20260529 เที่ยวอินเดีย เส้นทางสายไหมแคชเมียร์ ลาดักห์ และเลห์
ที่มาของเรื่องราวหมวด ท่องเที่ยวกับ iok2u_Travel เว็บไซต์ iok2u.com ได้จัดทำข้อมูลแหล่งรวมความรู้และรูปภาพที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเดินทางที่แอดมินได้มีโอกาสเดินทางไปในที่ต่างๆ โดยจัดรวมอัลปั้มภาพที่จะแชร์ขึ้นมาในหมวด iok2u_Travel จุดประสงค์ก็มุ่งหวังให้คนที่สนใจในรูปของแหล่งท่องเที่ยวที่มีในอัลปั้มภาพของแอดมิน ที่เดิมแค่ทำอัลปั้มไว้เก็บรูปที่มีเพื่อดูเองต่อมาเมื่อมีคนมาขอรูปในแหล่งท่องเที่ยวที่ต่างๆ หลายครั้ง จึงคิดทำหมวดท่องเที่ยวนี้ขึ้นมาในเว็ปเพื่อให้คนที่สนใจรูปแหล่งท่องเที่ยวในอัลปั้ม สามารถเข้ามาดูเลือกหานำไปใช้ประโยชน์ในงานของตนได้ตามต้องการ คงต้องขอโทษที่บางอัลปั้มจะมีแอดมินติดอยู่ในรูป แต่คงเข้าใจนะครับว่ามันเป็นอัลปั้มภาพแอดมินที่มีทำไว้ แต่เพิ่มการแชร์ให้คนสนใจภาพในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ได้เข้ามาดูและนำไปใช้กัน
ข้อมูลเพิ่มเติม iok2u_travel แหล่งรวมความรู้และรูปภาพสำหรับผู้สนใจ
การเดินทางทริป เส้นทางสายไหมแคชเมียร์ ลาดักห์ และเลห์ ใช้ระยะเวลาทั้งหมด 9 วัน 8 คืน ระหว่างวันที่ 29 พฤษภาคม - 6 มิถุนายน 2569 โดยมีเส้นทางและไฮไลท์สำคัญของการเดินทางดังนี้ครับ
วันที่ 1 กรุงเทพฯ - เดลลี - ศรีนาคา เริ่มต้นเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่เมืองนิวเดลลี และต่อเครื่องบินภายในประเทศไปยัง เมืองศรีนาคา (Srinagar) ซึ่งเป็นเมืองหลวงฤดูร้อนของรัฐจัมมูและแคชเมียร์ เพื่อพักค้างคืนเป็นคืนแรก
วันที่ 2 ศรีนาคา - โซนามาร์ค - คาร์กิล เที่ยวชม สวนโมกุลนิชาร์ท (Nishat Gardens) สวนสไตล์ชาวเปอร์เซีย ก่อนมุ่งหน้าสู่ โซนามาร์ค (Sonamarg) ทุ่งทองคำแห่งแคชเมียร์ ซึ่งเป็นประตูโบราณบนเส้นทางสายไหมที่เชื่อมแคชเมียร์กับทิเบต และเป็นประตูสู่ภูมิภาคลาดักห์ จากนั้นไต่ระดับความสูงผ่านช่องเขา โซจิ ลา (Zojila Pass) ที่ระดับ 3,500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล แวะเมืองดราส (สถานที่อยู่อาศัยที่หนาวเย็นเป็นอันดับสองของโลก) เพื่อชม อนุสรณ์สถานสงครามคาร์กิล (Kargil War Memorial) ก่อนเดินทางเข้าพักที่เมืองชายแดน คาร์กิล (Kargil) พื้นที่ประวัติศาสตร์รอยต่อระหว่างแคชเมียร์ ลาดักห์ และปากีสถาน
วันที่ 3 คาร์กิล - มูลเบกห์ - ลามายูรู - เลห์ เดินทางสู่ มูลเบกห์ (Mulbek) ชมองค์พระศรีอริยเมตไตรยแกะสลักบนหน้าผาหินสูง 9 เมตรที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 จากนั้นนั่งรถผ่านจุดสูงสุดของเส้นทางคือ ฟอร์ทูล่า ท็อป (Fotula Top) ที่ระดับ 4,108 เมตร ไปยัง วัดลามายูรู (Lamayuru Monastery) วัดเก่าแก่อายุพันปีที่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศตระการตาคล้ายพื้นผิวดวงจันทร์ (The Moon land) ระหว่างทางจะแวะ จุดชมวิวแม่น้ำสองสี (Sangam View Point) ที่แม่น้ำสินธุและแม่น้ำซันสการ์ไหลมาบรรจบกัน และผ่าน Magnetic Hill เนินเขาที่มีภาพลวงตาคล้ายรถไหลขึ้นเขาได้เอง ก่อนจะถึง เมืองเลห์ (Leh) ซึ่งตั้งอยู่บนความสูง 3,524 เมตรจากระดับน้ำทะเล
