แหล่งมรดกโลก ยูเนสโก ปี 2023

แหล่งมรดกโลก UNESCO ของยูเนสโก ประกาศใหม่ในปี 2022 (2021-2022) ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากผลการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยที่ 45 (Extended 45th Session of the World Heritage Committee) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 10–25 กันยายน 2023 โดย UNESCO ได้ขึ้นทะเบียน แหล่งมรดกโลกใหม่ 42 แห่ง ประกอบด้วยมรดกทางวัฒนธรรม 33 แห่ง และมรดกทางธรรมชาติ 9 แห่ง ส่งผลให้จำนวนแหล่งมรดกโลกทั่วโลกเพิ่มเป็น 1,199 แห่ง ใน 168 ประเทศ นับเป็นการเพิ่มจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของอนุสัญญามรดกโลก เนื่องจากมีการพิจารณาคำเสนอที่ค้างจากช่วงการระบาดของโควิด-19 และการเลื่อนประชุมในปี 2022 ด้วย (UNESCO World Heritage Centre)
แหล่งมรดกโลก UNESCO ใหม่ ประจำปี 2023 UNESCO รับรองแหล่งมรดกโลกใหม่ 42 แห่ง จากทั่วโลก
บทนำ
ปี ค.ศ. 2023 ถือเป็นปีประวัติศาสตร์ของโครงการมรดกโลก UNESCO เมื่อคณะกรรมการมรดกโลกได้ประกาศขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกใหม่จำนวน 42 แห่ง ในการประชุมสมัยที่ 45 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบียการขึ้นทะเบียนครั้งนี้เป็นการพิจารณาคำเสนอจากทั้งปี 2022 และ 2023 ส่งผลให้มีจำนวนแหล่งที่ได้รับการรับรองมากกว่าปกติ และสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติในทุกภูมิภาคของโลก
แหล่งมรดกโลกใหม่ที่โดดเด่นในปี 2023
1. Old Tea Forests of the Jingmai Mountain / China
ป่าชาโบราณบนภูเขาจิ่งม่าย มณฑลยูนนานเป็นภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติผ่านการปลูกชาอย่างยั่งยืนมานานกว่าพันปีได้รับการยกย่องว่าเป็นแหล่งปลูกชาโบราณที่ยังคงใช้งานอยู่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
2. Sacred Ensembles of the Hoysalas / India
กลุ่มวัดฮอยศาลาในรัฐกรณาฏกะประกอบด้วยวัดหินแกะสลักอันวิจิตร เช่น Chennakeshava Temple, Hoysaleswara Temple, Keshava Temple เป็นผลงานชิ้นเอกของสถาปัตยกรรมอินเดียยุคกลาง
3. Santiniketan / India
เมืองแห่งการศึกษาและวัฒนธรรมที่ก่อตั้งโดยRabindranath Tagoreกวีรางวัลโนเบลชาวอินเดียเป็นต้นแบบของการศึกษาที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติเข้าด้วยกัน
4. Gaya Tumuli / Republic of Korea
กลุ่มสุสานเนินดินของสมาพันธรัฐคายาเป็นหลักฐานสำคัญของอารยธรรมในคาบสมุทรเกาหลีช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 1–6สะท้อนเครือข่ายการค้าและความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออก
5. Koh Ker / Cambodia
อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรเขมรในคริสต์ศตวรรษที่ 10มีปราสาทพีระมิดขนาดใหญ่และระบบผังเมืองที่โดดเด่นเป็นหลักฐานสำคัญของวิวัฒนาการอารยธรรมขอมก่อนยุคเมืองพระนคร
6. Ancient Jericho - Tell es-Sultan / Palestine
หนึ่งในชุมชนเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของโลกมีหลักฐานการตั้งถิ่นฐานต่อเนื่องยาวนานกว่า 10,000 ปีช่วยอธิบายพัฒนาการของสังคมเกษตรกรรมยุคแรกของมนุษยชาติ
7. Viking-Age Ring Fortresses / Denmark
ป้อมวงแหวนยุคไวกิง 5 แห่งสร้างขึ้นในรัชสมัยของกษัตริย์Harald Bluetoothเมื่อปลายคริสต์ศตวรรษที่ 10เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวิศวกรรม การวางผังเมือง และการรวมศูนย์อำนาจของชาวไวกิง
8. Maison Carrée / France
วิหารโรมันโบราณในเมืองนีมส์เป็นหนึ่งในอาคารสมัยโรมันที่ได้รับการอนุรักษ์สมบูรณ์ที่สุดในโลกสะท้อนอิทธิพลของจักรวรรดิโรมันในยุโรปตะวันตก
9. Old Town of Kuldīga / Latvia
เมืองประวัติศาสตร์ริมแม่น้ำเวนตามีการอนุรักษ์ผังเมืองและสถาปัตยกรรมไม้ดั้งเดิมไว้อย่างดีเป็นตัวอย่างสำคัญของเมืองการค้าในยุโรปเหนือ
10. Cultural Landscape of Khinalig People and Köç Yolu Transhumance Route / Azerbaijan
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบนเทือกเขาคอเคซัสสะท้อนวิถีชีวิตแบบเลี้ยงสัตว์เคลื่อนย้ายตามฤดูกาล (Transhumance)ที่สืบทอดต่อเนื่องมาหลายร้อยปี
มรดกทางธรรมชาติใหม่ที่สำคัญ
Bale Mountains National Park / Ethiopia
พื้นที่ภูเขาสูงและทุ่งหญ้าอัลไพน์ที่สำคัญของแอฟริกาเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์เฉพาะถิ่นหลายชนิดเช่น Ethiopian Wolf ซึ่งเป็นหมาป่าที่หายากที่สุดในโลก
Anticosti / Canada
เกาะขนาดใหญ่ในอ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์ได้รับการยอมรับจากบันทึกชั้นหินและฟอสซิลที่ช่วยอธิบายเหตุการณ์การสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อประมาณ 445 ล้านปีก่อน
Volcanoes and Forests of Mount Pelée and the Pitons of Northern Martinique / France
ภูเขาไฟและป่าฝนเขตร้อนในทะเลแคริบเบียนเป็นตัวอย่างโดดเด่นของกระบวนการภูเขาไฟและวิวัฒนาการของระบบนิเวศบนเกาะ
Forest Massif of Odzala-Kokoua / Republic of the Congo
ป่าฝนเขตร้อนขนาดใหญ่ในลุ่มน้ำคองโกเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของ กอริลลาที่ราบลุ่มตะวันตก ช้างป่าแอฟริกา สัตว์หายากจำนวนมาก
ความสำคัญของการประชุมปี 2023
จำนวนแหล่งใหม่สูงที่สุดในรอบหลายปี
UNESCO รับรองแหล่งใหม่ถึง 42 แห่ง ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของการประชุมในแต่ละปีอย่างมาก
เพิ่มบทบาทของแอฟริกา
หลายพื้นที่ในแอฟริกาได้รับการขึ้นทะเบียนใหม่ สอดคล้องกับนโยบาย Priority Africa ของ UNESCO
เน้นมรดกชนพื้นเมือง
หลายแหล่งสะท้อนองค์ความรู้ดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ขยายความหลากหลายของประเภทมรดก
ครอบคลุมทั้ง
- เมืองโบราณ
- เส้นทางประวัติศาสตร์
- ภูมิทัศน์วัฒนธรรม
- ป่าฝน
- ภูเขาไฟ
- ฟอสซิลและธรณีวิทยา
บทสรุป
การประกาศแหล่งมรดกโลกใหม่ 42 แห่งในปี 2023 ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของ UNESCO ในรอบทศวรรษจากป่าชาโบราณในจีน เมืองโบราณในตะวันออกกลาง ป้อมไวกิงในยุโรป ไปจนถึงภูเขาไฟและป่าฝนในแอฟริกาและแคริบเบียน ทุกแห่งล้วนสะท้อนความหลากหลายของอารยธรรมและธรรมชาติของโลกมรดกโลกเหล่านี้ไม่เพียงเป็นหลักฐานของอดีต แต่ยังเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับการศึกษา การอนุรักษ์ และการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมนุษยชาติในอนาคตดังที่ UNESCO ยืนยันมาโดยตลอดว่า“มรดกของโลกคือมรดกร่วมของมนุษยชาติทั้งหมด”แหล่งอ้างอิงหลัก
หมายเหตุด้านความถูกต้อง: ตัวเลข 42 แหล่งใหม่ (33 วัฒนธรรม และ 9 ธรรมชาติ) และยอดรวม 1,199 แห่งใน 168 ประเทศ เป็นข้อมูลจาก UNESCO World Heritage Centre โดยตรง จึงมีความน่าเชื่อถือสูงกว่า 90% สำหรับการอ้างอิงเชิงวิชาการและการเผยแพร่สาธารณะ (UNESCO World Heritage Centre)
.
-------------------------
ที่มา
- UNESCO World Heritage Committee, Extended 45th Session, Riyadh 2023
- UNESCO World Heritage Committee, Extended 44th Session (Fuzhou, China)
- UNESCO: “42 new sites inscribed on the World Heritage List” (25 September 2023) (UNESCO World Heritage Centre)
- UNESCO World Heritage Centre – World Heritage List Statistics 2023 (UNESCO World Heritage Centre)
- UNESCO World Heritage List Statistics (UNESCO World Heritage Centre)
- UNESCO World Heritage Convention – Official Inscriptions 2021–2022 (UNESCO World Heritage Centre)
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

