1998 โบราณสถานแห่งนะระโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara)
ตำแหน่งที่ตั้ง 34.695195870815425, 135.79452313232997
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ: มรดกโลกที่สะท้อนอารยธรรมญี่ปุ่นยุคแรกเริ่ม
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ (Historic Monuments of Ancient Nara) เป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 1998 (พ.ศ. 2541) ซึ่งประกอบด้วยสถานที่สำคัญแปดแห่งในจังหวัดนารา (Nara Prefecture) ประเทศญี่ปุ่น แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นภาพสะท้อนที่ครอบคลุมวัฒนธรรม ศาสนา และโครงสร้างทางการเมืองของญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) ซึ่งเป็นช่วงที่เมืองนารา (Nara) ได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นระหว่างปีคริสต์ศักราช 710 (พ.ศ. 1253) ถึง 784 (พ.ศ. 1327) ซึ่งเป็นยุคที่ญี่ปุ่นมีการพัฒนาทางการเมืองและวัฒนธรรมอย่างมาก
กลุ่มอนุสรณ์สถานนี้ประกอบด้วยวัดพุทธห้าแห่ง ศาลเจ้าชินโต (Shinto shrine) หนึ่งแห่ง แหล่งโบราณคดีหนึ่งแห่ง และป่าดึกดำบรรพ์หนึ่งแห่ง ซึ่งรวมกันแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลอันลึกซึ้งของพุทธศาสนา (Buddhism) และชินโต (Shintoism) รวมถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับรัฐบาลจักรวรรดิในยุคนั้น อนุสรณ์สถานทั้ง 8 แห่งนี้มีอาคาร 26 หลังที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติแห่งชาติ (National Treasures) และ 53 หลังเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่สำคัญ (Important Cultural Properties) โดยรัฐบาลญี่ปุ่น
คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณได้รับการพิจารณาให้มีคุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value) จากการที่แสดงถึงช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนาวัฒนธรรมและการเมืองของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่เมืองนาราเป็นเมืองหลวง สถานที่เหล่านี้แสดงให้เห็นภาพที่ชัดเจนของชีวิตในเมืองหลวงของญี่ปุ่นช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พุทธศตวรรษที่ 13) รวมถึงการก่อตั้งโครงสร้างรัฐบาลแห่งชาติและความเจริญรุ่งเรืองที่นำไปสู่การเป็นแหล่งกำเนิดวัฒนธรรมญี่ปุ่น คุณค่าดังกล่าวได้รับการรับรองตามเกณฑ์ทางวัฒนธรรมสี่ข้อของยูเนสโก ได้แก่:
-
เกณฑ์ (ii): อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นถึงวิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมและศิลปะญี่ปุ่น ซึ่งแสดงให้เห็นอิทธิพลอันลึกซึ้งของการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมกับจีน (China) และเกาหลี (Korea) ที่ส่งผลต่อการพัฒนาในอนาคต
-
เกณฑ์ (iii): มรดกทางสถาปัตยกรรมของนาราแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างมีเอกลักษณ์ในช่วงที่นาราทำหน้าที่เป็นเมืองหลวง (ค.ศ. 710-784 หรือ พ.ศ. 1253-1327) ช่วงเวลานี้มีการรวมอำนาจรัฐบาลแห่งชาติ และนาราได้กลายเป็นต้นกำเนิดของวัฒนธรรมญี่ปุ่น
-
เกณฑ์ (iv): แผนผังของพระราชวังหลวง (Imperial Palace) และการออกแบบอนุสรณ์สถานที่ยังคงอยู่ของนาราเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมและการวางผังเมืองหลวงในเอเชียยุคแรก แผนผังเมืองอิงหลักการฮวงจุ้ย (geomantic principles) ของจีนและตัวอย่างจากเมืองฉางอาน (Chang'an) ซึ่งมีตารางกริดเป็นแนวตั้งและแนวนอนสำหรับพระราชวัง วัด ศาลเจ้า และถนน
-
เกณฑ์ (vi): วัดพุทธและศาลเจ้าชินโตของนาราแสดงให้เห็นถึงพลังทางจิตวิญญาณและอิทธิพลที่ต่อเนื่องของศาสนาเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบที่จับต้องไม่ได้ของการบูชาและพิธีกรรมทางศาสนาที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
เมืองนารา หรือที่รู้จักกันในชื่อเฮย์โจเคียว (Heijō-kyō) ในอดีต ได้รับการสถาปนาเป็นเมืองหลวงของญี่ปุ่นในปีคริสต์ศักราช 710 (พ.ศ. 1253) ในช่วงยุคนารา (Nara period) ซึ่งเป็นยุคแห่งการรวมอำนาจทางการเมืองและวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะไม่มีตำนานที่แยกต่างหากจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนในรายงานนี้ แต่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่านาราเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและศาสนาที่สำคัญ การวางผังเมืองของนาราได้รับอิทธิพลอย่างมากจากเมืองหลวงของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองฉางอาน (Chang'an) ซึ่งเป็นที่สังเกตเห็นได้จากผังเมืองที่เป็นระบบตารางกริดแบบสมมาตร
ทางด้านสถาปัตยกรรม สิ่งก่อสร้างในนาราโบราณแสดงถึงการผสมผสานระหว่างสุนทรียภาพของญี่ปุ่นกับการนำเข้าอิทธิพลจากทวีปเอเชีย โดยเฉพาะจากจีนและเกาหลี วัดพุทธหลายแห่ง เช่น วัดโทไดจิ (Tōdai-ji Temple) และวัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple) ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคนิคและรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแผ่นดินใหญ่ วัดโทไดจิเป็นที่ตั้งของวิหารไดบุทสึเด็น (Daibutsuden) ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปไวโรจนะ (Vairocana Buddha) หรือที่รู้จักกันในชื่อไดบุทสึ (Daibutsu) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนาในยุคนั้น
วัดโคฟุคุจิ (Kōfuku-ji Temple) เป็นวัดพุทธที่มีอิทธิพลในยุคดังกล่าว ในขณะที่วัดกังโกจิ (Gangō-ji Temple) ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวัดพุทธแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น ส่วนวัดโทโชไดจิ (Tōshōdai-ji Temple) ก่อตั้งขึ้นในปีคริสต์ศักราช 759 (พ.ศ. 1302) โดยพระสงฆ์ชาวจีนระดับสูงเพื่อเป็นสถานที่ศึกษาพระพุทธศาสนา
ในส่วนของศาลเจ้าชินโต ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine) มีความเชื่อมโยงกับตระกูลฟูจิวาระ (Fujiwara clan) ซึ่งมีอำนาจทางการเมืองอย่างมากในช่วงยุคเฮอัน (Heian period) ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่กลมกลืน รวมถึงป่าศักดิ์สิทธิ์คาสุกายามะ (Kasugayama Primeval Forest) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศาลเจ้า แสดงให้เห็นถึงการบูชาตามประเพณีของญี่ปุ่นและธรรมชาติที่ยังคงไม่ถูกแตะต้องมานานหลายศตวรรษ
แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site) ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงเดิม ทำหน้าที่เป็นทั้งที่ประทับของราชวงศ์และสถานที่จัดพิธีทางการเมืองและศาสนา แม้ว่าโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ส่วนใหญ่จะถูกฝังกลบเพื่อการอนุรักษ์ แต่ก็มีการบูรณะประตูทางเข้า ห้องโถงศึกษา และสวนบางส่วนขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เห็นถึงเค้าโครงและสถาปัตยกรรมของพระราชวังในอดีต
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณรวบรวมสถานที่สำคัญแปดแห่งที่สะท้อนถึงยุคทองของวัฒนธรรมญี่ปุ่น:
-
วัดโทไดจิ (Tōdai-ji Temple): วัดพุทธขนาดใหญ่และทรงอำนาจ วิหารไดบุทสึเด็น (Daibutsuden) ประดิษฐานพระพุทธรูปไวโรจนะ (Vairocana Buddha) หรือไดบุทสึ (Daibutsu) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดในโลก
-
วัดโคฟุคุจิ (Kōfuku-ji Temple): หนึ่งในเจ็ดวัดใหญ่ที่มีอิทธิพล เป็นศูนย์กลางระดับชาติของสำนักพุทธ Hossō
-
ศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ (Kasuga Taisha Shrine): ศาลเจ้าชินโตที่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฟูจิวาระ ภูมิทัศน์วัฒนธรรมที่กลมกลืน รวมถึงป่าศักดิ์สิทธิ์ แสดงถึงการบูชาตามประเพณีของญี่ปุ่น
-
ป่าดึกดำบรรพ์คาสุกายามะ (Kasugayama Primeval Forest): ภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติที่เป็นส่วนสำคัญของศาลเจ้าคาสุกะไทฉะ ซึ่งธรรมชาติยังคงไม่ถูกแตะต้องมานานหลายศตวรรษ
-
วัดกังโกจิ (Gangō-ji Temple): ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในวัดพุทธแห่งแรกๆ ของญี่ปุ่น
-
วัดยาคุชิจิ (Yakushi-ji Temple): วัดพุทธที่มีชื่อเสียงและมีความสำคัญอีกแห่งหนึ่ง
-
วัดโทโชไดจิ (Tōshōdai-ji Temple): ก่อตั้งขึ้นในปีคริสต์ศักราช 759 (พ.ศ. 1302) โดยพระสงฆ์ชาวจีนระดับสูงสำหรับนักเรียนพุทธศาสนา
-
แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site): สถานที่ทางโบราณคดีที่แสดงถึงอดีตพระราชวังหลวง ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งที่ประทับของราชวงศ์และสถานที่จัดพิธีทางการเมืองและศาสนา มีการบูรณะประตูทางเข้า ห้องโถงศึกษา และสวนบางส่วน
คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ (Visitor Guide and Regulations)
การเยี่ยมชมอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณนั้น จำเป็นต้องวางแผนการเดินทางเนื่องจากประกอบด้วยสถานที่หลากหลายที่มีข้อบังคับ เวลาเปิด-ปิด และค่าธรรมเนียมแตกต่างกันไป
ข้อบังคับสำหรับผู้เยี่ยมชม:
-
การปฏิบัติตนทั่วไป: ควรเผื่อเวลาเต็มวันสำหรับการเดินชมอนุสรณ์สถานทั้งหมด
-
รองเท้า: เมื่อเข้าสู่อาคารทางศาสนาทั้งพุทธและชินโต จำเป็นต้องถอดรองเท้า การสวมรองเท้าแตะอาจช่วยให้การถอดเข้าออกง่ายขึ้น
-
การหลีกเลี่ยงฝูงชน: ควรหลีกเลี่ยงการเยี่ยมชมในช่วง Golden Week (ปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม) ซึ่งเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น เนื่องจากสถานที่ต่างๆ จะมีผู้เยี่ยมชมชาวญี่ปุ่นหนาแน่นมาก
-
สัตว์ป่า: เมืองนารามีชื่อเสียงเรื่องกวางจำนวนมากที่เดินเตร่ไปมาอย่างอิสระ ผู้เยี่ยมชมควร หลีกเลี่ยงการให้อาหารกวาง
-
การเดินทาง: แนะนำให้เดินทางด้วยรถไฟไปยังนารา และเริ่มต้นจากสถานี Kintetsu-Nara เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจอดรถ สำหรับแหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา แนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
-
การเข้าถึง: สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ มีทางลาดสำหรับรถเข็นในบางสถานที่ เช่น พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum และสามารถขอรถเข็นฟรีได้ นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมที่มีความพิการสามารถขึ้นลงที่ประตูทางเข้าได้ และสุนัขนำทาง สุนัขช่วยเหลือการได้ยิน และสุนัขช่วยเหลือการเคลื่อนที่สามารถเข้าชมได้
เวลาทำการ:
แม้ว่าเมืองนาราโบราณและอนุสรณ์สถานบางแห่งจะเปิดให้เข้าชมได้อย่างอิสระ แต่สถานที่เฉพาะเจาะจงภายในอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณมีเวลาทำการของตนเอง:
-
วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple) (วิหารไดบุทสึเด็น):
-
เมษายนถึงตุลาคม: 07:30 น. ถึง 17:30 น.
-
พฤศจิกายนถึงมีนาคม: 08:00 น. ถึง 17:00 น.
-
ไม่มีวันปิดทำการ
-
พิพิธภัณฑ์ Todaiji Museum: 09:30 น. ถึงเวลาปิดของวิหารไดบุทสึเด็น
-
วิหาร Nigatsudo Hall: เปิดตลอดเวลา
-
วิหาร Hokkedo Hall: 08:30 น. ถึง 16:00 น.
-
วิหาร Kaidando Hall: 08:30 น. ถึง 16:00 น.
-
-
วัดกังโกจิ (Gango-ji Temple): 09:00 น. ถึง 16:30 น.
-
แหล่งโบราณคดีพระราชวังนารา (Nara Palace Site):
-
พิพิธภัณฑ์ Heijokyu Izanaikan Museum: 09:00 น. ถึง 17:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.) ปิดทำการในวันจันทร์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ เมษายน กรกฎาคม และพฤศจิกายน รวมถึงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม
-
Tempyo Tsudoikan: 08:30 น. ถึง 18:00 น. เปิดตลอดทั้งปี
-
พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum: 09:00 น. ถึง 16:30 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00 น.) ปิดทำการในวันจันทร์ (หรือวันถัดไปหากวันจันทร์เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์) และระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 3 มกราคม
-
-
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินารา (Nara National Museum) (ปีกใหม่): โดยทั่วไป 09:30 น. ถึง 17:00 น. อาจมีเวลาขยายออกไปในช่วงเทศกาลพิเศษหรืองานอีเวนต์ต่างๆ พิพิธภัณฑ์ปิดทำการในวันจันทร์ (เว้นแต่เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ซึ่งจะปิดในวันอังคารถัดไป) และตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม ถึง 1 มกราคม รวมถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน
ค่าเข้าชม:
-
แม้ว่าเมืองนาราโบราณจะเข้าถึงได้โดยอิสระ แต่สถานที่อนุสรณ์สถานหลายแห่งจำเป็นต้องเสียค่าเข้าชม ซึ่งโดยทั่วไปสามารถซื้อได้ที่หน้างาน
-
วัดโทไดจิ (Todai-ji Temple): ค่าเข้าชมวิหารพระพุทธรูปใหญ่ (Grand Buddha Hall หรือ Daibutsuden) อยู่ที่ 800 เยน
-
พิพิธภัณฑ์ Nara Palace Site Museum: เข้าชมฟรี
สถานที่ที่ได้ลงทะเบียนเป็นมรดกโลก
- เที่ยวญี่ปุ่น นาระ วัดโทไดจิ (Travel Japan Nara Todai-ji)
- โชโซอิง
- โคฟูกูจิ
- ศาลเจ้าคาซูงะ
- กังโงจิ
- ยากูชิจิ
- โทโชไดจิ
- เฮโจเกียว
- ป่าดึกดำบรรพ์คาซูงายามะ
อนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์แห่งนาราโบราณ เป็นพยานหลักฐานอันล้ำค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมญี่ปุ่น โดยเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมในช่วงยุคนารา (Nara period) ที่สำคัญ (ค.ศ. 710-784 หรือ พ.ศ. 1253-1327) แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่จัดแสดงความงดงามทางสถาปัตยกรรมและศิลปะที่ได้รับอิทธิพลจากจีนและเกาหลี แต่ยังสะท้อนถึงการก่อร่างสร้างตัวของรัฐบาลแห่งชาติและการผสมผสานของพุทธศาสนาและชินโตที่หล่อหลอมจิตวิญญาณของชาวญี่ปุ่นไว้อย่างลึกซึ้ง คุณค่าโดดเด่นสากลของนาราโบราณอยู่ที่ความสามารถในการนำเสนอภาพรวมอันมีชีวิตชีวาของชีวิตและพัฒนาการทางวัฒนธรรมในอดีต ทำให้เป็นแหล่งศึกษาและเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจรากฐานของอารยธรรมญี่ปุ่น
Links
- Nara Park Area Guide
- Nara Travelers guide
- View photos from OUR PLACE the World Heritage collection
- Nara Prefecture
- SORAMITSU : History and Geography of Nara, Japan
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

