iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

พิพิธภัณฑ์ ดัทสันและนิสสัน พัทยา ชลบุรี

 

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/D1hbS75owf1SvMgQ7

พิพิธภัณฑ์รถดัทสันและนิสสัน (DATSUN and NISSAN MUSEUM) พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

พิพิธภัณฑ์รถดัทสันและนิสสัน (DATSUN and NISSAN MUSEUM) เป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่น่าสนใจแห่งหนึ่งในพื้นที่พัทยาตะวันออก อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ตั้งอยู่บริเวณซอยสยามคันทรีคลับ ใกล้กับ Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame และ Phornprapha Botanic Garden ไม่ไกลจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา และสนามกอล์ฟสยามคันทรีคลับ จึงสามารถจัดอยู่ในเส้นทางท่องเที่ยวเชิงการเรียนรู้ของโซนพัทยาตะวันออกได้อย่างเหมาะสม

สถานที่แห่งนี้มีความน่าสนใจแตกต่างจากพิพิธภัณฑ์รถยนต์ทั่วไป เพราะรถที่จัดแสดงเชื่อมโยงโดยตรงกับประวัติการเริ่มต้นและพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทสยามกลการกับรถยนต์ดัทสันและนิสสัน สยามกลการก่อตั้งเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2495 และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันรายแรกในต่างประเทศ ก่อนจะก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศไทยใน พ.ศ. 2505 ภายใต้ชื่อบริษัท สยามกลการและนิสสัน จำกัด จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยที่สำคัญมาก

ภายในพิพิธภัณฑ์มีรถยนต์ รถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์ของดัทสันและนิสสันจากหลายยุค รถแต่ละคันช่วยบอกเล่าพัฒนาการของการออกแบบ เทคโนโลยี และพฤติกรรมการใช้รถของคนไทยในช่วงเวลาต่าง ๆ มีข้อมูลจากการบันทึกการเยี่ยมชมระบุว่าคอลเลกชันประกอบด้วยรถประมาณ 27 คัน ครอบคลุมรถยนต์ดัทสันและนิสสัน รถกระบะ รถบรรทุก และรถบริการ โดยมีรถจากช่วงประมาณ พ.ศ. 2504–2544 อย่างไรก็ตาม จำนวนรถและตำแหน่งจัดแสดงสามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรใช้ตัวเลขดังกล่าวเพื่อเข้าใจขนาดของคอลเลกชัน ไม่ควรถือว่าเป็นจำนวนถาวรในทุกช่วงเวลา

สำหรับคนที่เคยใช้รถดัทสันหรือรถนิสสันรุ่นเก่า การมาเยือนอาจให้ความรู้สึกคล้ายการย้อนกลับไปดูชีวิตประจำวันของครอบครัวไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน รถบางรุ่นเคยเป็นรถครอบครัว รถทำงาน รถของผู้ประกอบการ หรือรถกระบะที่พบเห็นตามถนนทั่วประเทศ จึงมีคุณค่าไม่เฉพาะในฐานะเครื่องจักร แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำร่วมทางสังคม

พิพิธภัณฑ์เหมาะกับผู้สนใจรถคลาสสิก นักเรียนสายช่างและวิศวกรรม นักออกแบบ นักสะสม ผู้สนใจประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม ตลอดจนพ่อแม่ที่ต้องการพาเด็กเรียนรู้วิวัฒนาการของรถยนต์ หากมาเพื่อชมรถอย่างเดียวควรเผื่อเวลาประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง แต่หากต้องการชม Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame และพื้นที่โดยรอบร่วมด้วย ควรเผื่อประมาณ 2–3 ชั่วโมงเพื่อให้สามารถอ่านข้อมูลและชมรายละเอียดอย่างไม่เร่งรีบ

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

จุดเด่นที่สุดคือการได้เห็นรถดัทสันและนิสสันหลายยุคอยู่ใกล้กัน ทำให้สามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมรถยนต์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ตั้งแต่รูปทรงตัวถังขนาดเล็กและเส้นสายเรียบง่ายของรถยุคเก่า ไปจนถึงการพัฒนาความสะดวกสบาย สมรรถนะ และรูปแบบตัวถังที่ตอบสนองตลาดไทยมากขึ้น

สิ่งที่ควรสังเกตไม่ได้มีเพียงชื่อรุ่น แต่รวมถึงกระจังหน้า ไฟหน้า กันชน มือจับประตู กระจกมองข้าง ล้อ ยาง รูปทรงห้องโดยสาร และสัดส่วนของรถ เมื่อเปรียบเทียบรถต่างยุคจะเห็นว่าการออกแบบรถยนต์เปลี่ยนตามทั้งเทคโนโลยี กฎหมาย ความปลอดภัย ราคาเชื้อเพลิง และความต้องการของผู้ใช้

กลุ่มรถกระบะมีความน่าสนใจเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย เพราะรถกระบะมีบทบาทกับทั้งการเกษตร การค้า การก่อสร้าง ธุรกิจครอบครัว และการเดินทางในชีวิตประจำวัน รถดัทสันและนิสสันหลายรุ่นจึงไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ที่ขายในตลาด แต่เป็นเครื่องมือทำมาหากินของคนจำนวนมาก การมองรถกระบะเก่าในพิพิธภัณฑ์จึงช่วยอธิบายการเติบโตของเศรษฐกิจและการขนส่งทางถนนของประเทศไทยได้ด้วย

อีกจุดเด่นคือบริบทของสถานที่ เพราะพิพิธภัณฑ์ไม่ได้ตั้งแยกออกมาอย่างโดดเดี่ยว แต่เชื่อมโยงกับ Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame ซึ่งสยามกลการจัดทำเป็นศูนย์เรียนรู้ในลักษณะพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดบนพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ เนื้อหาภายในนำเสนอชีวิตการทำงาน แนวคิด และบทบาทของ ดร.ถาวร พรประภา พร้อมประวัติการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยผ่านการดำเนินงานของกลุ่มสยามกลการ

การชมรถควบคู่กับประวัติของผู้ประกอบการทำให้ผู้มาเยือนได้เห็นอีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ว่า รถหนึ่งคันไม่ได้เกิดจากโรงงานเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า การประกอบ การฝึกบุคลากร การสร้างเครือข่ายตัวแทนจำหน่าย การบริการหลังการขาย การจัดหาอะไหล่ และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ

บริเวณโดยรอบยังมี Phornprapha Botanic Garden ซึ่งช่วยเพิ่มบรรยากาศสีเขียวให้กับพื้นที่ และมีสิ่งจัดแสดงหรือองค์ประกอบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมและการคมนาคมอยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น หัวรถจักรเก่าและสิ่งจัดแสดงอื่น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้เวลาครึ่งวันในลักษณะพิพิธภัณฑ์–สวน–ประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม มากกว่าการมาเพียงถ่ายรถแล้วกลับ

พื้นที่ส่วนใหญ่เหมาะกับผู้สูงอายุและครอบครัว เพราะไม่ได้เป็นเส้นทางเดินป่าหรือขึ้นเนินสูง แต่ผู้ที่มีข้อจำกัดด้านการเดินควรสอบถามตำแหน่งจอดรถและทางเข้าที่เหมาะสมก่อนเดินทาง เนื่องจากอาคารและส่วนจัดแสดงกระจายอยู่ในบริเวณเดียวกันแต่ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกันทั้งหมด

ประวัติหรือความสำคัญ

การเข้าใจพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ควรเริ่มจากประวัติของสยามกลการ ดร.ถาวร พรประภาก่อตั้งบริษัท สยามกลการ จำกัด เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2495 ที่ถนนพระราม 1 กรุงเทพฯ เริ่มดำเนินธุรกิจซื้อขายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว ก่อนที่บริษัทจะได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถนิสสันรายแรกในต่างประเทศของนิสสันจากญี่ปุ่น

เหตุการณ์สำคัญอีกช่วงหนึ่งเกิดขึ้นใน พ.ศ. 2505 เมื่อมีการก่อตั้งโรงงานประกอบรถยนต์แห่งแรกของนิสสันในประเทศไทยที่ซอยศรีจันทร์ ถนนสุขุมวิท 67 ภายใต้ชื่อ “สยามกลการและนิสสัน จำกัด” ในระยะแรกมีพนักงานประมาณ 120 คนและกำลังการผลิตเพียงประมาณ 4 คันต่อวัน ก่อนอุตสาหกรรมจะขยายตัวตามตลาดรถยนต์ไทยและการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต

ดังนั้นรถที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์จึงสามารถใช้เป็นหลักฐานเชิงกายภาพของช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยเริ่มเปลี่ยนจากการนำเข้ารถสำเร็จรูปไปสู่การประกอบและผลิตภายในประเทศ รถหลายรุ่นสะท้อนว่าเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นถูกปรับเข้ากับสภาพการใช้งานของประเทศไทยอย่างไร และผู้บริโภคไทยมีความต้องการเปลี่ยนไปอย่างไร

ชื่อ “ดัทสัน” มีความสำคัญในประวัติของนิสสัน เพราะเป็นชื่อที่ใช้กับรถจำนวนมากในตลาดต่างประเทศอยู่หลายทศวรรษ คนไทยรุ่นหนึ่งจึงรู้จักรถของบริษัทผ่านชื่อดัทสันก่อนที่ชื่อ “นิสสัน” จะกลายเป็นแบรนด์หลักในเวลาต่อมา การได้เห็นรถสองชื่ออยู่ในพิพิธภัณฑ์เดียวกันช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนผ่านของแบรนด์ได้ง่ายกว่าการอ่านประวัติจากเอกสารเพียงอย่างเดียว

นอกจากเรื่องตัวรถแล้ว Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame ยังช่วยอธิบายเส้นทางชีวิตและแนวคิดการทำงานของผู้บุกเบิกกลุ่มสยามกลการ สถานที่ถูกสร้างขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจ และคนรุ่นใหม่ โดยรวบรวมภาพ เอกสาร และเรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลที่มีบทบาทต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

ประเด็นนี้ทำให้พิพิธภัณฑ์มีความสำคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมของประเทศไทย เพราะประวัติรถยนต์ไม่ได้เกิดจากบริษัทผู้ผลิตต่างชาติเท่านั้น แต่เกิดจากผู้ประกอบการไทยที่นำเทคโนโลยีมาสร้างตลาด โรงงาน เครือข่ายบริการ และบุคลากร จนประเทศไทยพัฒนาขึ้นเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่สำคัญในภูมิภาค

สำหรับนักศึกษาวิศวกรรม การมาเยือนสามารถใช้เป็นบทเรียนเรื่องวิวัฒนาการของผลิตภัณฑ์ได้ สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของโครงสร้างตัวถัง ระบบเครื่องยนต์ ขนาดรถ และการออกแบบภายในระหว่างรถต่างยุค ขณะที่นักศึกษาบริหารสามารถศึกษาการสร้างตลาด การร่วมมือระหว่างธุรกิจไทยกับญี่ปุ่น และการสร้างแบรนด์ในระยะยาว

ความสำคัญอีกมิติหนึ่งคือ “ความทรงจำทางสังคม” รถรุ่นเก่าหลายคันอาจทำให้ผู้สูงอายุนึกถึงรถคันแรกของครอบครัว การเดินทางในอดีต หรือช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ การพาผู้สูงอายุมาชมพิพิธภัณฑ์จึงสามารถกลายเป็นกิจกรรมเชื่อมคนต่างวัย โดยให้คนรุ่นเก่าเล่าเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรถแต่ละรุ่นให้เด็กหรือคนรุ่นใหม่ฟัง

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

เมื่อเข้าชม ควรเริ่มจากรถยุคเก่าที่สุดก่อนแล้วค่อย ๆ เดินไปยังรถรุ่นใหม่กว่า วิธีนี้ช่วยให้เห็นพัฒนาการตามเวลา แม้การจัดวางจริงอาจไม่ได้เรียงตามปีทั้งหมดก็ตาม หากมีป้ายระบุปี รุ่น หรือข้อมูลรถ ควรอ่านก่อนถ่ายภาพและจดรุ่นที่สนใจไว้เพื่อเปรียบเทียบภายหลัง

กลุ่มรถยนต์นั่งดัทสันควรใช้เวลาสังเกตเส้นสายของตัวถัง รถในยุคประมาณทศวรรษ 1960–1980 มักมีรูปทรงเหลี่ยม กระจกขนาดใหญ่ และรายละเอียดที่ใช้โลหะมากกว่ารถสมัยใหม่ การเปรียบเทียบห้องโดยสารจะเห็นจำนวนอุปกรณ์ที่น้อยกว่า แต่ช่วยให้เข้าใจว่ามาตรฐานความสะดวกสบายของรถยนต์เปลี่ยนไปมากเพียงใด

รถกระบะและรถเพื่อการพาณิชย์เป็นอีกกลุ่มที่ไม่ควรเดินผ่านอย่างรวดเร็ว ควรดูขนาดกระบะ ความสูงจากพื้น และการออกแบบห้องโดยสาร เพราะสะท้อนการใช้งานจริงในประเทศไทย เมื่อเปรียบเทียบกับรถกระบะรุ่นปัจจุบันจะเห็นว่ารถกระบะสมัยใหม่พัฒนาไปใกล้รถยนต์นั่งมากขึ้นทั้งด้านความสะดวกและอุปกรณ์

หากพบรถบริการหรือรถที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของสยามกลการ ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะรถประเภทนี้ช่วยเล่าเรื่องระบบหลังบ้านของอุตสาหกรรม เช่น การบริการ การขนส่ง และงานของตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมักไม่ถูกพูดถึงเมื่อเล่าประวัติรถยนต์ผ่านรถรุ่นยอดนิยมเพียงอย่างเดียว

หลังชมคอลเลกชันรถ ควรต่อด้วย Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame เพื่อเชื่อมสิ่งที่เพิ่งเห็นกับประวัติขององค์กร ภายในมีข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตการทำงาน ภาพ และสื่อที่อธิบายการเติบโตของสยามกลการและอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ซึ่งช่วยให้เข้าใจว่ารถแต่ละคันอยู่ในบริบททางธุรกิจแบบใด

หากมีเวลา ควรเดินชมบริเวณ Phornprapha Botanic Garden ต่ออีกประมาณ 30 นาที การเปลี่ยนจากอาคารพิพิธภัณฑ์ออกมาสู่สวนช่วยพักสายตา โดยบริเวณสวนยังอยู่ใกล้สิ่งจัดแสดงด้านการคมนาคมอื่น จึงสามารถใช้เป็นจุดปิดท้ายการเยี่ยมชมได้

ผู้ที่ชอบถ่ายภาพควรถ่ายรถในลักษณะที่เก็บรายละเอียด เช่น โลโก้ DATSUN และ NISSAN ป้ายรุ่น กระจังหน้า พวงมาลัย มาตรวัด และรายละเอียดห้องโดยสาร แทนการถ่ายเฉพาะภาพเต็มคัน เพราะองค์ประกอบขนาดเล็กเหล่านี้แสดงวิวัฒนาการของงานออกแบบได้ดีมาก

ห้ามจับ เปิดประตู นั่งในรถ หรือเปิดฝากระโปรงเองหากไม่มีป้ายอนุญาต รถคลาสสิกมีชิ้นส่วนที่หาอะไหล่ทดแทนยาก และวัสดุภายในอาจเปราะตามอายุ หากต้องการดูรายละเอียดเฉพาะควรถามผู้ดูแล การรักษารถให้อยู่ในสภาพดีเป็นหัวใจของพิพิธภัณฑ์ประเภทนี้

ครอบครัวที่พาเด็กมาสามารถตั้งกิจกรรมง่าย ๆ เช่น ให้เด็กหารุ่นที่เก่าที่สุด เปรียบเทียบไฟหน้ารถสามยุค หรือสังเกตว่าเข็มขัดนิรภัยและอุปกรณ์ภายในเปลี่ยนอย่างไร วิธีนี้ช่วยเปลี่ยนการเดินพิพิธภัณฑ์จากการดูรถนิ่ง ๆ ให้เป็นบทเรียนเรื่องเทคโนโลยีและการออกแบบ

เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

พิพิธภัณฑ์รถดัทสันและนิสสันเป็นสถานที่ที่สามารถมาเยือนได้ตลอดปี เพราะกิจกรรมหลักเป็นการชมรถและนิทรรศการ ไม่ขึ้นกับฤดูกาลเหมือนแหล่งธรรมชาติ แต่สถานที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่ของกลุ่มสยามกลการและใกล้ Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame จึงไม่ควรถือว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สาธารณะที่สามารถเดินเข้าได้ทุกวันและทุกเวลาโดยไม่ตรวจสอบ

ช่วงเช้าเหมาะที่สุดสำหรับการเยี่ยมชม เนื่องจากอากาศยังไม่ร้อนและสามารถต่อโปรแกรมไปยังสถานที่อื่นในพัทยาตะวันออกได้ หากต้องการชมสวนร่วมด้วย ช่วงเช้าจะเดินสบายกว่าช่วงเที่ยง ส่วนช่วงบ่ายเหมาะสำหรับการใช้เวลาภายในอาคารก่อนออกไปชมสวนเมื่อแดดอ่อน

ฤดูร้อนตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมควรหลีกเลี่ยงการเดินสวนช่วงกลางวัน แม้การชมรถภายในจะไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่การเดินเชื่อมอาคารหรือพื้นที่กลางแจ้งอาจร้อน ควรเตรียมน้ำดื่มและหมวก

ฤดูฝนควรเตรียมร่มและเลือกรองเท้าที่ไม่ลื่น โดยเฉพาะหากต้องการเดิน Phornprapha Botanic Garden ต่อ ส่วนฤดูหนาวประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์เหมาะกับการใช้เวลาครึ่งวันในพื้นที่มากที่สุด เพราะสามารถชมทั้งพิพิธภัณฑ์และสวนได้สบาย

ระยะเวลาที่แนะนำสำหรับพิพิธภัณฑ์รถเพียงอย่างเดียวคือประมาณ 60–90 นาที หากเป็นนักสะสมหรือผู้สนใจรถรุ่นเก่าอย่างจริงจังอาจใช้ 2 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่รวม Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame และสวนควรเผื่อประมาณครึ่งวัน

การเข้าชม เวลาเปิดทำการ วันที่เปิดพื้นที่ การถ่ายภาพ และการเข้าชมเป็นหมู่คณะอาจมีข้อกำหนดเฉพาะ โดยเฉพาะเนื่องจากข้อมูลสาธารณะเรื่องเวลาเปิดของพิพิธภัณฑ์รถโดยตรงมีจำกัด ดังนั้น ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนเดินทาง และหากมาเป็นคณะศึกษาดูงานควรประสานงานล่วงหน้า ไม่ควรเดินทางมาโดยถือว่าพื้นที่จะเปิดให้เข้าชมโดยอัตโนมัติ

สรุป

พิพิธภัณฑ์รถดัทสันและนิสสัน (DATSUN and NISSAN MUSEUM) พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ช่วยเล่าเรื่องประวัติศาสตร์รถยนต์ไทยผ่านรถจริง ตั้งแต่ยุคที่ชื่อ DATSUN เป็นที่คุ้นเคยของคนไทย ไปจนถึงการเติบโตของ NISSAN และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ คอลเลกชันมีทั้งรถยนต์นั่ง รถกระบะ และรถเพื่อการพาณิชย์จากหลายช่วงเวลา จึงเหมาะกับทั้งผู้รักรถคลาสสิกและผู้ที่ต้องการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี

คุณค่าที่สำคัญยิ่งกว่าจำนวนรถคือความเชื่อมโยงกับประวัติของสยามกลการและ ดร.ถาวร พรประภา ผู้ก่อตั้งบริษัทใน พ.ศ. 2495 ก่อนที่สยามกลการจะกลายเป็นตัวแทนจำหน่ายนิสสันรายแรกในต่างประเทศ และมีการตั้งโรงงานประกอบรถยนต์นิสสันในประเทศไทยใน พ.ศ. 2505 เหตุการณ์เหล่านี้ทำให้พิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ ไม่ใช่เพียงสถานที่เก็บรถเก่า

การเที่ยวที่เหมาะสมควรเผื่ออย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง เริ่มจากชมรถตามลำดับยุค เปรียบเทียบการออกแบบและเทคโนโลยี จากนั้นต่อไปยัง Dr. Thaworn Phornprapha Hall of Fame และหากมีเวลาค่อยเดินชม Phornprapha Botanic Garden จะทำให้เข้าใจเรื่องราวได้ครบทั้งรถ บุคคล ธุรกิจ และบริบทของอุตสาหกรรม

พิพิธภัณฑ์เหมาะอย่างยิ่งสำหรับครอบครัว นักเรียนสายอาชีพ นักศึกษาวิศวกรรม นักออกแบบ นักสะสม และผู้ที่เคยเติบโตมากับรถดัทสัน–นิสสันรุ่นเก่า หลายคนอาจเดินเข้ามาเพราะอยากดูรถคลาสสิก แต่เมื่อเดินออกไปอาจได้เห็นภาพกว้างขึ้นว่า รถยนต์หนึ่งคันสามารถบอกเล่าเรื่องราวของเทคโนโลยี ครอบครัว ธุรกิจ และการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยได้มากเพียงใด

#เที่ยวไทย #ท่องเที่ยวไทย #พิพิธภัณฑ์ดัทสันนิสสัน #DatsunNissanMuseum #ดัทสัน #นิสสัน #รถคลาสสิก #พิพิธภัณฑ์รถยนต์ #พัทยา #บางละมุง #ชลบุรี #สยามกลการ #ประวัติศาสตร์ยานยนต์ #เที่ยวพัทยา #iok2uTravel

.

----------------------

ที่มาข้อมูล

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

-----------------------

เที่ยวชลบุรี (Travel Chon Buri)

เที่ยวไทย (Travel Thailand)

-----------------------

 
 
 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward