Waranon อินเดีย เที่ยวหิมาลัยไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ (1) Srinagar - Ladakh

ช่วงอาทิตย์นี้ ข้าพเจ้าออกมาเที่ยวชมอีกมุมหนึ่งของประเทศอินเดีย เป็นมุมที่อยู่ลึกสุด ไกลสุด และ น่าจะอยู่ในระดับสูงสุดเหนือระดับน้ำทะเล ที่พอจะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวกันได้โดยรถยนตร์ นั่นก็คือ เขต Union Territory of Ladakh ที่อยู่เลยเมือง Srinagar ขึ้นเขาหิมาลัยไปทางตะวันอกเฉียงเหนืออีกไกลโข
เมื่อคืนนั้น ข้าพเจ้าพักที่โรงแรมในเมือง Srinagar และวันนี้เช้าก็ออกเดินทางขึ้นเขาโดยรถตู้ขนาดใหญ่ หรือ รถบัสขนาดเล็ก ด้วยทางขึ้นเขา ถนนก็ไม่ค่อยจะดี กำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซมหลายช่วง ก็เลยใช้เวลาร่วม 11-12 ชั่วโมง กว่าจะมาถึงเมือง Kargil
ระหว่างหุบเขาที่เทลงไปหาเมือง Srinagar กับ หุบเขาที่เทลงไปหาเมือง Kargil นั้น เป็นช่องเขา Zojila Pass ที่อยู่บนความสูงประมาณ 3,500 เมตร และโชคดีมากที่เวลานี้เข้าใกล้ฤดูร้อนแล้ว อุณหภูมิก็ไม่ค่อยหนาวสักเท่าไหร่ มีลมพัดบ้าง ตามประสาช่องเขา ก็ประมาณต่ำกว่า 10° C สักหน่อย
นักธรณีวิทยาที่เป็นกันแล้ว รักษาก็ไม่หายนั้น ชอบเส้นทางนี้กันมาก เพราะได้ชมหินสวยๆ ทั้งบิดทั้งโค้งไปมา ดูกันสลับกับซอกเขาที่ยังพอมีหิมะค้างอยู่เป็นหย่อมๆ ก็เพลินตาดีน่ะขอรับ
เส้นทางนี้ผ่านเมือง Dras ที่เขาว่าเป็นเมืองที่หนาวเย็นที่สุดในโลกเป็นอันดับสอง ที่เขาว่ากันว่า อุณหภูมิในฤดูหนาว เท่าที่เคยบันทึกกันไว้นั้น ลงต่ำไปถึง ลบ 40°C ป๊าดดด มันจะอะไรขนาดนั้น
เขาว่ากันว่า ในฤดูหนาว ร้านค้าบ้านเมืองจะถูกปิดประตูด้วยแผ่นสังกะสี และผู้คนก็จะย้ายลงไปอยู่ในเมืองศรีนาคาร์ หรือเมืองอื่นด้านล่าง เพราะผู้คนก็จะต้อนสัตว์ เช่น แพะ แกะ ม้า ลา หนีหนาวลงไป พออากาศอุ่นขึ้น ชาวบ้านก็จะต้อนฝูงปศุสัตว์ขึ้นมาหากินหญ้าบนเขากัน หมุนเวียนกันแบบนี้ทุกปี
ในบริเวณใกล้ๆเมือง Dras และ Kargil นี้ เคยเป็นสมรภูมิรบระหว่างอินเดียและปากีสถาน โดยครั้งล่าสุดก็ในปี ค.ศ. 1999 นี้เอง นับเป็นสงครามใหญ่ นับตั้งแต่ทั้งสองประเทศได้รับเอกราชมา เขาว่ากันว่าสูญเสียกันอย่างหนักทั้งสองฝ่าย
ข้าพเจ้าก็แว่ะไปเยี่ยมและแสดงความระลึกถึงทหารที่สูญเสียชีวิตที่ Kargil War Memmorial ด้วย เห็นว่า เป็นที่ฝังศพทหารมากกว่า 500 นายที่นี่
ข้าพเจ้ามาถึงโรงแรมที่เมือง Kargil ก็มืดแล้ว แต่ดูจากแสงไฟ ก็น่าจะเป็นเมืองขนาดกลางๆ ไม่มีอาคารสูง ทีแม่น้ำไหลผ่ากลางเมือง ที่อยู่ในหุบเขารูปตัว V อุณหภูมิก็แถวๆ 5-10° C กำลังสบายๆน่ะขอรับ
ขอพักผ่อนก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่น่ะขอรับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/waranon555
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ วรานนท์ หล้าพระบาง (Waranon Laprabang)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------