วันที่ 4 เลห์ - หุบเขานูบร้า ข้ามผ่าน คาร์ดุง ลา พาส (Khardung La Pass) อดีตถนนผ่านสำหรับยานยนต์ที่สูงที่สุดในโลก ที่ความสูงถึง 5,359 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล (อาจทำให้เกิดอาการแพ้ความสูงได้เนื่องจากอากาศเบาบาง) เพื่อเดินทางลงสู่ หุบเขานูบร้า (Nubra Valley) ไฮไลท์คือการไป ขี่อูฐนูบร้าพันธุ์สองหนอก (Bactrian) ที่ทะเลทรายสีเงินแห่งหมู่บ้านฮุนเดอร์ และเที่ยวชม วัดเดสกิต (Deskit Monastery) สักการะพระศรีอริยเมตไตรยขนาดมหึมาบนยอดเนิน
วันที่ 5 หุบเขานูบร้า - เลห์ เดินทางกลับมายังเมืองเลห์ เพื่อเที่ยวชม พระราชวังเลห์ (Leh Palace) พระราชวังเก่าแก่ 9 ชั้นที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 และสักการะ เจดีย์สันติภาพ (Shanti Stupa) ซึ่งสร้างโดยชาวญี่ปุ่นเพื่อใช้เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์เมืองเลห์แบบ 360 องศา
วันที่ 6 เที่ยวชมเมืองเลห์และศิลปวัฒนธรรมทิเบต ใช้เวลาเต็มวันเจาะลึกวัดและสถานที่สำคัญ ได้แก่
- วัดธิคเซย์ (Thiksey Monastery) วัดสวยงามที่ได้รับฉายาว่าคล้ายพระราชวังโปตาลาในทิเบต มีพระศรีอริยเมตไตรยที่ใหญ่ที่สุดในลาดักห์สูงถึง 15 เมตร
- วัดเฮมิส (Hemis Gompa) วัดทิเบตนิกายหมวกแดงอายุ 450 ปีที่ใหญ่ที่สุดในลาดักห์และมีวัตถุโบราณที่สมบูรณ์ที่สุด
- พระราชวังเชย์ (Shey Palace) อดีตพระราชวังฤดูร้อนที่มีพระศากยมุนีองค์ใหญ่
- วัดสตัคน่า (Stakna) วัดนิกายดรุกปะที่ตั้งอยู่บนเนินเขารูปร่างคล้ายจมูกเสือ
วันที่ 7 เลห์ - ทะเลสาบปันกอง - เลห์ เดินทางข้ามเขา ชางลา (Chang La pass) ที่ความสูง 5,360 เมตร (อดีตถนนที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก) ระหว่างทางอาจได้ทักทายกับ มาร์มอต (Marmot) สัตว์ภูเขาตระกูลกระรอกสุดน่ารัก เพื่อไปชม ทะเลสาบปันกอง (Pangong Lake) ทะเลสาบบนความสูง 4,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งพื้นที่ของทะเลสาบคาบเกี่ยวระหว่างอินเดียและจีน ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลกจากฉากจบในภาพยนตร์เรื่อง "3 Idiots"
วันที่ 8-9 เลห์ - เดลลี - กรุงเทพฯ นั่งเครื่องบินจากเมืองเลห์ชมวิวเทือกเขาหิมาลัยกลับไปยังนิวเดลลี แวะช้อปปิ้งของฝากใกล้สนามบิน ก่อนจะขึ้นเครื่องบินสายการบินไทยเที่ยวบิน TG 316 กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทยในเช้าตรู่วันที่ 6 มิถุนายน 2569
ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับทริปนี้: ทริปนี้เป็นการเดินทางที่เน้นซึมซับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ของเทือกเขา ทะเลทราย ทะเลสาบ และกลิ่นอายวัฒนธรรมทิเบต-มหายาน ผู้เดินทางต้องเตรียมความพร้อมของร่างกายเนื่องจากต้องใช้เวลาอยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 3,500 เมตร ไปจนถึงเกือบ 5,400 เมตรตลอดการเดินทาง
- ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport)
https://photos.app.goo.gl/3bcfbmjCZ8gkUk7i7
.
-------------------------
- dl
pt
pa
pl
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u
-------------------------
..

