iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

วัดกลางเก่า (Wat Klang Kao) เมือง สุราษฎร์ธานี

 

Google Maps https://maps.app.goo.gl/BdZfCnnczHLfs4yG6

วัดกลางเก่า (Wat Klang Kao) อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี: มรดกแห่งศรัทธาและประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำตาปี หรือที่รู้จักกันในนาม "วัดกลาง" เป็นศาสนสถานอันเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของชุมชนบ้านดอน อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่บนถนนบ้านดอน ตำบลตลาด ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำตาปี ตรงข้ามกับวัดไตรธรรมาราม ซึ่งเป็นตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนริมน้ำแห่งนี้มาตั้งแต่ครั้งอดีต วัดแห่งนี้ได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2320 (ค.ศ. 1777) ในสมัยกรุงธนบุรี สะท้อนถึงการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของชุมชนบริเวณปากแม่น้ำตาปี ที่ได้ใช้พื้นที่แห่งนี้เป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา และเป็นจุดนัดพบสำคัญของการค้าขายในอดีต

 

วัดกลางเก่า ทรงคุณค่าในฐานะที่เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง คุณค่าโดดเด่นสากลของวัดนี้ประจักษ์ได้จากหลายมิติ:

  1. มิติทางประวัติศาสตร์: เป็นพยานแห่งการก่อร่างสร้างตัวของชุมชนเมืองสุราษฎร์ธานีตั้งแต่ปลายสมัยกรุงธนบุรี การที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงเสด็จพระราชดำเนินประพาสและพระราชทานพระราชทรัพย์เพื่อปฏิสังขรณ์อุโบสถในปี พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) สะท้อนถึงความสำคัญและการดำรงอยู่ของวัดในสายพระเนตรของพระมหากษัตริย์ ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงราชสำนักเข้ากับชุมชนท้องถิ่นอย่างมีนัยยะ

  2. มิติทางสถาปัตยกรรมและศิลปะ: แม้จะโดดเด่นด้วยความเรียบง่าย แต่สถาปัตยกรรมภายในวัดบ่งบอกถึงรูปแบบที่พัฒนาควบคู่มากับชุมชน ศาลาวลฺลโภริมแม่น้ำตาปี อุโบสถเก่าแก่ และซุ้มประตู "ปิยสุวรรณรังสี" ล้วนเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึงงานช่างและศิลปะท้องถิ่นที่สอดประสานกับความศรัทธา

  3. มิติทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ: วัดกลางเก่าเป็นศูนย์รวมความเชื่อและปฏิบัติของชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีสังขารไม่เน่าเปื่อยของพระมหายุติ ธนนมวิริโย (อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 5) ที่ได้รับการบรรจุไว้ในมณฑปให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้ รวมถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ "ทวดผ้าขาว" และ "พระพุทธโพธิรังสี" ซึ่งเป็นศูนย์รวมศรัทธาในการขอพรและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตทางจิตวิญญาณของชาวบ้าน

วัดกลางเก่า ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2320 (ค.ศ. 1777) ในช่วงปลายรัชสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวของชุมชนและศาสนาพุทธในภาคใต้ของประเทศไทย นับแต่นั้นมา วัดได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา วัฒนธรรม และสังคมของชุมชนบ้านดอนริมแม่น้ำตาปีอย่างต่อเนื่อง จุดเปลี่ยนสำคัญทางประวัติศาสตร์เกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เสด็จพระราชดำเนินประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ และทรงแวะเยี่ยมวัดกลางแห่งนี้ในวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2432 (ค.ศ. 1889) หรือ ร.ศ. 108 ในครั้งนั้น พระองค์ทรงมีพระราชศรัทธา พระราชทานพระราชทรัพย์จำนวน 40 บาท เพื่อใช้ในการปฏิสังขรณ์อุโบสถ นับเป็นเหตุการณ์สำคัญที่แสดงถึงพระมหากรุณาธิคุณและสถานะของวัดในฐานะศาสนสถานที่มีคุณค่า ปัจจุบัน เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์อันทรงคุณค่านี้ ทางวัดได้ประดิษฐานพระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 5 ไว้ที่หน้าอุโบสถ และสร้างซุ้มประตู "ปิยสุวรรณรังสี" อันงดงาม

สถาปัตยกรรม

สถาปัตยกรรมของวัดกลางเก่าสะท้อนถึงรูปแบบศิลปะท้องถิ่นที่เน้นความเรียบง่ายและกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมริมน้ำ องค์ประกอบหลักประกอบด้วย:

  • อุโบสถ: เป็นอาคารหลักของวัดที่ได้รับการปฏิสังขรณ์มาหลายยุคสมัย แต่ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมไทยแบบดั้งเดิม ภายในประดิษฐานพระประธานที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพ

  • มณฑป: เป็นที่ประดิษฐานสังขารไม่เน่าเปื่อยของอดีตเจ้าอาวาส (ท่านมหายุทธ์) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีเอกลักษณ์และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน

  • ศาลาวลฺลโภ (Sala Wallapho): ศาลาริมแม่น้ำตาปีที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักผ่อนและทำกิจกรรมทางศาสนา โดดเด่นด้วยทำเลที่ตั้งที่ร่มรื่นและเปิดรับลมเย็นจากแม่น้ำ

  • ซุ้มประตู "ปิยสุวรรณรังสี": ซุ้มประตูทางเข้าที่สร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงเพื่อรำลึกถึงการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยชื่อ "ปิยสุวรรณรังสี" มีความหมายอันเป็นมงคล

ไฮไลต์สำคัญ

  1. สังขารไม่เน่าเปื่อยของท่านมหายุทธ์ (พระมหายยุติ ธนนมวิริโย): อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 5 ผู้ซึ่งมรณภาพไปนานกว่า 50 ปี แต่สังขารกลับไม่เน่าเปื่อย (ข้อมูลจากการบอกเล่าและบันทึกของวัด) ปัจจุบันบรรจุอยู่ในโลงแก้ว ณ มณฑป เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เข้ากราบสักการะและรำลึกถึงคุณความดีของท่าน

  2. ทวดผ้าขาว (Thuat Pha Khao): สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนนิยมมาขอพรในเรื่องโชคลาภ การค้าขาย และความสำเร็จ

  3. พระพุทธโพธิรังสี (Phra Phuttha Phothirangsi): พระประธานในอุโบสถ (หรืออารามชลธีพิทักษ์) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามและเป็นที่เคารพสักการะ

  4. พระบรมรูปหล่อรัชกาลที่ 5 (Phra Borommarup Lo Ratchakan Thi Ha): ประดิษฐานอยู่บริเวณหน้าอุโบสถ เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนินมายังวัดแห่งนี้

  5. ศาลาวลฺลโภ (Sala Wallapho): ศาลาริมแม่น้ำตาปีที่ให้บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อน ชมทัศนียภาพของแม่น้ำ และสัมผัสกับสายลมเย็น

คู่มือท่องเที่ยวและข้อปฏิบัติ

สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือน

  • สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์: กราบไหว้พระประธาน, สังขารท่านมหายุทธ์, และทวดผ้าขาว เพื่อความเป็นสิริมงคล

  • ทำบุญและร่วมกิจกรรมทางศาสนา: หากมาเยือนในช่วงวันสำคัญทางศาสนา อาจมีโอกาสได้ร่วมพิธีเวียนเทียนหรือกิจกรรมอื่น ๆ

  • ชมสถาปัตยกรรม: ชื่นชมความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่าของอุโบสถ ศาลา และซุ้มประตู "ปิยสุวรรณรังสี"

  • พักผ่อนริมแม่น้ำตาปี: ใช้เวลาพักผ่อนที่ศาลาวลฺลโภ สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบและสายลมเย็นจากแม่น้ำ

  • ศึกษาประวัติศาสตร์: เรียนรู้เรื่องราวการเสด็จประพาสของรัชกาลที่ 5 และบทบาทของวัดในประวัติศาสตร์ชุมชน

ข้อมูลการเดินทางและคำแนะนำ

วัดกลางเก่า ตั้งอยู่บน ถนนบ้านดอน ตำบลตลาด อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี สามารถเดินทางเข้าถึงได้ง่าย เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองสุราษฎร์ธานี

  • การเดินทาง: สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว หรือรถสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้าง

  • สถานที่ใกล้เคียง: วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือที่จะไปยังเกาะสมุยและเกาะพะงัน รวมถึงตลาดถนนคนเดินเมืองสุราษฎร์ธานี ทำให้สามารถวางแผนการเดินทางเชื่อมโยงได้

  • เวลาที่เหมาะสม: วัดเปิดให้เข้าชมและสักการะได้ตลอดทั้งวัน ควรเลือกช่วงเวลาที่อากาศไม่ร้อนจัด หากต้องการความสงบเป็นพิเศษ ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็นจะเหมาะสม

ข้อปฏิบัติ

  • แต่งกายสุภาพ: สวมใส่เสื้อผ้าที่มิดชิดและสุภาพเมื่อเข้าเยี่ยมชมศาสนสถาน

  • สำรวมกิริยา: แสดงความเคารพต่อสถานที่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

  • รักษาความสะอาด: ทิ้งขยะในที่ที่จัดเตรียมไว้ และช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมของวัด

  • ถ่ายภาพด้วยความเคารพ: หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่ไม่เหมาะสมหรือไม่ให้เกียรติสถานที่

วัดกลางเก่า หรือ วัดกลาง เมืองสุราษฎร์ธานี เป็นมากกว่าศาสนสถาน แต่คือประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่าสองศตวรรษ เป็นศูนย์รวมศรัทธาและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านดอนริมแม่น้ำตาปี การผสมผสานระหว่างเรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับพระมหากษัตริย์ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นที่เคารพ และสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า ทำให้วัดแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้และสัมผัสจิตวิญญาณของสุราษฎร์ธานีที่ยังคงดำรงอยู่และส่งต่อคุณค่าจากอดีตสู่ปัจจุบัน และเป็นมรดกที่ควรค่าแก่การมาเยือนและรักษาไว้.

#iok2utravel #วัดกลางเก่า #สุราษฎร์ธานี #เที่ยวสุราษฎร์ #มรดกไทย #ศาสนสถาน #ประวัติศาสตร์ไทย #แม่น้ำตาปี #รัชกาลที่5 #วัดเก่าแก่ #วัฒนธรรมจีน #ชุมชนบ้านดอน #เที่ยวสุราษฎร์ #มรดกทางวัฒนธรรม #ศาลเจ้าไทย #เที่ยวไทย

-----------------------

ที่มาข้อมูล

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

-----------------------

เที่ยวสุราษฎร์ธานี (Travel Surat Thani)

เที่ยวไทย (Travel Thailand)

----------------------- 

 

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

 

20260321 วัดกลางเก่า เมือง สุราษฎร์ธานี

https://photos.app.goo.gl/pbmiJLBpfQvBN1866

.

-----------------------

 

 

 

 

 

 

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward