Waranon ไทย ขอนแก่น อุทยานธรณีขอนแก่น Khon Kane Geopark

วันนี้ ข้าพเจ้าได้มาเยี่ยมชมอุทยานธรณีขอนแก่น Khon Kane Geopark ที่อุทยานแห่งชาติภูเวียง ซึ่งมีดาราในวงการธรณีวิทยาของประเทศไทย มาพร้อมกันหลายท่าน อาทิ ท่านพี่เสือใหญ่ ดร.นเรศ ท่านพี่ ดร.หมู วราวุธ ท่านนายกสมาคมธรณีวิทยาแห่งประเทศไทย พี่กนก พร้อมกับ พี่ตี๋ ไวยพจน์ เจ้าพ่อภูเวียง ซึ่งเคยมาสำรวจศักยภาพแร่ยูเรเนียม ที่หุบเขาภูเวียง เมื่อ 40 ปีทีแล้ว พี่แอ๊ด บัณฑิต อดีตนักธรณีวิทยาปิโตรเลียมของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ ปตท.สผ. ดร.จ่อย นักธรณีวิทยาสิงห์อีสาน จาก ทรัพยากรธรณีเขต 2 และ พี่อิ๊ฟ อังสุมาลิน ผ.อ.จากกรมทรัพย์ เป็นต้น
อันที่จริงข้าพเจ้าก็มาเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติภูเวียงมาหลายครั้งแล้ว ทั้งมาดูการขุดค้นไดโนเสาร์ ที่มีหลุมขุดค้นหลายหลุม และ มาเดินวิ่งเทรล 19 กิโลเมตร ที่ทำให้ข้าพเจ้าเล็บเท้าหลุดไป 2 นิ้ว เดินเขยกไปสองเดือน แต่ก็ผ่านจุดที่เป็นสุสานหอยไปทุกที คราวนี้ พี่ๆ กรุณาพาไปแว่ะชมสุสานหอย สักนิด
จากหินที่อยู่รอบๆชั้นหินที่มีหอยอายุ 110 ล้านปีนี้ นักธรณีวิทยาสามารถเล่าเรื่องราวได้เป็นฉากๆ อย่างสนุกสนาน ตื่นเต้น ว่าเกิดอะไรขึ้น
เริ่มตั้งแต่ เจ้าหอยที่ว่านี้ มันมีเปลือกหนา ไม่เหมือนหอยน้ำจืดทั่วไป ที่มีเปลือกบาง แต่เจ้าหอยที่นี่ มันเป็นหอยที่เมื่อข้าพเจ้าเพ่ง ส่องดูแล้ว พบว่ามันมีสองฝา แต่ดันมีขนาดของฝาทั้งสองไม่เท่ากัน ไม่เหมือนหอยแครงที่มีฝาขนาดเท่าๆกัน แต่น่าจะมีฝาไม่เท่ากัน เหมือนหอยนางรม ซึ่งใครชอบกินหอยนางรมจะพอนึกภาพออกน่ะครับ
ขนาดของเจ้าหอยนางรมดึกดำบรรพ์นี้ ตัวเล็กกว่าหอยใหญ่สุราษฎรธานี ที่มีขนาดอวบอูมขนาดฝ่ามือผู้ใหญ่ แต่เจ้าหอยดึกดำบรรพ์นี้ เป็นตัวเล็กๆ ประมาณหอยนางรมฝรั่งเศส คือกว้างสัก 2" โดยประมาณ
แต่มันมีข้อควรคำนึงอยู่อย่างหนึ่งคือ หอยนางรมที่เราคุ้นเคยกันนั้น มันเป็นหอยทะเล แต่ หินที่ภูเวียงนี้ เป็นหินที่ตกตะกอนสะสมตัวอยู่ในที่ราบ น้ำท่วมถึงและทางน้ำของแม่น้ำจืดบนบก
อืม ท่านพี่หมู ดร.วราวุธ กรุณาเล่าให้ฟังว่า ทุกวันนี้ หอยนางรมน้ำจืด นั้น ทุกวันนี้ก็มีน่ะ ยังพบได้ ในประเทศจีน ก็เลยทำให้ความสงสัยว่ามันจะมีหรือ ก็หายไป
แล้วทำไม หอยนางรม? ดึกดำบรรพ์พวกนี้ นับหมื่นนับแสนตัว มันถึงมาตายกองรวมกัน โดยถูกฝังทั้งเป็น หรือว่า ตายแล้ว ค่อยมากองรวมกัน เป็นกองเปลือกหอยล่ะ
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดแล้วพบว่า หอยทุกตัว หรือเกือบทั้งหมด มันมีฝาติดกัน ไม่ได้แยกแบ่ะออกเป็นฝาๆ ดังนั้น จึงน่าเชื่อได้ว่า มันน่าจะโดนฝังทั้งเป็น!!!
และเมื่อเขี่ยๆดูหินที่ประสานตัวหอยเข้าด้วยกัน พบว่าเป็นหินทรายเม็ดไม่เล็ก และบางครั้งก็มีก้อนกรวดเล็กๆด้วย และ การวางตัวของเปลือกหอย หรือตัวหอย ก็ไม่เป็นระเบียบ มีพลิกคว่ำพลิกหงาย บางตัวก็เอาสันขึ้นบนก็มี เหมือนกับวางตัวระเก่ะระก่ะ จึงสมควรที่จะฟันธงได้ว่า มันน่าจะเป็นการไหลของแม่น้ำแบบท่วมกระทันหันพัดพาเอาหอยโชคร้ายจำนวนมาก มาพร้อมกับเม็ดทราย มากองกันไว้ในตำแหน่งนี้ ดูๆแล้ว น่าจะกองหนาสัก 3-4 เมตร เห็นจะได้
ชั้นหินที่อยู่ด้านบนของชั้นหอยนี้ ก็เป็นชั้นหินกรวดเม็ดเล็ก ที่มีการคัดขนาดไม่ดี ก็เลยยิ่งทำให้ข้อสมมุติฐานว่า เกิดจากน้ำท่วมฉับพลัน แล้วพัดพาเอาโคลนทรายและหอยจำนวนมาก มาด้วยความเร็ว นั้น มีเหตุมีผลมากยิ่งขึ้น น่ะขอรับ
การเรียนรู้และเข้าใจลักษณะทางธรณีวิทยานั้น จะช่วยให้เราเป็นนักสืบ เรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าล้านปีได้อย่างสนุกสนาน ก็เลยอยากเชิญชวน พี่ๆน้องๆเพื่อนๆ มาทัศนศึกษาและ เรียนรู้ด้วยกันน่ะครับ
อ้อ ไม่ต้องห่วงว่าต้องไปเข้าเรียนวิชาธรณีวิทยากันใหม่หรอกครับ ความรู้สมัยนี้ เราสามารถหาได้จาก Internet หรือ ถาม Chat GPT หรือ Gemini ได้สบายๆ ขอรับ แต่ถ้าจะให้ง่ายกว่านั้น ก็หาโอกาสมาท่องเที่ยวดูโลกกว้างด้วยกันกับนักธรณีวิทยา ก็ได้คร้าบ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/waranon555
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ วรานนท์ หล้าพระบาง (Waranon Laprabang)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------

ทางอุทยานได้ทำทางเดินเชื่อมหลุมขุดค้นไดโนเสารทั้ง 9 แห่งทำให้พอเดินชมได้ แต่ก็ต้องออกแรงนิดหน่อยน่ะครับ
สุสานหอย ที่อุทยาแห่งชาติภูเวียง

ซากหอยนางรม?? ดึกดำบรรพ์ ที่มากองและตายพร้อมกัน

จะเรียกว่าหินอะไรดีน่ะ แต่น่าจะเป็น หินทรายที่มีการคัดขนาดที่ไม่ดี มีทั้งเม็ดขนาดเล็กและขนาดใหญ่ มีการเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ส่วนสีน้ำตาลแดงนั่น ดูจะเป็นเศษชิ้นของหินดินดาน Shale ที่หลุดแตกหักไหลมาสะสมตัวด้วยกัน น่าจะเป็นน้ำหลาก แบบที่ท่วมแม่สายในปีที่แล้ว

ในบริเวณเดียวกัน ก็มีการค้นพบกระดูกของไดโนเสาร์ชิ้นใหญ่ ที่ได้มีการขุดออกไปเก็บรักษาไว้แล้ว แต่บางชิ้นก็ยังฝังอยู่ในชั้นหิน

เศษกระดูกไดโนเสาร์ชิ้นเล็ก ที่กระจัดกระจายอยู่ในบริเวณนี้

แม้ว่าพวกเราจะยังแข็งแรง ไม่กลัวฝน แต่เวลาน้อย ก็เลยขออาศัยรถ 4WD ของกรมอุทยาน ไปส่งยอดเขา แล้วค่อยเดินกลับ เพื่อเป็นการประหยัดเวลาน่ะขอรับ
