Mountain101-07 ภูเขาไฟคืออะไร? จากหายนะของธรรมชาติ สู่ภูมิประเทศที่งดงามที่สุดของโลก

ภูเขาไฟคืออะไร? จากหายนะของธรรมชาติ สู่ภูมิประเทศที่งดงามที่สุดของโลก
ทำความเข้าใจการกำเนิดภูเขาไฟ พลังของแมกมา และเหตุใดภูเขาไฟจึงเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดของโลก
เมื่อพูดถึงคำว่า "ภูเขาไฟ" หลายคนอาจนึกถึงภาพลาวาสีแดงที่ไหลทะลัก ควันเถ้าถ่านพวยพุ่ง และการปะทุที่สร้างความเสียหายต่อเมืองและผู้คน แต่ในอีกมุมหนึ่ง ภูเขาไฟกลับเป็นผู้สร้างผืนแผ่นดิน เกาะกลางมหาสมุทร ดินที่อุดมสมบูรณ์ และภูมิประเทศที่งดงามที่สุดหลายแห่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นภูเขาไฟฟูจิในญี่ปุ่น ภูเขาไฟเอ็ตนาในอิตาลี หรือภูเขาไฟคีลีมันจาโรในแอฟริกา ต่างก็เป็นสัญลักษณ์สำคัญของประเทศและเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก
ภูเขาไฟจึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า พลังธรรมชาติที่สามารถสร้างหายนะได้ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถสร้างภูมิประเทศอันยิ่งใหญ่ซึ่งต้องใช้เวลาหลายแสนถึงหลายล้านปีเช่นกัน
ภูเขาไฟคืออะไร?
ภูเขาไฟ (Volcano) คือภูมิประเทศที่เกิดจากการที่ แมกมา (Magma) ซึ่งเป็นหินหลอมเหลวภายในโลก เคลื่อนตัวขึ้นมาตามรอยแตกของเปลือกโลก เมื่อแมกมาทะลุถึงพื้นผิวโลกจะเรียกว่า ลาวา (Lava)
ลาวาที่ไหลออกมา รวมกับเถ้าภูเขาไฟ เศษหิน และก๊าซต่าง ๆ จะสะสมตัวเป็นชั้น ๆ จนเกิดเป็นภูเขาไฟ
ภูเขาไฟบางแห่งก่อตัวขึ้นจากการปะทุเพียงไม่กี่ครั้ง ขณะที่บางแห่งใช้เวลาหลายแสนปีจึงจะมีรูปร่างอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
แมกมาและลาวา ต่างกันอย่างไร?
หลายคนใช้คำว่า "แมกมา" และ "ลาวา" แทนกัน แต่ในทางธรณีวิทยามีความหมายต่างกัน
-
แมกมา (Magma) คือหินหลอมเหลวที่ยังอยู่ใต้พื้นโลก
-
ลาวา (Lava) คือแมกมาที่ปะทุขึ้นมาถึงผิวโลกแล้ว
เมื่อสัมผัสอากาศ ลาวาจะค่อย ๆ เย็นตัว กลายเป็นหินอัคนี เช่น หินบะซอลต์ (Basalt) หรือหินไรโอไลต์ (Rhyolite)
ภูเขาไฟเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ภูเขาไฟส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน 3 บริเวณสำคัญ
1. ขอบแผ่นเปลือกโลกแบบมุดตัว (Subduction Zone)
เมื่อแผ่นมหาสมุทรมุดลงใต้แผ่นทวีป หินจะหลอมละลายและกลายเป็นแมกมา
ตัวอย่าง
-
ญี่ปุ่น
-
อินโดนีเซีย
-
ฟิลิปปินส์
-
เทือกเขาแอนดีส
2. ขอบแผ่นเปลือกโลกแบบแยกออกจากกัน (Divergent Boundary)
เมื่อแผ่นเปลือกโลกแยกออกจากกัน แมกมาจะดันขึ้นมาเติมช่องว่าง
ตัวอย่าง
-
ประเทศไอซ์แลนด์
-
สันเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก
3. จุดร้อน (Hotspot)
แมกมาจากชั้นแมนเทิลพุ่งขึ้นตรง ๆ แม้ไม่อยู่บริเวณรอยต่อของแผ่นเปลือกโลก
ตัวอย่าง
-
หมู่เกาะฮาวาย
-
Yellowstone
ประเภทของภูเขาไฟ
1. ภูเขาไฟรูปโล่ (Shield Volcano)
เกิดจากลาวาที่เหลวมาก
ลักษณะ
-
ฐานกว้าง
-
ความลาดชันน้อย
-
ลาวาไหลไกล
ตัวอย่าง
-
Mauna Loa
-
Kilauea
2. ภูเขาไฟกรวยสลับชั้น (Stratovolcano)
เป็นภูเขาไฟที่พบมากที่สุด
เกิดจากการสะสมสลับกันของ
-
ลาวา
-
เถ้าภูเขาไฟ
-
เศษหิน
ตัวอย่าง
-
Mount Fuji
-
Mount Etna
-
Mount St. Helens
-
Mayon Volcano
3. กรวยเถ้าภูเขาไฟ (Cinder Cone)
มีขนาดเล็ก
เกิดจากเศษหินและเถ้าภูเขาไฟ
ตัวอย่าง
-
Paricutin (เม็กซิโก)
ภูเขาไฟแบ่งตามสถานะ
ภูเขาไฟยังมีพลัง (Active Volcano)
ยังมีโอกาสปะทุ
เช่น
-
Etna
-
Merapi
-
Sakurajima
ภูเขาไฟสงบ (Dormant Volcano)
ยังไม่ปะทุในปัจจุบัน
แต่สามารถกลับมาปะทุได้
เช่น
-
Mount Fuji
ภูเขาไฟดับแล้ว (Extinct Volcano)
ไม่มีแหล่งแมกมาหล่อเลี้ยงแล้ว
โอกาสปะทุแทบไม่มี
เช่น
-
Arthur's Seat
-
Kohala
การปะทุของภูเขาไฟ
การปะทุแบ่งได้หลายรูปแบบ
-
ลาวาไหลช้า
-
ระเบิดรุนแรง
-
พ่นเถ้าถ่าน
-
กระแสไพโรคลาสติก (Pyroclastic Flow)
-
โคลนภูเขาไฟ (Lahar)
ความรุนแรงขึ้นอยู่กับ
-
ความหนืดของแมกมา
-
ปริมาณก๊าซ
-
ความดันภายในภูเขาไฟ
ภูเขาไฟสร้างประโยชน์อะไรบ้าง?
แม้ภูเขาไฟจะสร้างความเสียหาย
แต่ก็มีคุณูปการต่อโลกอย่างมหาศาล
ดินอุดมสมบูรณ์
เถ้าภูเขาไฟมีแร่ธาตุจำนวนมาก
ทำให้พื้นที่รอบภูเขาไฟเหมาะกับการเกษตร
เช่น
-
ญี่ปุ่น
-
อินโดนีเซีย
-
อิตาลี
พลังงานความร้อนใต้พิภพ
หลายประเทศผลิตไฟฟ้าจากพลังงานใต้พิภพ
เช่น
-
ไอซ์แลนด์
-
นิวซีแลนด์
-
ฟิลิปปินส์
แหล่งท่องเที่ยว
ภูเขาไฟหลายแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก
-
Mount Fuji
-
Mount Bromo
-
Mount Etna
-
Tongariro
-
Aso
-
Jeju
แหล่งกำเนิดแร่ธาตุ
บริเวณภูเขาไฟมักพบ
-
ทองคำ
-
ทองแดง
-
กำมะถัน
-
เงิน
ภูเขาไฟที่นักท่องเที่ยวควรรู้จัก
|
ภูเขาไฟ |
ประเทศ |
จุดเด่น |
|---|---|---|
|
Mount Fuji |
ญี่ปุ่น |
สัญลักษณ์ของญี่ปุ่น |
|
Mount Etna |
อิตาลี |
ยังปะทุเป็นประจำ |
|
Kilauea |
สหรัฐฯ |
ลาวาไหลต่อเนื่อง |
|
Bromo |
อินโดนีเซีย |
วิวทะเลทรายภูเขาไฟ |
|
Mayon |
ฟิลิปปินส์ |
รูปทรงกรวยสมบูรณ์ |
|
Aso |
ญี่ปุ่น |
ปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ |
|
Kilimanjaro |
แทนซาเนีย |
ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในแอฟริกา |
เกร็ดความรู้ Mountain101 รู้หรือไม่?
-
โลกมีภูเขาไฟที่ยังมีพลังประมาณ 1,350–1,500 แห่ง บนแผ่นดิน (ไม่รวมภูเขาไฟใต้ทะเล)
-
ประมาณ 75% ของภูเขาไฟที่ยังมีพลัง กระจุกตัวอยู่ใน วงแหวนแห่งไฟ (Pacific Ring of Fire)
-
หมู่เกาะฮาวายเกิดจากจุดร้อน (Hotspot) ไม่ใช่รอยต่อของแผ่นเปลือกโลก
-
ดินบริเวณภูเขาไฟเป็นหนึ่งในดินที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในโลก
-
ภูเขาไฟใต้ทะเลมีจำนวนมากกว่าภูเขาไฟบนบกหลายเท่า และเป็นแหล่งกำเนิดเปลือกโลกใหม่ในหลายพื้นที่ของมหาสมุทร
ความรู้สำหรับนักเดินทาง
ภูเขาไฟ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทั้งความสวยงามและความเสี่ยง ก่อนเดินทางควรตรวจสอบสถานะของภูเขาไฟจากหน่วยงานทางธรณีวิทยาหรืออุทยานแห่งชาติ ศึกษาเส้นทางและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ปล่องภูเขาไฟที่ยังมีการปล่อยก๊าซหรือมีการแจ้งเตือนการปะทุ เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ธรรมชาติ
สรุป
ภูเขาไฟ เป็นหนึ่งในพลังธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลก แม้การปะทุจะสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ในระยะยาว ภูเขาไฟกลับเป็นผู้สร้างแผ่นดินใหม่ หล่อเลี้ยงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ สร้างแหล่งแร่ธาตุ และก่อกำเนิดภูมิประเทศที่สวยงามจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก การเข้าใจธรรมชาติของภูเขาไฟจึงช่วยให้เราเห็นทั้งสองด้านของพลังธรรมชาติ ทั้งความน่าเกรงขามและคุณูปการที่มีต่อโลกใบนี้
#Mountain101 #Volcano #Volcanology #Magma #Lava #RingOfFire #MountFuji #MountEtna #Kilauea #Bromo #EarthScience #Nature #AdventureTravel #MountainTravel #NationalPark #UNESCO #TravelKnowledge #MountainEncyclopedia #SevenSummits #MountEverest #Aconcagua #Denali #Kilimanjaro #MountElbrus #VinsonMassif #PuncakJaya #Geology #Trekking #NationalPark #TravelKnowledge #MountainFormation #FoldMountains #VolcanicMountains #FaultBlockMountains #DomeMountains #ErosionalMountains #AdventureTravel #Nature #EarthScience #MountainTravel #TravelKnowledge #iok2uTravel
.
-------------------------
-------------------------

