iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

หิมาลัย ทิเบต และหลังคาโลก (Himalaya, Tibet & Roof of the World)

 

หิมาลัย ทิเบต และหลังคาโลก (Himalaya, Tibet & Roof of the World) จากเอเวอเรสต์สู่หนานเจียปาหว่า ดินแดนที่แผ่นทวีปยกโลกขึ้นสู่ฟ้า 

เมื่อกล่าวถึงภูเขาที่สูงที่สุดของจีนและของโลก พื้นที่สำคัญที่สุดอยู่บริเวณ เขตปกครองตนเองทิเบต (Tibet Autonomous Region) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน โดยมีแนวเทือกเขาหิมาลัย (Himalaya) พาดตามขอบด้านใต้ของที่ราบสูงทิเบต และมียอดเขาระดับมากกว่า 8,000 เมตรหลายแห่งตั้งอยู่ตามแนวชายแดน สัญลักษณ์สูงสุดคือ ยอดเขาเอเวอเรสต์ หรือจูมู่หล่างหม่าเฟิง (Mount Everest / Qomolangma) สูงอย่างเป็นทางการ 8,848.86 เมตร ตั้งอยู่บนพรมแดนจีน–เนปาล ฝั่งจีนอยู่ในเขต Tingri เมืองระดับจังหวัด Shigatse ของทิเบต ชื่อ “Qomolangma” เป็นชื่อทิเบตที่ใช้เรียกภูเขาแห่งนี้มายาวนาน ส่วนชื่อ Mount Everest ถูกใช้แพร่หลายในโลกตะวันตกภายหลัง ทางตะวันออกของทิเบตมีภูเขาที่มีบุคลิกต่างออกไปอย่างมาก คือ หนานเจียปาหว่า (Namcha Barwa) สูง 7,782 เมตร ตั้งอยู่ใกล้โค้งใหญ่ของแม่น้ำยาร์ลุงซางโป (Yarlung Tsangpo) บริเวณเมือง Nyingchi ภูเขาลูกนี้ไม่ได้โดดเด่นเพราะตัวเลขความสูงเพียงอย่างเดียว แต่เพราะยอดเขาสูงมหาศาลตั้งอยู่ข้างหนึ่งในระบบหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลก

NASA ระบุว่า Yarlung Zangpo Grand Canyon เป็นหุบเขาที่ลึกที่สุดในโลก โดยเมื่อแม่น้ำไหลผ่านระหว่าง Namcha Barwa สูง 7,782 เมตรกับ Gyala Peri สูง 7,234 เมตร ความลึกสูงสุดของภูมิประเทศบริเวณหุบเขาสามารถถึงประมาณ 6,009 เมตร (NASA Scienceแต่การทำความเข้าใจภูเขาของทิเบตต้องมองกว้างกว่ายอดเขาเหล่านี้ เพราะเบื้องหลังคือ ที่ราบสูงทิเบต (Tibetan Plateau) พื้นที่สูงขนาดมหึมาที่มีระดับเฉลี่ยประมาณ 4,600 เมตรตามข้อมูล USGS และเกิดขึ้นสัมพันธ์กับการชนกันของแผ่นอินเดียกับยูเรเซีย (USGS Publicationsนี่คือพื้นที่ที่ทำให้คำว่า “Roof of the World – หลังคาโลก” ไม่ได้เป็นเพียงคำเปรียบเปรย แต่สะท้อนภูมิประเทศระดับทวีปที่สูงจนส่งผลต่อธารน้ำแข็ง แม่น้ำ ภูมิอากาศ ระบบนิเวศ และชีวิตของผู้คนทั่วเอเชีย

บทนำ

เหตุใดเอเชียจึงมีภูเขาสูงที่สุดในโลกอยู่รวมกันบริเวณนี้? 

คำตอบเริ่มจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบล้านปีก่อน เมื่อมวลทวีปอินเดียซึ่งเคยอยู่ทางใต้เคลื่อนขึ้นทางเหนือเข้าหาทวีปเอเชีย มหาสมุทรเททิส (Tethys Ocean) ที่เคยคั่นอยู่ระหว่างสองมวลทวีปค่อย ๆ ปิดลง ก่อนเกิดการชนกันระหว่างเปลือกโลกทวีป

USGS อธิบายว่าแนวหิมาลัยเริ่มก่อตัวจากการชนระหว่างอินเดียกับยูเรเซียราว 40–50 ล้านปีก่อน เมื่อเปลือกโลกทวีปที่มีความหนาแน่นค่อนข้างต่ำชนกัน เปลือกโลกไม่สามารถมุดลงไปได้ง่ายเหมือนกรณีแผ่นมหาสมุทร จึงเกิดการบีบอัด พับตัว ซ้อนทับ หนาตัว และยกสูงขึ้น กระบวนการต่อเนื่องหลายสิบล้านปีสร้างทั้งเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต (USGS Publicationsที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ กระบวนการดังกล่าว ยังไม่จบ ข้อมูล USGS ระบุว่าแผ่นอินเดียและยูเรเซียยังคงเคลื่อนเข้าหากันในระดับประมาณ 40–50 มิลลิเมตรต่อปีในภาพรวมของบริเวณหิมาลัย การเคลื่อนตัวถูกกระจายผ่านระบบรอยเลื่อน การสั้นตัวของเปลือกโลก และการเปลี่ยนรูปของที่ราบสูงทิเบต จึงเป็นเหตุผลที่ภูมิภาคนี้ยังมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง (USGSดังนั้นเมื่อเรายืนมอง Everest เราไม่ได้กำลังมอง “ภูเขาที่สร้างเสร็จแล้ว” แต่กำลังมอง ระบบภูเขาที่ยังมีชีวิตทางธรณีวิทยา

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

Qomolangma – 8,848.86 เมตร จุดสูงที่สุดของโลก

Mount Everest มีชื่อเรียกในภาษาทิเบตว่า Qomolangma  เป็นยอดสูงที่สุดของโลกเหนือระดับน้ำทะเล สำหรับนักเดินทางทั่วไป สิ่งสำคัญคือแยกระหว่าง การปีน Everest กับ การเดินทางไปชม Everest สองอย่างนี้เป็นกิจกรรมคนละระดับโดยสิ้นเชิง การปีนสู่ยอดเป็นกิจกรรม Mountaineering ระดับสูง ต้องใช้ใบอนุญาต ทีมสนับสนุน อุปกรณ์ การฝึก การปรับตัวกับระดับความสูง และการจัดการความเสี่ยงอย่างจริงจัง ส่วนการท่องเที่ยวฝั่งทิเบตมีเป้าหมายหลักในการเดินทางเข้าสู่พื้นที่ Qomolangma และชมภูเขาจากบริเวณที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าถึง แม้ไม่ปีนเขา ความท้าทายยังคงสูง เพราะบริเวณ Everest Base Camp ฝั่งทิเบตอยู่ที่ระดับประมาณ 5,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งสูงกว่ายอดเขาหลายแห่งที่ถือว่าสูงมากในภูมิภาคอื่นของโลก จุดนี้สำคัญมากสำหรับการวางแผน นักเดินทางไม่ควรบินเข้าสู่พื้นที่สูงแล้วรีบเดินทางไป Everest ทันที การค่อย ๆ ปรับระดับผ่านลาซาและพื้นที่ระหว่างทางเป็นส่วนสำคัญของแผน ไม่ใช่เวลาที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และแม้เดินทางมาถึงแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็น Everest ชัดเสมอ เมฆ หิมะ ลม และสภาพอากาศบนหิมาลัยเปลี่ยนได้รวดเร็ว การเผื่อเวลาเพิ่มจึงมีคุณค่ามากกว่าการจัดตารางแบบนาทีต่อนาที

Everest ไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ Everest เป็นเพียงหนึ่งยอดในระบบ Greater Himalaya พื้นที่แนวชายแดนทิเบต–เนปาลมีภูเขาระดับ 8,000 เมตรหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น Cho Oyu สูงประมาณ 8,188 เมตร และ Shishapangma สูง 8,027 เมตร ซึ่ง Shishapangma มีความพิเศษในฐานะภูเขาระดับ 8,000 เมตรที่ตั้งอยู่ภายในเขตจีนทั้งหมด เมื่อมองภาพรวมจึงเห็นว่า “ยอดสูงที่สุดในโลก” ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นผลจากกระบวนการสร้างภูเขาขนาดระดับทวีปที่ยกแนวเปลือกโลกขึ้นพร้อมกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมพื้นที่ตอนใต้ของทิเบตจึงมีแนวภูเขาสูงต่อเนื่องมหาศาล แทนที่จะมียอด Everest โผล่ขึ้นจากพื้นที่ราบเพียงลูกเดียว

ที่ราบสูงทิเบต ภูเขาที่ไม่ได้มีรูปร่างเหมือนภูเขา

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า Everest ในทางธรณีวิทยาอาจเป็น Tibetan Plateau เมื่อพูดถึงภูเขา เรามักนึกถึงยอดแหลม แต่ที่ราบสูงทิเบตคือพื้นที่ขนาดมหึมาที่ทั้งผืนถูกยกขึ้นจนอยู่ในระดับสูงมาก USGS ระบุระดับเฉลี่ยประมาณ 4,600 เมตร (USGS Publicationsลองเปรียบเทียบในเชิงความรู้สึก นักเดินทางจำนวนมากในโลกต้องเดินขึ้นภูเขาหลายวันจึงจะไปถึงระดับ 4,000 เมตร แต่บนที่ราบสูงทิเบต เมือง ถนน ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า ทางรถไฟ และชุมชนจำนวนมากตั้งอยู่บนภูมิประเทศระดับสูงเช่นนี้อยู่แล้ว นี่ทำให้ประสบการณ์เที่ยวทิเบตต่างจากการเที่ยวภูเขาทั่วไป เราไม่ได้ “ขึ้นภูเขาแล้วกลับลงมา” เสมอไป แต่สามารถอยู่บนพื้นที่สูงต่อเนื่องหลายวัน การปรับตัวต่อระดับความสูงจึงเป็นองค์ประกอบหลักของการเดินทางทั้งทริป

Namcha Barwa เมื่อภูเขาสูง 7,782 เมตรยืนอยู่ข้างหุบเขามหึมา

หาก Everest แสดงความสูงของหิมาลัย Namcha Barwa แสดงพลังของความต่างระดับภูมิประเทศได้ชัดเจนมาก ยอด Namcha Barwa สูง 7,782 เมตร ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ใกล้บริเวณที่แม่น้ำ Yarlung Tsangpo เปลี่ยนทิศทางครั้งใหญ่แล้วไหลลงสู่พื้นที่ต่ำทางใต้ NASA ระบุว่า Yarlung Zangpo Grand Canyon ลึกและยาวกว่า Grand Canyon ในสหรัฐฯ และบริเวณที่แม่น้ำไหลผ่านระหว่าง Namcha Barwa กับ Gyala Peri มีความลึกสูงสุดประมาณ 6,009 เมตร (NASA Scienceความยิ่งใหญ่จึงไม่ได้เกิดจากยอดเขาอย่างเดียว แต่เกิดจาก ยอดสูง + หุบเขาลึก นี่คือแนวคิดเรื่อง Topographic Relief ที่สำคัญมากในการอ่านภูเขา ภูเขาสูง 7,000 เมตรที่ฐานโดยรอบอยู่สูง 5,000 เมตร อาจให้ความรู้สึกแตกต่างจากภูเขาสูงใกล้เคียงกันที่ตั้งตระหง่านเหนือหุบเขาซึ่งต่ำกว่าหลายพันเมตร Namcha Barwa จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีที่สุดของจีนสำหรับเรียนรู้เรื่องนี้

ประวัติหรือความสำคัญ

เรื่องราวของหิมาลัยและทิเบตเริ่มต้นก่อนมีภูเขาเสียอีก 

เมื่อประมาณ 200 ล้านปีก่อน โลกมีการจัดวางทวีปแตกต่างจากปัจจุบัน อินเดียเป็นส่วนหนึ่งของมหาทวีปทางใต้ ก่อนแยกตัวและเคลื่อนขึ้นทางเหนือ โดยมีมหาสมุทรเททิสอยู่ระหว่างอินเดียกับเอเชีย USGS อธิบายว่าเมื่อประมาณ 80 ล้านปีก่อน อินเดียยังอยู่ห่างจากเอเชียหลายพันกิโลเมตรและกำลังเคลื่อนขึ้นเหนืออย่างรวดเร็ว ก่อนการชนของมวลทวีปจะเริ่มขึ้นราว 40–50 ล้านปีก่อน (USGS Publicationsเมื่อทวีปชนกัน ชั้นหินที่เคยสะสมตัวอยู่ในบริเวณมหาสมุทรเททิสถูกบีบอัด พับตัว เลื่อนซ้อน และยกขึ้น นี่ทำให้เกิดข้อเท็จจริงที่น่าสนใจมากข้อหนึ่งของ Everest

หินบางส่วนบริเวณยอดสูงที่สุดของโลกมีต้นกำเนิดจากตะกอนที่สะสมในสภาพแวดล้อมทะเลโบราณ

ความหมายทางธรณีวิทยานั้นงดงามมาก เพราะพื้นที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยสัมพันธ์กับทะเลกลับถูกกระบวนการแปรสัณฐานยกขึ้นจนกลายเป็นหลังคาโลก อย่างไรก็ตาม การสร้างที่ราบสูงทิเบตมีความซับซ้อนกว่าการบอกว่า “อินเดียชนเอเชียแล้วทุกอย่างยกขึ้นพร้อมกัน” งานวิจัยทางธรณีวิทยาสมัยใหม่แสดงว่าการหนาตัวของเปลือกโลก การยกตัว และการเปลี่ยนรูปเกิดขึ้นหลายระยะและแตกต่างกันตามพื้นที่ งาน USGS ล่าสุดเกี่ยวกับ Himalaya–Karakoram–Tibet ก็ชี้ถึงลักษณะการหนาตัวของเปลือกโลกหลายช่วงเวลา ไม่ใช่เหตุการณ์ครั้งเดียว ดังนั้นคำอธิบายที่เหมาะสมกว่าคือ ทิเบตเป็นผลจากวิวัฒนาการทางธรณีวิทยาที่ยาวนานและยังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ภูมิประเทศที่เกิดขึ้นทันทีจากการชนครั้งเดียว

ทำไมทิเบตจึงเกิดแผ่นดินไหว

เมื่อแรงจากการชนยังดำเนินอยู่ เปลือกโลกจึงยังคงสะสมและปลดปล่อยความเค้น USGS ระบุว่าการชนของอินเดียกับยูเรเซียทำให้หิมาลัยเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีอันตรายจากแผ่นดินไหวสูง การเคลื่อนที่ไม่ได้เกิดบนรอยเลื่อนเพียงเส้นเดียว แต่กระจายอยู่ในระบบรอยเลื่อนหลายรูปแบบ (USGSบริเวณที่ราบสูงทิเบตเองมีทั้งรอยเลื่อนตามแนวระดับ รอยเลื่อนย้อน และรอยเลื่อนปกติ ซึ่งร่วมกันรองรับการสั้นตัวในแนวเหนือ–ใต้และการแผ่ออกในแนวตะวันออก–ตะวันตก USGS ยกตัวอย่างระบบสำคัญ เช่น Kunlun, Haiyuan, Altyn Tagh และ Karakoram faults เรื่องนี้มีความหมายต่อการท่องเที่ยวด้วย นักเดินทางบนภูเขาสูงควรตระหนักว่าดินถล่ม หินร่วง ถนนเสียหาย และแผ่นดินไหวเป็นส่วนหนึ่งของความเสี่ยงตามธรรมชาติของภูมิประเทศ ไม่ควรเข้าไปในพื้นที่ปิดหรือฝ่าฝืนคำเตือนเพียงเพราะเส้นทางนั้นดูเดินได้

ธารน้ำแข็ง คลังน้ำบนหลังคาโลก

หิมาลัยและที่ราบสูงทิเบตมีธารน้ำแข็งจำนวนมาก ซึ่งทำหน้าที่สะสมน้ำในรูปของหิมะและน้ำแข็งก่อนปล่อยน้ำออกตามฤดูกาล พื้นที่สูงของทิเบตและบริเวณรอบข้างยังสัมพันธ์กับต้นน้ำของระบบแม่น้ำขนาดใหญ่หลายสายของเอเชีย แม่น้ำที่ไหลออกจากพื้นที่สูงเหล่านี้เดินทางไปยังภูมิภาคต่าง ๆ และหล่อเลี้ยงประชากรจำนวนมหาศาล แต่ควรระวังคำอธิบายง่ายเกินไปว่า “แม่น้ำเอเชียทั้งหมดเกิดจากธารน้ำแข็งทิเบต” เพราะระบบน้ำจริงมีทั้งน้ำจากหิมะ ธารน้ำแข็ง ฝน น้ำใต้ดิน และแหล่งต้นน้ำหลายรูปแบบ สิ่งที่ถูกต้องกว่าคือ ที่ราบสูงทิเบตและระบบภูเขารอบข้างเป็นหนึ่งในพื้นที่ต้นน้ำที่สำคัญที่สุดของเอเชีย และนี่คือเหตุผลที่การเปลี่ยนแปลงของหิมะ ธารน้ำแข็ง และภูมิอากาศบนพื้นที่สูงไม่ได้เป็นเรื่องของภูเขาเพียงอย่างเดียว แต่สัมพันธ์กับระบบน้ำที่อยู่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัส “หลังคาโลก” สิ่งแรกที่ควรทำคือไม่รีบมุ่งหน้าไป Everest

ลาซา (Lhasa) เป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมสำหรับการปรับตัวกับระดับความสูง เมืองอยู่สูงประมาณ 3,650 เมตร นักเดินทางควรใช้ช่วงแรกทำกิจกรรมเบา ๆ และให้ร่างกายมีเวลาปรับตัวก่อนเดินทางต่อ จากลาซา เส้นทางสู่ Shigatse และ Tingri ช่วยเพิ่มระดับความสูงแบบค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าการกระโดดขึ้นสู่พื้นที่ 5,000 เมตรทันที เมื่อถึงพื้นที่ Qomolangma สิ่งที่ควรให้ความสำคัญไม่ใช่เพียงการถ่ายภาพป้าย Base Camp แต่คือการมอง โครงสร้างภูมิประเทศทั้งแนวหิมาลัย สังเกตแนวสันเขา หุบเขา ธารน้ำแข็ง และความกว้างใหญ่ของพื้นที่สูง สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการขึ้นถึงระดับ Everest Base Camp แต่ต้องการเห็นภูเขาสูงของทิเบต Nyingchi และ Namcha Barwa ให้ประสบการณ์อีกแบบหนึ่ง เพราะพื้นที่ตะวันออกของทิเบตมีระดับความสูงและระบบนิเวศหลากหลายกว่า ภูมิประเทศมีป่า แม่น้ำ หุบเขา และยอดหิมะอยู่ร่วมกัน การชม Namcha Barwa ควรเผื่อเวลาเช่นเดียวกับ Everest เพราะภูเขาสามารถถูกเมฆปิดได้ง่าย การเดินทางหลายวันและการพักใกล้พื้นที่ชมวิวเพิ่มโอกาสเห็นยอดมากกว่าการกำหนดเวลาสั้น ๆ

เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

การเที่ยวทิเบตต้องวางแผนต่างจากเมืองท่องเที่ยวทั่วไป เพราะมีปัจจัยอย่างน้อยสี่เรื่องที่ต้องพิจารณาพร้อมกัน ได้แก่ ระดับความสูง สภาพอากาศ ถนน และข้อกำหนดการเดินทาง พื้นที่ Everest มีอากาศหนาว ลมแรง และสภาพเปลี่ยนเร็ว แม้เดินทางในช่วงที่โดยทั่วไปถือว่าเหมาะสมก็ยังสามารถพบหิมะ ลม หรือเมฆปิดยอดได้  

สิ่งสำคัญที่สุดคือ Acclimatization การปรับตัวต่อระดับความสูง

ไม่ควรวางแผนแบบ “ลาซาวันแรก–Everest วันถัดไป” เพียงเพื่อประหยัดเวลา เพราะการเพิ่มระดับจากประมาณ 3,650 เมตรไปสู่ราว 5,000 เมตรอย่างรวดเร็วเพิ่มภาระต่อร่างกาย อาการเบื้องต้นที่พบได้เมื่อขึ้นพื้นที่สูง เช่น ปวดศีรษะ เหนื่อยง่าย นอนไม่ดี เบื่ออาหาร หรือคลื่นไส้ หากอาการเพิ่มขึ้นหรือรุนแรงไม่ควรฝืนขึ้นสูงต่อ โดยเฉพาะอาการทางระบบหายใจหรือระบบประสาทควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง นักเดินทางสูงวัยควรวางแผนแบบ “ขึ้นช้า–พักมาก–เดินน้อย” และไม่ควรตั้งเป้าหมายว่าต้องขึ้นไปถึงจุดสูงที่สุดของเส้นทาง เสื้อผ้าควรใช้หลายชั้น มีเสื้อกันลม แว่นกันแดด หมวก และอุปกรณ์ป้องกันรังสี UV เพราะอากาศบางและแสงแดดบนพื้นที่สูงมีความเข้มมาก ขณะเดียวกันอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนสามารถแตกต่างกันมาก

อีกเรื่องที่ต้องตรวจสอบล่วงหน้าคือกฎการเดินทางเข้าทิเบต สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งอาจมีข้อกำหนดด้านใบอนุญาต เส้นทาง บริษัทนำเที่ยว หรือพื้นที่ที่เปิดให้เข้าชมแตกต่างจากการเดินทางในพื้นที่อื่นของจีน รวมถึงถนน ที่พัก และแหล่งท่องเที่ยวอาจมีการปรับตามฤดูกาลหรือข้อกำหนดของทางการ จึง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนจองการเดินทาง

สรุปบทส่งท้าย

หากต้องเลือกพื้นที่หนึ่งแห่งเพื่ออธิบายว่าโลกของเรายังเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หิมาลัยและที่ราบสูงทิเบตคือหนึ่งในห้องเรียนธรรมชาติที่ดีที่สุด ประมาณ 40–50 ล้านปีก่อน มวลทวีปอินเดียชนกับเอเชีย เปลือกโลกถูกบีบอัด หนาตัว พับ เลื่อนซ้อน และยกสูงขึ้น กระบวนการที่ยาวนานนี้ช่วยสร้างเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต และการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ผลลัพธ์คือภูมิประเทศที่แทบไม่มีแห่งใดในโลกเหมือน ด้านหนึ่งคือ Qomolangma 8,848.86 เมตร จุดสูงที่สุดของโลก อีกด้านคือ Namcha Barwa 7,782 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านข้าง Yarlung Tsangpo Grand Canyon ที่ NASA ระบุว่ามีความลึกสูงสุดประมาณ 6,009 เมตร ระหว่างสองพื้นที่คือที่ราบสูงทิเบตขนาดมหึมาที่มีระดับเฉลี่ยราว 4,600 เมตร แต่สิ่งที่ทำให้ทิเบตมีคุณค่ามากกว่าตัวเลขคือความสัมพันธ์ของทุกสิ่งบนภูเขา

การชนของทวีปสร้างภูเขา ภูเขาควบคุมภูมิอากาศ หิมะและธารน้ำแข็งเก็บน้ำ น้ำไหลลงสู่แม่น้ำ แม่น้ำกัดภูเขากลับลงมา และมนุษย์สร้างชุมชน ศาสนา และวัฒนธรรมขึ้นท่ามกลางภูมิประเทศเหล่านี้ เมื่อเดินทางมาถึงหลังคาโลก เราจึงไม่จำเป็นต้องถามเพียงว่า “ภูเขาลูกไหนสูงที่สุด?”

คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ “โลกต้องผ่านอะไรมาบ้าง จึงสามารถยกพื้นมหาสมุทรโบราณขึ้นมาอยู่สูงเกือบ 9 กิโลเมตรเหนือทะเลได้?” และเมื่อเข้าใจคำตอบ ภูเขาหิมาลัยจะไม่ใช่เพียงฉากสำหรับถ่ายภาพ แต่กลายเป็นหลักฐานขนาดมหึมาของโลกที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ใต้เท้าของเรา

#MountainChina101 #MountainChina10109 #Himalaya #Tibet #RoofOfTheWorld #Qomolangma #MountEverest #NamchaBarwa #TibetanPlateau #หิมาลัย #ทิเบต #ภูเขาจีน #ธรณีวิทยา #TravelChina #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.

xxx

yyy

.

-------------------------

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward