2014 โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้อง (Tomioka Silk Mill and Related Sites)
โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้อง: มรดกโลกแห่งอุตสาหกรรมไหมและสัญลักษณ์แห่งความทันสมัยของญี่ปุ่น
โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้อง (Tomioka Silk Mill and Related Sites) คือ กลุ่มสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในจังหวัดกุนมะ (Gunma Prefecture) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กลุ่มสถานที่แห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (UNESCO World Heritage List) เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2014 (พ.ศ. 2557) สถานที่แห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการปรับตัวเข้าสู่ความทันสมัยอย่างรวดเร็วของญี่ปุ่นในช่วงต้นยุคเมจิ (Meiji period) และบทบาทสำคัญของประเทศในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไหมระดับโลก
แหล่งมรดกโลกประกอบด้วยสถานที่สำคัญ 4 แห่งที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระบวนการผลิตไหมดิบแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลี้ยงไหมไปจนถึงการปั่นไหม ได้แก่:
-
โถงไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill): ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1872 (พ.ศ. 2415) โดยรัฐบาลเมจิ ถือเป็นโรงงานปั่นไหมขนาดใหญ่สไตล์ตะวันตกแห่งแรกของญี่ปุ่น
-
ฟาร์มเลี้ยงไหมทาจิมะ ยาเฮ (Tajima Yahei Sericulture Farm): ฟาร์มทดลองสำหรับการผลิตรังไหม
-
โรงเรียนสอนการเลี้ยงไหมทาคายามะ-ฉะ (Takayama-sha Sericulture School): สถาบันที่อุทิศตนเพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านการเลี้ยงไหม
-
ห้องเย็นอาราฟุเนะ (Arafune Cold Storage): สถานที่เก็บรักษาไข่ไหมในช่วงฤดูร้อน
กลุ่มสถานที่เหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของญี่ปุ่นไปสู่การเป็นชาติอุตสาหกรรมชั้นนำและผู้ส่งออกไหมดิบรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเฉพาะไปยังตลาดในยุโรปและสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ยังสะท้อนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญจากฝรั่งเศสมายังญี่ปุ่น ซึ่งได้ปฏิรูปประเพณีการเลี้ยงไหมและการปั่นไหมที่มีมาอย่างยาวนานในภูมิภาคนี้ โถงไหมโทมิโอกะยังได้สร้างมาตรฐานใหม่ด้านสภาพการทำงานสำหรับสตรี โดยเสนอผลประโยชน์ที่ดี มีวันทำงาน 8 ชั่วโมง และที่พักในโรงงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่พบเห็นได้บ่อยนักในยุคนั้น
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้องมีคุณค่าสากลอันโดดเด่นที่ได้รับการยอมรับภายใต้เกณฑ์ขององค์การยูเนสโก ดังนี้:
เกณฑ์ (ii): แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ที่สำคัญในช่วงเวลาหนึ่งหรือในพื้นที่วัฒนธรรมหนึ่งของโลก ในการพัฒนาสถาปัตยกรรม เทคโนโลยี ศิลปะอนุสาวรีย์ การวางผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์ แหล่งมรดกโลกแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนและพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งทำให้เกิดการผลิตไหมดิบคุณภาพสูงในปริมาณมากตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24) ไปจนถึงศตวรรษที่ 20 (พุทธศตวรรษที่ 25) มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมไหมทั่วโลกและทำให้การบริโภคไหมเป็นที่นิยมมากขึ้น นับเป็นข้อพิสูจน์ที่สำคัญของการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปฏิวัติอุตสาหกรรมระหว่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 โดยเฉพาะจากการถ่ายทอดองค์ความรู้และเครื่องจักรจากฝรั่งเศสสู่ญี่ปุ่น
เกณฑ์ (iv): เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของประเภทอาคาร หรือกลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรม หรือภูมิทัศน์เทคโนโลยี ที่แสดงถึงขั้นตอนสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้องเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมของกลุ่มอาคารอุตสาหกรรมที่แสดงถึงการนำเทคโนโลยีตะวันตกและระบบโรงงานขนาดใหญ่มาใช้ในญี่ปุ่นในช่วงต้นยุคเมจิ โถงไหมแห่งนี้ได้บุกเบิกการพัฒนาเทคโนโลยีการปั่นไหมและการเผยแพร่ไปทั่วญี่ปุ่น พร้อมทั้งส่งเสริมความก้าวหน้าในการเลี้ยงไหม สิ่งนี้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการฟื้นฟูอุตสาหกรรมการเลี้ยงไหมและอุตสาหกรรมไหมของญี่ปุ่น และถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นผู้ส่งออกไหมดิบชั้นนำของโลก
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
การก่อตั้งและวิวัฒนาการ (Establishment and Evolution) โถงไหมโทมิโอกะก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1872 (พ.ศ. 2415) โดยรัฐบาลเมจิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "Fukoku Kyohei" (富国強兵 - เพิ่มพูนความมั่งคั่งและเสริมสร้างกองทัพ) เพื่อพัฒนาประเทศสู่ความทันสมัยและสร้างความเข้มแข็งทางอุตสาหกรรม รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจนำเข้าเครื่องจักรและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมจากฝรั่งเศส เพื่อสร้างโรงงานปั่นไหมแห่งแรกที่ใช้เทคโนโลยีตะวันตกเต็มรูปแบบ ปอล บรูนาต์ (Paul Brunat) วิศวกรชาวฝรั่งเศส ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จัดการโรงงานคนแรกและมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้
สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ (Unique Architecture) โถงไหมโทมิโอกะโดดเด่นด้วยการก่อสร้างแบบอิฐโครงไม้ (timber-framed brick construction) ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเทคนิคการก่อสร้างแบบตะวันตกเข้ากับวัสดุและวิธีการก่อสร้างแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ผนังด้านนอกก่อด้วยอิฐแดงสลับกับโครงสร้างไม้ที่แข็งแรง ซึ่งช่วยรองรับน้ำหนักของเครื่องจักรและโครงสร้างขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของญี่ปุ่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาดั้งเดิมไว้
อาคารหลักของโถงไหม ได้แก่ โรงงานปั่นไหม (Silk Reeling Mill) คลังเก็บรังไหมฝั่งตะวันออก (East Cocoon Warehouse) และคลังเก็บรังไหมฝั่งตะวันตก (West Cocoon Warehouse) ล้วนสร้างด้วยเทคนิคนี้ ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี ตัวโรงงานปั่นไหมมีพื้นที่ยาว 140 เมตร กว้าง 12 เมตร และสูง 2 ชั้น (ยาว 140 เมตร, กว้าง 12 เมตร, สูง 2 ชั้น) ภายในยังคงจัดแสดงเครื่องจักรปั่นไหมที่นำเข้าจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเครื่องจักรแบบเรียงสาย (reel-type machines) จำนวนกว่า 300 เครื่อง ที่เคยใช้งานจริงจนกระทั่งโรงงานปิดตัวลงในปี ค.ศ. 1987 (พ.ศ. 2530)
แหล่งที่เกี่ยวข้อง (Related Sites)
-
ฟาร์มเลี้ยงไหมทาจิมะ ยาเฮ (Tajima Yahei Sericulture Farm): ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2406) โดยทาจิมะ ยาเฮ เพื่อทดลองและพัฒนาวิธีการเลี้ยงไหมแบบ "Seiryo-iku" (清涼育) ซึ่งเน้นการระบายอากาศที่ดีในห้องเลี้ยงไหม ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตรังไหมคุณภาพสูง
-
โรงเรียนสอนการเลี้ยงไหมทาคายามะ-ฉะ (Takayama-sha Sericulture School): ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1884 (พ.ศ. 2427) โดยทากายามะ ชินคิจิ (Takayama Shinkichi) เพื่อเผยแพร่วิธีการเลี้ยงไหมแบบ "Seion-iku" (清温育) ที่ผสมผสานเทคนิค Seiryo-iku เข้ากับการควบคุมอุณหภูมิและความชื้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรังไหมตลอดทั้งปี โรงเรียนแห่งนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไหมและเผยแพร่ความรู้ไปทั่วประเทศ
-
ห้องเย็นอาราฟุเนะ (Arafune Cold Storage): สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1905 (พ.ศ. 2448) ห้องเย็นใต้ดินขนาดใหญ่นี้ถูกใช้เพื่อเก็บรักษาไข่ไหมให้ฟักตัวในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมวงจรการผลิตไหมและเพิ่มจำนวนรอบการเลี้ยงไหมได้มากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี ถือเป็นนวัตกรรมสำคัญที่ช่วยให้ญี่ปุ่นสามารถผลิตไหมได้ตลอดทั้งปี
ไม่มีตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้านที่ระบุชัดเจนในรายงานวิจัยเกี่ยวกับสถานที่นี้ มีเพียงแต่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์และทางเทคนิคเท่านั้น
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้องมีจุดเด่นหลายประการที่ทำให้เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่า:
-
ศูนย์กลางการปฏิวัติอุตสาหกรรมไหมของญี่ปุ่น: โถงไหมโทมิโอกะเป็นโรงงานปั่นไหมสมัยใหม่ขนาดใหญ่แห่งแรกของญี่ปุ่นที่นำเข้าเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านของญี่ปุ่นจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรม
-
นวัตกรรมการถ่ายทอดเทคโนโลยี: แสดงให้เห็นถึงการรับและปรับใช้เทคโนโลยีตะวันตก (French machinery and industrial expertise) เข้ากับบริบทของญี่ปุ่นได้อย่างประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นแบบอย่างของการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่สำคัญในประวัติศาสตร์โลก
-
สถาปัตยกรรมที่โดดเด่น: การก่อสร้างแบบอิฐโครงไม้ (timber-framed brick construction) ที่ผสมผสานสไตล์ตะวันตกและญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว สะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และภูมิปัญญาทางวิศวกรรมในยุคนั้น
-
ระบบการผลิตไหมแบบครบวงจร: แหล่งมรดกโลกทั้งสี่แห่ง (โถงไหมโทมิโอกะ, ฟาร์มเลี้ยงไหมทาจิมะ ยาเฮ, โรงเรียนสอนการเลี้ยงไหมทาคายามะ-ฉะ, และห้องเย็นอาราฟุเนะ) แสดงให้เห็นถึงระบบการผลิตไหมดิบตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการผลิตไหมคุณภาพสูงในปริมาณมาก
-
การปรับปรุงสภาพการทำงานของสตรี: โถงไหมโทมิโอกะเป็นผู้บุกเบิกในการมอบสภาพการทำงานที่ดีแก่สตรี ซึ่งเป็นแรงงานหลักในโรงงาน รวมถึงการทำงาน 8 ชั่วโมง การจัดหาที่พัก และสวัสดิการที่ดี ซึ่งนับเป็นการพัฒนาที่สำคัญด้านสิทธิแรงงานในยุคนั้น
-
การมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจโลก: บทบาทของโถงไหมแห่งนี้ในการทำให้ญี่ปุ่นก้าวขึ้นเป็นผู้ส่งออกไหมดิบอันดับหนึ่งของโลก มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและตอบสนองความต้องการไหมในตลาดโลก
คู่มือและข้อกำหนดสำหรับผู้เยี่ยมชม (Visitor Guide and Regulations)
โถงไหมโทมิโอกะ (Tomioka Silk Mill) เปิดโอกาสให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสประวัติศาสตร์การปฏิวัติอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด
ข้อมูลการเข้าชม (Practical Visitor Information):
-
เวลาทำการ: เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น. (09:00 AM - 05:00 PM) โดยรับผู้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:30 น. (04:30 PM)
-
วันปิดทำการ: ปิดทำการประจำปีตั้งแต่วันที่ 29 ถึง 31 ธันวาคม
-
ค่าเข้าชม:
-
ผู้ใหญ่: 1,000 เยน
-
นักเรียนมัธยมปลาย/นักศึกษามหาวิทยาลัย: 250 เยน (ต้องแสดงบัตรนักเรียน/นักศึกษา)
-
นักเรียนประถม/มัธยมต้น: 150 เยน
-
มีอัตราค่าเข้าสำหรับกลุ่มตั้งแต่ 20 ท่านขึ้นไปเมื่อจองล่วงหน้า
-
-
บริการนำเที่ยวและเครื่องบรรยายเสียง:
-
นำเที่ยวภาษาญี่ปุ่น: ให้บริการทุก 30 นาที (เวลา 09:00 น. - 12:00 น. และ 13:00 น. - 16:00 น.) มีค่าบริการเพิ่มเติม (เช่น 200 เยนสำหรับผู้ใหญ่) โดยรอบ 16:00 น. ให้บริการเฉพาะเดือนเมษายนถึงตุลาคม
-
นำเที่ยวภาษาอังกฤษ/ฝรั่งเศส: สามารถจัดได้โดยการนัดหมายพิเศษ
-
เครื่องบรรยายเสียง: ให้เช่าในราคา 200 เยน มีหลายภาษา ได้แก่ ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน และเกาหลี นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันเครื่องบรรยายเสียงบนสมาร์ทโฟนฟรี
-
-
การเข้าถึง (Accessibility): สถานที่แห่งนี้เป็นมิตรกับผู้ใช้รถเข็นและรถเข็นเด็ก มีห้องน้ำสำหรับทุกเพศและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก รถเข็นสามารถยืมได้ที่ลานจอดรถเทศบาล (ขึ้นอยู่กับจำนวนที่มี)
ข้อกำหนดสำหรับผู้เยี่ยมชม (Regulations): ผู้เยี่ยมชมควรปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถานที่อย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาคุณค่าของแหล่งมรดกโลก ได้แก่ การรักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาด ไม่ทิ้งขยะ ไม่สัมผัสหรือทำลายโบราณวัตถุหรือโครงสร้างอาคาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับข้อจำกัดหรือข้อกำหนดพิเศษก่อนเข้าชม
โถงไหมโทมิโอกะและแหล่งที่เกี่ยวข้อง เป็นมากกว่าเพียงแค่กลุ่มอาคารเก่าแก่ แต่เป็นข้อพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของญี่ปุ่นในการก้าวสู่ความทันสมัยและการบูรณาการเทคโนโลยีระดับโลกในช่วงศตวรรษที่ 19 แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญทางอุตสาหกรรม การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และการพัฒนาสภาพแรงงาน โดยเฉพาะบทบาทของสตรีในยุคการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ โถงไหมแห่งนี้ยังคงเป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงจุดเริ่มต้นของยุคอุตสาหกรรมในญี่ปุ่นและอิทธิพลของมันต่อเศรษฐกิจและสังคมโลก และเป็นแรงบันดาลใจให้กับการเรียนรู้คุณค่าของการอนุรักษ์มรดกทางอุตสาหกรรมเพื่อคนรุ่นหลัง
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

