iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

เที่ยวเชียงราย เวียงแก่น ภูชี้ฟ้า

 

ภูชี้ฟ้า ทิพย์แห่งขุนเขา สวรรค์แห่งทะเลหมอก ชมวิวทิวทัศน์ และความงดงามของภูเขา ณ เชียงราย

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/JgniSh23cYLJUJkf8 

ภูชี้ฟ้า… เพียงแค่ได้ยินชื่อนี้ จิตวิญญาณแห่งการผจญภัยก็พลันตื่นขึ้น ดินแดนแห่งความฝันที่ซ่อนตัวอยู่ ณ สุดเขตแดนตะวันออกของจังหวัดเชียงราย ที่ที่ขุนเขาทอดยาวเป็นแนวกำแพงธรรมชาติกั้นพรมแดนไทย-ลาว และมียอดผาอันโดดเด่นที่แหลมคมราวกับนิ้วมือของเทพเจ้าที่ชี้ตรงขึ้นสู่ฟากฟ้า เป็นที่มาของชื่ออันแสนจะตราตรึงใจ “ภูชี้ฟ้า” การเดินทางสู่ภูชี้ฟ้ามิใช่เพียงแค่การไปเยือนสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือการเดินทางเพื่อค้นพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ การเฝ้ารอคอยปรากฏการณ์แห่งแสงแรกของวันยามที่ดวงอาทิตย์สีทองค่อยๆ โผล่พ้นขอบฟ้า ท่ามกลางม่านหมอกสีขาวที่ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่างคล้ายทะเลอัญมณีสีเงินยวง เป็นภาพที่งดงามเกินกว่าจะบรรยาย และยากที่จะลืมเลือนไปจากความทรงจำ

ภูชี้ฟ้า คือ อัญมณีล้ำค่าแห่งอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ซึ่งเป็นผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่ครอบคลุมพื้นที่หลายอำเภอของเชียงราย ทั้งอำเภอเทิง อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล และอำเภอเชียงของ ไม่เพียงแต่มีทัศนียภาพอันตระการตาในยามเช้าตรู่เท่านั้น แต่ภูชี้ฟ้ายังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่ง และเป็นบ้านของพืชพรรณนานาชนิดที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอวดโฉมความงามตามฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสะพรั่งที่แต่งแต้มสีสันให้เส้นทางเดินขึ้นภูในฤดูหนาว หรือดอกเสี้ยวสีขาวบริสุทธิ์ที่บานสะพรั่งต้อนรับฤดูใบไม้ผลิในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม

การมาเยือนภูชี้ฟ้าคือการเปิดประตูสู่ประสบการณ์อันล้ำค่าแห่งการสัมผัสธรรมชาติอย่างแท้จริง ทั้งความเงียบสงบ ความสดชื่นของอากาศบริสุทธิ์ และความยิ่งใหญ่ของทิวทัศน์ที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา นอกจากภูชี้ฟ้าอันเลื่องชื่อแล้ว บริเวณอำเภอเวียงแก่นซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม "เมือง 3 ภู 1 ดอย" ซึ่งประกอบด้วย ภูชี้ฟ้า ภูชี้ดาว ภูชี้เดือน และดอยผาตั้ง โดยเฉพาะภูชี้ดาวและภูชี้เดือนที่ตั้งอยู่ในตำบลปอ อำเภอเวียงแก่น ก็เป็นอีกหนึ่งจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้กัน และมอบมุมมองแบบ 360 องศา พร้อมวิวแม่น้ำโขงและขอบฟ้าที่ตัดกับแสงอรุณในยามเช้าอย่างชัดเจน การเดินทางมายังภูชี้ฟ้าจึงเป็นการเดินทางที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งขุนเขาและวัฒนธรรมที่รอให้ผู้มาเยือนได้มาสัมผัสและดื่มด่ำกับความงดงามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์ขึ้น

สถานที่ตั้ง

ภูชี้ฟ้าอันเป็นดั่งเพชรยอดมงกุฎแห่งขุนเขา ตั้งตระหง่านอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า ณ ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ทอดตัวเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่นอันยิ่งใหญ่ ที่เป็นพรมแดนธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ความพิเศษของภูชี้ฟ้าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เขตอำเภอเทิงเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลกว่า 58,069 ไร่ หรือประมาณ 92.91 ตารางกิโลเมตร ในอาณาเขตของ 4 อำเภอสำคัญของจังหวัดเชียงราย ได้แก่ อำเภอเทิง อำเภอเวียงแก่น อำเภอขุนตาล และอำเภอเชียงของ ซึ่งแต่ละอำเภอต่างก็มีเสน่ห์และเรื่องราวที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

พิกัดทางภูมิศาสตร์ของภูชี้ฟ้าบ่งบอกถึงตำแหน่งที่ตั้งอันโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ โดยทิศเหนือจรดกับประเทศลาว ทิศตะวันออกก็จรดกับประเทศลาวเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงการเป็นเสมือนประตูสู่ดินแดนเพื่อนบ้าน ทิศใต้ติดกับอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย และอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ส่วนทิศตะวันตกจรดกับอำเภอเทิง อำเภอขุนตาล และอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ด้วยพิกัดที่ตั้งที่อยู่ระหว่างรอยตะเข็บชายแดน ทำให้ภูชี้ฟ้ามิได้เป็นเพียงจุดชมวิวทิวทัศน์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คนจากสองฝั่งโขงเข้าไว้ด้วยกัน

ยอดสูงสุดของภูชี้ฟ้ามีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,200 ถึง 1,628 เมตร ทำให้เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขาที่เขียวขจี เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตองในแขวงไชยบุรี ประเทศลาว การได้ยืนอยู่บนยอดภูชี้ฟ้า จึงไม่ใช่แค่การชื่นชมความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นการได้มองเห็นโลกอีกใบที่ข้ามพรมแดน สัมผัสถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และความเชื่อมโยงของผู้คนในพื้นที่สูงแห่งนี้ ลักษณะภูมิประเทศโดยรอบเป็นภูเขาสูงชันสลับกับเนินเขาเตี้ยๆ และพื้นที่ราบเล็กน้อยที่แทรกอยู่ระหว่างยอดเขา ทอดตัวเป็นแนวเหนือ-ใต้ ด้วยความลาดชันประมาณ 30-70 องศา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสายที่ไหลหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนและผืนป่า อาทิ ลำน้ำหงาว ลำห้วยลึก ลำห้วยชมพู ลำห้วยป่าแดง ลำห้วยคุ และลำห้วยหาน ลำน้ำเหล่านี้บางสายไหลลงสู่แม่น้ำอิงที่อำเภอเทิง ก่อนจะรวมตัวกับแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงของ ในขณะที่บางสายไหลตรงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอเวียงแก่น เป็นการยืนยันถึงความสำคัญทางนิเวศวิทยาของภูชี้ฟ้าในฐานะ "แหล่งกำเนิดน้ำ" แห่งชีวิต

การเดินทางมายังภูชี้ฟ้าจึงเป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการเดินทางสู่ใจกลางของธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์งดงาม และเป็นศูนย์รวมของเรื่องราว ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมที่ผูกพันกับผืนป่าและขุนเขาแห่งนี้อย่างแยกไม่ออก

ประวัติและความสำคัญ

ภูชี้ฟ้า มิได้เป็นเพียงยอดเขางามที่โดดเด่นทางภูมิศาสตร์เท่านั้น แต่ยังอุดมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และมีความสำคัญในเชิงนิเวศวิทยาอย่างลึกซึ้ง พื้นที่แห่งนี้ได้รับการจัดตั้งเป็นวนอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2541 โดยกรมป่าไม้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่งาวฟ้าทอง ครอบคลุมพื้นที่กว่า 58,069 ไร่ หรือประมาณ 92.91 ตารางกิโลเมตร แสดงถึงความตั้งใจในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าของชาติให้คงอยู่สืบไป

ชื่อ "ภูชี้ฟ้า" นั้น มีที่มาจากลักษณะทางกายภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของยอดผาที่ทอดยื่นออกไปในอากาศอย่างสง่างาม ราวกับนิ้วมือที่ชี้ตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า ยามที่เมฆหมอกเคลื่อนตัวมาปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง ยิ่งทำให้ปลายผานั้นดูโดดเด่นและลึกลับราวกับประตูสู่สรวงสวรรค์ ตำนานและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับภูผาแห่งนี้จึงมักถูกถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น สร้างมนต์ขลังและความศรัทธาให้กับผู้คนในท้องถิ่น

ในด้านภูมิประเทศ ภูชี้ฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงที่ทอดตัวยาวตามแนวชายแดนไทย-ลาว ลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางตั้งแต่ 400 ถึง 1,700 เมตร โดยยอดสูงสุดของภูชี้ฟ้าอยู่ที่ประมาณ 1,200 ถึง 1,628 เมตร ด้วยสภาพภูมิประเทศเช่นนี้ จึงเป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำหลายสายที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศและชุมชนโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ลำน้ำหงาว ลำห้วยลึก ลำห้วยชมพู ลำห้วยป่าแดง ลำห้วยคุ และลำห้วยหาน ซึ่งลำน้ำเหล่านี้ต่างก็ไหลลงสู่แม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำอิงและแม่น้ำโขง อันเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงชีวิตของผู้คนในภูมิภาคนี้

สภาพภูมิอากาศของภูชี้ฟ้าเป็นแบบมรสุมเขตร้อน โดยได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ในช่วงฤดูฝน และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูหนาว ทำให้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี และหนาวเย็นจัดเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดต่อปีอยู่ที่ประมาณ 7.5 องศาเซลเซียส และสูงสุดประมาณ 37.7 องศาเซลเซียส โดยมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยต่อปีประมาณ 1,985 มิลลิเมตร ซึ่งเอื้อต่อการเจริญเติบโตของพืชพรรณนานาชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายสายพันธุ์

ผืนป่าในอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ประกอบด้วยป่าหลายประเภทที่สลับซับซ้อนกันไป สะท้อนถึงความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่ง:

  • ป่าเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) พบได้ทั่วไปตามที่ราบ เนินเขา และริมลำห้วย เป็นป่าผลัดใบที่มีไม้ยืนต้นและไผ่หลายชนิดผสมกัน เช่น สัก ประดู่ แดง ซ้อ เสลา สมอพิเภก มะแฟน กระพี้เขาควาย ส้มกบ และไผ่ชนิดต่างๆ อาทิ ไผ่ซาง ไผ่บงเล็ก ไผ่หก และไผ่ไร่

  • ป่าเต็งรัง (Deciduous Dipterocarp Forest) กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ มักขึ้นสลับกับป่าเบญจพรรณ มีพันธุ์ไม้เด่นอย่าง เต็ง รัง ยางเหียง ยางพลวง พะยอม กะบก และไม้พื้นล่างจำพวกไผ่ไร่ กระชาย กระเจียว

  • ป่าดงดิบ (Evergreen Forest) พบตามบริเวณริมห้วย ลำน้ำ หุบเขา และภูเขาสูง มีความหนาแน่นของต้นไม้สูง แบ่งเป็นป่าดงดิบชื้นและป่าดงดิบเขา พันธุ์ไม้สำคัญได้แก่ จำปีป่า จำปาป่า มะม่วงป่า ทะโล้ มะหาด ยมหอม หว้า สารภี นางพญาเสือโคร่ง ยาง ตะเคียน ก่อแพะ ก่อเดือย ก่อน้ำ ก่อข้าว ก่อแป้น อบเชย กำยาน รวมถึงไม้พื้นล่างอย่าง หวาย เฟิร์น และมอส

  • ป่าสนเขา (Pine Forest) เป็นป่าที่พบตามสันเขาและภูเขาสูง โดยมักขึ้นปะปนกับป่าดิบเขาและป่าเบญจพรรณ พันธุ์ไม้เด่นคือ สนสามใบ

ความหลากหลายของพืชพรรณเหล่านี้เป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ภูชี้ฟ้าเป็นบ้านของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด ทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น เก้ง หมูป่า อีเห็น นิ่มหรือลิ่น กระต่ายป่า อ้นเล็ก กระจ้อน กระแต กระรอก กระจง หมูหริ่ง บ่าง เม่นพังพอน ชะมด กลุ่มนกนานาชนิด อาทิ นกกระปูด นกกางเขนดง นกปรอดหัวโขน ไก่ป่า นกกะราง นกแอ่นบ้าน นกเหยี่ยว นกแสก นกเอี้ยง นกกางเขน นกขมิ้น นกขุนทอง นกแซงแซว นกเค้าแมว และกลุ่มนกกระจิบ นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลื้อยคลาน เช่น เต่าปูลู งู ตุ๊กแก จิ้งจก จิ้งเหลน ตะกวด ลิ่น แย้ ตะขาบ กิ้งกือ กิ้งก่าบิน แมลงป่อง และสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอย่าง คางคกบ้าน กบห้วย ซาราเมนเดอร์ จิงโจ้น้ำ อึ่งอ่าง เขียด ปาด ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ภูชี้ฟ้าเป็นระบบนิเวศที่สมบูรณ์และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลทางธรรมชาติ

การเดินทางเยือนภูชี้ฟ้าจึงไม่ใช่แค่การชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียนรู้และทำความเข้าใจถึงความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ และความสำคัญของผืนป่าแห่งนี้ต่อชีวิตของผู้คนและสรรพสัตว์อย่างแท้จริง

คำแนะนำในการเตรียมตัวและข้อควรปฏิบัติ

การเดินทางสู่ภูชี้ฟ้าคือการผจญภัยที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ทุกช่วงเวลาที่อยู่บนขุนเขาแห่งนี้เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสอากาศอันบริสุทธิ์ การเฝ้ารอทะเลหมอกยามเช้า หรือการดื่มด่ำกับแสงแรกของวัน มาเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางกัน:

1. สภาพอากาศและการแต่งกาย:

  • อุณหภูมิ: ภูชี้ฟ้ามีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์) อากาศจะหนาวเย็นจัด บางครั้งอุณหภูมิอาจลดต่ำลงมาก ควรเตรียมเสื้อผ้ากันหนาวที่อบอุ่นเป็นพิเศษ เช่น เสื้อโค้ท ผ้าพันคอ ถุงมือ ถุงเท้า และหมวกไหมพรม

  • รองเท้า: การเดินขึ้นยอดภูชี้ฟ้ามีระยะทางประมาณ 700-800 เมตร จากลานจอดรถ และเส้นทางเป็นเนินชันต่อเนื่อง ควรเลือกรองเท้าที่เหมาะสมกับการเดินเขา มีดอกยางยึดเกาะดี เพื่อป้องกันการลื่นล้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีฝนตกหรือมีความชื้นสูงซึ่งทำให้ทางเดินลื่นมาก

2. การเดินทางสู่ภูชี้ฟ้า: ภูชี้ฟ้าตั้งอยู่ค่อนข้างไกลจากตัวเมืองเชียงราย การเดินทางจึงต้องใช้ความระมัดระวังและวางแผนล่วงหน้า:

  • การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว: มีสองเส้นทางหลักให้เลือกใช้:

    • เส้นทางที่ 1 (เชียงราย-เทิง-บ้านยี้-ทางหลวงหมายเลข 1155): ออกจากตัวเมืองเชียงราย มุ่งหน้าสู่อำเภอเทิง (ประมาณ 64 กิโลเมตร) จากนั้นเดินทางต่อไปยังบ้านยี้อีก 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1155 ผ่านบ้านปางค่าและบ้านเชงเม้ง ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร จะถึงภูชี้ฟ้า เส้นทางนี้ค่อนข้างชันและมีโค้งเยอะ เหมาะสำหรับผู้ขับขี่ที่ชำนาญเส้นทางบนภูเขา

    • เส้นทางที่ 2 (เชียงราย-เทิง-เชียงคำ-อุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซาง-ภูชี้ฟ้า): ใช้ทางหลวงหมายเลข 1021 สายเทิง-เชียงคำ-บ้านฮวก ก่อนถึงเชียงคำประมาณ 6 กิโลเมตร จะมีทางแยกไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซาง ใช้เส้นทางนี้ไปอีก 19 กิโลเมตร แล้วเดินทางต่อไปยังภูชี้ฟ้าอีก 30 กิโลเมตร เส้นทางนี้ขับสบายและมีความชันน้อยกว่าเส้นทางแรก ทำให้การเดินทางสะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ท่านยังสามารถแวะเที่ยวชมความงดงามของอุทยานแห่งชาติน้ำตกภูซางได้ระหว่างทาง

    • ที่จอดรถ: เมื่อเดินทางถึงวนอุทยานภูชี้ฟ้า มีลานจอดรถกว้างขวางให้บริการ หลังจากจอดรถแล้ว จะต้องเดินเท้าต่อไปยังจุดชมวิวประมาณ 700-800 เมตร ซึ่งใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที

  • การเดินทางด้วยรถสาธารณะ:

    • จากสถานีขนส่งเชียงราย:

      • รถโดยสารประจำทาง + รถสองแถว: ขึ้นรถโดยสารประจำทางสายเชียงราย-เทิง-เชียงของ ไปลงที่อำเภอเทิง (มีรถออกทุก 30 นาที ค่าโดยสารประมาณ 33 บาท) จากนั้นที่บริเวณหลังตลาดอำเภอเทิง จะมีรถสองแถวให้บริการขึ้นไปยังภูชี้ฟ้า (ค่าโดยสารประมาณ 70 บาท แต่มีรถรอบ 14.00 น. รอบเดียวเท่านั้น หากต้องการเดินทางเวลาอื่น อาจต้องเหมารถสองแถวในราคาประมาณ 800-900 บาท)

      • รถตู้โดยตรง: มีบริการรถตู้จากตัวเมืองเชียงรายไปยังภูชี้ฟ้าโดยตรง ค่าโดยสารประมาณ 150 บาท (ต่อเที่ยว) โดยมีรถออก 2 รอบ คือ 07.15 น. (ถึงภูชี้ฟ้าประมาณ 09.00 น.) และ 13.00 น. (ถึงภูชี้ฟ้าประมาณ 14.30 น.) สำหรับขากลับจากภูชี้ฟ้ามาเชียงราย มีรถ 2 รอบ คือ 09.00 น. และ 15.00 น. (บางแหล่งข้อมูลระบุว่ามีรถตู้จาก บขส. เก่าเชียงราย ไป-กลับ 400 บาท ควรสอบถามข้อมูลและตารางเวลาอีกครั้ง ณ สถานีขนส่ง)

3. ช่วงเวลาที่เหมาะสมและข้อควรรู้เพิ่มเติม:

  • ช่วงเวลาเยี่ยมชม: นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดประมาณ 05.00-05.30 น. เพื่อให้ทันชมแสงแรกของวัน การเดินทางขึ้นจากลานจอดรถไปยังจุดชมวิวจะใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นเนินชันต่อเนื่อง อุทยานฯ จะเปิดประตูทางเข้าให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นมาบริเวณลานจอดได้ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ การชมพระอาทิตย์ตกดินก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้กัน

  • กิจกรรมบนยอดภู: กิจกรรมหลักคือการชมวิวทิวทัศน์ ถ่ายภาพความงดงามของทะเลหมอกและแสงอาทิตย์ยามเช้า บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นลานกว้าง สามารถชมทัศนียภาพได้หลากหลายมุม โดยมี 4 จุดหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมไป ได้แก่ ผาหัวสิงห์ ปลายขอบผา และหลักเขตแดนไทย-ลาว ซึ่งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกลและสวยงามที่สุด

  • ความปลอดภัยและข้อควรระวัง: บนยอดภูชี้ฟ้าจะไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลหรือให้ข้อมูลอย่างใกล้ชิด ควรใช้ความระมัดระวังในการเดิน โดยเฉพาะบริเวณหน้าผา และระวังอันตรายจากทางลื่น รวมถึงทากดูดเลือดที่อาจพบได้ในช่วงที่มีความชื้นหรือหลังฝนตก หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ควรมีเบอร์ติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมไว้

  • สิ่งอำนวยความสะดวก: บริเวณลานจอดรถมีร้านค้าขนาดเล็กให้บริการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และของที่ระลึก รวมถึงห้องน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

  • ที่พัก: มีที่พักหลากหลายรูปแบบให้บริการใกล้ภูชี้ฟ้า ตั้งแต่รีสอร์ต บังกะโล ไปจนถึงที่พักสไตล์แคมป์ปิ้ง ซึ่งหลายแห่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มองเห็นทะเลหมอกและขุนเขา ตัวอย่างที่พักที่ได้รับความนิยม เช่น หลงฮักเขา ภูชี้ฟ้า, ชิลชิลแคมป์ ภูชี้ฟ้า, แฮปปี้แคมป์ ภูชี้ฟ้า (มีบริการรถรับส่งขึ้นภูชี้ฟ้า), ร้อยรักภูชี้ฟ้า / ภูชี้ฟ้าสกายแคมป์, อุกฤษฟาร์มฮิลล์ ภูชี้ฟ้า, ม่านฟ้าฮิลล์ ภูชี้ฟ้า, ภูหมอกดอกไม้ รีสอร์ท, ภูชี้ฟ้าอินน์, ภูชี้ฟ้าโฮมสเตย์, ภูตะวันแคมป์ ภูชี้ฟ้า, เพียงฟ้าเคียงดาวแคมป์ ภูชี้ฟ้า และลักษณ์ภูชี้ฟ้ารีสอร์ท ควรตรวจสอบรายละเอียดและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับที่พักโดยตรงก่อนเดินทาง โดยเฉพาะหากเดินทางด้วยรถสาธารณะ การพักค้างคืน 2 คืน อาจช่วยให้ท่านมีเวลาสำรวจและดื่มด่ำกับบรรยากาศได้อย่างเต็มที่

4. เคล็ดลับเพื่อประสบการณ์ที่น่าจดจำ:

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศ: เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลง

  • พกไฟฉาย: สำหรับการเดินขึ้นภูในยามเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้น

  • เตรียมอาหารและน้ำดื่ม: หากวางแผนจะใช้เวลาอยู่บนยอดภูนานๆ

  • รักษาสิ่งแวดล้อม: ไม่ทิ้งขยะ ไม่ทำลายธรรมชาติ และเคารพกฎระเบียบของอุทยานฯ

  • เคารพวิถีชีวิตท้องถิ่น: ภูชี้ฟ้าเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวเขาหลากหลายกลุ่ม การแสดงความเคารพต่อวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นเป็นสิ่งสำคัญ

การเตรียมตัวที่ดีจะทำให้การเดินทางสู่ภูชี้ฟ้าเป็นการผจญภัยที่ราบรื่น ปลอดภัย และเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ความตื่นเต้น และภาพความทรงจำอันงดงามที่ยากจะลืมเลือนไปชั่วชีวิต

ภูชี้ฟ้า… คือ ภาพจำแห่งความงดงามที่ธรรมชาติได้บรรจงสร้างสรรค์ขึ้น เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักเดินทางผู้แสวงหาความมหัศจรรย์แห่งขุนเขาและทะเลหมอกไม่ควรพลาด ด้วยเอกลักษณ์ของยอดผาที่แหลมชี้ฟ้าตัดกับฉากหลังของท้องฟ้าสีครามในยามอรุณรุ่ง และผืนทะเลหมอกสีขาวนวลที่ไหลเอื่อยปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง ทำให้ภูชี้ฟ้าเป็นสถานที่ที่มอบประสบการณ์อันเหนือจริง ราวกับได้ก้าวเข้าสู่ดินแดนแห่งความฝัน ที่ซึ่งเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า และทุกช่วงลมหายใจล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดชื่นและความสงบ

การเดินทางสู่ภูชี้ฟ้าไม่ใช่เพียงแค่การพิชิตยอดเขาแห่งหนึ่ง แต่คือการเดินทางเพื่อซึมซับเรื่องราวของผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของการอนุรักษ์ และความสำคัญทางนิเวศวิทยาในฐานะแหล่งกำเนิดของลำธารน้อยใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตจากเทือกเขาดอยผาหม่นไปจนถึงแม่น้ำโขง ความหลากหลายทางชีวภาพของป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดงดิบ และป่าสนเขา ล้วนเป็นดั่งขุมทรัพย์ที่ธรรมชาติมอบให้ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของพืชพรรณและสัตว์ป่าหลากหลายชนิดที่ร่วมกันสร้างสมดุลแห่งระบบนิเวศ

ไม่ว่าจะเป็นภาพของดอกนางพญาเสือโคร่งที่แต่งแต้มสีชมพูสดใสในฤดูหนาว หรือดอกเสี้ยวสีขาวที่เบ่งบานในฤดูใบไม้ผลิ ล้วนเป็นภาพที่ตราตรึงใจ และสะท้อนถึงความงดงามที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ยามที่ลมหนาวพัดโชยมาในเดือนธันวาคมถึงมกราคม ภูชี้ฟ้าจะยิ่งทวีความงดงามจับใจ ด้วยอุณหภูมิที่ลดต่ำลง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกับอากาศอันบริสุทธิ์และหนาวเย็น พร้อมชมปรากฏการณ์ทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนนับไม่ถ้วน

การเตรียมตัวที่ดีคือหัวใจสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ ทั้งการเตรียมเสื้อผ้ากันหนาว รองเท้าที่เหมาะสม การวางแผนเส้นทางที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นการขับรถยนต์ส่วนตัวหรือใช้บริการรถสาธารณะที่มีให้เลือกหลากหลาย ไปจนถึงการจองที่พักที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์อันงดงามได้อย่างเต็มตา รวมถึงการปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัย และการเคารพต่อธรรมชาติและวัฒนธรรมท้องถิ่น ล้วนเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้การผจญภัยในครั้งนี้สมบูรณ์แบบและน่าจดจำ

ภูชี้ฟ้าจึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นประสบการณ์ชีวิต เป็นการเดินทางเพื่อเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ค้นพบความสงบภายใน และเก็บเกี่ยวภาพความทรงจำที่มิอาจหาได้จากที่อื่นใด หากท่านกำลังมองหาการผจญภัยที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ ความตื่นตาตื่นใจ และความประทับใจไม่รู้ลืม ภูชี้ฟ้า ณ ดินแดนเวียงแก่น เชียงราย พร้อมแล้วที่จะเปิดประตูต้อนรับทุกท่านสู่สรวงสวรรค์แห่งขุนเขาแห่งนี้.

.

-----------------------

ที่มาข้อมูล

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

-----------------------

เที่ยวเชียงราย (Travel Chiang Rai)

เที่ยวไทย (Travel Thailand)

-----------------------

 ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

20240115 ภูชี้ฟ้า เวียงแก่น เชียงราย

https://photos.app.goo.gl/vNmK4jWBGHouZVrH6

.

----------------------- 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward