ดินแดนแห่งจักรพรรดิและเส้นทางสายไหม: เผยความลับแห่งซีอาน นครโบราณอันยิ่งใหญ่
ณ ใจกลางแผ่นดินใหญ่จีน มีนครแห่งหนึ่งยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางกาลเวลา นครที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าขาน ตำนาน และมรดกทางอารยธรรมอันล้ำค่า ซีอาน หรือที่รู้จักกันในนามเดิมว่า ฉางอาน เมืองหลวงโบราณที่เคยเป็นหัวใจของอาณาจักรจีนหลายยุคสมัย เป็นดั่งประตูบานใหญ่ที่เปิดสู่โลกอดีตอันรุ่งเรือง ที่ซึ่งกองทัพทหารดินเผาเฝ้ารอคอยจักรพรรดิองค์แรกอย่างภักดี กำแพงเมืองโบราณโอบล้อมเรื่องราวของผู้คนหลายศตวรรษ และเส้นทางสายไหมได้ถักทอสายสัมพันธ์ระหว่างตะวันออกและตะวันตกเข้าไว้ด้วยกัน การเดินทางสู่ซีอานไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยว หากแต่เป็นการผจญภัยสู่ห้วงเวลาอันมหัศจรรย์ การค้นพบความงดงามของประวัติศาสตร์ และการชื่นชมภูมิปัญญาอันยิ่งใหญ่ของบรรพบุรุษ
เมื่อย่างเท้าเข้าสู่ซีอาน คุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอารยธรรมที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัว ตรอกซอกซอยที่คึกคักในย่านมุสลิมจะเชื้อเชิญให้คุณลิ้มลองรสชาติอาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่เจดีย์ห่านป่าใหญ่ยืนตระหง่านบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวไกลของพระถังซัมจั๋ง สถาปัตยกรรมที่หลากหลายตั้งแต่เจดีย์พุทธไปจนถึงมัสยิดโบราณ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงการหลอมรวมทางวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นบนเส้นทางสายไหมอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ซีอานจึงเป็นมากกว่าเมือง แต่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิตที่เชิญชวนให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับมนต์เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังคงเปล่งประกายมาจนถึงปัจจุบัน
ดินแดนแห่งนี้เป็นจุดกำเนิดของอาณาจักรที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เป็นที่ประจักษ์ถึงความมุ่งมั่น ความคิดสร้างสรรค์ และความยิ่งใหญ่ของชนชาติจีน กองทัพทหารดินเผาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผืนดินมานานกว่าสองพันปี เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความอุตสาหะและการวางแผนอันซับซ้อนของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่ต้องการสร้างอาณาจักรหลังความตายที่มั่นคงไม่แพ้อาณาจักรบนโลกมนุษย์ ทุกๆ รายละเอียดของรูปปั้นทหารดินเผา ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า เครื่องแต่งกาย หรืออาวุธ ล้วนสะท้อนให้เห็นถึงความปราณีตและศิลปะที่เหนือชั้นของผู้คนในยุคนั้น ราวกับว่าพวกเขายังคงมีชีวิตและพร้อมที่จะปกป้ององค์จักรพรรดิอยู่ตลอดเวลา
ซีอานจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ใฝ่หาการเดินทางที่เต็มไปด้วยความรู้ แรงบันดาลใจ และความประทับใจ การสำรวจเมืองหลวงโบราณแห่งนี้คือการเปิดหน้าต่างสู่ประวัติศาสตร์โลกที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอารยธรรม การได้เดินบนกำแพงเมืองที่เคยเป็นป้อมปราการอันแข็งแกร่ง การได้ชื่นชมสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจง และการได้สัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนที่สืบทอดวัฒนธรรมอันยาวนาน จะทำให้คุณรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไป และเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ที่ซีอานได้เก็บงำไว้ การมาเยือนซีอานคือการเดินทางที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำไปตลอดกาล ด้วยความรู้สึกตื่นตาตื่นใจในความยิ่งใหญ่ของอดีต และความชื่นชมในมรดกที่ยังคงมีชีวิตชีวา
สถานที่ตั้งและภูมิศาสตร์
ซีอานตั้งอยู่ในมณฑลส่านซี ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน เป็นศูนย์กลางทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญในที่ราบกวนจง ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึงที่ถูกหล่อหลอมโดยแม่น้ำและลำธารแปดสายที่ไหลผ่าน พื้นที่ทางใต้ของเมืองโอบล้อมด้วยเชิงเขาทางตอนเหนือของเทือกเขาฉินหลิง (Qinling Mountains) ซึ่งเป็นแนวเทือกเขาสำคัญที่แบ่งประเทศจีนออกเป็นสองส่วน ในขณะที่แม่น้ำเว่ยไหลผ่านทางตอนเหนือ ทำให้ซีอานมีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ได้เปรียบ ล้อมรอบด้วยน้ำและเนินเขาอันงดงาม และมีระดับความสูงเฉลี่ย 400 เมตรจากระดับน้ำทะเล ภูเขาหัวซาน (Hua Shan) หนึ่งในห้าภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของเต๋าในประเทศจีน ตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันออกประมาณ 100 กิโลเมตร ส่วนที่ราบสูงโลเอสก็อยู่ไม่ไกลจากทางเหนือ
ภูมิอากาศของซีอานเป็นแบบกึ่งมรสุม มีความแตกต่างของสี่ฤดูที่ชัดเจน ฤดูร้อนจะร้อนและชื้น ฤดูหนาวจะหนาวเย็นและแห้งแล้ง ส่วนฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะมีอากาศแห้ง ปริมาณน้ำฝนส่วนใหญ่ของปี โดยเฉลี่ยประมาณ 553 มิลลิเมตร จะตกในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนตุลาคม ในฤดูหนาวอาจมีหิมะตกบ้างแต่ก็ไม่ค่อยตกค้างนานนัก เดือนมีนาคมและเมษายนเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และมักเกิดพายุฝุ่น ในขณะที่ช่วงฤดูร้อนมักมีพายุฝนฟ้าคะนองสั้นๆ เกิดขึ้นบ่อยครั้ง อุณหภูมิเฉลี่ยรายเดือนอยู่ระหว่างเกือบจุดเยือกแข็งในเดือนมกราคมถึง 26.6 องศาเซลเซียสในเดือนกรกฎาคม โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 13.7 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสุดขีดที่เคยบันทึกได้คือตั้งแต่ -20.6 องศาเซลเซียส ถึง 42.9 องศาเซลเซียส
ประวัติศาสตร์
ซีอาน (Xi'an) เมืองราชธานีโบราณ หรือ ฉางอาน ในอดีต เป็นนครที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 6,000 ปี โดยมีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนไปถึงมนุษย์หลันเถียนเมื่อประมาณ 800,000 ปีก่อน แต่ความสำคัญในฐานะเมืองหลวงเริ่มก่อร่างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 ก่อนคริสตกาล เมื่อราชวงศ์โจวตะวันตกได้สถาปนาเมืองหลวงขึ้นที่เฟิงและเฮ่า ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของซีอานในปัจจุบัน หลังจากที่จีนรวมเป็นหนึ่งภายใต้จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฉิน (221–206 ปีก่อนคริสตกาล) เมืองหลวงได้ย้ายไปที่เสียนหยาง ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของซีอาน และในช่วงเวลานี้เองที่จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ได้มีพระบัญชาให้สร้างกองทัพทหารดินเผาอันโด่งดัง ซึ่งปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก และถือเป็นการค้นพบทางโบราณคดีที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งในศตวรรษที่ 20
ต่อมาในยุคราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสตกาล – ค.ศ. 220) รัฐบาลได้ตั้งฐานที่มั่นอยู่ในฉางอาน และในช่วงเวลานี้เองที่ซีอานได้เจริญรุ่งเรืองในฐานะจุดเริ่มต้นของเส้นทางสายไหม ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าสำคัญที่เชื่อมโยงจีนโบราณกับเอเชียกลางและประเทศในยุโรป นครแห่งนี้ยังคงเป็นศูนย์กลางทางการเมืองและวัฒนธรรมที่สำคัญผ่านราชวงศ์ต่างๆ รวมถึงราชวงศ์สุยและถัง ภายใต้ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618-904) ฉางอานได้กลายเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดและมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดในโลก ดึงดูดผู้คนจากทั่วเอเชียและไกลออกไป และเป็นต้นแบบสำหรับการออกแบบเมืองด้วยผังเมืองที่ยิ่งใหญ่และสมมาตร สถานที่สำคัญอย่างเจดีย์ห่านป่าใหญ่ ซึ่งเป็นวัดทางพุทธศาสนา ก็ถูกสร้างขึ้นในยุคนี้
หลังจากการล่มสลายของราชวงศ์ถัง บทบาทของซีอานในฐานะเมืองหลวงของจีนก็สิ้นสุดลง แม้ว่าเมืองจะยังคงรักษาความสำคัญในฐานะศูนย์กลางการค้าตามเส้นทางสายไหม ราชวงศ์หมิง (ค.ศ. 1368-1644) ได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นซีอาน ซึ่งหมายถึง "สันติภาพตะวันตก" และสร้างกำแพงเมืองใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงตั้งตระหง่านมาจนถึงทุกวันนี้ และเมื่อไม่นานมานี้ ซีอานยังมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์จีนยุคใหม่กับเหตุการณ์ซีอานในปี ค.ศ. 1936 ซึ่งนำไปสู่การรวมตัวกันของพรรคก๊กมินตั๋งและพรรคคอมมิวนิสต์จีนเพื่อต่อต้านผู้รุกรานชาวญี่ปุ่นในช่วงสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ก่อนที่เมืองจะได้รับการปลดปล่อยโดยกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1949
ตำนานและความสำคัญ
ซีอาน ได้รับการขนานนามว่าเป็น "เมืองแห่งนิรันดร์" ซึ่งมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างยิ่งในฐานะหนึ่งในเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของจีนและเป็นศูนย์กลางที่สำคัญตลอดประวัติศาสตร์จีน เมืองนี้เคยเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ที่สำคัญหลายแห่ง เช่น โจวตะวันตก, ฉิน, ฮั่นตะวันตก, สุย และถัง และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสี่เมืองหลวงโบราณที่ยิ่งใหญ่ของจีน ความสำคัญทางวัฒนธรรมของซีอานเกิดจากหลายแง่มุมที่สำคัญและโดดเด่นอย่างยิ่ง
ซีอาน เป็นที่ตั้งของสมบัติทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์ที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ กองทัพทหารดินเผาของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ ตำนานเล่าขานว่าหลังจากที่จักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ทรงรวมแผ่นดินจีนได้สำเร็จ พระองค์ทรงหมกมุ่นกับการแสวงหาความเป็นอมตะ และเมื่อตระหนักว่าสิ่งนั้นเป็นไปไม่ได้ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริให้สร้างอาณาจักรใต้ดินอันยิ่งใหญ่ เพื่อปกป้องพระองค์ในโลกหลังความตาย กองทัพนี้ประกอบด้วยรูปปั้นทหาร ดินเผาขนาดเท่าคนจริง ม้า และรถม้ากว่า 8,000 ตัว แต่ละตัวมีใบหน้าที่แตกต่างกันออกไป แสดงถึงความปราณีตและศิลปะที่เหนือชั้นของช่างฝีมือในยุคราชวงศ์ฉิน การค้นพบในปี ค.ศ. 1974 โดยชาวนาท้องถิ่น ได้เผยให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบราณและเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อในชีวิตหลังความตายของจักรพรรดิผู้เกรียงไกรนี้ รูปปั้นทหารดินเผาแต่ละตัวมีความสูงโดยเฉลี่ย 1.80-1.95 เมตร และมีรายละเอียดเครื่องแต่งกายและทรงผมที่บ่งบอกถึงยศตำแหน่งอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ซีอานยังเป็นจุดเริ่มต้นทางตะวันออกของเส้นทางสายไหมโบราณ เส้นทางการค้าสำคัญที่อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสินค้า แนวคิด วัฒนธรรม และศาสนาอันหลากหลายระหว่างจีนกับโลกตะวันตก เอเชียกลาง และตะวันออกกลาง นี่นำไปสู่ภูมิทัศน์ทางชาติพันธุ์และศาสนาที่หลากหลายภายในเมือง รวมถึงวัฒนธรรมมุสลิมที่โดดเด่น ซึ่งมีรากฐานมาจากพ่อค้าชาวเปอร์เซียและอัฟกันในศตวรรษที่ 7 เมืองนี้ยังเป็นศูนย์กลางที่สำคัญสำหรับการศึกษาพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์และนักแปลชาวพุทธที่สำคัญอาศัยอยู่ที่นี่ เจดีย์ห่านป่าใหญ่ ซึ่งสร้างขึ้นในราชวงศ์ถัง มีความสูงประมาณ 64.5 เมตร สร้างขึ้นเพื่อเก็บพระไตรปิฎกที่พระถังซัมจั๋งนำกลับมาจากอินเดีย และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของพุทธศาสนาและซีอานมาจนถึงปัจจุบัน
ซีอานยังเป็นที่ตั้งของกำแพงเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งสร้างขึ้นในราชวงศ์หมิง มีความสูง 12 เมตร กว้าง 12-14 เมตร และยาว 14 กิโลเมตร และโครงสร้างทางประวัติศาสตร์อื่นๆ เช่น หอระฆังและหอกลอง รวมถึงมัสยิดใหญ่ซีอาน ซึ่งสร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 742 แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานสถาปัตยกรรมเอเชียและอิสลามอย่างน่าสนใจ ซีอานเป็นเมืองที่มีหลายเชื้อชาติ เป็นที่อยู่ของกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 56 กลุ่มของจีน โดยมีประชากรชาวหุยและชาวแมนจูจำนวนมาก วัฒนธรรมพื้นบ้านของซีอานอุดมไปด้วยมรดกที่จับต้องไม่ได้ รวมถึงงิ้ว ดนตรีกลอง และการเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงมรดกทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งและรูปแบบศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมซีอานคือ ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคมถึงพฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายนถึงพฤศจิกายน)
-
ฤดูใบไม้ผลิ: อากาศอบอุ่นสบาย เหมาะสำหรับการสำรวจสถานที่ทางประวัติศาสตร์และกิจกรรมกลางแจ้ง ดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง แม้ว่าบางครั้งอาจมีพายุฝุ่นเกิดขึ้นได้บ้าง
-
ฤดูใบไม้ร่วง: อากาศแจ่มใส ท้องฟ้าเป็นสีคราม อุณหภูมิปานกลาง และใบไม้เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทองและแดงในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ทำให้ทัศนียภาพงดงามเป็นพิเศษ
-
ฤดูร้อน (กรกฎาคมถึงสิงหาคม) จะมีอากาศร้อนและชื้น ส่วนฤดูหนาว (ธันวาคมถึงกุมภาพันธ์) จะหนาวเย็นและแห้งแล้ง และอาจมีหิมะตกได้ ช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ช่วงเทศกาลตรุษจีน และวันหยุดวันชาติจีน ถือเป็นช่วงพีคซีซัน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะหนาแน่นกว่าปกติและราคาที่พักอาจสูงขึ้น
ซีอาน นครโบราณแห่งนี้ เป็นดั่งขุมทรัพย์แห่งประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่รอคอยการค้นพบจากนักเดินทางผู้เปี่ยมด้วยใจรักการผจญภัย ทุกย่างก้าวบนผืนแผ่นดินซีอานคือการเดินทางย้อนเวลาสู่ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ ที่ซึ่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้สร้างอาณาจักรอันเป็นนิรันดร์และกองทัพทหารดินเผาได้ถือกำเนิดขึ้น การได้ยืนอยู่หน้ากองทัพทหารดินเผาอันน่าเกรงขาม การได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองโบราณที่โอบล้อมเรื่องราวมากมาย และการได้ดื่มด่ำกับวัฒนธรรมอันหลากหลายในย่านมุสลิม ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มความรู้สึกอัศจรรย์ใจและแรงบันดาลใจ
ซีอาน คือ บทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของมนุษย์ในการสร้างสรรค์และอนุรักษ์มรดกที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงมอบความรู้ทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเปิดโลกทัศน์ให้เห็นถึงความงดงามของอารยธรรมที่แตกต่างและผสมผสานกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ห่านป่าใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวพระถังซัมจั๋ง หรือมัสยิดใหญ่ซีอานที่สะท้อนการหลอมรวมทางวัฒนธรรม ทุกสิ่งล้วนเชื้อเชิญให้เราได้ชื่นชมและเรียนรู้ ดังนั้น การมาเยือนซีอานไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่เป็นการแสวงหาความจริงในอดีต การเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งจักรวรรดิ และการเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันล้ำค่าที่จะคงอยู่ในความทรงจำไปตราบนานเท่านาน ดินแดนแห่งนี้จะยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม เป็นประจักษ์พยานแห่งกาลเวลา และเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้คนทั่วโลกที่ใฝ่ฝันถึงการผจญภัยในอารยธรรมโบราณอันยิ่งใหญ่แห่งซีอาน.
.
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u
-------------------------

