พระราชวังพญาไท (PhayaThai Palace) ราชเทวี กรุงเทพ

แผนที่: https://maps.app.goo.gl/dZLmzZQG7HEBA2YV6
พระราชวังพญาไท สง่างามแห่งสถาปัตยกรรมยุโรปใจกลางกรุงเทพฯ
พระราชวังพญาไท (Phaya Thai Palace) เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เป็นพระราชวังเก่าแก่กลางกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ริมถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี ภายในพื้นที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ใกล้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จุดเด่นของสถานที่ไม่ได้มีเพียงความงามของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก แต่ยังมีประวัติการใช้งานที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าสนใจ ตั้งแต่พื้นที่ทดลองด้านเกษตรกรรม พระตำหนักและพระราชวังในรัชกาลที่ 5–6 โรงแรมชั้นหนึ่ง สถานีวิทยุกระจายเสียง ไปจนถึงการเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่การแพทย์ทหารในเวลาต่อมา
ต้นกำเนิดของพระราชวังพญาไทต่างจากพระราชวังหลายแห่งในกรุงเทพฯ เพราะพื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นทุ่งนาและสวนริมคลองสามเสน ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่ดินกว่า 100 ไร่ เพื่อใช้ทดลองปลูกธัญพืช ทำนา และเป็นสถานที่พักผ่อนพระราชอิริยาบถ มีการเรียกพื้นที่ส่วนหนึ่งว่า “โรงนาหลวงคลองพญาไท” และเคยใช้เป็นพื้นที่ประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญด้วย ต่อมาพื้นที่ได้รับการพัฒนาเป็นพระตำหนักพญาไท ก่อนที่จะมีความสำคัญมากขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อมีการสร้างหมู่พระที่นั่งขึ้นใหม่หลายองค์ จนเกิดเป็นภาพของพระราชวังพญาไทที่เห็นในปัจจุบัน จุดสังเกตเด่นที่สุดคือพระที่นั่งพิมานจักรีที่มีหอคอยสูงและหลังคายอดแหลมสีแดง มองเห็นได้ชัดจากบริเวณด้านหน้าพระราชวัง
สำหรับนักท่องเที่ยว พระราชวังพญาไทเหมาะอย่างยิ่งกับผู้สนใจประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปะสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นสมัยใหม่ รวมถึงผู้ที่ต้องการหาสถานที่เที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกรุงเทพฯ ที่ใช้เวลาไม่มาก หากเพียงเดินชมบริเวณภายนอกควรเผื่อประมาณ 1 ชั่วโมง แต่หากได้เข้าร่วมรอบนำชมภายในพระที่นั่ง ควรเผื่อประมาณ 2–3 ชั่วโมง เพราะรายละเอียดภายในมีมากและการชมพร้อมวิทยากรช่วยให้เข้าใจประวัติของแต่ละห้องได้ลึกกว่าเดินดูเพียงลำพัง
การเดินทางค่อนข้างสะดวก สามารถใช้ระบบขนส่งสาธารณะมายังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้วเดินต่อไปตามถนนราชวิถีเข้าสู่บริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าได้ ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัวควรคำนึงว่าพื้นที่โดยรอบเป็นเขตโรงพยาบาลและมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก การใช้รถสาธารณะจึงมักสะดวกกว่าสำหรับการมาเที่ยวโดยเฉพาะ
จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว
หัวใจของพระราชวังพญาไท คือ หมู่พระที่นั่งซึ่งผสมผสานสถาปัตยกรรมตะวันตกหลายแนวเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรมาเนสก์ โกธิค อิงลิชโกธิค ไบแซนไทน์ ตลอดจนงานตกแต่งแบบอาร์ตนูโว ทำให้พระราชวังแห่งนี้เหมาะสำหรับใช้เป็นห้องเรียนสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ศิลป์ที่สามารถดูของจริงได้ในสถานที่เดียว
พระที่นั่งพิมานจักรี ถือเป็นอาคารประธานและเป็นภาพจำสำคัญที่สุด ตัวอาคารสูง 2 ชั้น ก่ออิฐฉาบปูน มีรูปแบบผสมระหว่างโรมาเนสก์และโกธิค จุดเด่นคือหอคอยสูงหลังคาสีแดง ซึ่งเดิมใช้เป็นจุดสำหรับชักธงมหาราชขึ้นเมื่อพระมหากษัตริย์ประทับอยู่ในพระราชฐาน ภายในมีงานจิตรกรรมตกแต่งบริเวณผนังและเพดาน บานประตูไม้จำหลักปิดทอง และพระปรมาภิไธยย่อ “ร.ร.๖” เหนือบานประตูบางแห่ง เมื่อเข้าชมภายในพระที่นั่งพิมานจักรี สิ่งที่ควรสังเกตไม่ใช่เพียงความสวยงามของห้อง แต่คือการแบ่งพื้นที่ตามพระราชกิจ ชั้นล่างเคยใช้เป็นพื้นที่เสวยและรับรอง ส่วนชั้นบนเกี่ยวข้องกับท้องพระโรง ห้องพระบรรทมและห้องทรงพระอักษร รายละเอียดของเตาผิง เครื่องตกแต่ง และภาพเขียนบนเพดานช่วยสะท้อนรสนิยมตะวันตกที่เข้ามามีบทบาทในราชสำนักสยามช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

พระที่นั่งพิมานจักรี และ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
พระที่นั่งไวกูณฐเทพย สถานตั้งอยู่เชื่อมต่อกับพระที่นั่งพิมานจักรี เดิมเป็นอาคาร 2 ชั้นและต่อเติมชั้นที่ 3 ในภายหลัง ตัวอาคารมีลักษณะแบบโรมาเนสก์ ภายในเคยเป็นพื้นที่ส่วนพระองค์และต่อมายังมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การสื่อสาร เพราะพื้นที่พระราชวังพญาไทถูกใช้เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ ในช่วงรัชกาลที่ 7
พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส เป็นอีกอาคารที่มีบุคลิกแตกต่างออกไป ตัวอาคารสูง 2 ชั้น มีโดมขนาดเล็กและได้รับอิทธิพลจากอิงลิชโกธิค ภายในตกแต่งด้วยลายดอกไม้และจิตรกรรมแบบอาร์ตนูโว ให้บรรยากาศอ่อนโยนกว่าพระที่นั่งพิมานจักรี เดิมใช้เป็นพื้นที่สำหรับเจ้านายฝ่ายใน
พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นสิ่งปลูกสร้างสำคัญที่หลงเหลือมาจากช่วงก่อนการสร้างหมู่พระที่นั่งใหม่ในรัชกาลที่ 6 ตัวอาคารใช้โครงสร้างไม้ มีโดมตรงกลางและหลังคาโค้งทั้งสี่ด้าน ได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมไบแซนไทน์ ภายในมีภาพคนและลายพรรณพฤกษา และเคยใช้เป็นท้องพระโรง

พระที่นั่งเทวราชสภารมย์

นอกจากนี้ยังมี พระตำหนักเมขลารูจี ซึ่งเป็นพระตำหนักไม้ริมสระที่เกี่ยวข้องกับการทรงพระอักษรของรัชกาลที่ 6 รวมถึงสวนโรมันที่ออกแบบในลักษณะเรขาคณิตและมีศาลารูปแบบสถาปัตยกรรมโรมัน ทำให้พื้นที่พระราชวังไม่ได้มีเพียงตัวอาคาร แต่ยังมีภูมิสถาปัตยกรรมที่ควรเดินชมประกอบกันด้วย

ประวัติหรือความสำคัญ
ประวัติของพระราชวังพญาไทสามารถแบ่งออกได้หลายยุค และแต่ละยุคสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของประเทศไทยอย่างน่าสนใจ เริ่มจากยุคเกษตรกรรมในรัชกาลที่ 5 เมื่อพื้นที่ทุ่งพญาไทถูกใช้ทดลองทำนา ปลูกธัญพืช และประกอบพระราชพิธีเกี่ยวกับการเกษตร ก่อนจะพัฒนาเป็นที่ประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถ หลังพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จมาประทับ ณ วังพญาไทจนสิ้นพระชนม์ใน พ.ศ. 2462 จากนั้นในสมัยรัชกาลที่ 6 จึงมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ครั้งใหญ่ โดยอาคารเดิมส่วนมากถูกรื้อออก เหลือพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ และมีการก่อสร้างพระที่นั่งชุดใหม่จนเป็นพระราชวังพญาไทในรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงใช้พระราชวังพญาไทเป็นทั้งที่ประทับและสถานที่ทรงงาน หมู่พระที่นั่งจึงถูกออกแบบให้รองรับทั้งชีวิตส่วนพระองค์ การรับรอง และพระราชกิจ หลายห้องยังมีร่องรอยการตกแต่งที่ช่วยสะท้อนพระราชนิยมด้านวรรณกรรม ศิลปะ และวัฒนธรรมตะวันตกของพระองค์อย่างชัดเจน
พระราชวังพญาไทยังเชื่อมโยงกับ “ดุสิตธานี” เมืองจำลองที่รัชกาลที่ 6 ทรงใช้เป็นพื้นที่ทดลองแนวคิดเกี่ยวกับการบริหารเมืองและการปกครอง โดยมีการย้ายดุสิตธานีจากบริเวณพระราชวังดุสิตมาอยู่ในพระราชวังพญาไทช่วงหนึ่ง ประเด็นนี้ทำให้พระราชวังมีความสำคัญมากกว่าเรื่องสถาปัตยกรรม เพราะยังเกี่ยวข้องกับประวัติความคิดทางการเมืองและสังคมสมัยใหม่ของไทยด้วย
หลังสิ้นรัชกาลที่ 6 พระราชวังเข้าสู่บทบาทใหม่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กรมรถไฟหลวงได้รับมอบหมายให้ปรับปรุงพระราชวังเป็นโรงแรมชั้นหนึ่ง เปิดในชื่อ “โฮเต็ลพญาไท” เมื่อ พ.ศ. 2468 การเปลี่ยนพระราชวังเป็นโรงแรมสะท้อนความพยายามพัฒนาบริการสำหรับผู้เดินทางและชาวต่างประเทศในยุคที่ประเทศไทยเริ่มเชื่อมต่อกับการท่องเที่ยวสมัยใหม่มากขึ้น
อีกเหตุการณ์สำคัญคือการใช้พื้นที่เป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงกรุงเทพฯ ที่พญาไท ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2473 มีการถ่ายทอดกระแสพระราชดำรัสในรัชกาลที่ 7 และถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเริ่มต้นวิทยุกระจายเสียงของไทย พื้นที่พระราชวังจึงมีบทบาทโดยตรงต่อประวัติศาสตร์สื่อสารมวลชนของประเทศด้วย
ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 พื้นที่พระราชวังถูกนำมาใช้ด้านการแพทย์ของกองทัพ จนพัฒนามาเป็นส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า พระราชวังพญาไทในปัจจุบันจึงตั้งอยู่ท่ามกลางอาคารโรงพยาบาลและหน่วยงานทางการแพทย์ ซึ่งเป็นภาพที่น่าสนใจมาก เพราะสถาปัตยกรรมราชสำนักอายุเกินหนึ่งศตวรรษยังคงดำรงอยู่กลางพื้นที่การแพทย์สมัยใหม่ของกรุงเทพฯ
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
หากมาเที่ยวเป็นครั้งแรก ควรเริ่มจากมองภาพรวมด้านหน้าพระที่นั่งพิมานจักรีก่อนเข้าอาคาร ลองสังเกตหอคอยสูง หลังคาทรงแหลมสีแดง ช่องหน้าต่าง รูปแบบซุ้ม และการจัดสัดส่วนของอาคาร เพราะเมื่อเข้าไปด้านในแล้วจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างภายนอกกับห้องต่าง ๆ ได้ดีขึ้น หากมีรอบนำชม ควรเลือกร่วมรอบมากกว่าการดูเฉพาะภายนอก เพราะคุณค่าหลักของพระราชวังอยู่ที่รายละเอียดภายใน ห้องจำนวนมากมีงานจิตรกรรมบนเพดานและส่วนบนของผนัง ประตูไม้แกะสลัก เตาผิง และองค์ประกอบตกแต่งที่มีความหมายเฉพาะ การมีวิทยากรอธิบายจะช่วยเชื่อมวัตถุเหล่านี้กับบุคคลและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ได้ชัดเจนกว่า
พระที่นั่งพิมานจักรี ควรเป็นจุดที่ใช้เวลามากที่สุด โดยเฉพาะห้องพระบรรทม ห้องทรงพระอักษร และพื้นที่ท้องพระโรง ควรมองขึ้นไปที่เพดานแทบทุกห้อง เพราะงานตกแต่งจำนวนมากอยู่เหนือระดับสายตา ผู้ที่รีบเดินผ่านอาจพลาดรายละเอียดสำคัญจำนวนมาก
- ชมพระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน
- พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส ต่อเนื่องกันเพื่อเปรียบเทียบลักษณะสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง ส่วนพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ควรสังเกตโครงสร้างไม้และโดม ซึ่งแตกต่างอย่างชัดเจนจากพระที่นั่งก่ออิฐฉาบปูนองค์อื่น
อีกจุดที่ไม่ควรพลาดคือสวนโรมัน พื้นที่แห่งนี้ช่วยให้เห็นว่าการออกแบบพระราชวังไม่ได้คิดเฉพาะตัวอาคาร แต่รวมถึงสวน ทางเดิน สระน้ำ และศาลาพักด้วย หากมาในช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะเดินสบายและเหมาะกับการถ่ายภาพมากกว่าช่วงเที่ยง

- ศาลเจ้าพ่อท้าวหิรัญพนาสูร (ฮู)
สำหรับการถ่ายภาพ ภายนอกอาคารมีมุมสวยหลายจุด โดยเฉพาะ
- ด้านหน้าพระที่นั่งพิมานจักรี
- หอคอยสีแดง พระที่นั่งเทวราชสภารมย์
- พระที่นั่งพิมานจักรี และ พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน

- สวนโรมัน หลังพระที่นั่ง รูปหล่อสัมฤทธิ์พระวรุณกลางสระ ปั้นโดย อ.ศิลป์ พีระศรี

- หากมีเวลาลองมองหา ซากฟอสซิสแอมโมนอยด์ ที่มีในหินอ่อนอิตาลีที่นำเข้ามาที่มีมากและบางตัวมีขนาดใหญ่มาก

* แอมโมไนต์ (Ammonite) เป็นสัตว์ประเภทเซฟาโลพอดชนิดหนึ่ง สามารถพบได้หลายที่บนโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย
แต่การถ่ายภาพภายในอาคารอาจมีกฎแตกต่างกันตามพื้นที่และกิจกรรม ผู้มาเยือนควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง ไม่ใช้แฟลชหากไม่ได้รับอนุญาต และไม่สัมผัสเครื่องตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์เก่า
ผู้สูงอายุสามารถมาเที่ยวได้ แต่ควรคำนึงถึงการเดินขึ้นลงบันไดภายในพระที่นั่ง หากมีข้อจำกัดด้านเข่าหรือการเคลื่อนไหวควรสอบถามเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าว่าส่วนใดสามารถเข้าถึงได้ เด็กโตเหมาะกับการมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ส่วนเด็กเล็กควรมีผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะภายในมีวัตถุเก่า บันได และพื้นที่ที่ต้องรักษาความสงบ
เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว
พระราชวังพญาไท สามารถมาเยือนได้ตลอดปี แต่ช่วงพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการเดินชมพื้นที่ภายนอกมากที่สุด เพราะอากาศช่วงเช้าโดยทั่วไปไม่ร้อนเท่าฤดูอื่น หากมาในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมควรเลือกช่วงเช้าและหลีกเลี่ยงการยืนกลางแดดนาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุและเด็ก
ฤดูฝนสามารถเที่ยวได้เพราะส่วนสำคัญอยู่ภายในอาคาร แต่ต้องเดินเชื่อมระหว่างพระที่นั่งและสวน ควรมีร่มและรองเท้าที่พื้นยึดเกาะดี หากฝนตกหนัก บางพื้นที่กลางแจ้งอาจไม่สะดวกต่อการชม
ช่วงเช้า เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการเดินชมอย่างละเอียด เพราะอากาศยังไม่ร้อนและสามารถพักต่อที่ร้านกาแฟหรือเที่ยวบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิในช่วงบ่าย ส่วนผู้ที่เข้ารอบบ่ายควรมาถึงก่อนเวลาพอสมควร เนื่องจากพระราชวังอยู่ในพื้นที่โรงพยาบาลและต้องเผื่อเวลาในการเดินจากจุดลงรถเข้าสู่ตัวพระราชวัง
ข้อมูลสาธารณะจากหลายแหล่งระบุว่าการชมภายในมักจัดเป็นรอบพร้อมวิทยากร โดยเฉพาะวันหยุด และบางช่วงมีการจัดกิจกรรมพิเศษ เช่น Night Museum ซึ่งอาจเปิดอาคารหรือพื้นที่มากกว่าปกติ แต่ตารางการเข้าชมมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการดูแลสถานที่และกิจกรรมของหน่วยงาน ดังนั้น หากกล่าวถึง วันเปิด เวลาเข้าชม ค่าเข้าชม รอบวิทยากร หรือการเปิดอาคารภายใน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนเดินทางทุกครั้ง ไม่ควรอ้างอิงตารางจากรีวิวเก่า เพราะรอบการเข้าชมพระราชวังมีการปรับเปลี่ยนได้
ควรเผื่อเวลาโดยรวมประมาณ 2–3 ชั่วโมง หากตั้งใจเข้ารอบนำชมและเดินสวนด้วย ส่วนผู้ที่ชมเฉพาะบริเวณภายนอกอาจใช้ประมาณ 45–60 นาที แต่จะพลาดรายละเอียดสำคัญของสถาปัตยกรรมภายในไปมาก
พระราชวังพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีเรื่องราวซ้อนทับกันหลายยุคอย่างหาได้ยาก จากทุ่งนาและพื้นที่ทดลองเกษตรในรัชกาลที่ 5 พัฒนามาเป็นพระราชวังสำคัญในรัชกาลที่ 6 ก่อนเปลี่ยนบทบาทเป็นโรงแรม สถานีวิทยุกระจายเสียง และพื้นที่การแพทย์ของกองทัพในเวลาต่อมา สิ่งที่ควรให้เวลาเป็นพิเศษคือพระที่นั่งพิมานจักรี พระที่นั่งไวกูณฐเทพยสถาน พระที่นั่งศรีสุทธนิวาส และพระที่นั่งเทวราชสภารมย์ เพราะแต่ละองค์มีรูปแบบสถาปัตยกรรมและหน้าที่ต่างกัน การเดินต่อไปยังพระตำหนักเมขลารูจีและสวนโรมันจะช่วยให้มองเห็นภาพของพระราชวังในฐานะพื้นที่ประทับทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงอาคารสวยเพียงหลังเดียว นักท่องเที่ยวควรมีเวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง เลือกเข้ารอบนำชมหากมีบริการ แต่งกายสุภาพ เตรียมรองเท้าที่เดินสะดวก และเดินทางด้วยรถสาธารณะหากเป็นไปได้ เพราะพระราชวังตั้งอยู่ในบริเวณโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าซึ่งมีการใช้งานจริงตลอดวัน
ความน่าสนใจของพระราชวังพญาไทจึงไม่ใช่เพียงการได้ถ่ายภาพพระราชวังยุโรปกลางกรุงเทพฯ แต่คือการได้เห็นสถานที่หนึ่งแห่งทำหน้าที่เป็นทั้งพื้นที่เกษตร พระราชฐาน โรงแรม ศูนย์กลางการสื่อสาร และสถานพยาบาลมาตลอดกว่าหนึ่งศตวรรษ การมาเที่ยวพร้อมทำความเข้าใจลำดับเหตุการณ์เหล่านี้จะช่วยให้พระราชวังพญาไทกลายเป็นบทเรียนประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตและช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานครในช่วงเข้าสู่สังคมสมัยใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
#เที่ยวไทย #ท่องเที่ยวไทย #พระราชวังพญาไท #PhayaThaiPalace #วังพญาไท #ราชเทวี #กรุงเทพมหานคร #เที่ยวกรุงเทพ #เที่ยวตามรถไฟฟ้า #สถาปัตยกรรมไทย #สถาปัตยกรรมตะวันตก #ประวัติศาสตร์ไทย #แหล่งเรียนรู้ #เที่ยวเชิงวัฒนธรรม #iok2uTravel
.
------------------------
ที่มาข้อมูล
-
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
เที่ยวกรุงเทพ (Travel Bangkok)
------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
https://photos.app.goo.gl/q12zhC7aoNeCwMtT6
------------------------
20220430 วังพญาไท ราชเทวี กรุงเทพ
https://photos.app.goo.gl/1oP6WcqRz35Fe28HA
------------------------









