2021 เกาะอามามิ-โอชิมะ เกาะโทคุโนะชิมะ เกาะทางตอนเหนือของเกาะโอกินาวา และเกาะอิริโอโมเตะ (Amami-Oshima Island, Tokunoshima Island, Northern part of Okinawa Island, and Iriomote Island)

มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งหมู่เกาะรีวกิว: ความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของอะมามิ-โอชิมะ โทคุโนะชิมะ ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ และอิริโอโมเตะ
แหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติ "เกาะอะมามิ-โอชิมะ (Amami-Oshima Island), เกาะโทคุโนะชิมะ (Tokunoshima Island), ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ (Northern part of Okinawa Island), และเกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island)" ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้เป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) แหล่งมรดกโลกแบบต่อเนื่อง (serial property) แห่งนี้ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่รวม 42,698 เฮกตาร์ (hectares) โดยแบ่งออกเป็นห้าส่วนประกอบย่อยบนสี่เกาะหลัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวหมู่เกาะรีวกิว (Ryukyu Arc)
ภูมิประเทศของแหล่งมรดกโลกแห่งนี้โดดเด่นด้วยป่าดิบชื้นกึ่งเขตร้อน (subtropical evergreen broadleaved forests) และปริมาณน้ำฝนที่สูง ซึ่งได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำคุโรชิโอะ (Kuroshio Current) มีความหลากหลายทางชีวภาพที่โดดเด่นเป็นพิเศษ ด้วยสัดส่วนของสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่น (endemic species) และสิ่งมีชีวิตหายากในสัดส่วนที่สูง เกาะเหล่านี้ได้แยกตัวออกจากทวีปยูเรเซีย (Eurasian continent) ในช่วงยุคไมโอซีน (Miocene epoch) ส่งผลให้เกิดวิวัฒนาการที่เป็นอิสระของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ
คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)
"เกาะอะมามิ-โอชิมะ, เกาะโทคุโนะชิมะ, ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ และเกาะอิริโอโมเตะ" ได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value - OUV) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นและสิ่งมีชีวิตที่ถูกคุกคามในระดับโลก การแยกตัวทางภูมิศาสตร์ของหมู่เกาะเหล่านี้จากแผ่นดินใหญ่มาเป็นระยะเวลานานหลายล้านปี ได้นำไปสู่การวิวัฒนาการที่เป็นเอกลักษณ์ (independent evolution) ของพืชและสัตว์ ทำให้เกิดความหลากหลายทางพันธุกรรมและชนิดพันธุ์ที่ไม่สามารถพบเห็นได้จากที่อื่น
พื้นที่แห่งนี้เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นและใกล้สูญพันธุ์จำนวนมาก อาทิ กระต่ายอะมามิ (Amami rabbit) ที่ไม่มีญาติใกล้ชิดที่ยังมีชีวิตอยู่ นกรางโอกินาวะ (Okinawa rail) ซึ่งเป็นนกที่บินไม่ได้ และแมวป่าอิริโอโมเตะ (Iriomote leopard cat) ที่จัดอยู่ในภาวะวิกฤติใกล้สูญพันธุ์ (critically endangered) นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของพืช สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก ปลาน้ำจืด และสัตว์จำพวกกุ้งปู (decapod crustaceans) เฉพาะถิ่นอีกหลายชนิด ป่าดิบชื้นกึ่งเขตร้อนในพื้นที่เหล่านี้เป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อนและมีความสมบูรณ์สูง สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทางชีวภาพและนิเวศวิทยาที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
หมู่เกาะแห่งนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและหลากหลาย ซึ่งเป็นผลมาจากที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ในแนวหมู่เกาะรีวกิว ระหว่างแผ่นดินใหญ่ของญี่ปุ่นและโอกินาวะ สถาปัตยกรรมพื้นถิ่นสะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับสภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อนและอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน
เกาะอะมามิ-โอชิมะ (Amami-Oshima Island)
ประวัติศาสตร์: เกาะอะมามิ-โอชิมะมีประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อน เอกสารโบราณตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 (พ.ศ. 1144 - 1243) และคริสต์ศตวรรษที่ 8 (พ.ศ. 1244 - 1343) บันทึกว่าเกาะนี้เคยส่งเครื่องบรรณาการให้กับคิวชู (Kyushu) ในคริสต์ศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1944 - 2043) เกาะได้อยู่ภายใต้การปกครองของอาณาจักรรีวกิว (Ryukyu Kingdom) และได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีนผ่านทางการค้า ในปี ค.ศ. 1609 (พ.ศ. 2152) แคว้นซัตสึมะ (Satsuma domain) ได้เข้ารุกรานอาณาจักรรีวกิว ทำให้อะมามิ-โอชิมะถูกผนวกเข้ากับแคว้นซัตสึมะ กว่าสองศตวรรษ เกาะนี้ถูกปฏิบัติในเชิงเศรษฐกิจเสมือนอาณานิคม ชาวเกาะถูกบังคับให้ปลูกอ้อย ซึ่งมักนำมาซึ่งความยากลำบากอย่างแสนสาหัส เกาะนี้ได้รวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1879 (พ.ศ. 2422) ภายหลังการผนวกดินแดนของรัฐบาลเมจิ (Meiji government) หลังสงครามโลกครั้งที่สอง อะมามิ-โอชิมะอยู่ภายใต้การปกครองของทหารสหรัฐฯ จนกระทั่งกลับคืนสู่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496)
สถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมดั้งเดิมบนเกาะอะมามิ-โอชิมะรวมถึง "ทาคากุระ (Takakura)" ซึ่งเป็นยุ้งฉางแบบยกสูงที่มีหลังคามุงจาก ออกแบบมาเพื่อระบายอากาศ ควบคุมความชื้น และป้องกันสัตว์รบกวน โครงสร้างเหล่านี้มักสร้างโดยใช้ลิ่มไม้แทนตะปู และใช้เสาที่เรียบเนียนเพื่อป้องกันหนู สถาปัตยกรรมสมัยใหม่บนเกาะยังคำนึงถึงสภาพแวดล้อมกึ่งเขตร้อนที่รุนแรง โดยมักจะมีการออกแบบที่รวมคอนกรีตเสริมเหล็กและหลังคาขนาดใหญ่ที่มีชายคาลึก เพื่อต้านทานพายุไต้ฝุ่นและให้ร่มเงา บ้านร่วมสมัยบางแห่งมุ่งเน้นการผสมผสานกับธรรมชาติ ในขณะที่ยังคงให้พื้นที่อยู่อาศัยที่ใช้งานได้จริงและเงียบสงบ หัตถกรรมแบบดั้งเดิมของการทอผ้าไหมโอชิมะ สึมุกิ (Oshima Tsumugi silk weaving) ยังคงฝังรากลึกในวัฒนธรรมของเกาะ
เกาะโทคุโนะชิมะ (Tokunoshima Island)
ประวัติศาสตร์: เกาะโทคุโนะชิมะเป็นผู้ผลิตเครื่องปั้นดินเผาคาโมอิ (Kamui ware stoneware) ที่สำคัญมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 (พ.ศ. 1544 - 1643) โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีบนเกาะยืนยันเรื่องนี้ เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรรีวกิวจนถึงปี ค.ศ. 1624 (พ.ศ. 2167) หลังจากถูกแคว้นซัตสึมะรุกรานในปี ค.ศ. 1609 (พ.ศ. 2152) และต่อมาได้ผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแคว้น ภายใต้การปกครองของซัตสึมะ ชาวเกาะเผชิญกับสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ถูกบังคับให้ปลูกอ้อย ซึ่งนำไปสู่ภาวะอดอยาก โทคุโนะชิมะยังเป็นสถานที่เนรเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซามูไร ไซโง ทากาโมริ (Saigo Takamori) ในปี ค.ศ. 1862 (พ.ศ. 2405) เช่นเดียวกับอะมามิ-โอชิมะ เกาะนี้อยู่ภายใต้การยึดครองของสหรัฐฯ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง และกลับคืนสู่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496)
สถาปัตยกรรม: แม้ว่ารายละเอียดสถาปัตยกรรมเฉพาะจะไม่มีการกล่าวถึงอย่างละเอียดนัก แต่วัฒนธรรมของโทคุโนะชิมะสะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างอิทธิพลของญี่ปุ่นและรีวกิว อาคารบนเกาะในอดีตสร้างขึ้นเพื่อต้านทานสภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน เช่นเดียวกับเกาะอื่น ๆ ในหมู่เกาะรีวกิว
ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ (Northern part of Okinawa Island)
ประวัติศาสตร์: ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับหมู่เกาะรีวกิวโดยรวม การตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีมานานหลายพันปี โดยมีหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับภูมิภาคคิวชูของญี่ปุ่น พื้นที่นี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรรีวกิว ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1429 (พ.ศ. 1972) และเจริญรุ่งเรืองผ่านการค้ากับจีน เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผู้นำท้องถิ่นที่เรียกว่า อาจิ (aji) ได้ปรากฏขึ้นราวคริสต์ศตวรรษที่ 12 (พ.ศ. 1644 - 1743) และได้สร้างป้อมปราการหินที่เรียกว่า กุซึกุ (gusuku) ปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle) ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาคนี้ สร้างโดยกษัตริย์โฮกุซัน (Hokuzan King) ผู้ปกครองทางตอนเหนือของเกาะก่อนการรวมหมู่เกาะรีวกิว หลังจากถูกญี่ปุ่นผนวกในปี ค.ศ. 1879 (พ.ศ. 2422) โอกินาวะอยู่ภายใต้การปกครองของสหรัฐฯ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง จนกระทั่งกลับคืนสู่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)
สถาปัตยกรรม: บ้านโอกินาวะแบบดั้งเดิมที่พบในตอนเหนือของเกาะ มักจะมีกระเบื้องหลังคาสีแดง ซึ่งในอดีตเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง แต่กลายเป็นเรื่องปกติหลังปี ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432) บ้านเหล่านี้ออกแบบมาเพื่อต้านทานสภาพภูมิอากาศกึ่งเขตร้อน ด้วยคุณสมบัติเช่น ชายคาที่กว้างเพื่อป้องกันฝนและพายุไต้ฝุ่น และพื้นยกสูงเพื่อให้อากาศถ่ายเท โดยทั่วไปแล้วจะมีการรวม ฮิมปุน (himpun) (กำแพงกั้นระหว่างประตูทางเข้ากับอาคารหลัก) เพื่อปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และมักสร้างโดยไม่ใช้ตะปู กำแพงหิน ซึ่งบางครั้งทำจากปะการัง ยังเป็นคุณสมบัติแบบดั้งเดิมที่พบได้ทั่วไป ปราสาทนาคิจิน ซึ่งเป็นซากปรักหักพังของ กุซึกุ แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมป้อมปราการหินโบราณของอาณาจักรรีวกิว
เกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island)
ประวัติศาสตร์: แม้จะยังไม่แน่ชัดถึงวันที่แน่นอนของการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ แต่เกาะอิริโอโมเตะปรากฏในเอกสารเกาหลีตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 15 (พ.ศ. 1944 - 2043) โดยมีหลักฐานทางโบราณคดีที่บ่งชี้ว่ามีมนุษย์อาศัยอยู่มานานกว่า 2,000 ปี ในอดีตมีชุมชนชาวประมงและชาวนาปลูกข้าวไม่มากนัก เหมืองถ่านหินอิริโอโมเตะดำเนินการระหว่างปี ค.ศ. 1889 (พ.ศ. 2432) ถึง ค.ศ. 1959 (พ.ศ. 2502) ซึ่งนำมาซึ่งประชากรจำนวนมากขึ้น ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ชาวอิชิงากิ (Ishigaki) บางคนได้ลี้ภัยมาที่นี่ หลายคนติดเชื้อมาลาเรีย ซึ่งต่อมาถูกกำจัดโดยกองกำลังสหรัฐฯ หลังสงคราม เกาะยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ จนกระทั่งกลับคืนสู่ญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1972 (พ.ศ. 2515)
สถาปัตยกรรม: บ้านแบบดั้งเดิมบนเกาะอิริโอโมเตะสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมยาเอยามะ (Yaeyama) พื้นเมือง ซึ่งมักสร้างด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น โครงสร้างเหล่านี้มักจะถูกยกพื้นสูงบนเสาเพื่อป้องกันสภาพอากาศแบบเขตร้อนและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณสมบัติที่โดดเด่นรวมถึงหลังคากระเบื้องสีแดงและงานแกะสลักไม้ที่ประณีต กำแพงหินซึ่งทำจากชั้นของหินปะการังแบน ๆ ถูกใช้เนื่องจากคุณสมบัติที่มีรูพรุน ทำให้อากาศไหลผ่านได้และช่วยให้โครงสร้างมั่นคงในระหว่างพายุไต้ฝุ่น วิธีการก่อสร้างที่น่าสนใจคือ "นุกิจา (Nukija)" ซึ่งยึดด้วยลิ่มไม้โดยไม่ใช้ตะปูหรืออุปกรณ์โลหะ เช่นเดียวกับที่เห็นในบ้านพักตระกูลชินโมริ (Shinmori Family Residence) อายุ 150 ปี
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
เกาะอะมามิ-โอชิมะ (Amami-Oshima Island)
-
ชายหาดโทโมริ (Tomori Beach): มีชื่อเสียงด้านหาดทรายขาวและน้ำทะเลสีเขียวมรกต
-
ป่าชายเลน: เป็นป่าชายเลนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น สามารถสำรวจได้ด้วยเรือคายัค
-
สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ: ชายหาดคุราซากิ (Kurasaki Beach), น้ำตกมาเตริยา-โน-ทาคิ (Materiya-no-Taki Waterfall), หินรูปหัวใจ (Heart Rock), ชายฝั่งโฮโนโฮชิ (Honohoshi Coast) และป่าดิบชื้นคินซากุบารุ (Kinsakubaru Primeval Forest)
-
การชมวาฬ: เป็นที่นิยมระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคม
เกาะโทคุโนะชิมะ (Tokunoshima Island)
-
มวยปล้ำกระทิง (Bull Sumo / Togyu): เป็นกีฬาชนวัวที่มีเอกลักษณ์ มีประวัติยาวนาน 400 ปี จัดขึ้นหลายครั้งต่อปี
-
แนวชายฝั่งปะการังและชายหาด: สวยงาม เหมาะสำหรับการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก
-
Formation ทางธรรมชาติ: ได้แก่ อินโนโจฟุตา (Innojofuta) ที่มีหน้าผาสูงชันและ "เมกาเนะ ร็อค (Megane Rock)" หรือหินรูปแว่นตา
-
ภูเขาอิโนคาวาดาเกะ (Mount Inokawadake): เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ
ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ (Northern part of Okinawa Island)
-
ภูมิภาคยันบารุ (Yanbaru): โดดเด่นด้วยป่าอันเขียวชอุ่ม ชายฝั่งที่งดงาม และป่าชายเลนที่เงียบสงบ
-
ปราสาทนาคิจิน (Nakijin Castle Remains): แหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมของ UNESCO
-
สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ: พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโอกินาวะ ชูราอุมิ (Okinawa Churaumi Aquarium), เกาะโคอุริ (Kouri Island) และสะพานโคอุริ (Kouri Bridge), แหลมมันซาโมะ (Cape Manzamo) และหาดเอเมอรัลด์ (Emerald Beach)
-
กิจกรรมกลางแจ้ง: มีโอกาสทำกิจกรรมกลางแจ้งและทัศนศึกษาธรรมชาติ
เกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island)
-
การสำรวจป่าชายเลน: พายเรือแคนูหรือเรือคายัคในป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะบนแม่น้ำอุราอุจิ (Urauchi River) และแม่น้ำนาคามะ (Nakama River)
-
การเดินป่า: เดินป่าตามเส้นทางป่าทึบไปยังน้ำตกพินาอิซาระ (Pinaisara Falls) (น้ำตกที่สูงที่สุดของโอกินาวะ) และน้ำตกมาริยูดุ (Mariyudu Falls)
-
ทัวร์กลางคืน: ทัวร์พร้อมไกด์ในเวลากลางคืนเพื่อสังเกตสัตว์ป่าหายาก
-
เกาะยูบุ (Yubu Island): สัมผัสประสบการณ์นั่งรถลากควายไปยังเกาะยูบุ ซึ่งเป็นสวนพฤกษศาสตร์กึ่งเขตร้อน
-
การดูดาว: เกาะนี้มีชื่อเสียงด้านโอกาสในการดูดาว
แนวทางการเยี่ยมชมและข้อกำหนด (Visitor Guide and Regulations)
เพื่อปกป้องระบบนิเวศอันเปราะบางและสิ่งมีชีวิตที่ใกล้สูญพันธุ์ หมู่เกาะเหล่านี้ได้กำหนดแนวทางและข้อบังคับที่เข้มงวดสำหรับการเยี่ยมชม
เกาะอะมามิ-โอชิมะ (Amami-Oshima Island)
-
ป่าคินซากุบารุ (Kinsakubaru Forest): ผู้เยี่ยมชมจะต้องมี "ไกด์นำเที่ยวเชิงนิเวศที่ได้รับการรับรองจากหมู่เกาะอะมามิ (Amami Islands Certified Eco-Tour Guide)" และมีการจำกัดจำนวนทัวร์
-
การขับขี่ตอนกลางคืน: ควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืนในพื้นที่ป่า เพื่อป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกี่ยวข้องกับสัตว์กลางคืน เช่น กระต่ายดำอะมามิ (Amami black rabbit) และหนูขนยาวรีวกิว (Ryukyu long-haired rat)
-
ข้อกำหนดทั่วไป: ห้ามทิ้งขยะ ห้ามเก็บพืชหรือสัตว์ ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า และห้ามนำสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นเข้ามาในเกาะ
เกาะโทคุโนะชิมะ (Tokunoshima Island)
-
การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ: สนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบเพื่อปกป้องระบบนิเวศอันล้ำค่า
-
สัตว์ป่า: ผู้เยี่ยมชมควรระมัดระวังสัตว์ป่าเฉพาะถิ่น โดยเฉพาะงูฮาบุ (habu snake) ซึ่งเป็นงูมีพิษ และการเดินป่าไม่เป็นที่นิยมในบางพื้นที่เนื่องจากการปรากฏตัวของงูชนิดนี้
ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ (Northern part of Okinawa Island)
-
การเคารพธรรมชาติ: ผู้เยี่ยมชมได้รับการส่งเสริมให้เคารพสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ
-
การขับขี่ตอนกลางคืน: การขับรถช้า ๆ ในเวลากลางคืนในพื้นที่ป่าเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการชนสัตว์ (roadkill) ของสัตว์ป่ากลางคืน เช่น นกรางโอกินาวะ (Okinawa rail)
เกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island)
-
ข้อจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว: มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวรายวันไม่เกิน 1,200 คน และจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวรายปีไม่เกิน 330,000 คน โดยเริ่มบังคับใช้ในเดือนเมษายน ค.ศ. 2023 (พ.ศ. 2566)
-
พื้นที่พิเศษ: พื้นที่เฉพาะใกล้กับแหล่งมรดกโลกที่ขึ้นทะเบียนมีข้อจำกัดรายวันที่เข้มงวดกว่า (ตั้งแต่ 30 ถึง 200 คน) และการเข้าถึงพื้นที่ที่กำหนดเหล่านี้จำเป็นต้องมีไกด์ที่ได้รับอนุญาต
-
ความเร็วในการขับขี่: จำกัดความเร็วในการขับขี่ที่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (km/h) หรือช้ากว่า เพื่อปกป้องสัตว์ป่าจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
-
ข้อห้าม: ห้ามเก็บพืชหรือสัตว์ ห้ามรบกวนสัตว์ป่า (โดยเฉพาะการใช้แสงจ้าในเวลากลางคืน) ห้ามให้อาหารสัตว์ และห้ามนำสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่สายพันธุ์ท้องถิ่นเข้ามา
-
การลงทะเบียนเดินป่า: อาจจำเป็นต้องมีการลงทะเบียนสำหรับการเดินป่าในบางพื้นที่สำหรับการเข้าพักระยะยาว
"เกาะอะมามิ-โอชิมะ, เกาะโทคุโนะชิมะ, ตอนเหนือของเกาะโอกินาวะ และเกาะอิริโอโมเตะ" เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติที่แสดงให้เห็นถึงคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากลในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและกระบวนการวิวัฒนาการอันเป็นเอกลักษณ์ การแยกตัวทางภูมิศาสตร์ได้สร้างระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสิ่งมีชีวิตเฉพาะถิ่นและใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก นอกจากคุณค่าทางนิเวศวิทยาแล้ว หมู่เกาะเหล่านี้ยังสะท้อนถึงประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมอันยาวนาน และสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมกึ่งเขตร้อน การจัดการแหล่งมรดกโลกแห่งนี้จึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ธรรมชาติ การเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อให้คุณค่าอันล้ำค่าเหล่านี้คงอยู่สืบไป
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

