iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountainอินชอน ประเทศเกาหลีใต้

 

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/deSWMLLfm5hWAGJR7

ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) เขตจุง เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ การเดินทางสำรวจโลกใบนี้มักนำพาเราไปสู่สถานที่ที่ซ่อนเร้นเรื่องราวอันล้ำค่า และ ณ ใจกลางเมืองอินชอน (Incheon) ประเทศเกาหลีใต้ มีอัญมณีแห่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่รอคอยการค้นพบ นั่นคือ "ภูเขาวอลมี" หรือ วอลมีซาน (Wolmi Mountain) ที่แม้จะมีความสูงเพียง 108 เมตร แต่กลับเป็นขุนเขาที่โอบอุ้มเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงจากสมรภูมิสำคัญในประวัติศาสตร์ สู่สวนสาธารณะเชิงนิเวศและวัฒนธรรมอันรุ่งเรืองในปัจจุบัน การมาเยือนภูเขาวอลมีจึงไม่ใช่แค่การเดินป่า แต่คือการเดินทางผ่านกาลเวลา สัมผัสร่องรอยอดีต และดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันงดงามที่เปิดกว้างสู่ทะเลเหลือง (Yellow Sea)

ภูเขาวอลมี มีสถานะเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางการทหารมานานหลายศตวรรษ ตั้งแต่ยุคราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty) ที่ถูกใช้เป็นศูนย์กลางการป้องกันทางทะเล ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 พื้นที่แห่งนี้ยังเป็นสมรภูมิสำคัญในความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นและรัสเซีย ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการเปิดเมืองท่าของเกาหลี อย่างไรก็ตาม จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดที่จารึกชื่อภูเขาวอลมีไว้ในหน้าประวัติศาสตร์โลก คือวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เมื่อมันกลายเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักในการยกพลขึ้นบกอินชอน (Incheon Landing Operation) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ปฏิบัติการโครไมต์" (Operation Chromite) ปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบกอันห้าวหาญภายใต้การนำของนายพล ดักลาส แมคอาเธอร์ (General Douglas MacArthur) แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปลี่ยนกระแสของสงครามเกาหลีไปอย่างสิ้นเชิง โดยภูเขาวอลมีซึ่งมีฉายาว่า "หาดกรีนบีช" (Green Beach) นี้ ถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของปฏิบัติการ เนื่องจากยอดเขาสามารถมองเห็นเส้นทางทางทะเลสู่ท่าเรืออินชอนได้อย่างชัดเจน

ภายหลังสงครามเกาหลี ภูเขาวอลมี และพื้นที่โดยรอบ ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตทหารหวงห้ามเป็นเวลากว่า 50 ปี ซึ่งการจำกัดการเข้าถึงของสาธารณชนนี้ ได้กลายเป็นการอนุรักษ์ระบบนิเวศน์ตามธรรมชาติของภูเขาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ป่าไม้และสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดยังคงเจริญงอกงาม โดยปราศจากการรบกวนจากการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็วของเมืองอินชอน จนกระทั่งในที่สุด เมื่อกองทัพได้ย้ายออกจากพื้นที่ ภูเขาแห่งนี้ก็ได้รับการส่งคืนสู่สาธารณะในปี ค.ศ. 2001 (พ.ศ. 2544) และได้รับการเนรมิตให้กลายเป็น "สวนสาธารณะวอลมี" (Wolmi Park) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ได้มาบรรจบกันอย่างลงตัว

จุดเด่นของสถานที่

ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) โดดเด่นด้วยการผสมผสานระหว่างธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง และมรดกทางวัฒนธรรมเกาหลีอันงดงาม แม้ความสูงเพียง 108 เมตร อาจไม่เทียบเท่าภูเขาสูงใหญ่ แต่กลับมอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่า ภูเขาสีเขียวแห่งประวัติศาสตร์: ด้วยความที่เคยเป็นเขตหวงห้ามทางทหารเป็นเวลากว่าห้าทศวรรษ ระบบนิเวศของภูเขาจึงได้รับการดูแลรักษาไว้อย่างดีเยี่ยม กลายเป็นบ้านของพืชพรรณหลากหลายชนิด เช่น ต้นสนทะเล ต้นซากุระป่า และต้นโอ๊ก รวมถึงสัตว์ป่าอย่างตัวแรคคูน กวางเอลค์ และนกหัวขวานนานาชนิด นักท่องเที่ยวจะได้พบกับ "ต้นไม้ผู้รอดชีวิตจากสงคราม" (War-damaged trees) ซึ่งเป็นต้นไม้เก่าแก่อายุนับร้อยปีที่ยังคงยืนหยัดหลังการถูกระดมยิงทางเรือในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) โดยยังคงปรากฏร่องรอยบาดแผล อาทิ ลำต้นที่ฉีกขาด หรือเศษกระสุนที่ฝังอยู่ในราก เป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติที่บอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงของสงคราม ห้องเรียนธรรมชาติและวัฒนธรรม: ภูเขาวอลมีทำหน้าที่เป็นเสมือน "ห้องเรียนธรรมชาติ" ที่ซึ่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านของเกาหลีใต้จาก "ความเจ็บปวดจากสงคราม" สู่สังคมที่สงบสุขและทันสมัย ภายในสวนสาธารณะมี

สวนเกาหลีแบบดั้งเดิม (Traditional Korean Garden) ที่จำลองแบบมาจากสวนของพระราชวังในยุคโชซอน รวมถึง "สวนพระราชวัง" (Palace Garden) ที่จำลองสระน้ำบูยองจี (Buyongji Pond) จากพระราชวังชางด็อกกุง (Changdeokgung Palace) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงภูมิทัศน์ที่งดงามของเกาหลีในอดีตอย่างชัดเจน 

กิจกรรมน่าสนใจเมื่อมาเยือน

การมาเยือนภูเขาวอลมีมอบประสบการณ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การดื่มด่ำกับธรรมชาติและทัศนียภาพอันตระการตา ไปจนถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ และความสนุกสนานในแบบเกาหลี

หอสังเกตการณ์วอลมี (Wolmi Observatory): ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง 108 เมตร หอสังเกตการณ์แห่งนี้มีความสูง 23 เมตร เป็นอาคารกระจกสามชั้นที่เปิดมุมมอง 360 องศา พาคุณไปสู่ทัศนียภาพอันน่าทึ่งของท่าเรืออินชอน สะพานอินชอน และผืนน้ำกว้างใหญ่ของทะเลเหลือง รวมถึงเกาะต่างๆ ที่รายล้อม หอสังเกตการณ์แห่งนี้เป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่มีชื่อเสียงอย่างยิ่งยามเย็น บรรยากาศภายในยังมีคาเฟ่และห้องสมุดขนาดเล็กให้นักท่องเที่ยวได้พักผ่อนและเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์

สวนเกาหลีแบบดั้งเดิม (Wolmi Traditional Garden): สวนที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันแห่งนี้ เป็นดั่งโอเอซิสแห่งความสงบที่นำเสนอภูมิทัศน์แบบเกาหลีดั้งเดิมอันงดงาม จุดเด่นคือ "สวนพระราชวัง" ที่จำลองสระน้ำบูยองจีและสระน้ำแอคยอนจี (Aeyeonji) จากพระราชวังชางด็อกกุง และ "สวนส่วนตัว" ที่มีบ้านหลังคามุงจากแบบโบราณที่เรียกว่า ยางจินดัง (Yangjindang) ซึ่งเป็นเรือนพักของปราชญ์ในศตวรรษที่ 17 รวมถึงลำธารจำลองและแปลงนาข้าว นักท่องเที่ยวสามารถร่วมกิจกรรมเล่นเกมพื้นเมืองฟรี หรือเช่าชุดฮันบก (Hanbok) เพื่อถ่ายภาพในบรรยากาศย้อนยุค

รถไฟทะเลวอลมี (Wolmi Sea Train): รถไฟโมโนเรลเพื่อการท่องเที่ยวที่ยาวที่สุดของเกาหลีใต้ ด้วยระยะทาง 6.1 กิโลเมตร วิ่งวนรอบเกาะ มอบมุมมองจากที่สูงของภูเขา ประตูระบายน้ำขนาดใหญ่ของท่าเรือ และ "ภาพจิตรกรรมฝาผนังไซโล" (Silo Mural) ซึ่งได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและได้ชมทิวทัศน์ที่แตกต่างออกไป

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การอพยพของเกาหลี (Museum of Korea Emigration History): ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเชิงเขา พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บอกเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของชาวเกาหลีกลุ่มแรกที่อพยพจากอินชอนไปยังฮาวายในปี ค.ศ. 1902 (พ.ศ. 2445) เป็นการเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐานและวัฒนธรรมของชาวเกาหลี

สวนสนุกวอลมีและถนนวัฒนธรรม (Wolmi Theme Park & Cultural Street): บริเวณเชิงเขาเป็นที่ตั้งของถนนวัฒนธรรมที่คึกคักไปด้วยชีวิตชีวา ยามค่ำคืนจะเต็มไปด้วยแสงสี เสียงดนตรี และกลิ่นอายของอาหารทะเลสดใหม่ โดยเฉพาะเมนูหอยย่างที่ขึ้นชื่อ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับร้านอาหารทะเล ดนตรีการแสดงข้างถนน และเครื่องเล่นสุดคลาสสิกอย่าง "ดิสโก้แพงแพง" (Disco Pang Pang) ที่สวนสนุกวอลมี ซึ่ง Lonely Planet เปรียบเทียบว่าเป็น "ทางเดินริมทะเลสไตล์โคนีย์ไอส์แลนด์"

ภูเขาวอลมี (Wolmi Mountain) ไม่ใช่เพียงแค่ภูเขาเล็กๆ บนเกาะวอลมีโด (Wolmido Island) แต่เป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของประวัติศาสตร์ ความงามอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ และความรุ่มรวยของวัฒนธรรมเกาหลีได้อย่างสมบูรณ์แบบ จากสมรภูมิที่พลิกหน้าประวัติศาสตร์ในอดีต สู่สวนสาธารณะที่มอบความสงบสุขและความบันเทิงในปัจจุบัน การมาเยือนที่นี่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ การเรียนรู้ และความซาบซึ้งใจ ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งและงดงามของเกาหลีใต้

#iok2utravel #WolmiMountain #Wolmisan #Incheon #SouthKorea #KoreanWarHistory #IncheonLanding #WolmiPark #KoreanTraditionalGarden #WolmiSeaTrain

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวเกาหลีใต้ (South Korea)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

รวมเรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่ 

20231115 สนามบินอินชอล (Incheon International Airport) โซล

https://photos.app.goo.gl/6NmeEqToWm13XcRK8

.

 -------------------------

20231115 สนามบินอินชอล (Incheon International Airport) โซล

https://photos.app.goo.gl/6NmeEqToWm13XcRK8

.

 -------------------------

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward