iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
2011/2556 ป้อมปราการของราชวงศ์โห่ (Citadel of the Ho Dynasty)

   

ปราสาทราชวงศ์โฮ: มรดกโลกแห่งสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาขงจื๊อใหม่ในเวียดนาม (The Citadel of the Ho Dynasty: A World Heritage of Architecture and Neo-Confucian Wisdom in Vietnam)

ปราสาทราชวงศ์โฮ (The Citadel of the Ho Dynasty หรือ Thanh nhà Hồ) ตั้งอยู่ในอำเภอหวิงหลก (Vĩnh Lộc District) จังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hóa Province) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เป็นโบราณสถานอันทรงคุณค่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554 (2011 C.E.) ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1940 (1397 C.E.) ภายใต้การดูแลของโฮ กวี ลี (Ho Quy Ly) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โฮ (Ho Dynasty) และเคยทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของเวียดนามตั้งแต่ปี พ.ศ. 1941 (1398 C.E.) ถึง พ.ศ. 1950 (1407 C.E.) นับเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของรูปแบบเมืองหลวงแบบใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก่อสร้างด้วยหินปูนขนาดใหญ่โดยไม่ใช้ปูนก่อ (mortar)

ปราสาทราชวงศ์โฮได้รับการออกแบบตามหลักฮวงจุ้ย (feng shui principles) โดยตั้งอยู่ในที่ราบอันงดงามระหว่างแม่น้ำมา (Ma River) และแม่น้ำบวย (Buoi River) ขนาบข้างด้วยภูเขาหินปูนและทะเลสาบ โครงสร้างหลักประกอบด้วยสามส่วนสำคัญ ได้แก่ ป้อมปราการชั้นใน (Inner Citadel), กำแพงนอกลาแทง (La Thanh Outer Wall) และแท่นบูชานัมเหยียว (Nam Giao Altar) ครอบคลุมพื้นที่หลัก 155.5 เฮกตาร์ และมีเขตกันชน (buffer zone) ขนาด 5,078.5 เฮกตาร์ การดำรงอยู่ของปราสาทแห่งนี้เป็นพยานถึงความรุ่งเรืองของแนวคิดขงจื๊อใหม่ (Neo-Confucianism) ในเวียดนามช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 (พุทธศตวรรษที่ 19-20) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของปรัชญานี้ต่อการปกครองและการวางผังเมืองในภูมิภาคอย่างชัดเจน

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

ปราสาทราชวงศ์โฮได้รับการยอมรับในคุณค่าสากลอันโดดเด่นภายใต้เกณฑ์สองข้อของการขึ้นทะเบียนมรดกโลก ได้แก่ เกณฑ์ (ii) และ (iv)

  • เกณฑ์ (ii): แหล่งมรดกนี้แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแสดงอิทธิพลของปรัชญาขงจื๊อของจีนต่อสัญลักษณ์ของอำนาจราชสำนักที่รวมศูนย์ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 15 (พุทธศตวรรษที่ 19-20) นอกจากนี้ยังเป็นตัวแทนของการพัฒนาใหม่ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการวางผังเมืองในบริบทของเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การใช้หินขนาดใหญ่สะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการก่อสร้างในภูมิภาค และการเปลี่ยนแปลงแกนหลักของปราสาทก็เป็นสิ่งที่แตกต่างจากแบบแผนของจีนอย่างมีนัยสำคัญ

  • เกณฑ์ (iv): ปราสาทราชวงศ์โฮเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ในภูมิทัศน์ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของแนวคิดขงจื๊อใหม่เชิงปฏิบัติ (pragmatic Neo-Confucianism) ในเวียดนามช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 (พุทธศตวรรษที่ 19-20) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ปรัชญานี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการปกครองทั่วเอเชียตะวันออก การก่อสร้างด้วยหินขนาดใหญ่เน้นย้ำถึงอำนาจในการจัดระเบียบของรัฐที่ยึดหลักขงจื๊อใหม่ ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นพยานที่ยอดเยี่ยมต่อช่วงเวลาสำคัญในประวัติศาสตร์เวียดนามและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งการปกครองแบบกษัตริย์และค่านิยมทางพุทธศาสนาได้เปลี่ยนผ่านไปสู่แนวโน้มใหม่ในด้านเทคโนโลยี การค้า และการบริหารแบบรวมศูนย์

ปราสาทแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของหลักการวางผังเมืองตามภูมิพยากรณ์ (geomantic city planning) และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมในบริบททางวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะการใช้หินปูนขนาดมหึมาในการก่อสร้างป้อมปราการชั้นใน (Inner Citadel) ซึ่งแตกต่างจากรูปแบบการก่อสร้างที่พบเห็นทั่วไปในยุคนั้น

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)

ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์: ปราสาทราชวงศ์โฮสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1940 (1397 C.E.) ภายใต้การนำของโฮ กวี ลี ผู้ซึ่งต่อมาได้สถาปนาราชวงศ์โฮและขึ้นเป็นปฐมกษัตริย์ในปี พ.ศ. 1941 (1398 C.E.) โดยมีปราสาทแห่งนี้เป็นเมืองหลวง การก่อสร้างใช้เวลาอันสั้น แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถในการจัดระเบียบและแรงงานในยุคนั้น ราชวงศ์โฮปกครองเวียดนามเป็นระยะเวลา 9 ปี จนถึงปี พ.ศ. 1950 (1407 C.E.) ก่อนที่จะล่มสลาย ปราสาทแห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของช่วงเวลาสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและอุดมการณ์

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรม: ปราสาทราชวงศ์โฮเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างด้วยหินปูนขนาดใหญ่ (massive limestone blocks) ซึ่งแตกต่างจากปราสาททั่วไปที่มักใช้ปูนก่อ ยิ่งไปกว่านั้น ไม่มีหลักฐานการใช้ปูนก่อใดๆ ในการเชื่อมต่อก้อนหินเหล่านี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมการก่อสร้างในยุคนั้น ปราสาทได้รับการออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยอย่างเคร่งครัด โดยใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น แม่น้ำมาและแม่น้ำบวย รวมถึงภูเขาและทะเลสาบโดยรอบ เพื่อสร้างการป้องกันและเสริมพลังตามความเชื่อ ปราสาทแห่งนี้ถือเป็นปราสาทหินแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

โครงสร้างหลักของปราสาทประกอบด้วย ป้อมปราการชั้นใน (Inner Citadel), กำแพงนอกลาแทง (La Thanh Outer Wall) และแท่นบูชานัมเหยียว (Nam Giao Altar) ป้อมปราการชั้นในมีกำแพงขนาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดเด่นหลัก ประตูหลักสี่ทิศ (ทิศใต้ เหนือ ตะวันออก ตะวันตก) แต่ละประตูมีการก่อสร้างที่น่าประทับใจ โดยเฉพาะประตูทิศใต้ที่มีความสูงถึง 9.5 เมตร และกว้าง 15.17 เมตร ซึ่งแสดงถึงขนาดอันยิ่งใหญ่ของโครงสร้าง แท่นบูชานัมเหยียวตั้งอยู่ทางทิศใต้ของปราสาท มีความสำคัญทางจิตวิญญาณและพิธีกรรมสูง เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมทางศาสนาและการเฉลิมฉลองของราชวงศ์โฮ

จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)

การเยี่ยมชมปราสาทราชวงศ์โฮเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ:

  • สถาปัตยกรรมหินอันน่าทึ่ง (Marvel at the Architecture): ชมความงามและความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของปราสาท โดยเฉพาะกำแพงหินขนาดมหึมาและประตูหลักทั้งสี่ทิศ ซึ่งเป็นหลักฐานแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการก่อสร้างในอดีต

  • สำรวจโบราณวัตถุ (Explore Artifacts): เยี่ยมชมอาคารจัดแสดง (Display House) ที่จัดแสดงโบราณวัตถุอันน่าสนใจจำนวนมากที่ถูกค้นพบจากการขุดค้นภายในปราสาทและบริเวณแท่นบูชานัมเหยียว ซึ่งช่วยให้เข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของราชวงศ์โฮ

  • แหล่งขุดค้นทางโบราณคดี (Archaeological Excavation Sites): นักท่องเที่ยวสามารถสำรวจแหล่งขุดค้นทางโบราณคดีที่ยังคงดำเนินงานอยู่ภายในป้อมปราการชั้นใน ซึ่งยังคงเผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับราชวงศ์โฮอย่างต่อเนื่อง

  • แท่นบูชานัมเหยียว (Nam Giao Altar): เยี่ยมชมแท่นบูชาสำคัญทางจิตวิญญาณและวัฒนธรรม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพิธีกรรมและแนวคิดทางศาสนาของราชวงศ์โฮ

  • เพลิดเพลินกับทัศนียภาพ (Enjoy the Scenery): ปราสาทตั้งอยู่ในสภาพแวดล้อมชนบทที่งดงามและเงียบสงบ มอบโอกาสในการชื่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติอันน่ารื่นรมย์

  • เรียนรู้ประวัติศาสตร์ (History Learning): มีไกด์ท้องถิ่นและป้ายข้อมูลจัดเตรียมไว้เพื่อมอบบริบททางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับราชวงศ์โฮและความสำคัญของปราสาท

ปราสาทราชวงศ์โฮ เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของความยิ่งใหญ่ทางสถาปัตยกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 14 (พุทธศตวรรษที่ 19-20) แต่ยังเป็นประจักษ์พยานถึงอิทธิพลของปรัชญาขงจื๊อใหม่ที่มีต่อการปกครองและการวางผังเมืองในเวียดนามและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คุณค่าสากลอันโดดเด่นของปราสาทแห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและพัฒนาการทางอารยธรรมที่สำคัญ ซึ่งยังคงมอบบทเรียนอันล้ำค่าสำหรับอนาคต และเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับการท่องเที่ยวเชิงวิชาการด้านมรดก (Academic Heritage Tourism) ที่ต้องการทำความเข้าใจในมิติทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และภูมิปัญญาของเอเชีย

 

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward