แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออก ญี่ปุ่น 1993 ยะกุชิมะ (Yakushima)

2536/1993 ยะกุชิมะ / Yakushima
ที่ตั้ง 30.66355695081343, 130.5094948459834
ยาคูชิมะ มรดกธรรมชาติอันล้ำค่าแห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย
เกาะยาคูชิมะ (Yakushima) ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติขององค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 1993 (พุทธศักราช 2536) ถือเป็นพื้นที่ภูเขาอันโดดเด่น ตั้งอยู่บริเวณตอนในของเกาะยาคุ (Yaku Island) นอกสุดปลายทางใต้ของเกาะคิวชู (Kyushu Island) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่เกาะญี่ปุ่น ความพิเศษของแหล่งมรดกแห่งนี้อยู่ที่การเป็นจุดบรรจบของเขตชีวภูมิศาสตร์พาเลอาร์กติก (palaearctic) และโอเรียนทัล (oriental) ซึ่งส่งผลให้มีความหลากหลายทางพืชพรรณที่อุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง
เกาะยาคูชิมะ เป็นที่อยู่อาศัยของพืชประมาณ 1,900 สปีชีส์ (species) และสปีชีส์ย่อย (subspecies) โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นสนซีดาร์ญี่ปุ่นโบราณ หรือที่รู้จักกันในชื่อ sugi (สนญี่ปุ่น) หรือ yakusugi (ยาคูซูงิ) ซึ่งมีอายุเก่าแก่หลายพันปี ยาคูชิมะยังคงรักษาผืนป่าโบราณในเขตอบอุ่น (warm-temperate ancient forest) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของภูมิภาคนี้ไว้ได้ นอกจากนี้ ระดับความสูงของป่าที่ไล่ระดับเกือบ 2,000 เมตร ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นผืนป่าที่มีการไล่ระดับความสูงดีที่สุดในหมู่เกาะญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในป่าที่สมบูรณ์ที่สุดที่ยังคงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออก
นอกเหนือจากความสำคัญทางพฤกษศาสตร์แล้ว ยาคูชิมะยังเป็นบ้านของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมสี่สปีชีส์ย่อยที่เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น (endemic mammal subspecies) ได้แก่ ลิงมาคากญี่ปุ่น (Japanese macaque) (Macaca fuscata yakui) และกวางซีกา (sika deer) (Cervus nippon yakushimae) ซึ่งแต่ละชนิดมีประชากรประมาณ 3,000 ตัว คุณค่าด้านการอนุรักษ์ของเกาะยังเพิ่มขึ้นด้วยพืชประมาณ 200 สปีชีส์ ที่มีการกระจายตัวตามธรรมชาติถึงขีดจำกัดทางใต้บนเกาะแห่งนี้ ในอดีต ภูเขาและต้น yakusugi โบราณของเกาะมีความสำคัญทางจิตวิญญาณอย่างลึกซึ้ง และได้รับการเคารพในฐานะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ยาคูชิมะยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโก (UNESCO Man and the Biosphere Reserve) ในปีคริสต์ศักราช 1980 (พุทธศักราช 2523) และเป็นพื้นที่แรมซาร์ (Ramsar site) ในปีคริสต์ศักราช 1993 (พุทธศักราช 2536) โดยมีพื้นที่ชุ่มน้ำ Nagata-hama ขนาด 10 เฮกตาร์ ซึ่งเป็นแหล่งวางไข่ที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเต่าหัวค้อน (loggerhead sea turtles) ที่ใกล้สูญพันธุ์ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ
คำอธิบายคุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)
เกาะยาคูชิมะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกภายใต้เกณฑ์ธรรมชาติ 2 ข้อ ได้แก่ เกณฑ์ (vii) และ (ix) ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าโดดเด่นสากลของแหล่งมรดกแห่งนี้
-
เกณฑ์ (vii): เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ยอดเยี่ยม หรือมีพื้นที่ที่มีความงามตามธรรมชาติและมีความสำคัญทางสุนทรียภาพที่โดดเด่น ยาคูชิมะได้รับการยอมรับจากภูเขาที่น่าประทับใจ ซึ่งมีความสูงเกือบ 2,000 เมตร และการไล่ระดับความสูงที่โดดเด่นตั้งแต่ยอดเขาสูงไปจนถึงชายฝั่งทะเล เกาะแห่งนี้เป็นที่ตั้งของต้นสนซีดาร์ญี่ปุ่นขนาดมหึมาและมีอายุเก่าแก่ ซึ่งบางต้นมีอายุหลายพันปี เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดและสุดท้ายของระบบนิเวศที่ถูกครอบงำด้วยสนซีดาร์ญี่ปุ่น ในสภาพแวดล้อมที่งดงาม เกณฑ์นี้เน้นย้ำถึงความงามตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของป่าดึกดำบรรพ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นสนซีดาร์ญี่ปุ่น (Yakusugi) ที่มีความงดงามทางสุนทรียภาพ
-
เกณฑ์ (ix): เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นซึ่งแสดงถึงกระบวนการทางนิเวศวิทยาและชีววิทยาที่สำคัญอย่างต่อเนื่องในการวิวัฒนาการและการพัฒนาของระบบนิเวศบนบก น้ำจืด ชายฝั่ง และทางทะเล และชุมชนของพืชและสัตว์ ยาคูชิมะเป็นระบบนิเวศเกาะที่ไม่เหมือนใคร ด้วยภูเขาสูง ซึ่งเป็นลักษณะที่หาได้ยากในละติจูดประมาณ 30 องศาเหนือ ผืนป่าแห่งนี้ยังคงรักษาป่าดึกดำบรรพ์ในเขตอบอุ่น (warm-temperate primeval forest) ที่เคยลดลงอย่างมากในภูมิภาคอื่น ๆ ไว้ได้ ป่าเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงลำดับต่อเนื่องของพืชพรรณตามระดับความสูงตั้งแต่ชายฝั่งไปจนถึงยอดเขากลาง ทำให้แหล่งมรดกนี้มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ด้านชีววิทยาเชิงวิวัฒนาการ ภูมิศาสตร์ชีวภาพ การสืบทอดทางพืชพรรณ และกระบวนการของระบบนิเวศในเขตอบอุ่น นอกจากนี้ พื้นที่ดังกล่าวยังแสดงถึงลำดับป่าดึกดำบรรพ์ที่สมบูรณ์ ตั้งแต่ภูมิอากาศแบบกึ่งเขตร้อน (subtropical) ไปจนถึงเขตอบอุ่นเย็น (cool-temperate) และแสดงให้เห็นถึงชีววิทยาที่หลากหลายพร้อมด้วยการเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น (endemism) ที่สำคัญ
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมธรรมชาติ
ประวัติศาสตร์ของเกาะยาคูชิมะ เกาะกึ่งเขตร้อนในจังหวัดคาโกชิมะ (Kagoshima Prefecture) ประเทศญี่ปุ่น มีความยาวนานอย่างน้อย 17,000 ปี ซึ่งเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับการก่อตัวทางธรณีวิทยาที่เป็นเอกลักษณ์และป่าสนซีดาร์โบราณ ชื่อของเกาะ "ยาคูชิมะ" นั้น มีความหมายว่า "เกาะยาคูซูงิ" ซึ่งเน้นย้ำถึงความผูกพันอันลึกซึ้งกับต้นสนซีดาร์เฉพาะถิ่นที่ได้รับการเคารพ
ผู้อยู่อาศัยยุคแรกเริ่มและการเชื่อมโยงโบราณ: หลักฐานบ่งชี้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่บนยาคูชิมะเมื่อประมาณ 17,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 15000 ปีก่อนพุทธศักราช) โดยพบเครื่องมือประมงทางตอนใต้ของเกาะ การตั้งถิ่นฐานจริงบนเกาะเริ่มขึ้นเมื่อประมาณ 6,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 4000 ปีก่อนพุทธศักราช) ซึ่งพบหลักฐานเป็นที่อยู่อาศัย เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องมือประมง ในช่วงยุคน้ำแข็งซึ่งสิ้นสุดลงเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 8000 ปีก่อนพุทธศักราช) เชื่อกันว่ายาคูชิมะและเกาะทานากาชิมะ (Tanegashima) ที่อยู่ใกล้เคียงเคยเชื่อมต่อกับคิวชู ซึ่งเอื้อต่อการอพยพของพืชและสัตว์นานาชนิดที่ต่อมาได้วิวัฒนาการอย่างมีเอกลักษณ์บนเกาะแห่งนี้ นอกจากนี้ ยังมีการค้นพบวัตถุโบราณจากวัฒนธรรมโจมง (Jomon) และยาโยอิ (Yayoi) ซึ่งบ่งชี้ถึงกิจกรรมของมนุษย์ในยุคแรกเริ่ม
ยุคกลางและอิทธิพลภายนอก: นักบวชชาวจีนเริ่มเดินทางมาญี่ปุ่นเป็นประจำในคริสต์ศตวรรษที่ 7 พระภิกษุจีน กานจิน (Ganjin) หรือเจี้ยนเจิน (Jianzhen) ได้เดินทางมาถึงยาคูชิมะในปีคริสต์ศักราช 753 (พุทธศักราช 1296) ระหว่างการเดินทางไปยังเมืองนารา (Nara) แม้ว่าพระองค์จะไม่พบว่าเกาะแห่งนี้มีเสน่ห์เป็นพิเศษ แต่ก็สังเกตเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของยาสมุนไพร ในคริสต์ศตวรรษที่ 9 และ 10 ยาคูชิมะได้รับความสำคัญจากการส่งออกเปลือกหอยมีค่าที่เรียกว่า Yaku-gai ซึ่งถูกรวบรวมเป็นเครื่องประดับโดยชนชั้นสูงในยุคเฮอัน (Heian era, 794–1185 C.E. / 1337-1728 B.E.) ในช่วงยุคคามาคูระ (Kamakura Period) (ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 12) บันทึกทางประวัติศาสตร์เน้นไปที่เกาะทานากาชิมะ ซึ่งมีการผลิตทางการเกษตรสูงกว่า บ่งชี้ว่ายาคูชิมะได้รับความสนใจน้อยกว่าเนื่องจากถูกมองว่าขาดผลผลิต ในช่วงเวลานี้เองที่ตระกูลชิมะสุ (Shimazu family) อันทรงอำนาจได้เข้าควบคุมคิวชูตอนใต้และเกาะทางใต้ ซึ่งเป็นอำนาจที่คงอยู่ประมาณ 800 ปี ประเพณี takemairi ซึ่งเป็นการจาริกแสวงบุญเพื่อสักการะเทพเจ้าในภูเขา เริ่มขึ้นในปีคริสต์ศักราช 1488 (พุทธศักราช 2031) ในช่วงยุคเซ็งโงกุ (Sengoku Period)
ยุคเอโดะและการเติบโตของอุตสาหกรรมไม้ซุง: ยุคเอโดะ (Edo period, 1603–1868 C.E. / 2146-2411 B.E.) ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการเติบโตของอุตสาหกรรมไม้ซุง หลังจากการทำสงครามมาหลายศตวรรษ ความคลั่งไคล้ในการก่อสร้างทั่วญี่ปุ่นทำให้เกิดความต้องการไม้ซุงสูงสำหรับปราสาท วัด และอนุสาวรีย์ ในขณะที่ชาวเกาะในอดีตเคารพต้น Yaku sugi ขนาดใหญ่และตัดเฉพาะต้นไม้ชายฝั่งขนาดเล็กเพื่อใช้ในครัวเรือนเท่านั้น พระนาม โทมาริ โจชิกุ (Tomari Jochiku) ซึ่งเป็นชาวพื้นเมืองที่กลับมาจากเกียวโต (Kyoto) โอกินาวา (Okinawa) และจีน มีบทบาทในการเริ่มต้นการตัดโค่นต้น Yaku sugi ที่สง่างาม อุตสาหกรรม hiragi ซึ่งเน้นที่กระเบื้องมุงหลังคา Yaku sugi ที่ทนทานและกันน้ำได้ ได้รับผลกำไรอย่างมากจนเงินเดือนประจำปีของเกาะถูกจ่ายเป็นกระเบื้องเหล่านี้แทนข้าว อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ต้องหยุดชะงักลงอย่างมากเมื่อระบอบโชกุนล่มสลายในปีคริสต์ศักราช 1868 (พุทธศักราช 2411) ในช่วงยุคเอโดะ ยาคูชิมะอยู่ภายใต้การปกครองของตระกูลชิมะสุแห่งแคว้นซัตสึมะ (Satsuma Domain) และถือเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโอสุมิ (Ōsumi Province)
ยุคสมัยใหม่และการอนุรักษ์: ภายหลังการฟื้นฟูเมจิ (Meiji Restoration) ยาคูชิมะได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดคาโกชิมะ จำนวนประชากรของเกาะสูงสุดในปีคริสต์ศักราช 1960 (พุทธศักราช 2503) ด้วยจำนวน 24,010 คน แต่หลังจากนั้นก็ลดลงและคงที่ประมาณ 12,053 คน ในปีคริสต์ศักราช 2020 (พุทธศักราช 2563) แม้การตัดไม้จะยังคงดำเนินต่อไปจนถึงต้นยุคเอโดะ แต่ได้มีการจัดตั้งระบอบการอนุรักษ์เมื่อการตัดไม้สิ้นสุดลงในปลายคริสต์ทศวรรษ 1960 (พุทธศักราช 2503-2512) นำไปสู่การปลูกป่าและเพาะเมล็ดอย่างกว้างขวาง
ยาคูชิมะได้รับการยอมรับไปทั่วโลกในด้านสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ในปีคริสต์ศักราช 1993 (พุทธศักราช 2536) ยาคูชิมะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นพร้อมกับชิราคามิ-ซันจิ (Shirakami-Sanchi) เพื่อรับรองระบบนิเวศที่หายากและป่าโบราณของเกาะ ปัจจุบัน แม้การป่าไม้และการประมงเคยเป็นหัวใจหลักทางเศรษฐกิจ แต่การท่องเที่ยว การปลูกส้มและชา และการกลั่นโชชู (shōchū) ได้กลายเป็นแหล่งรายได้หลัก
ในแง่ของสถาปัตยกรรมธรรมชาติ (natural architecture) นั้น ยาคูชิมะโดดเด่นด้วยต้นสน Yakusugi โบราณขนาดมหึมา ซึ่งมีลำต้นที่บิดเกลียวและมีมอสปกคลุมหนาแน่น สร้างภูมิทัศน์ป่าที่ราวกับอยู่ในเทพนิยาย ความหลากหลายของระดับความสูงที่เกือบ 2,000 เมตร ทำให้เกิดโครงสร้างป่าที่เปลี่ยนแปลงไปตามระดับความสูง ตั้งแต่ป่าชายเลนริมฝั่งทะเลไปจนถึงป่าสนซีดาร์และป่ากึ่งเขตร้อนบนยอดเขาสูง ซึ่งสะท้อนถึงการจัดวางโครงสร้างทางธรรมชาติที่ซับซ้อนและงดงาม
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
ยาคูชิมะมีจุดเด่นหลายประการที่ดึงดูดความสนใจจากนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ได้แก่:
-
ต้นสน Yakusugi โบราณ: เป็นที่รู้จักกันดีที่สุดคือต้น Jomon Sugi ซึ่งเป็นต้นสนซีดาร์ญี่ปุ่นที่ใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดที่ได้รับการยืนยันอายุ โดยคาดว่ามีอายุระหว่าง 2,000 ถึง 7,000 ปี ต้น yakusugi อื่นๆ ที่มีอายุเกิน 1,000 ปี ก็สามารถพบได้ทั่วไปในป่า แสดงถึงความแข็งแกร่งและความยั่งยืนของระบบนิเวศ
-
ความหลากหลายทางชีวภาพที่เป็นเอกลักษณ์: เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งรวมของพืชกว่า 1,900 ชนิดและสปีชีส์ย่อย รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเฉพาะถิ่นอย่างลิงมาคากญี่ปุ่น (Macaca fuscata yakui) และกวางซีกา (Cervus nippon yakushimae) ซึ่งมีวิวัฒนาการที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมเฉพาะของเกาะ
-
การไล่ระดับระบบนิเวศตามความสูง: การไล่ระดับความสูงของภูเขาที่เกือบ 2,000 เมตร สร้างความหลากหลายของภูมิอากาศและพืชพรรณ ตั้งแต่ป่ากึ่งเขตร้อน (subtropical forest) ที่ระดับน้ำทะเล ไปจนถึงป่ากึ่งอบอุ่น (cool-temperate forest) บนยอดเขา ทำให้เกิดโซนพืชพรรณที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
-
ป่ามอส (Moss Forest) ใน Shiratani Unsuikyo: ผืนป่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักจากมอสที่ปกคลุมหินและต้นไม้หนาแน่น สร้างทัศนียภาพที่งดงามราวกับอยู่ในโลกแฟนตาซี จนได้รับแรงบันดาลใจให้เป็นฉากในภาพยนตร์แอนิเมชันชื่อดังหลายเรื่อง
-
หาด Nagata-hama: เป็นแหล่งวางไข่ที่สำคัญที่สุดสำหรับเต่าหัวค้อน (loggerhead sea turtles) ในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ใกล้สูญพันธุ์ แสดงถึงความสำคัญของยาคูชิมะในการอนุรักษ์สัตว์ทะเล
คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ
เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และรักษาสภาพแวดล้อมอันบริสุทธิ์ของยาคูชิมะ นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามข้อกำหนดและมารยาทดังต่อไปนี้:
ข้อมูลทั่วไปสำหรับการเดินทาง: ข้อมูลการท่องเที่ยวอย่างละเอียดสามารถหาได้จากเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสมาคมการท่องเที่ยวแห่งยาคูชิมะ (Yakushima Tourism Association) ที่ yakukan.jp และเว็บไซต์ของเมืองยาคูชิมะ (Yakushima Town)
มารยาททั่วไปในการเยี่ยมชมเกาะ:
-
ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า: เช่น ลิงหรือกวาง การให้อาหารอาจทำให้สัตว์คุ้นเคยกับมนุษย์และสูญเสียสัญชาตญาณธรรมชาติ
-
ห้ามทำร้ายสัตว์หรือเก็บเกี่ยวพืช: ยาคูชิมะเป็นแหล่งรวมพืชและสัตว์หายาก ควรเคารพและไม่รบกวนระบบนิเวศ
-
นำขยะกลับไปทิ้งข้างนอก: เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมและป้องกันการปนเปื้อน
-
ขับขี่อย่างปลอดภัย: ระมัดระวังการข้ามถนนของสัตว์ป่า และขับขี่ด้วยความเร็วที่เหมาะสม
-
สูบบุหรี่ในพื้นที่ที่กำหนด: เพื่อป้องกันไฟป่าและรักษาสภาพแวดล้อม
-
เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์: ภูเขาและต้นไม้โบราณหลายแห่งได้รับการนับถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ควรแสดงความเคารพและรักษาความสะอาด
-
เคารพชีวิตของชาวเกาะ: หลีกเลี่ยงการสร้างเสียงรบกวนหรือบุกรุกพื้นที่ส่วนบุคคล
-
วางแผนการเดินทางเผื่อเวลา: สภาพอากาศหรือการคมนาคมขนส่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง จึงควรวางแผนเผื่อความยืดหยุ่น
มารยาทในการเดินป่า (Trekking):
-
ให้สิทธิ์ผู้ที่เดินขึ้น: โดยทั่วไปผู้ที่เดินขึ้นจะมีสิทธิ์ไปก่อน แต่ควรประเมินสถานการณ์และแบ่งปันเส้นทาง
-
ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง หรือเหยียบมอสและพื้นที่ชุ่มน้ำ: เพื่อป้องกันความเสียหายต่อพืชพรรณที่เปราะบางและรักษาภูมิทัศน์
-
ใช้ยางหุ้มปลายไม้เท้าเดินป่า (Rubber Caps): เพื่อป้องกันความเสียหายของเส้นทางและพืช
-
ห้ามปนเปื้อนแหล่งน้ำ: ล้างจานด้วยกระดาษเช็ดและใช้ห้องน้ำบนเขาหรือห้องน้ำพกพา
-
ห้ามติดเครื่องหมายหรือสเปรย์บนต้นไม้: เพื่อป้องกันการสับสนและรักษาความงามตามธรรมชาติ
-
รักษาความสงบ: ลดเสียงรบกวนจากโทรศัพท์ วิทยุ หรืออุปกรณ์อื่นๆ
-
ห้ามก่อกองไฟ: การใช้เตาแก๊สควรทำด้วยความระมัดระวังและห้ามใช้ภายในที่พักหรือกระท่อมบนเขา
มารยาทการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม:
-
ดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ (Idling Stop): เพื่อลดมลพิษทางอากาศและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เกาะยาคูชิมะ เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่มีคุณค่าโดดเด่นสากลอย่างแท้จริง ซึ่งได้รับการยกย่องจากความงามตามธรรมชาติอันน่าทึ่งของภูเขา ป่าไม้โบราณที่เต็มไปด้วยต้นสน Yakusugi อายุหลายพันปี และระบบนิเวศที่หลากหลายตั้งแต่ชายฝั่งไปจนถึงยอดเขาสูง ความพิเศษทางชีวภาพจากการเป็นจุดบรรจบของเขตชีวภูมิศาสตร์ที่แตกต่างกัน และการเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์เฉพาะถิ่น ทำให้ยาคูชิมะเป็นห้องปฏิบัติการธรรมชาติสำหรับการศึกษาทางนิเวศวิทยาและวิวัฒนาการ การรักษาคุณค่าอันล้ำค่านี้ไว้สำหรับคนรุ่นหลังจึงเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่ต้องอาศัยความเข้าใจและการปฏิบัติตามหลักการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์อย่างเคร่งครัด
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------



