กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้: มรดกแห่งจักรวรรดิเวียดนาม ณ ศูนย์กลางแห่งปรัชญาและสถาปัตยกรรม
กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้ (Complex of Hué Monuments) ตั้งอยู่ ณ ใจกลางประเทศเวียดนาม เป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 1993 (พ.ศ. 2536) และได้ทำหน้าที่เป็นราชธานีแห่งสุดท้ายของเวียดนามภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty) ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของประเทศ ความซับซ้อนของสิ่งก่อสร้างแห่งนี้เป็นเครื่องยืนยันอันน่าทึ่งถึงอดีตอันรุ่งโรจน์ของจักรวรรดิเวียดนาม จัดแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณอันยาวนานหลายศตวรรษ การอนุรักษ์และการบูรณะได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง แม้จะได้รับความเสียหายจากปฏิบัติการทางทหารในช่วงปี ค.ศ. 1885 (พ.ศ. 2428), ค.ศ. 1947 (พ.ศ. 2490) และ ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511) โดยมีความมุ่งมั่นในการรักษาคุณค่ามรดกนี้ไปจนถึงปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) และในอนาคต
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้ได้รับการยอมรับถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นภายใต้เกณฑ์สองประการของยูเนสโก คือ (iii) และ (iv):
-
เกณฑ์ (iii): เมืองเว้เป็นเครื่องพิสูจน์ที่โดดเด่นถึงอำนาจของจักรวรรดิศักดินาเวียดนามที่รุ่งเรืองถึงขีดสุดในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24) แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการอันน่าทึ่งของสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองภายใต้ราชวงศ์เหงียน
-
เกณฑ์ (iv): กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของราชธานีในระบอบศักดินาตะวันออก การวางผังเมืองเป็นไปตามหลักปรัชญาตะวันออกโบราณและเคารพต่อสภาพภูมิประเทศ การจัดวางผังเมืองและการออกแบบอาคารถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของการวางผังเมืองศักดินาตอนปลายในเอเชียตะวันออก
คุณค่าสากลของกลุ่มโบราณสถานเมืองเว้จึงอยู่ที่การเป็นศูนย์รวมของราชธานีในยุคราชวงศ์เหงียน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1802 (พ.ศ. 2345) ถึง ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) ซึ่งเว้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนาของเวียดนามในยุคนั้นกลุ่มโบราณสถานแห่งนี้เป็นเมืองที่ได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ โดยโครงสร้างต่างๆ ได้รับการบูรณาการเข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติและจัดวางตามหลักจักรวาลวิทยา ซึ่งสอดคล้องกับหลักห้าทิศ (Five Cardinal Points) ได้แก่ กลาง ตะวันตก ตะวันออก เหนือ ใต้, หลักห้าธาตุ (Five Elements) ได้แก่ ดิน โลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และหลักห้าสี (Five Colors) ได้แก่ เหลือง ขาว ฟ้า ดำ แดง สะท้อนถึงหลักโหราศาสตร์ (geomancy) แบบตะวันออกอันลึกซึ้ง แม่น้ำหอม (Perfume River) ไหลผ่านเมืองหลวง (Capital City), เมืองจักรพรรดิ (Imperial City), และเมืองต้องห้ามสีม่วง (Forbidden Purple City) ได้เพิ่มความงามตามธรรมชาติให้กับราชธานีแห่งนี้ สถาปัตยกรรมเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะเวียดนามดั้งเดิม ศิลปกรรมจีน และอิทธิพลตะวันตกบางส่วนอย่างกลมกลืนองค์ประกอบสำคัญของกลุ่มโบราณสถานประกอบด้วย เมืองจักรพรรดิ (Hoàng thành), ป้อมปราการ (Kinh thành) และเมืองต้องห้ามสีม่วง (Tử Cấm Thành) รวมถึงสุสานจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เหงียน เช่น จักรพรรดิซาลอง (Gia Long), จักรพรรดิมิงห์หม่าง (Minh Mạng), จักรพรรดิเธียวจิ (Thiệu Trị), จักรพรรดิตือดึ๊ก (Tự Đức), จักรพรรดิดึ๊กดึ๊ก (Dục Đức), จักรพรรดิด่งคั้ญ (Đồng Khánh) และจักรพรรดิไข่ดิ่ง (Khải Định) ตลอดจนวัดและเจดีย์ต่างๆ สถานที่เหล่านี้ร่วมกันแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความซับซ้อนของอุดมการณ์และรูปแบบศิลปะของราชวงศ์เหงียน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
เมืองเว้ได้กลายเป็นราชธานีของเวียดนามที่รวมเป็นหนึ่งเดียวในปี ค.ศ. 1802 (พ.ศ. 2345) ภายใต้การปกครองของจักรพรรดิซาลอง (Gia Long) ซึ่งเป็นจักรพรรดิองค์แรกของราชวงศ์เหงียน และยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเมือง วัฒนธรรม และศาสนาของประเทศจนถึงปี ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488) การวางแผนและการก่อสร้างราชธานีใช้เวลาสองปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1803 (พ.ศ. 2346) ถึง ค.ศ. 1805 (พ.ศ. 2348) และแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1832 (พ.ศ. 2375) ตลอดรัชสมัยของจักรพรรดิเหงียนทั้ง 13 พระองค์ ได้มีการเพิ่มเติมอาคารและการออกแบบที่โดดเด่นเข้าสู่กลุ่มโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง ตำแหน่งที่ตั้งของเมืองถูกเลือกโดยคำนึงถึงความเป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์และการเข้าถึงทะเลได้อย่างสะดวก ข้อมูลเหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกไว้ ไม่มีข้อมูลที่ระบุว่าเป็นตำนานพื้นบ้านแต่อย่างใดกลุ่มโบราณสถานเมืองเว้ได้รับการยกย่องในความงามทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมเวียดนามดั้งเดิม ศิลปะตะวันออกคลาสสิก และอิทธิพลตะวันตกบางส่วนได้อย่างกลมกลืน การจัดวางผังของโบราณสถานเป็นไปตามหลักปรัชญาตะวันออกโบราณและหลักโหราศาสตร์ (geomantic principles) โดยบูรณาการแนวคิดห้าทิศ ห้าธาตุ และห้าสีเข้าไว้ด้วยกัน แม่น้ำหอม (Perfume River) ที่ไหลคดเคี้ยวผ่านเมือง และภูเขางูบิ่ญ (Ngu Binh Mountain) หรือ "ฉากกั้นหลวง" ได้เสริมสร้างความงามตามธรรมชาติและความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของสถานที่แห่งนี้กลุ่มโบราณสถานประกอบด้วยสามส่วนหลัก:
-
เมืองหลวง (Kinh Thanh Hue): เป็นพื้นที่ป้อมปราการส่วนนอกสุด มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส แต่ละด้านยาว 2,235 เมตร (meters) ล้อมรอบด้วยกำแพงสูง 6 เมตร (meters) และคูเมือง ภายในเป็นที่ตั้งของอาคารกระทรวงต่างๆ วิทยาลัยหลวง (Royal College) และพิพิธภัณฑ์เว้ (Hue Museum)
-
เมืองจักรพรรดิ (Hoang Thanh): ตั้งอยู่ภายในเมืองหลวง เป็นที่ประทับและศูนย์กลางอำนาจที่จักรพรรดิใช้ปกครอง พบปะทูตต่างชาติ และประกอบพิธีต่างๆ บริเวณนี้ประกอบด้วยพระราชวัง วัด และป้อมปราการ
-
เมืองต้องห้ามสีม่วง (Tu Cam Thanh): เป็นหัวใจของเมืองจักรพรรดิ ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามสำหรับจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น เดิมมีอาคารมากกว่า 40 แห่ง แม้ว่าหลายแห่งในปัจจุบันจะอยู่ในสภาพปรักหักพัง
นอกเหนือจากโครงสร้างส่วนกลางเหล่านี้แล้ว กลุ่มโบราณสถานยังรวมถึงอนุสาวรีย์และสิ่งก่อสร้างที่เกี่ยวข้องอีกมากมายที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ซึ่งรวมถึงสุสานหลวงของจักรพรรดิราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty) เช่น จักรพรรดิซาลอง (Gia Long), จักรพรรดิมิงห์หม่าง (Minh Mang), จักรพรรดิเธียวจิ (Thieu Tri), จักรพรรดิตือดึ๊ก (Tu Duc), จักรพรรดิดึ๊กดึ๊ก (Duc Duc), จักรพรรดิด่งคั้ญ (Dong Khanh) และจักรพรรดิไข่ดิ่ง (Khai Dinh) รวมถึงวัด เจดีย์ เช่น เจดีย์เทียนมู่ (Thien Mu Pagoda) และสถานที่ทางจิตวิญญาณอื่นๆกลุ่มโบราณสถานเมืองเว้แสดงถึงความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างสถาบันกษัตริย์ ศาสนา และประชาชนชาวเวียดนาม สถานที่แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม ซึ่งมีการประกอบพิธีกรรม ประเพณี และการเฉลิมฉลองต่างๆ เพื่อสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณของจักรพรรดิราชวงศ์เหงียน การออกแบบที่ประณีตและการจัดวางทางจักรวาลวิทยาล้วนสะท้อนถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่อธรรมชาติและปรัชญาตะวันออกโบราณ
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้มีจุดเด่นหลายประการที่ดึงดูดนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ได้แก่:
-
ศูนย์กลางอำนาจจักรวรรดิ: เป็นราชธานีและศูนย์กลางการปกครองของราชวงศ์เหงียน (Nguyen Dynasty) ราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนาม ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1802 (พ.ศ. 2345) ถึง ค.ศ. 1945 (พ.ศ. 2488)
-
สถาปัตยกรรมอันงดงาม: การผสมผสานอย่างลงตัวของศิลปะเวียดนามดั้งเดิม ศิลปะจีน และอิทธิพลตะวันตกบางส่วน สะท้อนถึงเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย
-
การวางผังเมืองตามหลักปรัชญา: การจัดวางโครงสร้างทั้งหมดเป็นไปตามหลักปรัชญาตะวันออกโบราณและหลักโหราศาสตร์ (geomancy) โดยอิงจากหลักห้าทิศ ห้าธาตุ และห้าสี แสดงให้เห็นถึงความลึกซึ้งทางปัญญา
-
สามส่วนหลักของเมือง:
-
เมืองหลวง (Kinh Thanh Hue): ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่มีกำแพงสูง 6 เมตร (meters) ล้อมรอบ เป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการ
-
เมืองจักรพรรดิ (Hoang Thanh): ศูนย์กลางการปกครองภายในเมืองหลวง ประกอบด้วยพระราชวังและวัดสำคัญ
-
เมืองต้องห้ามสีม่วง (Tu Cam Thanh): เขตหวงห้ามสำหรับจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์เท่านั้น ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของอาคารอันโอ่อ่ากว่า 40 แห่ง
-
-
สุสานหลวงและเจดีย์: เป็นที่ตั้งของสุสานหลวงอันยิ่งใหญ่ของจักรพรรดิราชวงศ์เหงียนหลายพระองค์ รวมถึงเจดีย์เทียนมู่ (Thien Mu Pagoda) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญ
กลุ่มโบราณสถานเมืองเว้ (Complex of Hué Monuments) เป็นมากกว่าเพียงซากปรักหักพังทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นภาพสะท้อนอันทรงพลังของประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และจิตวิญญาณอันรุ่งโรจน์ของเวียดนาม ภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหงียนในฐานะราชธานีแห่งสุดท้าย คุณค่าสากลของสถานที่แห่งนี้ได้รับการยอมรับจากยูเนสโกถึงการเป็นพยานอันยอดเยี่ยมของจักรวรรดิศักดินาตะวันออก และเป็นศูนย์รวมของปรัชญาโหราศาสตร์อันลึกซึ้ง การอนุรักษ์อย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องและนำเสนอสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่านี้แก่คนรุ่นหลัง และย้ำเตือนถึงความยิ่งใหญ่ทางอารยธรรมที่เคยรุ่งเรืองในภูมิภาคนี้ .
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)
------------------------

