้าพเจ้ามองว่าอยู่ในระดับเป็นสิบๆปี ต่อ 1 มิลลิเมตร
ในภูเขาหินปูนนั้น มักจะมีรอยแตกเล็กๆอยู่ทั่วไป เมื่อมีฝนตก น้ำฝนก็จะไหลซึมลงไปในรอยแตกเล็กๆ ขนาดแคบกว่า มิลลิเมตร นี้ เมื่อรอยแตกมีเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านรอยแตก จึงทำให้น้ำจำนวนมากไหลมารวมกัน แล้วก็ไหลลงที่ต่ำด้วยแรงดึงดูดของโลก
ด้วยแรงไหลของน้ำสร้างแรงเสียดสี และฤทธิ เป็นกรด จึงสามารถกัดเซาะรอยแตกเหล่านั้น ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น กว้างขึ้นได้ และ เมื่อเวลาผ่านไปเป็นหมื่นเป็นแสนปี ช่องว่างเหล่านั้น ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น
เมื่อจำนวนน้ำที่มีมากขึ้น กระแสน้ำแรงขึ้น ภายในภูเขาหินปูน จึงทำให้รอยแตกบางแห่ง มีขนาดกว้างขึ้นจนทำให้เกิดช่องถ้ำ และกลายเป็นสายน้ำใต้ดิน น่ะขอรับ
จำนวนน้ำจำนวนมากที่มาจากการสะสมของน้ำฝน ไหลรวมกันจากสูงลงมาที่ต่ำ แล้วไหลออกมาจากเขาหินปูน ลัดเลาะออกมาโผล่ที่ตีนเขา แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ชาวบ้านในสมัยโบราณก็มองเห็นว่า การที่มีน้ำไหลออกมาจากตีนเขา หรือ โพรง ก็เรียกตามสิ่งที่เห็น ทางอีสาน เรียกว่า น้ำผุด ส่วนทางเหนือบ้านของข้าพเจ้า เรียกว่า น้ำออกฮู
ปริมาณน้ำที่ไหลออกมาจากรู หรือ โพรงถ้ำนั้น จะมีมากหรือน้อย จะขึ้นอยู่กับพื้นที่รับน้ำฝน ว่ามีขนาดกว้างใหญ่ หรือเล็กเพียงใด หากมีขนาดเล็ก อาจจะมีน้ำไหลซึมๆ ที่เรียกว่า ตาน้ำ หรือ ซับน้ำ แต่ถ้าพื้นที่รับน้ำ มีขนาดใหญ่ และ น้ำในที่ตกมามีเยอะ เราก็จะเห็นน้ำไหลออกมามากได้
น้ำผุดทัพลาว ที่ข้าพเจ้าและคณะ ไปเยี่ยมชมนั้น อยู่ตีนเขาหินปูน ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญธรณีวิทยาทุกเรื่อง ท่าน ดร.เสือใหญ่ นเรศ สัตยารักษ์ ได้กรุณาให้ความเห็นว่าเป็นหินปูนชุดผานกเค้า ที่ก่อกำเนิดตกตะกอนในน้ำทะเลตื้น ในยุค Permian อายุประมาณ 240 ล้านปี มาแล้ว และเนื่องจากพื้นที่รับน้ำฝนเหนือ น้ำออกรู น้ำผุดทัพลาวมีไม่น้อย เราจึงเห็นปริมาณน้ำไหลออกมาเยอะ ซึ่งข้าพเจ้าคะเนด้วยตา เดาเอา ก็น่าจะไม่น้อยกว่า นาทีละ 10 ลูกบาศก์เมตรเชียวน่ะ
ทีนี้ ในบางบริเวณ เกิดการยกตัวของเปลือกโลก ทำให้รูถ้ำ ที่เป็นช่องให้น้ำไหลออกจากภูเขาที่ว่านั่น อยู่สูงจนทำให้ช่องรูที่ว่านั้น เกิดแห้งไป กลายเป็นถ้ำเปล่าๆ ดังนั้น ถ้ำที่พวกเราคุ้นเคย มักจะอยู่สูงจากพื้นเป็นส่วนใหญ่ แต่อาจจะเว้นแต่ถ้ำหมูป่า อันโด่งดัง ที่ขุนน้ำนางนอน นั้น ยังคงมีสภาพเป็นน้ำออกรู อยู่เป็นบางส่วน โดยเฉพาะฤดูน้ำหลาก น่ะขอรับ
น้ำผุดทับลาว ที่ข้าพเจ้ามาเยือนนี้นั้น ตัวภูเขาที่รวบรวมน้ำฝนนั้น อยู่ในเขตรอยต่อ สี่จังหวัด คือ เพชรบรูณ์ เลย ชัยภูมิ และ ขอนแก่น แต่ตัวน้ำผุดนั้น ด้นดั้นมาโผล่ในเขตจังหวัดชัยภูมิ หากใครจะมาเที่ยวเยี่ยมชมน้ำผุดที่ว่า ก็มาได้ไม่ยากน่ะขอรับ ถนนดี ทางสะดวกขอรับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/waranon555
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ วรานนท์ หล้าพระบาง (Waranon Laprabang)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------

น้ำผุดที่นี่ มีไหลออกมาทั้งปี และปริมาณน้ำค่อนข้างมาก จึงมีรูปร่างลักษณะเป็นหนองน้ำขนาดสัก 20 ตารางเมตร เมื่อลองหย่อนใบไม้ลงในหนองน้ำนี่ ใบไม้จะหมุนวนตามกระแสน้ำ และไหลลงไปท้ายน้ำอย่างเห็นได้ชัด

น้ำที่ไหลออกมาจากภูเขาหินปูน จะมีตะกอนดินทรายน้อยมาก น้ำจึงค่นข้างใส และจะเห็นเป็นสีฟ้าอมเขียว