ถนนบางช่วงก็ดี แต่เป็นส่วนน้อย

แม่น้ำที่มีน้ำไหลจากยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม จะเป็นสีใสๆ แต่ออาจจะดูเป็นสีฟ้าขุ่นๆ และเย็นเจี๊ยบ

บ้านพักตากอากาศของเศรษฐีอินเดีย ในหุบเขาอันสวยงามในฝั่งแคชเมียร

ชาวบ้านสองคนช่วยกันทำที่ดักทราย บริเวณคุ้งน้ำที่ไหลเชียว แล้วตักเอาทรายจากบ่อดักทรายตื้นๆ เอามากองไว้ริมตลิ่ง ใช้เป็นทรายก่อสร้าง น่าจะได้ราคาดีทีเดียว เพราะไม่ใช่ว่าจะไปตักทรายจากตรงไหนของแม่น้ำก็ได้

หินก็นี้แปลก นับเป็น Rare Item ได้เลย ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นหอนภูเขาไฟเนื้อละเอียด ทีปะทุออกมาด้วยความร้อมสูงมาก แล้วเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว แต่ก็นานพอที่จะทำให้แร่ เฟลด์สปาร์ตกผลึกคล้ายๆดอกเดซี่เป็นแฉกๆ สีขาวสวยงามกระจายทั้งก้อนหิน หินแบบนี้ในเมืองไทยไม่มี เสียดายจังก้อนมันใหญ่ ไม่งั้นหยิบใส่ประเป๋ากางเกงมาแล้วล่ะครับ

หุบเขาที่มีแม่น้ำกัดเซาะลงไปเป็นเหวลึก ในฤดูหนาวจะเห็นแต่หิมะสีขาวโพลน แต่ในเวลานี้ กำลังเข้าฤดูร้อนแล้วตัวหินก็โผล่มาให้เห็น

การก่อสร้างถนนก็กำลังดำเนินการอยู่ โดยการตัดถนนซิกแซกเป็นขั้นบันไดจากหุบเขาในรูปก่อน ขึ้นไปเกือบๆยอดเขาด้านขวามือ

ด้านปลายของธารน้ำแข็งขนาดเล็กๆอันหนึ่ง เนื่องจากอยู่ริมถนน ก็โดนฝุ่นและโคลนกระเด็นเกาะทับไปเยอะ ธารน้ำแข็งนั้น ด้านล่างก็จะครูดกับหินที่อยู่ด้านล่าง ลากเอาหินจำนวนมากลงมาจากเขาด้วย ส่วนด้านบน หินที่อยู่บนผนังตลิ่งทั่งสองด้าน ก็ร่วงลงลงมาใส่ธารน้ำแข็งนั้นด้วย เมื่อธารน้ำแข็งเคลื่อนที่อย่างช้าๆ ก็ลากเอาเศษหินจำนวนมาลงมาด้วย

ชั้นหินที่ถูกแรงบีบอัดยกตัวม้วนตัว เนื่องจากการชนของ Indian plate เข้ากับ Euro-Asia plate จนทำให้ชั้นหินที่ควรจะอยู่ในแนวระนาบ กลับออกมาตั้งฉากกับพื้นโลกเฉยเลย ลองคิดดูน่ะครับว่า จะใช้พลังงานมหาศาลขนาดไหน

ธารน้ำแข็งที่ละลายไปเกือบหมดแล้ว และจะเห็นกองหินจำนวนมากมายกองอยู่ด้านล่างของน้ำแข็ง ส่วนจุดดำๆเล็กๆนั้น ไม่ใช่มดน่ะขอรับ เป็นคนไปเที่ยวเล่นปีนน้ำแข็งเล่นกันครับ

เส้นแบ่งเขตระหว่าง แคชเมียรกับ เบห์ลาดัก

ไหนๆก็มาแล้ว ขอหล่อสักนิดกับบรรยาการดีๆ

Zojila Pass ที่ความสูง 11,649 ฟุต ก็ราวๆ 3,550 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ช่วงนี้ นักท่องเที่ยวอินเดีย ก็มากันเยอะ

หินหลากหลายชนิดโค้งบิดไปมา เสียดายที่ไม่มีเวลาลงไปดู

รอยต่อระหว่างหิมะกับหินสีดำดำนั้น เราเรียกกันว่า Snow line ก็คือปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แบ่งเขตว่าจะมีหิมะหรือไม่มีหิมะ

ดูคล้ายๆกับสุสานทหารสัมพันธมิตรที่กาญจนบุรี

รถตู้ขนาด 15 ที่นั่งคันใหญ่ อืมมม ถนนก็ไม่ค่อยดี รถก็เน้นความแข็งแรง ก็ช่วยกันเดาน่ะครับว่านั่งเป็นอย่างไรบ้าง
.
.
.
.
.
