iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
 
กำแพงซีอาน (Xi'an Wall)

 

google map https://maps.app.goo.gl/J7N1X6E5RcC5w9XGA

กำแพงซีอาน: มหากาพย์แห่งป้อมปราการ สู่จิตวิญญาณแห่งอารยธรรมหมิง

ลองจินตนาการถึงกำแพงเมืองที่สูงใหญ่เสียดฟ้า ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา โอบล้อมเมืองโบราณที่เปี่ยมด้วยเรื่องเล่าขานนับพันปี นั่นคือภาพอันน่าอัศจรรย์ของ "กำแพงซีอาน" มรดกโลกที่ยังมีชีวิตและลมหายใจแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ป้อมปราการอันแข็งแกร่งแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่โครงสร้างหินและอิฐ หากแต่เป็นพยานผู้เงียบงันที่เฝ้ามองความรุ่งเรืองและโรยราของราชวงศ์จีนนับไม่ถ้วน เป็นดั่งหัวใจที่เต้นระรัวของอารยธรรมจีนอันยิ่งใหญ่ ที่ยังคงส่งเสียงก้องกังวานมาถึงยุคสมัยของเรา

การเดินทางมายังกำแพงซีอานคือการก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาที่เวทมนตร์แห่งอดีตยังคงสัมผัสได้จริง ไม่ว่าจะเป็นแสงทองยามอรุณรุ่งที่สาดส่องกระทบผิวกำแพงอิฐเก่าแก่ หรือแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนที่ขับเน้นความสง่างามของประตูเมืองโบราณ ทุกย่างก้าวบนกำแพงแห่งนี้คือการผจญภัยสู่ความลึกซึ้งของประวัติศาสตร์ เป็นโอกาสที่จะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณอันกล้าแกร่งของบรรพบุรุษผู้สร้างสรรค์และปกป้องแผ่นดิน ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นการเดินทางเข้าสู่แก่นแท้ของวัฒนธรรมจีนอันทรงคุณค่า

ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่แรกเห็น กำแพงซีอานไม่ได้เป็นเพียงซากปรักหักพัง แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แสดงให้เห็นถึงความอัจฉริยะทางวิศวกรรมและการวางแผนทางทหารของชาวจีนโบราณอย่างน่าทึ่ง การได้ยืนอยู่บนกำแพงที่สูงตระหง่าน มองลงไปเบื้องล่างเห็นความแตกต่างระหว่างเมืองเก่าที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมดั้งเดิม และเมืองใหม่ที่ทันสมัยเต็มไปด้วยตึกระฟ้า คือประสบการณ์ที่ทำให้เราได้ใคร่ครวญถึงการหมุนเวียนของยุคสมัย และความยั่งยืนของสิ่งที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ไว้ 

กำแพงเมืองโบราณซีอาน ในปัจจุบันกำแพงเมืองสร้างขึ้นในปีที่ 3 ของรัชสมัยหงหวู่ฮ่องเต้ (พ.ศ. 1913) และเป็นหนึ่งในปราการป้องกันทางทหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีซุ้มประตูนอก ตึกธนู และซุ้มประตูด้านใน สามารถปิดล้อมปราบเมื่อข้าศึกบุกเข้ามาในประตู 

สถานที่ตั้งและภูมิศาสตร์

กำแพงเมืองซีอาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ ป้อมปราการแห่งซีอาน ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซีอาน มณฑลส่านซี สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ กำแพงแห่งนี้โอบล้อมพื้นที่ใจกลางเมืองเก่าไว้ทั้งหมด มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สมบูรณ์แบบ กินพื้นที่ประมาณ 14 ตารางกิโลเมตร หรือ 5.4 ตารางไมล์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของเมืองมานับศตวรรษ

ตัวกำแพงมีความยาวรวมประมาณ 13.7 ถึง 14 กิโลเมตร หรือประมาณ 8.5 ถึง 8.7 ไมล์ โดยมีความสูงเฉลี่ย 12 เมตร (39-40 ฟุต) ซึ่งสูงตระหง่านเหนือพื้นดิน ความกว้างของกำแพงส่วนบนอยู่ที่ประมาณ 12-14 เมตร (39-46 ฟุต) และกว้างถึง 15-18 เมตร (49-59 ฟุต) ที่ฐาน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและมั่นคงอันเป็นเลิศ โดยรอบกำแพงมีคูน้ำลึก ซึ่งเดิมใช้เป็นแนวป้องกันเพิ่มเติม ปัจจุบันยังคงมีน้ำหล่อเลี้ยงและเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ที่สวยงาม กำแพงซีอานเป็นดั่งเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่างโลกแห่งอดีตที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ กับความเจริญรุ่งเรืองของเมืองซีอานในปัจจุบัน

ประวัติศาสตร์

กำแพงเมืองซีอานมีรากฐานอันยาวนานที่ย้อนกลับไปถึงสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) โดยพัฒนามาจากป้อมปราการของเมืองฉางอาน (ชื่อเดิมของซีอาน) ซึ่งเป็นเมืองหลวงที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์จีน แต่กำแพงที่เราเห็นในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นการก่อสร้างขึ้นใหม่และปรับปรุงในสมัยราชวงศ์หมิง โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงและป้องกันภัยคุกคามจากชนเผ่าทางเหนือ โดยเฉพาะชาวมองโกลที่ยังคงเป็นภัยหลังการล่มสลายของราชวงศ์หยวน

การก่อสร้างกำแพงเมืองซีอานในรูปแบบปัจจุบันเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1370 ภายใต้พระบัญชาของจักรพรรดิหงหวู่ (จู หยวนจาง) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์หมิง โดยใช้เวลาเพียง 8 ปี ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1378 นับเป็นโครงการก่อสร้างขนาดมหึมาที่แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางวิศวกรรมและแรงงานของคนในยุคนั้น กำแพงนี้ถูกสร้างขึ้นบนฐานรากของกำแพงเมืองเดิมในสมัยราชวงศ์ถัง ซึ่งช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความแข็งแกร่ง จักรพรรดิหงหวู่ทรงรับฟังคำแนะนำของที่ปรึกษาชื่อดัง จู เซิ่ง ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการ "สร้างกำแพงให้สูง เก็บสะสมเสบียงให้เพียงพอ และค่อยๆ ประกาศตนเป็นจักรพรรดิ" ซึ่งคำแนะนำนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างป้อมปราการอันยิ่งใหญ่แห่งนี้

ตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน กำแพงเมืองซีอานได้รับการบูรณะและต่อเติมหลายครั้งเพื่อรักษาความแข็งแกร่งและปรับปรุงประสิทธิภาพในการป้องกัน การบูรณะครั้งสำคัญเกิดขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 1600 และ 1700 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัชสมัยของจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิงในปี ค.ศ. 1781 ได้มีการขยายกำแพงและเพิ่มองค์ประกอบด้านการระบายน้ำและเชิงเทิน เพื่อให้กำแพงมีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น การบูรณะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1983 ซึ่งเป็นการฟื้นฟูครั้งใหญ่เพื่ออนุรักษ์กำแพงแห่งนี้ให้คงอยู่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญ แม้กระทั่งในยุค 1950s กำแพงแห่งนี้ก็เกือบถูกรื้อถอน แต่ด้วยความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของซีอานในฐานะเมืองหลวงโบราณ จึงได้รับการพิทักษ์และบูรณะไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์

ตำนานและความสำคัญ

กำแพงเมืองซีอานไม่ได้เป็นเพียงสิ่งก่อสร้าง แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มีชีวิตชีวาของอารยธรรมจีนอันยิ่งใหญ่ เป็นดั่งเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงเรื่องราว ตำนาน และความเชื่อของผู้คนมานับศตวรรษ กำแพงนี้เป็นตัวแทนอันโดดเด่นของการวางผังเมืองและระบบป้องกันทางทหารของจีนโบราณ สะท้อนให้เห็นถึงความชาญฉลาดทางวิศวกรรมและความสามารถในการจัดระบบสังคมของบรรพบุรุษชาวจีน และยังคงยืนหยัดเป็นประจักษ์พยานถึงความรุ่งเรืองและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายของเมืองซีอาน ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง

ในแง่ของสถาปัตยกรรมและโครงสร้างทางวิศวกรรม กำแพงซีอานแสดงให้เห็นถึงความสมบูรณ์แบบของสถาปัตยกรรมเชิงเทินในยุคศักดินา กำแพงมีความสูง 12 เมตร มีความกว้างด้านบน 12-14 เมตร และฐานกว้างถึง 15-18 เมตร ซึ่งกว้างขวางพอที่รถม้าหกคันจะวิ่งคู่กันไปได้ บนกำแพงยังประกอบด้วยระบบป้องกันที่ซับซ้อน ได้แก่ หอคอยเฝ้าระวัง (หรือที่เรียกว่า "หน้าม้า") จำนวน 98 แห่ง ซึ่งยื่นออกมาจากกำแพงทุกๆ ประมาณ 120 เมตร แต่ละหอคอยมีอาคารสำหรับทหารประจำการ และมีช่องยิงธนูและปืนถึง 5,984 ช่อง เรียงรายอยู่ด้านนอกของกำแพง เพื่อใช้เป็นที่มั่นสำหรับทหารในการป้องกันข้าศึก นอกจากนี้ยังมีคูน้ำลึกขนาดใหญ่โอบล้อมกำแพงทั้งหมด เสริมความแข็งแกร่งและยากต่อการเข้าถึง

กำแพงซีอานยังมีความสำคัญทางวัฒนธรรมในฐานะ "วงแหวนแรก" ของซีอาน ที่แบ่งเมืองออกเป็น "ภายใน" และ "ภายนอก" ในสายตาของคนท้องถิ่น เป็นเหมือนสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน เป็นสถานที่ที่ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวสามารถมาสัมผัสลมหายใจของประวัติศาสตร์ พร้อมกับชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของเมืองที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว กำแพงแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ขององค์การยูเนสโกเพื่อพิจารณาเป็นมรดกโลก ภายใต้ชื่อ "กำแพงเมืองแห่งราชวงศ์หมิงและชิง" ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 (ค.ศ. 2008) และยังได้รับการยอมรับว่าเป็นหน่วยงานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งชาติมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 (ค.ศ. 1961) นอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์แล้ว กำแพงแห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการพักผ่อนหย่อนใจ เช่น เทศกาลโคมไฟประจำปี และการแข่งขันซีอานซิตี้วอลล์มาราธอนนานาชาติ ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่กำแพงแห่งนี้มีต่อชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

จุดเด่นและสิ่งที่น่าสนใจ

ประตูหลักและระบบป้องกันอันซับซ้อน มีประตูเมืองอยู่ 6 ประตู และแต่ละบานยังมีความหมายอันเป็นมงคล ได้แก่

ทิศเหนือ

- ประตูอันหยวน (Anyuanmen) ความสามัคคีตลอดไป

ทิศตะวันออก 

- ประตูฉางเล่อ (Changlemen) ความสุขนิรันดร์ 

ประตูซงซาน (Zhongshanmen) ประตูทิศตะวันออกเล็ก

ทิศใต้

- ประตูหย่งหนิง (Yongningmen) สันติภาพนิรันดร์

- ประตูฮันกวง (Hanguangmen)

ทิศตะวันตก

- ประตูอันติ้ง (Andingmen) ความสงบสุข

ทำให้กำแพงเมืองมีลักษณะเหมือนเต่า ตัวกำแพงสูงประมาณ 12 เมตร ความยาวโดยรอบ 6, 000 เมตร นอกกำแพงมีคูเมืองกว้าง 4 เมตร และลึก 4 เมตร บนกำแพงมีป้อมปราการตั้งที่มุมกำแพงทั้งสี่ และหอสังเกตการณ์ 72 หลัง กำแพงเมืองซีอานเป็นที่ตั้งของประตูเมืองหลักทั้งสี่ที่หันหน้าไปทางทิศหลัก

ประตูเหล่านี้ไม่ใช่เพียงทางเข้าออก แต่เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยระบบป้องกันที่ซับซ้อน แต่ละประตูมีหอคอยหลัก, หอธนู และประตูน้ำ ซึ่งเป็นโครงสร้างทางทหารที่แสดงถึงความอัจฉริยะในการออกแบบเพื่อป้องกันเมืองจากศัตรู ในบรรดาประตูหลักทั้งหมด ประตูหย่งหนิง หรือประตูทิศใต้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นประตูที่เก่าแก่ วิจิตรสวยงาม และได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ที่สุด มักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่นักท่องเที่ยวนิยมเข้าชมมากที่สุด บริเวณประตูหย่งหนิงยังมีการแสดงจำลองการเปิด-ปิดประตูเมืองโบราณและการลาดตระเวนของทหาร ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและทำให้เราจินตนาการถึงชีวิตในอดีตได้ 

ทิวทัศน์อันน่าทึ่งบนกำแพง

การเดินเท้าหรือปั่นจักรยานไปตามแนวกำแพงเมืองซีอานเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและไม่ควรพลาด ด้วยความกว้างถึง 12-14 เมตร ที่ด้านบน ทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับกิจกรรมเหล่านี้ ตลอดเส้นทาง ผู้เยี่ยมชมจะได้ดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเมืองซีอาน ทั้งในฝั่งที่ยังคงอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโบราณอันงดงามไว้อย่างดีเยี่ยม และในอีกฝั่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยความทันสมัยของตึกสูงระฟ้าและอาคารสมัยใหม่

วิวทิวทัศน์ที่ตัดกันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมกันระหว่างอดีตและปัจจุบันของซีอาน ซึ่งเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแต่ก็ก้าวหน้าไปพร้อมกับโลกสมัยใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่พระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตกดิน แสงสีทองจะสาดส่องลงกระทบผิวกำแพงและอาคารเบื้องล่าง สร้างสรรค์ภาพที่งดงามราวกับภาพวาด เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพเก็บความทรงจำ และดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบและยิ่งใหญ่

หอคอยและเชิงเทินโบราณ

ตลอดความยาวของกำแพงเมืองซีอาน มีหอคอยเฝ้าระวังหรือเชิงเทินยื่นออกมาทุกๆ 120 เมตร รวมแล้วถึง 98 แห่ง โครงสร้างเหล่านี้ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของกองทหารขนาดเล็กและอาคารสำหรับทหารประจำการ เพื่อใช้ในการสังเกตการณ์และป้องกันข้าศึก หอคอยแต่ละแห่งเป็นพยานถึงความชาญฉลาดในการวางแผนทางทหารของจีนโบราณ ที่สามารถสร้างระบบป้องกันที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ด้านนอกของกำแพงยังมีโพรงขนาดเล็กจำนวนกว่า 5,984 โพรง ซึ่งใช้เป็นตำแหน่งที่มั่นสำหรับทหารในการยิงธนูหรืออาวุธอื่นๆ เข้าใส่ศัตรูที่พยายามจะบุกเข้ามา โครงสร้างเหล่านี้ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถจินตนาการถึงกลยุทธ์การรบและความดุเดือดของการต่อสู้ในอดีตได้อย่างชัดเจน การเดินชมหอคอยและเชิงเทินเหล่านี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการชมสถาปัตยกรรม แต่ยังเป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การป้องกันอันยิ่งใหญ่ของจีนอีกด้วย

การแสดงยามค่ำคืนและเทศกาลโคมไฟ

เมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า กำแพงเมืองซีอานจะเปลี่ยนโฉมเป็นอีกโลกหนึ่งที่เปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์และแสงสี ประตูเมืองและสะพานที่ทอดข้ามคูน้ำจะได้รับการประดับประดาด้วยแสงไฟหลากสีสันอย่างสวยงามตระการตา สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและน่าประทับใจอย่างยิ่ง การเดินเล่นบนกำแพงในยามค่ำคืน ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากการเยี่ยมชมในเวลากลางวัน ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปสู่ยุคอดีตที่โคมไฟยังคงเป็นแสงสว่างหลักของเมือง

ในช่วงปลายเดือนมกราคมถึงกลางเดือนมีนาคมของทุกปี บริเวณประตูหย่งหนิง (ประตูทิศใต้) จะมีการจัดเทศกาลโคมไฟประจำปี (City Wall Lantern Fair) ซึ่งเป็นงานเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่และงดงามที่สุด โคมไฟหลายพันดวงจะส่องสว่างไปทั่วบริเวณกำแพงเมือง สร้างปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ตระการตาและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้มาชมความงามของแสงสีและการแสดงทางวัฒนธรรมที่จัดขึ้น การเข้าร่วมเทศกาลนี้จึงเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้สัมผัสกับมนต์ขลังของกำแพงซีอานในอีกมิติหนึ่ง

การเตรียมตัวและคำแนะนำ

การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้การเดินทางสู่กำแพงซีอานเป็นไปอย่างราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

กำแพงเมืองซีอาน เป็นมากกว่าป้อมปราการหินแกร่งที่ตั้งตระหง่านท้าทายกาลเวลา แต่คือหัวใจที่เต้นรัวของเมืองซีอาน เป็นพยานผู้เงียบงันแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งโรจน์ของจีน ตั้งแต่ยุคราชวงศ์ถังที่เคยรุ่งเรืองเฟื่องฟู มาจนถึงการสร้างกำแพงอันยิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์หมิง การได้เดินเท้าหรือปั่นจักรยานไปตามแนวกำแพงแห่งนี้ คือการผจญภัยที่พาเราย้อนเวลากลับไปสัมผัสลมหายใจของอารยธรรมโบราณ จินตนาการถึงทหารหาญผู้กล้าหาญที่เคยยืนหยัดปกป้องเมือง และพ่อค้าวาณิชผู้เดินทางผ่านเส้นทางสายไหมอันโด่งดัง

ความอัศจรรย์ของกำแพงซีอานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงขนาดและความแข็งแกร่งเท่านั้น หากแต่รวมถึงความงดงามทางสถาปัตยกรรม ความหมายทางวัฒนธรรมอันลึกซึ้ง และทิวทัศน์ที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นแสงทองยามเช้าที่สาดส่องกระทบผิวกำแพงอิฐ หรือแสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนที่ขับเน้นความสง่างามของประตูเมือง ยิ่งไปกว่านั้น การจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่างๆ เช่น เทศกาลโคมไฟและการแข่งขันมาราธอนบนกำแพง ยังแสดงให้เห็นว่ากำแพงแห่งนี้ยังคงมีชีวิตชีวาและเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผู้คนในปัจจุบัน

กำแพงซีอานจึงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่า เป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและความอดทนของชาติจีน เป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจและความซาบซึ้งใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก การเดินทางมาเยือนกำแพงซีอานจึงไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการแสวงหาความรู้ การสัมผัสจิตวิญญาณแห่งอดีต และการร่วมชื่นชมกับความยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ได้สร้างสรรค์ไว้บนโลกใบนี้อย่างแท้จริง มหากาพย์แห่งป้อมปราการแห่งนี้ยังคงรอคอยให้คุณมาเขียนเรื่องราวบทใหม่ไปพร้อมกัน

.

-------------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-----------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

.

.

xxx

yyy

.

---------------------

 

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward