ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) อินชอน ประเทศเกาหลีใต้
แผนที่ https://maps.app.goo.gl/deSWMLLfm5hWAGJR7
ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) เขตจุง เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ การเดินทางสำรวจโลกใบนี้มักนำพาเราไปสู่สถานที่ที่ซ่อนเร้นเรื่องราวอันล้ำค่า และ ณ ใจกลางเมืองอินชอน (Incheon) ประเทศเกาหลีใต้ มีอัญมณีแห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่รอคอยการค้นพบ นั่นคือ "ภูเขาวอลมี" หรือ วอลมีซาน (Wolmi Mountain) ที่แม้จะมีความสูงเพียง 108 เมตร แต่กลับเป็นขุนเขาที่โอบอุ้มเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงจากสมรภูมิสำคัญในประวัติศาสตร์ สู่สวนสาธารณะเชิงนิเวศและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองในปัจจุบัน การมาเยือนภูเขาวอลมีจึงไม่ใช่แค่การเดินป่า แต่คือการเดินทางผ่านกาลเวลา สัมผัสร่องรอยอดีต และดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามที่เปิดกว้างสู่ทะเลเหลือง (Yellow Sea)
ภูเขาวอลมี มีสถานะเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารมานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty) ที่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการป้องกันทางทะเล ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสมรภูมิสำคัญในความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเปิดเมืองท่าของเกาหลี อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดที่จารึกชื่อภูเขาวอลมีไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก คือวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เมื่อมันกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการยกพลขึ้นบกอินชอน (Incheon Landing Operation) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการโครไมต์" (Operation Chromite) ปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกอันห้าวหาญภายใต้การนำของนายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ (General Douglas MacArthur) แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปลี่ยนกระแสของสงครามเกาหลีไปอย่างสิ้นเชิง โดยภูเขาวอลมีซึ่งมีฉายาว่า "หาดกรีนบีช" (Green Beach) นี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของปฏิบัติการ เนื่องจากยอดเขาสามารถมองเห็นเส้นทางทางทะเลสู่ท่าเรืออินชอนได้อย่างชัดเจน
ภายหลังสงครามเกาหลี ภูเขาวอลมี และพื้นที่โดยรอบ ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตทหารหวงห้ามเป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งการจำกัดการเข้าถึงของสาธารณชนนี้ ได้กลายเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติของภูเขาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ป่าไม้และสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดยังคงเจริญงอกงาม โดยปราศจากการรบกวนจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของเมืองอินชอน จนกระทั่งในที่สุด เมื่อกองทัพได้ย้ายออกจากพื้นที่ ภูเขาแห่งนี้ก็ได้รับการส่งคืนสู่สาธารณะในปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) และได้รับการเนรมิตให้กลายเป็น "สวนสาธารณะวอลมี" (Wolmi Park) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ได้มาบรรจบกันอย่างลงตัว
จุดเด่นของสถานที่
ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง และมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีอันงดงาม แม้ความสูงเพียง 108 เมตร อาจไม่เทียบเท่าภูเขาสูงใหญ่ แต่กลับมอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า ภูเขาสีเขียวแห่งประวัติศาสตร์: ด้วยความที่เคยเป็นเขตหวงห้ามทางทหารเป็นเวลากว่าห้าทศวรรษ ระบบนิเวศของภูเขาจึงได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม กลายเป็นบ้านของพืชพรรณหลากหลายชนิด เช่น ต้นสนทะเล ต้นซากุระป่า และต้นโอ๊ก รวมถึงสัตว์ป่าอย่างตัวแรคคูน กวางเอลค์ และนกหัวขวานนานาชนิด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ "ต้นไม้ผู้รอดชีวิตจากสงคราม" (War-damaged trees) ซึ่งเป็นต้นไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปีที่ยังคงยืนหยัดหลังการถูกระดมยิงทางเรือในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) โดยยังคงปรากฏร่องรอยบาดแผล อาทิ ลำต้นที่ฉีกขาด หรือเศษกระสุนที่ฝังอยู่ในราก เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติที่บอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงของสงคราม ห้องเรียนธรรมชาติและวัฒนธรรม: ภูเขาวอลมีทำหน้าที่เป็นเสมือน "ห้องเรียนธรรมชาติ" ที่ซึ่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านของเกาหลีใต้จาก "ความเจ็บปวดจากสงคราม" สู่สังคมที่สงบสุขและทันสมัย ภายในสวนสาธารณะมี
สวนเกาหลีแบบดั้งเดิม (Traditional Korean Garden) ที่จำลองแบบมาจากสวนของพระราชวังในยุคโชซอน รวมถึง "สวนพระราชวัง" (Palace Garden) ที่จำลองสระน้ำบูยองจี (Buyongji Pond) จากพระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ที่งดงามของเกาหลีในอดีตอย่างชัดเจน
กิจกรรมน่าสนใจเมื่อมาเยือน
การมาเยือนภูเขาวอลมีมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การดื่มด่ำกับธรรมชาติและทัศนียภาพอันตระการตา ไปจนถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และความสนุกสนานในแบบเกาหลี
หอสังเกตการณ์วอลมี (Wolmi Observatory): ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 108 เมตร หอสังเกตการณ์แห่งนี้มีความสูง 23 เมตร เป็นอาคารกระจกสามชั้นที่เปิดมุมมอง 360 องศา พาคุณไปสู่ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของท่าเรืออินชอน สะพานอินชอน และผืนน้ำกว้างใหญ่ของทะเลเหลือง รวมถึงเกาะต่างๆ ที่รายล้อม หอสังเกตการณ์แห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งยามเย็น บรรยากาศภายในยังมีคาเฟ่และห้องสมุดขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนและเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์
สวนเกาหลีแบบดั้งเดิม (Wolmi Traditional Garden): สวนที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันแห่งนี้ เป็นดั่งโอเอซิสแห่งความสงบที่นำเสนอภูมิทัศน์แบบเกาหลีดั้งเดิมอันงดงาม จุดเด่นคือ "สวนพระราชวัง" ที่จำลองสระน้ำบูยองจีและสระน้ำแอคยอนจี (Aeyeonji) จากพระราชวังชางด็อกกุง และ "สวนส่วนตัว" ที่มีบ้านหลังคามุงจากแบบโบราณที่เรียกว่า ยางจินดัง (Yangjindang) ซึ่งเป็นเรือนพักของปราชญ์ในศตวรรษที่ 17 รวมถึงลำธารจำลองและแปลงนาข้าว นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมเล่นเกมพื้นเมืองฟรี หรือเช่าชุดฮันบก (Hanbok) เพื่อถ่ายภาพในบรรยากาศย้อนยุค
รถไฟทะเลวอลมี (Wolmi Sea Train): รถไฟโมโนเรลเพื่อการท่องเที่ยวที่ยาวที่สุดของเกาหลีใต้ ด้วยระยะทาง 6.1 กิโลเมตร วิ่งวนรอบเกาะ มอบมุมมองจากที่สูงของภูเขา ประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ของท่าเรือ และ "ภาพจิตรกรรมฝาผนังไซโล" (Silo Mural) ซึ่งได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและได้ชมทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป
พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การอพยพของเกาหลี (Museum of Korea Emigration History): ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเชิงเขา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของชาวเกาหลีกลุ่มแรกที่อพยพจากอินชอนไปยังฮาวายในปี ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) เป็นการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐานและวัฒนธรรมของชาวเกาหลี
สวนสนุกวอลมีและถนนวัฒนธรรม (Wolmi Theme Park & Cultural Street): บริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของถนนวัฒนธรรมที่คึกคักไปด้วยชีวิตชีวา ยามค่ำคืนจะเต็มไปด้วยแสงสี เสียงดนตรี และกลิ่นอายของอาหารทะเลสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูหอยย่างที่ขึ้นชื่อ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับร้านอาหารทะเล ดนตรีการแสดงข้างถนน และเครื่องเล่นสุดคลาสสิกอย่าง "ดิสโก้แพงแพง" (Disco Pang Pang) ที่สวนสนุกวอลมี ซึ่ง Lonely Planet เปรียบเทียบว่าเป็น "ทางเดินริมทะเลสไตล์โคนีย์ไอส์แลนด์"
ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) ไม่ใช่เพียงแค่ภูเขาเล็กๆ บนเกาะวอลมีโด (Wolmido Island) แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของประวัติศาสตร์ ความงามอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความรุ่มรวยของวัฒนธรรมเกาหลีได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากสมรภูมิที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ในอดีต สู่สวนสาธารณะที่มอบความสงบสุขและความบันเทิงในปัจจุบัน การมาเยือนที่นี่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ การเรียนรู้ และความซาบซึ้งใจ ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและงดงามของเกาหลีใต้
#iok2utravel #WolmiMountain #Wolmisan #Incheon #SouthKorea #KoreanWarHistory #IncheonLanding #WolmiPark #KoreanTraditionalGarden #WolmiSeaTrain
.
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u
-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
20231115 สนามบินอินชอล (Incheon International Airport) โซล
https://photos.app.goo.gl/6NmeEqToWm13XcRK8
-------------------------
20231115 สนามบินอินชอล (Incheon International Airport) โซล
https://photos.app.goo.gl/6NmeEqToWm13XcRK8
-------------------------


