iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
2001/2545 วัดพูและการตั้งถิ่นฐานโบราณที่เกี่ยวข้องภายในภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาศักดิ์ (Vat Phou and Associated Ancient Settlements within the Champasak Cultural Landscape)

วัดภูและกลุ่มสิ่งก่อสร้างโบราณที่เกี่ยวเนื่องในภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสัก: อารยธรรมขอมแห่งสายสัมพันธ์ธรรมชาติและศรัทธา

วัดภูและกลุ่มสิ่งก่อสร้างโบราณที่เกี่ยวเนื่องในภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสัก (Vat Phou and Associated Ancient Settlements within the Champasak Cultural Landscape) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศลาว เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโกที่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งนี้ซึ่งมีอายุมากกว่า 1,000 ปี ถือเป็นตัวแทนอันโดดเด่นของวิสัยทัศน์ฮินดูที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติและมนุษยชาติได้อย่างลึกซึ้ง

แหล่งมรดกแห่งนี้โดดเด่นด้วยการวางผังภูมิทัศน์ที่ทอดยาวประมาณ 10 กิโลเมตร ตามแนวแกนจากยอดเขาไปยังริมฝั่งแม่น้ำ โดยมีการจัดวางรูปแบบทางเรขาคณิตของวัด ศาลเจ้า และระบบชลประทานอย่างเป็นระเบียบ การพัฒนานี้เกิดขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 15 (พุทธศตวรรษที่ 10 ถึง 20) และมีความเชื่อมโยงหลักกับอาณาจักรขอม (Khmer Empire) ตัววัดภูเองเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมฮินดูโบราณ และต่อมาได้กลายเป็นพุทธศาสนาแบบเถรวาท ตั้งอยู่เชิงเขาภูเก้า (Mount Phou Khao) ห่างจากแม่น้ำโขงประมาณ 6 กิโลเมตร ในแขวงจำปาสัก (Champasak province)

คุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

ภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสัก รวมถึงวัดภู มีคุณค่าโดดเด่นอันเป็นสากลตามเกณฑ์การขึ้นทะเบียนของยูเนสโก 3 ข้อ ได้แก่:

  • เกณฑ์ (iii) – การเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม: แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นพยานหลักฐานอันยอดเยี่ยมของวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาณาจักรขอม ซึ่งมีอิทธิพลในภูมิภาคตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง 14 (พุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 19) วัดภูเคยมีความสัมพันธ์กับเมืองเษรสฐปุระ (Shrestapura) และต่อมาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรขอมที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองพระนคร (Angkor)

  • เกณฑ์ (iv) – การเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทสิ่งก่อสร้าง สถาปัตยกรรม หรือกลุ่มอาคารทางเทคโนโลยี หรือภูมิทัศน์ที่แสดงถึงช่วงเวลาที่สำคัญในประวัติศาสตร์มนุษย์: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการที่ยอดเยี่ยมระหว่างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเข้ากับสถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยมีการวางผังตามแนวแกนจากยอดเขาภูเก้าลงสู่แม่น้ำโขง ซึ่งรวมถึงวัด ศาลเจ้า และระบบชลประทานโบราณอันซับซ้อนที่แสดงถึงวิศวกรรมของขอมที่ก้าวหน้า แสดงถึงความเชื่อและวิสัยทัศน์ของอารยธรรมฮินดู

  • เกณฑ์ (vi) – การมีความเกี่ยวข้องโดยตรงหรือชัดเจนกับเหตุการณ์หรือประเพณีที่ยังคงมีอยู่ กับแนวคิดหรือความเชื่อ หรือกับงานศิลปะและวรรณกรรมที่มีความสำคัญสากลอย่างเด่นชัด: ภูมิทัศน์แห่งนี้แสดงออกถึงความศรัทธาในศาสนาฮินดูอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงเขาภูเก้าซึ่งมีลักษณะยอดเป็นรูปศิวลึงค์ (lingam-shaped peak) เข้ากับพระศิวะ (Shiva) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อโบราณ "ลิงคบรรพต" (Lingaparvata) และความเชื่อว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่ไหลจากเชิงผา ก็เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองโบราณเลือกสร้างสถานศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะในบริเวณนี้

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

การพัฒนาภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสักและวัดภูครอบคลุมช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ:

ตามจารึกที่ค้นพบ บ่งชี้ว่ามีการสร้างศาสนสถานบนเขาภูเก้าในคริสต์ศตวรรษที่ 5 และ 6 (พุทธศตวรรษที่ 10 และ 11) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับการก่อตั้งเมืองเษรสฐปุระ ศาสนสถานในยุคแรกนี้ได้พังทลายลงและถูกแทนที่ด้วยหมู่ศาสนสถานที่เราเห็นในปัจจุบัน ศาสนสถานหลักที่ยังคงเหลืออยู่ส่วนใหญ่สร้างขึ้นในครึ่งแรกของคริสต์ศตวรรษที่ 11 (พุทธศตวรรษที่ 16) โดยมีการเพิ่มเติมและบูรณะในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 และ 13 (พุทธศตวรรษที่ 17 และ 18)

วัดภูเป็นสถาปัตยกรรมแบบขอมและเดิมสร้างขึ้นตามคติศาสนาฮินดู ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นศาสนสถานของพุทธศาสนาเถรวาทในภายหลัง โดยมีลักษณะเด่นคือการวางผังตามแนวแกนตะวันออก-ตะวันตก ทอดยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร และไต่ขึ้นตามเนินลาดประมาณ 100 เมตร ไปยังศาสนสถานหลักซึ่งตั้งอยู่บนลานบริเวณเชิงผา อันเป็นที่ตั้งของน้ำพุศักดิ์สิทธิ์

เขาภูเก้า เป็นศูนย์รวมความเชื่อและศรัทธามาแต่โบราณ เนื่องจากยอดเขามีลักษณะคล้ายศิวลึงค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระศิวะ จึงได้รับการระบุว่าเป็น "ลิงคบรรพต" อันเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน การระบุความเชื่อมโยงนี้เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความเชื่อของผู้คนในอดีต ไม่ใช่ตำนานเล่าขาน ภูมิประเทศที่เป็นเอกลักษณ์นี้ประกอบกับน้ำพุธรรมชาติที่ไหลจากเชิงผา เชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดพลังศักดิ์สิทธิ์ จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อาณาจักรขอมเลือกสร้างศาสนสถานที่นี่

ภายในภูมิทัศน์ประกอบด้วยระบบชลประทานโบราณที่ซับซ้อน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถทางวิศวกรรมอันก้าวหน้าของขอม อนุสาวรีย์และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ประดับประดาด้วยงานศิลปะที่มีความละเอียดอ่อนและงดงาม ซึ่งล้วนแสดงออกถึงความเชื่อทางศาสนาอย่างลึกซึ้ง แม้ว่าอาคารหลายแห่งจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่ก็ยังคงความยิ่งใหญ่และงานแกะสลักอันวิจิตรตระการตาที่เป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมขอมยุคพระนคร (Angkor period) ซึ่งส่วนใหญ่มีอายุระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 (พุทธศตวรรษที่ 16 ถึง 18)

ในบริเวณที่ราบต่ำลงมาบนฝั่งแม่น้ำโขง ยังคงปรากฏร่องรอยของเมืองก่อนสมัยพระนคร (pre-Angkorian city) ซึ่งมีกำแพงดินขนาดใหญ่และสิ่งก่อสร้างอิฐโบราณ ซึ่งแม้จะมองเห็นได้ไม่ชัดเจนจากพื้นดิน แต่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในภาพถ่ายทางอากาศ โครงการวิจัยทางโบราณคดีลาว (Projet de Recherches en Archéologie Lao - P.R.A.L.) ได้เริ่มการขุดค้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เพื่อสร้างแผนที่โบราณคดีที่แม่นยำของเมืองโบราณแห่งนี้

จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)

  • หมู่วัดภู (Vat Phou Temple Complex): เป็นศูนย์กลางของภูมิทัศน์ทั้งหมด แสดงให้เห็นถึงงานแกะสลักอันวิจิตรและสถาปัตยกรรมขอมที่โดดเด่น อาคารที่หลงเหลืออยู่ส่วนใหญ่มีอายุย้อนไปถึงสมัยพระนคร ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 (พุทธศตวรรษที่ 16 ถึง 18)

  • ภูมิทัศน์วัฒนธรรม (Cultural Landscape): พื้นที่ทั้งหมด รวมถึงเมืองโบราณสองแห่งที่ได้รับการวางผังบนฝั่งแม่น้ำโขงและเขาภูเก้า แสดงถึงความสำคัญทางจิตวิญญาณอันลึกซึ้ง ซึ่งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติถูกผนวกรวมเข้ากับสถาปัตยกรรมเชิงสัญลักษณ์ เขาภูเก้าเป็นที่เคารพสักการะในอดีตเนื่องจากยอดเขามีลักษณะคล้ายศิวลึงค์

  • บริบททางประวัติศาสตร์ (Historical Context): วัดภูเป็นพยานหลักฐานอันยอดเยี่ยมของวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาณาจักรขอม ซึ่งรุ่งเรืองในภูมิภาคตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 ถึง 14 (พุทธศตวรรษที่ 15 ถึง 19)

  • วิศวกรรมและศิลปะ (Engineering and Artistry): ภูมิทัศน์ประกอบด้วยระบบชลประทานโบราณที่สะท้อนถึงวิศวกรรมขอมที่ก้าวหน้า และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ บรรจุงานศิลปะที่มีความสำคัญ ซึ่งล้วนแสดงถึงความศรัทธาทางศาสนาอย่างแรงกล้า

  • โบราณวัตถุ (Archaeological Remains): แม้สิ่งก่อสร้างหลายแห่งจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่บางส่วน เช่น ศาสนสถานหลักที่โทโม (Tomo) ได้ถูกรื้อถอนไปมาก การขุดค้นโดย P.R.A.L. ยังคงดำเนินมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) เพื่อจัดทำแผนที่โบราณคดีที่แม่นยำของเมืองก่อนสมัยพระนครที่อยู่บนฝั่งแม่น้ำโขง

  • พิพิธภัณฑ์ (Museum): ภายในบริเวณวัดภูมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโบราณวัตถุ เช่น รูปปั้นพระศิวะ พระวิษณุ (Vishnu) โคอุสุภราชนันทิ (Nandin) และพระพุทธรูปต่าง ๆ

วัดภูและกลุ่มสิ่งก่อสร้างโบราณที่เกี่ยวเนื่องในภูมิทัศน์วัฒนธรรมจำปาสัก เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถอันโดดเด่นของอารยธรรมขอมในการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่เชื่อมโยงความเชื่อทางศาสนาเข้ากับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่การวางผังเมืองไปจนถึงสถาปัตยกรรมอันวิจิตรและระบบวิศวกรรมชลประทานโบราณ แหล่งมรดกแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นพยานหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และจิตวิญญาณ ซึ่งยังคงส่งอิทธิพลต่อผู้คนในปัจจุบัน

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward