
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/QUoS6roJQquux7L9A
เวียดนาม 1999/2542 เมืองโบราณฮอยอัน (Hoi An Ancient Town)
ฮอยอัน: มรดกโลกแห่งเมืองท่าค้าขายที่รุ่งเรืองและสถาปัตยกรรมข้ามวัฒนธรรมเมือง โบราณฮอยอัน (Hoi An Ancient Town) ซึ่งตั้งอยู่ในเขตการปกครองใหม่ของนครดานัง (Da Nang City) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อปีคริสตศักราช 1999 (พ.ศ. 2542) ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 23 จัดอยู่ในประเภทมรดกทางวัฒนธรรม (Cultural Heritage) และได้รับการยอมรับตามเกณฑ์ข้อที่ (ii) และ (v) สะท้อนถึงการเป็นเมืองท่าค้าขายอันรุ่งเรืองในอดีตที่ยังคงรักษาสภาพทางกายภาพและวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value - OUV)
คุณค่าโดดเด่นเป็นสากลของเมืองโบราณฮอยอันนั้นเกิดจากการเป็น "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ที่รักษาสภาพบรรยากาศของเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ถึง 19 (พุทธศตวรรษที่ 20 ถึง 24) ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง คุณค่านี้ได้รับการรับรองผ่านเกณฑ์สองข้อดังนี้:เกณฑ์ (ii): การหลอมรวมทางวัฒนธรรม
ฮอยอันเป็นประจักษ์พยานที่โดดเด่นของการหลอมรวมทางวัฒนธรรม (Fusion of Cultures) ตลอดช่วงเวลาอันยาวนาน ในฐานะเมืองท่าการค้าระหว่างประเทศ ฮอยอันได้กลายเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมที่ประเพณีดั้งเดิมของชาวเวียดนามผสมผสานเข้ากับอิทธิพลจากต่างชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีนและญี่ปุ่น รวมถึงชาวยุโรปในยุคต่อมา การหลอมรวมนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในอาคารทางศาสนาที่หลากหลาย เช่น เจดีย์ (pagodas), วัด (temples), และศาลเจ้าประจำตระกูล (assembly halls) ตลอดจนสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยอันเป็นเอกลักษณ์ สะพานญี่ปุ่น (Japanese Bridge หรือ Chua Cau) เป็นตัวอย่างสำคัญของการแลกเปลี่ยนทางสถาปัตยกรรมข้ามวัฒนธรรมนี้เกณฑ์ (v): เมืองท่าการค้าแบบดั้งเดิมที่ได้รับการอนุรักษ์อย่างดี
ฮอยอันเป็นตัวอย่างที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างยอดเยี่ยมของเมืองท่าการค้าเอเชียแบบดั้งเดิม (Traditional Asian Trading Port) ในขณะที่เมืองท่าประวัติศาสตร์หลายแห่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยหรือถูกทำลายไป ฮอยอันกลับยังคงสภาพเดิมไว้ได้เกือบทั้งหมด เนื่องจากการตื้นเขินของแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River) ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24) ซึ่งทำให้บทบาทของเมืองท่าลดลง ความซบเซาทางเศรษฐกิจนี้กลับกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยรักษาสภาพโครงสร้างเมืองดั้งเดิมไว้ เมืองยังคงรักษารูปแบบผังเมืองดั้งเดิมไว้ได้ รวมถึงทัศนียภาพของหลังคากระเบื้องและกลุ่มอาคารไม้กว่า 1,000 หลังความสมบูรณ์และแท้จริง (Integrity and Authenticity)
- ความแท้จริง (Authenticity): เมืองนี้โดดเด่นเพราะไม่ได้เป็นเพียงแหล่งรวมโบราณสถานเท่านั้น แต่เป็น "มรดกที่มีชีวิต" (living heritage site) วิถีชีวิตดั้งเดิม ขนบธรรมเนียม ความเชื่อ และแม้กระทั่งประเพณีการทำอาหาร ล้วนได้รับการรักษาไว้โดยชุมชนท้องถิ่น
- ความสมบูรณ์ (Integrity): พื้นที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนครอบคลุม 30 เฮกตาร์ (ประมาณ 187.5 ไร่) พร้อมกับเขตกันชน (buffer zone) ขนาด 280 เฮกตาร์ (ประมาณ 1,750 ไร่) ซึ่งช่วยให้ทัศนียภาพของเมืองเก่า รวมถึงพื้นที่ริมแม่น้ำและตรอกซอกซอยแคบๆ ได้รับการคุ้มครองจากการพัฒนาที่ทันสมัย
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
สถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของเมืองโบราณฮอยอันเป็นเสมือน "พิพิธภัณฑ์มีชีวิต" ที่แสดงถึงการหลอมรวมทางวัฒนธรรมระหว่างชนพื้นเมืองเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น และยุโรปบริบททางประวัติศาสตร์
- ต้นกำเนิดยุคแรก (คริสต์ศตวรรษที่ 2–15 / พุทธศตวรรษที่ 7–20): ก่อนจะเป็นฮอยอัน พื้นที่นี้เคยเป็นเมืองท่าสำคัญของอาณาจักรจามปา (Champa Kingdom) ในชื่อ ลำอับโฟ (Lam Ap Pho) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศที่เชื่อมต่ออินเดียและจีน
- ยุคทอง (คริสต์ศตวรรษที่ 15–19 / พุทธศตวรรษที่ 20–24): ภายใต้การปกครองของตระกูลเหงียน (Nguyen Lords) ฮอยอัน (ซึ่งชาวยุโรปรู้จักกันในชื่อ ไฟโฟ - Faifo) ได้กลายเป็นเมืองท่าการค้าที่สำคัญที่สุดในทะเลจีนใต้
- การตั้งถิ่นฐานของชาวญี่ปุ่นและจีน: ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) พ่อค้าชาวญี่ปุ่นและจีนได้รับอนุญาตให้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและสร้างชุมชนของตนเอง ซึ่งนำไปสู่การแบ่งเขตสถาปัตยกรรมที่ชัดเจนในปัจจุบัน
- การปรากฏตัวของชาวยุโรป: พ่อค้าชาวโปรตุเกส ดัตช์ และอังกฤษเดินทางมายังเมืองท่าแห่งนี้บ่อยครั้ง นำสินค้าตะวันตกและอิทธิพลทางวัฒนธรรมยุคอาณานิคมยุคแรกเริ่มเข้ามา
- การอนุรักษ์โดยบังเอิญ: ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24) แม่น้ำทูโบนได้ตื้นเขิน ทำให้เรือสินค้าขนาดใหญ่ไม่สามารถจอดเทียบท่าได้ การค้าจึงย้ายไปทางเหนือที่เมืองดานัง (Da Nang) ความซบเซาทางเศรษฐกิจนี้ทำให้ฮอยอัน "ถูกแช่แข็งอยู่ในกาลเวลา" และรอดพ้นจากการพัฒนาให้ทันสมัยซึ่งทำลายโครงสร้างทางประวัติศาสตร์ในเมืองอื่นๆ ของเวียดนาม
รูปแบบสถาปัตยกรรมและการหลอมรวม
สถาปัตยกรรมของเมืองโดดเด่นด้วย "การหลอมรวมทางวัฒนธรรม" ที่รูปแบบของชาติต่างๆ อยู่ร่วมกันในอาคารเดียว- บ้านทรงท่อแบบเวียดนาม (Vietnamese "Tube House"): อาคารที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่มีลักษณะแคบ ยาว และลึก (มักกว้าง 4 เมตร แต่ยาวได้ถึง 40 เมตร)
- การใช้งาน: ส่วนหน้าใช้สำหรับธุรกิจ ส่วนกลางสำหรับอยู่อาศัย และส่วนหลังเปิดออกสู่แม่น้ำเพื่อความสะดวกในการขนถ่ายสินค้า
- ลานภายใน (Internal Courtyards): เนื่องจากบ้านมีความลึกมาก จึงมีลานกลางแจ้ง (atrium) อยู่กลางบ้านเพื่อให้อากาศถ่ายเทและแสงส่องถึง ซึ่งจำเป็นในสภาพอากาศเขตร้อน
- หลังคากระเบื้องหยินหยาง (Yin-Yang Tiled Roofs): เป็นลักษณะเด่นที่กระเบื้องดินเผาทรงเว้าและนูนถูกวางซ้อนกัน การออกแบบนี้ช่วยในการระบายน้ำและความเป็นฉนวนกันความร้อนได้อย่างดีเยี่ยม
- เมืองสีเหลือง (The "Yellow" City): อาคารส่วนใหญ่ถูกทาสีด้วยสีเหลืองโอ๊ค (yellow ochre) อันเป็นเอกลักษณ์ ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 (พุทธศตวรรษที่ 22) ลอร์ดฟุกคว่าต (Lord Phuc Khoat) ได้ออกกฎให้ทาสีอาคารสาธารณะด้วยสีนี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองและราชวงศ์
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
ฮอยอันนำเสนอจุดเด่นทางวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่สะท้อนการผสมผสานอิทธิพลจากหลากหลายชนชาติ- ฮอยอัน สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge) สร้างขึ้นในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) เป็นโครงสร้าง "บ้านบนสะพาน" ที่เป็นเอกลักษณ์ มีเจดีย์เล็กๆ อยู่ด้านหนึ่ง และมีรูปปั้นไม้ของสุนัขและลิงตั้งอยู่ที่ทางเข้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของปีที่เริ่มและสร้างสะพานเสร็จตามปฏิทินจีน (เป็นความเชื่อและตำนานท้องถิ่น) สะพานแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งในฮอยอัน
- ศาลเจ้าประจำตระกูลชาวจีน (Chinese Assembly Halls หรือ Hoi Quan): สร้างขึ้นโดยกลุ่มชาวจีนที่พูดภาษาถิ่นต่างกัน (เช่น ฝูเจี้ยน กวางตุ้ง แต้จิ๋ว ไหหลำ และฮากกา)
- ศาลเจ้าประจำตระกูล กวางตุ้ง (Cantonese Assembly Hall) โดดเด่นด้วยชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศจีนและถูกขนส่งมายังฮอยอันเพื่อประกอบ มีประติมากรรมมังกรที่น่าตื่นตาซึ่งสร้างจากเศษเซรามิก
- ศาลเจ้าประจำตระกูล ฟุกเกี๋ยน (Fujian Assembly Hall) เป็นศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดและงดงามที่สุด เดิมเป็นศาลเจ้าเล็กๆ ที่อุทิศให้กับเทพธิดาแห่งท้องทะเล เธียนโห่ว (Thien Hau) มีชื่อเสียงในด้านประตูอันวิจิตรบรรจงและน้ำพุ "มังกร"
- บ้านพ่อค้าโบราณ (Ancient Merchant Houses):
- บ้านโบราณตันกี (Old House of Tan Ky) ผลงานชิ้นเอกอายุ 200 ปีที่ผสมผสานสามรูปแบบเข้าด้วยกัน หลังคาเป็นแบบ ญี่ปุ่น (โค้งมน) งานแกะสลักภายในเป็นแบบ จีน (ลวดลายมังกร-ปลาคาร์ป) และโครงสร้างเป็นแบบ เวียดนาม (คานรองรับสามเสา)
- บ้านโบราณฟุงฮุง (Phung Hung Old House) มีสไตล์หลังคา "สี่ทะเล" ที่เป็นเอกลักษณ์ และมีประตูเปิดพื้นบนชั้นสองที่ใช้สำหรับขนย้ายเฟอร์นิเจอร์และสินค้าขึ้นไปด้านบนอย่างรวดเร็วในช่วงน้ำท่วมประจำปีของฮอยอัน (เป็นเรื่องราวที่บอกเล่าถึงการปรับตัวของสถาปัตยกรรมกับสภาพแวดล้อม)
- ดวงตาแห่งประตู (The "Door Eyes" หรือ Mon Than): หนึ่งในรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของฮอยอัน คือ "ดวงตาแห่งประตู" ซึ่งเป็นสลักไม้แกะสลักคล้ายดวงตาที่อยู่เหนือทางเข้าหลักของบ้านเก่าเกือบทุกหลัง
- สัญลักษณ์: สิ่งเหล่านี้เป็นตัวแทนของ "จิตวิญญาณ" ของบ้าน (ความเชื่อ) มีจุดประสงค์เพื่อปกป้องผู้อยู่อาศัยจากวิญญาณชั่วร้ายและดูแลธุรกิจของครอบครัว
- ความหลากหลาย: มีการออกแบบมากกว่า 200 แบบ มักมีลวดลายปากัว (Bagua หรือแปดทิศ) หรือกลีบดอกเบญจมาศ
#มรดกโลกเวียดนาม #HoiAnAncientTown #UNESCOเวียดนาม #เมืองโบราณฮอยอัน #เมืองมรดกโลก #เที่ยวเวียดนาม #แหล่งมรดกโลกเอเชีย #เมืองท่าประวัติศาสตร์ #วัฒนธรรมเอเชีย #iok2uTravel
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

