iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

เที่ยวจีน เสฉวน เฉิงตู วัดหวู่โหว (Wuhou Temple)

 

วัดอู่โหว (Wuhou Temple) ตั้งอยู่ในเขตอู่โหว (Wuhou District) นครเฉิงตู (Chengdu) มณฑลเสฉวน (Sichuan Province) ประเทศจีน เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ขงเบ้ง (Zhuge Liang) อัครมหาเสนาบดีแห่งอาณาจักรจ๊กก๊ก (Shu Han) ในยุคสามก๊ก และเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของจีน วัดแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับ ถนนโบราณจิ๋นหลี่ (Jinli Ancient Street) ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวทั้งสองแห่งได้ในโปรแกรมเดียว

เมื่อกล่าวถึงยุคสามก๊ก ชื่อของ "ขงเบ้ง" หรือ "จูกัดเหลียง" ย่อมเป็นบุคคลที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักในฐานะนักยุทธศาสตร์ผู้เปี่ยมด้วยสติปัญญา ความซื่อสัตย์ และความจงรักภักดี วัดอู่โหวจึงไม่ใช่เพียงศาสนสถาน แต่เป็นอนุสรณ์แห่งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนเรื่องราวของบุคคลสำคัญผู้มีอิทธิพลต่อประวัติศาสตร์จีนมากที่สุดคนหนึ่ง

วัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากศาลเจ้าสามก๊กแห่งอื่น เพราะเป็นสถานที่แห่งเดียวในประเทศจีนที่สร้างขึ้นเพื่อถวายความเคารพทั้ง เล่าปี่ (Liu Bei) จักรพรรดิผู้ก่อตั้งอาณาจักรจ๊กก๊ก และ ขงเบ้ง พร้อมด้วยขุนพลและข้าราชบริพารคนสำคัญของจ๊กก๊กในสถานที่เดียวกัน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบวรรณกรรมสามก๊ก ประวัติศาสตร์จีน หรือวัฒนธรรมจีนโบราณ วัดอู่โหวถือเป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด เพราะทุกอาคาร ทุกสวน และทุกแผ่นศิลาจารึก ล้วนบอกเล่าเรื่องราวของอาณาจักรจ๊กก๊กที่เคยรุ่งเรืองเมื่อกว่า 1,700 ปีก่อน

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

วัดอู่โหวครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 150,000 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยกลุ่มอาคารโบราณ สวนจีน และลานพิธีที่เรียงตัวตามแกนกลางแบบสถาปัตยกรรมราชวงศ์หมิงและชิง

อาคารสำคัญ ได้แก่

  • ประตูใหญ่ (Main Gate)

  • วิหารเล่าปี่ (Hall of Liu Bei)

  • วิหารขงเบ้ง (Hall of Zhuge Liang)

  • ศาลเจ้าขุนพลห้าทหารเสือ (Five Tiger Generals Hall)

  • สุสานฮุ่ยหลิง (Huiling Mausoleum) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังพระศพของเล่าปี่

  • ทางเดินกำแพงแดง (Red Wall Walkway) จุดถ่ายภาพที่มีชื่อเสียงที่สุดของวัด

อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือสวนจีนโบราณที่ร่มรื่น เต็มไปด้วยต้นสน ต้นไผ่ และต้นไซเปรส ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศสงบและเหมาะแก่การเดินชมประวัติศาสตร์

ประวัติหรือความสำคัญ

วัดอู่โหวเริ่มสร้างขึ้นในช่วงราชวงศ์จิ้น (Jin Dynasty) ราวคริสต์ศตวรรษที่ 4 เพื่อเป็นสถานที่สักการะขงเบ้ง ต่อมาในสมัยราชวงศ์หมิงได้มีการรวมศาลเจ้าขงเบ้งเข้ากับสุสานของเล่าปี่ จนกลายเป็นวัดอู่โหวในรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน

คำว่า "อู่โหว" (武侯) เป็นบรรดาศักดิ์ที่จักรพรรดิแห่งจ๊กก๊กพระราชทานให้แก่ขงเบ้งหลังเสียชีวิต หมายถึง "เจ้าเมืองนักรบ" หรือ "มาร์ควิสแห่งอู่"

วัดแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นสถานที่ศึกษาประวัติศาสตร์สามก๊กที่สมบูรณ์ที่สุดของจีน และเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรมรำลึกถึงขงเบ้งและบุคคลสำคัญในยุคสามก๊กทุกปี

ภายในยังเก็บรักษาศิลาจารึก โบราณวัตถุ และเอกสารสำคัญเกี่ยวกับอาณาจักรจ๊กก๊กจำนวนมาก ทำให้มีคุณค่าทั้งด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี และวัฒนธรรม

ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด

ไฮไลต์อันดับแรกคือ วิหารขงเบ้ง ซึ่งประดิษฐานรูปหล่อของขงเบ้งในชุดอัครมหาเสนาบดี พร้อมบรรยากาศที่สง่างามและเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาสักการะเพื่อขอพรด้านสติปัญญา การศึกษา และความสำเร็จในการทำงาน

วิหารเล่าปี่ เป็นอีกจุดสำคัญที่สะท้อนแนวคิดเรื่องคุณธรรม ความเมตตา และความเป็นผู้นำ ภายในมีรูปปั้นของเล่าปี่พร้อมพระมเหสีและพระโอรส

กำแพงแดง (Red Wall) เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดของวัด ด้วยกำแพงสีแดงเข้มที่ทอดยาวเคียงกับต้นไผ่และต้นไซเปรส กลายเป็นภาพจำของวัดอู่โหวที่ปรากฏในหนังสือและสื่อท่องเที่ยวจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนสีจะยิ่งสวยงามเป็นพิเศษ

อีกจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาดคือ สุสานฮุ่ยหลิง (Huiling Mausoleum) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ฝังพระศพของเล่าปี่ แม้โครงสร้างที่เห็นในปัจจุบันจะผ่านการบูรณะหลายครั้ง แต่ยังคงได้รับความเคารพจากชาวจีนจำนวนมาก

หลังจากเที่ยววัดอู่โหวแล้ว สามารถเดินต่อไปยัง ถนนโบราณจิ๋นหลี่ (Jinli Ancient Street) ที่อยู่ติดกัน เพื่อชิมอาหารเสฉวน ซื้อของที่ระลึก และสัมผัสบรรยากาศเมืองโบราณได้อย่างสะดวก

ควรเผื่อเวลาสำหรับการเที่ยวชมประมาณ 2–3 ชั่วโมง

เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว

วัดอู่โหวสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงที่เหมาะที่สุดคือฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) เพราะอากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินชมพื้นที่กลางแจ้ง

ช่วงเช้าเป็นเวลาที่เงียบสงบ นักท่องเที่ยวยังไม่มาก เหมาะสำหรับการสักการะและถ่ายภาพ ส่วนช่วงเย็นสามารถเดินต่อไปยังถนนจิ๋นหลี่ที่เริ่มเปิดไฟสวยงามได้อย่างลงตัว

ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการเกี่ยวกับเวลาเปิด–ปิด ค่าเข้าชม และกิจกรรมพิเศษในช่วงเทศกาลก่อนเดินทาง

วัดอู่โหว เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีนที่รวบรวมเรื่องราวของยุคสามก๊กไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ไม่เพียงเป็นสถานที่รำลึกถึงขงเบ้งและเล่าปี่ แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการเรียนรู้คุณค่าของความซื่อสัตย์ ปัญญา และความเสียสละ ซึ่งเป็นอุดมคติที่ชาวจีนยกย่องมานานกว่าพันปี สำหรับผู้ที่เดินทางมาเฉิงตู วัดอู่โหวเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เพราะสามารถสัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม และบรรยากาศของยุคสามก๊กได้ในสถานที่เดียว อีกทั้งยังสามารถเดินเที่ยวต่อไปยังถนนโบราณจิ๋นหลี่ได้อย่างสะดวก ทำให้เป็นหนึ่งในเส้นทางท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบที่สุดของนครเฉิงตู

#WuhouTemple #WuhouShrine #ZhugeLiang #ThreeKingdoms #LiuBei #Chengdu #Sichuan #Jinli #ChinaTravel #เที่ยวเฉิงตู #เที่ยวเสฉวน #เที่ยวจีน #สามก๊ก #iok2uTravel #TravelChina

.

-------------------------

ที่มา

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวจีน (Travel China)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

-

-

-

.

-------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward