iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

 พระราชวังต็อกซูกุง (Deoksugung Palace) จุง โซล เกาหลีใต้

  

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/bYNfkr9v7FVHB1qv8

พระราชวังต็อกซูกุง: มหัศจรรย์แห่งกาลเวลา ณ ใจกลางกรุงโซล

ในใจกลางมหานครโซลที่คึกคักและเต็มไปด้วยแสงสีระยิบระยับของตึกระฟ้าสมัยใหม่ มีอัญมณีล้ำค่าแห่งประวัติศาสตร์ซ่อนตัวอยู่ นั่นคือ "พระราชวังต็อกซูกุง" หรือ Deoksugung Palace สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มอาคารโบราณที่ตั้งตระหง่าน แต่เป็นผืนผ้าใบทางประวัติศาสตร์ที่เล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านอันน่าตื่นตาตื่นใจของเกาหลี จากราชอาณาจักรโชซอนอันเก่าแก่ไปสู่การก่อตั้งจักรวรรดิเกาหลี และความพยายามที่จะโอบรับโลกตะวันตก พระราชวังแห่งนี้คือพยานเงียบที่ได้เห็นทั้งความรุ่งโรจน์ ความโศกเศร้า และความหวังของชาติ

จินตนาการถึงการก้าวข้ามผ่านประตูมหานครที่ทันสมัย เข้าสู่โลกอีกใบที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งอดีต ทุกย่างก้าวบนลานกว้างและทางเดินหินของต็อกซูกุงคือการเดินทางย้อนเวลา ที่ซึ่งสถาปัตยกรรมแบบเกาหลีดั้งเดิมผสมผสานอย่างน่าประหลาดใจกับความสง่างามแบบตะวันตก การผสมผสานที่ไม่เหมือนใครนี้สร้างความประหลาดใจและความชื่นชมให้กับผู้มาเยือน ราวกับว่าอาคารแต่ละหลังกำลังกระซิบเรื่องราวของยุคสมัยที่แตกต่างกันออกไปให้เราได้รับฟัง

การได้สัมผัสกับบรรยากาศของพระราชวังแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นในยามเช้าที่เงียบสงบ แสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องผ่านหมู่ไม้อันร่มรื่น หรือยามค่ำคืนที่ประตูกับอาคารโบราณถูกประดับประดาด้วยแสงไฟอันอบอุ่น ตัดกับแสงนีออนของเมืองใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน เป็นภาพที่สะท้อนถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของอดีตและปัจจุบัน ความเก่าแก่และความทันสมัยที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในกรุงโซล

พระราชวังต็อกซูกุง จึงไม่ใช่แค่จุดหมายปลายทางทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นการผจญภัยทางวัฒนธรรมที่เปิดประตูสู่ความเข้าใจอันลึกซึ้งในจิตวิญญาณของเกาหลี ความยืนหยัด ความงดงาม และความสามารถในการปรับตัวของผู้คนในดินแดนแห่งนี้ ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของตนเองไว้ได้ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ

สถานที่ตั้งและภูมิศาสตร์

พระราชวังต็อกซูกุง ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี ในเขตจุงกู (Jung-gu) เลขที่ 99 Sejong-daero ซึ่งเป็นทำเลที่โดดเด่นและแตกต่างจากพระราชวังอื่น ๆ ในโซลอย่างสิ้นเชิง เพราะตั้งอยู่ ณ หัวมุมสี่แยกที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง ตรงข้ามกับศาลาว่าการกรุงโซล (Seoul City Hall) โดยมีตึกระฟ้าทันสมัยและสถานทูตต่าง ๆ รายล้อมอยู่

ภูมิประเทศโดยรอบเป็นสภาพแวดล้อมแบบเมืองที่มีความหนาแน่นสูง ทำให้พระราชวังแห่งนี้ดูโดดเด่นราวกับโอเอซิสทางประวัติศาสตร์ท่ามกลางความศิวิไลซ์ ตัววังครอบคลุมพื้นที่เพียงประมาณครึ่งหนึ่งของขนาดเดิม เนื่องจากพื้นที่จำนวนมากได้ถูกรื้อถอนไปในช่วงที่ญี่ปุ่นเข้าปกครอง แม้จะมีขนาดเล็กลง แต่ก็ยังคงความงดงามและสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างครบถ้วน ด้านหลังของบริเวณพระราชวังมีเนินสูงเล็กน้อย ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลาจองกวันฮอน (Jeonggwanheon Pavilion) ที่ออกแบบมาเป็นสวนลับและสถานที่หลบพักผ่อนสำหรับจักรพรรดิโคจง

สำหรับสภาพภูมิอากาศของโซลโดยทั่วไปเป็นแบบภาคพื้นทวีป มีสี่ฤดูที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยฤดูร้อนอากาศจะร้อนและชื้น ส่วนฤดูหนาวอากาศหนาวจัดและแห้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อมูลอุณหภูมิที่ระบุเป็นองศาเซลเซียสในรายงานวิจัยนั้น ไม่มีข้อมูลโดยละเอียดที่จะระบุค่าเฉพาะได้ จึงขอแจ้งว่า ไม่มีข้อมูล ส่วนระบบน้ำภายในวังมีสะพานกึมชอนกโย (Geumcheongyo) ซึ่งเคยพาดผ่านลำธาร (ปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นระบบใต้ดินหรือสร้างขึ้นใหม่) และยังมีน้ำพุสไตล์ตะวันตกแห่งแรกในราชวงศ์เกาหลีอีกด้วย

ประวัติศาสตร์

พระราชวังต็อกซูกุง มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเต็มไปด้วยเรื่องราวการพลิกผันที่สำคัญ ซึ่งแตกต่างจากพระราชวังอื่น ๆ ในกรุงโซลอย่างมาก เดิมทีพระราชวังแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของกษัตริย์ หากแต่เริ่มต้นเป็นเพียงคฤหาสน์ส่วนตัวของ องค์ชายวอลซัน (Grand Prince Wolsan) พระเชษฐาของพระเจ้าซองจง

บทบาทของคฤหาสน์แห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงในช่วง สงครามอิมจิน (ค.ศ. 1592) เมื่อกองทัพญี่ปุ่นรุกรานและเผาทำลายพระราชวังหลักทั้งหมดในกรุงโซล รวมถึงพระราชวังคยองบกกุง พระเจ้าซอนโจ เมื่อเสด็จกลับมายังเมืองหลวง ไม่มีพระราชวังใดให้ประทับ จึงทรงกำหนดให้คฤหาสน์ส่วนตัวแห่งนี้เป็นที่ประทับชั่วคราว และพระราชทานนามว่า คยองอุนกุง (Gyeongungung)

ช่วงเวลาที่พระราชวังต็อกซูกุง มีชื่อเสียงมากที่สุดคือในช่วง "สนธยาของราชวงศ์โชซอน" ซึ่งเป็นยุคที่น่าเศร้าและเต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงอย่างมากสำหรับพระราชวังแห่งนี้ ในปี ค.ศ. 1895 หลังจากเหตุการณ์ปลงพระชนม์พระมเหสีมิน โดยกลุ่มมือสังหารชาวญี่ปุ่น พระเจ้าโคจง ทรงหนีภัยไปยังสถานทูตรัสเซียที่อยู่ใกล้เคียง เมื่อพระองค์เสด็จกลับมายังพระราชวังในปี ค.ศ. 1897 ทรงเลือกคยองอุนกุง (ต็อกซูกุง) แทนพระราชวังคยองบกกุงที่ใหญ่กว่า เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานทูตต่างชาติ (อังกฤษ สหรัฐอเมริกา และรัสเซีย) ซึ่งช่วยให้ได้รับความคุ้มครองทางการทูตจากอิทธิพลของญี่ปุ่น และในปีเดียวกันนั้นเอง ที่พระองค์ทรงประกาศการก่อตั้ง จักรวรรดิเกาหลี และทรงประกาศพระองค์เป็นจักรพรรดิ เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของเกาหลีจากประเทศเพื่อนบ้าน

พระราชวังแห่งนี้ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น ต็อกซูกุง (Deoksugung) ในปี ค.ศ. 1907 หลังจากที่ญี่ปุ่นบังคับให้จักรพรรดิโคจงสละราชสมบัติให้กับพระโอรส คือจักรพรรดิซุนจง จักรพรรดิองค์ใหม่ได้ย้ายไปประทับที่พระราชวังชางด็อกกุง และพระราชทานนามแก่พระราชวังแห่งนี้ว่า ต็อกซูกุง ซึ่งแปลว่า "พระราชวังแห่งอายุยืนยาวอันเป็นมงคล" เพื่ออวยพรให้พระราชบิดาทรงมีพระชนมายุยืนยาว ในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่นี่ในการเกษียณอายุที่ถูกบังคับ จักรพรรดิโคจงได้เสด็จสวรรคตภายในกำแพงพระราชวังแห่งนี้ในปี ค.ศ. 1919

ตำนานและความสำคัญ

พระราชวังต็อกซูกุงมีความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างยิ่งในฐานะศูนย์รวมแห่งการบรรจบกันของโลกตะวันออกและตะวันตก เป็นพระราชวังแห่งเดียวในกรุงโซลที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของเกาหลีในการปรับตัวให้ทันสมัยในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านการผสมผสานทางสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนใคร อาคารหลายหลังภายในพระราชวังเป็นตัวแทนที่ชัดเจนของยุคสมัยที่แตกต่างกันและยังคงยืนยงอยู่ตราบจนปัจจุบัน

หนึ่งในความโดดเด่นที่สุดคือ พระที่นั่งซอกโจจอน (Seokjojeon) ซึ่งเป็นอาคารหินสไตล์นีโอคลาสสิกที่ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ สร้างแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1910 อาคารแห่งนี้มีลักษณะคล้ายคฤหาสน์ยุโรปขนาดใหญ่ สะท้อนถึงความพยายามของจักรวรรดิเกาหลี (ค.ศ. 1897–1910) ที่จะแสดงภาพลักษณ์ "ทันสมัย" สู่สายตาโลก ภายในเคยใช้เป็นท้องพระโรงสำหรับเข้าเฝ้าและห้องบรรทมของจักรพรรดิ แม้รายงานจะระบุว่าเป็นอาคารขนาดใหญ่ แต่ ไม่มีข้อมูล ขนาดความสูงหรือความกว้างที่ระบุเป็นเมตรโดยละเอียด สำหรับ พระที่นั่งจุงฮวาจอน (Junghwajeon) นั้น ตรงกันข้ามกับพระที่นั่งซอกโจจอนอย่างสิ้นเชิง เพราะยังคงรักษาสุนทรียศาสตร์แบบโชซอนดั้งเดิมไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยการใช้สี ดันชอง (Dancheong) หรือลวดลายสีสันสดใสแบบเกาหลีโบราณ และหลังคาโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ รายงานวิจัยยัง ไม่มีข้อมูล ขนาดความสูงหรือความกว้างที่ระบุเป็นเมตรสำหรับพระที่นั่งแห่งนี้เช่นกัน

พระราชวังแห่งนี้ยังเป็นสัญลักษณ์ของการก่อตั้ง จักรวรรดิเกาหลี (Daehan Jeguk) โดยจักรพรรดิโคจง ซึ่งทรงย้ายมาประทับที่นี่ในปี ค.ศ. 1897 เพื่ออยู่ใกล้กับสถานทูตต่างชาติ เพื่อแสวงหาความคุ้มครองทางการทูตจากอิทธิพลของญี่ปุ่น และได้ประกาศการกำเนิดของจักรวรรดิเกาหลี ณ ที่แห่งนี้ เพื่อยืนยันความเป็นอิสระของประเทศในช่วงเวลาที่อ่อนไหวทางประวัติศาสตร์

ความสำคัญทางวัฒนธรรมอีกประการหนึ่งคือ "เส้นทางกำแพงหินต็อกซูกุง" หรือ Deoksugung Doldam-gil ซึ่งเป็นถนนยาวประมาณ 900 เมตร (0.9 กิโลเมตร) ที่ทอดยาวเลียบกำแพงพระราชวัง แม้จะเป็นเส้นทางที่โรแมนติกและสวยงามในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นแปะก๊วยเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม แต่ในอดีตมีตำนานเล่าขานติดตลกที่กล่าวว่าคู่รักที่เดินบนเส้นทางนี้ด้วยกันมักจะต้องเลิกรากันไปในที่สุด ถึงกระนั้นเส้นทางนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในจุดที่โรแมนติกที่สุดในกรุงโซลและเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของถนนสมัยใหม่แห่งแรกในเกาหลี

นอกจากนี้ พระราชวังต็อกซูกุงยังมีบทบาทสำคัญในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมผ่าน พิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นกิจกรรมจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก พิธีนี้จัดขึ้นอย่างพิถีพิถันเพื่อให้สอดคล้องกับธรรมเนียมปฏิบัติในศตวรรษที่ 15 ทำให้พระราชวังแห่งนี้เป็นเหมือน "พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต" และยังเป็น "โอเอซิสในเมือง" ที่ตัดกับตึกระฟ้าและชีวิตที่เร่งรีบของกรุงโซลในปัจจุบัน เตือนใจทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยวถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศ จากอาณาจักรที่โดดเดี่ยวสู่มหาอำนาจระดับโลก

จุดเด่นและสถานที่น่าสนใจ

พระราชวังต็อกซูกุง โดดเด่นด้วยการผสมผสานสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ทั้งแบบเกาหลีดั้งเดิมและอาคารหินสไตล์ตะวันตกยุคแรกเริ่มศตวรรษที่ 20 ทำให้การเยี่ยมชมเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยเรื่องราว

1. ประตูแดฮันมุน (Daehanmun Gate) และพิธีเปลี่ยนเวรยาม

ประตูแดฮันมุนเป็นประตูหลักของพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งแตกต่างจากพระราชวังอื่น ๆ ที่มักจะหันหน้าไปทางทิศใต้ ประตูแห่งนี้หันหน้าไปทางทิศตะวันออกสู่ใจกลางเมืองสมัยใหม่ ประตูแห่งนี้เป็นจุดที่สำคัญที่สุดสำหรับการชม พิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นการจำลองพิธีทางทหารของราชวงศ์โชซอนที่เต็มไปด้วยสีสันและเครื่องแต่งกายโบราณอันวิจิตรตระการตา

พิธีนี้จัดขึ้นวันละสามครั้ง คือ เวลา 11:00 น. 14:00 น. และ 15:30 น. (ยกเว้นวันจันทร์) ผู้ชมจะได้เห็นการเดินสวนสนามของทหารที่แต่งกายด้วยชุดโบราณ เครื่องดนตรี และธงอันงดงาม เป็นโอกาสที่หาได้ยากที่จะได้สัมผัสกับประเพณีอันเก่าแก่ของเกาหลีที่ยังคงถูกรักษาไว้ในใจกลางเมืองที่ทันสมัยได้อย่างใกล้ชิด

2. พระที่นั่งจุงฮวาจอน (Junghwajeon Hall)

พระที่นั่งจุงฮวาจอนคือท้องพระโรงหลักของพระราชวัง ซึ่งเป็นสถานที่จัดพิธีการสำคัญ การราชาภิเษกของจักรพรรดิ และการบริหารราชการแผ่นดินในอดีต สถาปัตยกรรมของพระที่นั่งแห่งนี้เป็นแบบโชซอนดั้งเดิมที่งดงาม ด้วยหลังคาหลายชั้นและแพลตฟอร์มหินสองชั้น (วอลแด - Woldae) ที่บ่งบอกถึงความสำคัญของอาคาร

ภายในพระที่นั่งมีเพดานที่ประดับด้วยรูปมังกรคู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจจักรพรรดิ ส่วนภายนอกโดดเด่นด้วยลวดลาย ดันชอง (Dancheong) ที่ละเอียดอ่อนและมีสีสันสดใส ทำให้พระที่นั่งแห่งนี้เป็นตัวอย่างอันยอดเยี่ยมของสถาปัตยกรรมราชสำนักเกาหลีที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและศิลปะอันประณีตในอดีต

3. พระที่นั่งซอกโจจอน (Seokjojeon Hall) (พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จักรวรรดิแดฮัน)

พระที่นั่งซอกโจจอนเป็นอาคารหินสไตล์นีโอคลาสสิกที่สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1910 โดดเด่นอย่างมากด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกที่ตัดกับอาคารไม้แบบเกาหลีดั้งเดิมโดยรอบอย่างสิ้นเชิง ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ G.R. Harding และเคยเป็นท้องพระโรงสำหรับเข้าเฝ้าและห้องบรรทมของจักรพรรดิโคจง

ปัจจุบัน พระที่นั่งซอกโจจอนได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จักรวรรดิแดฮัน (Daehan Empire History Museum) ที่จัดแสดงการตกแต่งภายในสไตล์ตะวันตกที่หรูหราและวัตถุโบราณของจักรวรรดิ หากต้องการเยี่ยมชมภายในพิพิธภัณฑ์ มักจะต้องจองล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวควรวางแผนให้ดี

4. ศาลาจองกวันฮอน (Jeonggwanheon Pavilion)

ศาลาจองกวันฮอนสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1900 เป็นอาคารลูกผสมที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยการผสมผสานเสาโรมาเนสก์สไตล์ตะวันตกเข้ากับลวดลายแบบเกาหลีดั้งเดิม เช่น ค้างคาว กวาง และต้นสน ทำให้เกิดความงามที่แปลกตาและเป็นเอกลักษณ์

ศาลาแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็นสถานที่ที่จักรพรรดิโคจงใช้จัดงานเลี้ยงและเสวยชาหรือกาแฟ เป็นที่กล่าวขานว่าเป็น "คาเฟ่แห่งแรกในเกาหลี" เพราะเป็นจุดที่กาแฟตะวันตกถูกนำเข้ามาสู่ราชสำนักเกาหลีเป็นครั้งแรก แสดงให้เห็นถึงการเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ของเกาหลีในช่วงเวลานั้น

5. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติ (MMCA)

ปีกตะวันตกของอาคารหินที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1938 ปัจจุบันได้ทำหน้าที่เป็นสาขาหนึ่งของ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่และร่วมสมัยแห่งชาติ (MMCA) ที่นี่มีการจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนของศิลปะเกาหลีและศิลปะนานาชาติในศตวรรษที่ 20 ที่หลากหลาย นับเป็นอีกหนึ่งจุดน่าสนใจที่มอบประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่เงียบสงบภายในบริเวณพระราชวัง

การมีพิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ตั้งอยู่ในบริเวณพระราชวังโบราณยิ่งเน้นย้ำถึงลักษณะเฉพาะของต็อกซูกุงที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์อันลึกซึ้งและศิลปะร่วมสมัยไปพร้อมกัน

6. พระที่นั่งซอกออดัง (Seogeodang Hall)

พระที่นั่งซอกออดังเป็นอาคารไม้สองชั้นที่หาได้ยากและมีลักษณะเรียบง่าย เป็นอาคารเดียวในพระราชวังต็อกซูกุง (และเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งในพระราชวังโซลทั้งหมด) ที่ ไม่ได้รับการทาสีด้วยลวดลายดันชอง ทำให้มีรูปลักษณ์ที่ถ่อมตนและกลมกลืนกับธรรมชาติยิ่งขึ้น

ในอดีต พระที่นั่งแห่งนี้เคยเป็นที่ประทับของพระเจ้าซอนโจในช่วงสงครามอิมจิน สะท้อนให้เห็นถึงความเรียบง่ายและประโยชน์ใช้สอยในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากทางประวัติศาสตร์ นับเป็นอาคารที่บอกเล่าเรื่องราวของความอดทนและความเรียบง่ายของราชวงศ์

7. ประตูควังมยองมุน (Gwangmyeongmun Gate) (หอนิทรรศการ)

ประตูควังมยองมุนถูกย้ายและปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์ให้เป็นพื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุทางทหารและวิทยาศาสตร์จากยุคโชซอน ทำให้ประตูแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงทางเข้าออก แต่เป็นหน้าต่างสู่ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในอดีตของเกาหลี

สิ่งของที่ไม่ควรพลาดชมได้แก่ จากยองนู (Jagyeongnu) นาฬิกาน้ำอัตโนมัติอันซับซ้อนจากศตวรรษที่ 15, ระฆังวัดฮึงชอนซา (Heungcheonsa Temple Bell) ระฆังสำริดขนาดใหญ่ที่หล่อขึ้นในปี ค.ศ. 1462 และ ชินกิเจิน (Shingijeon) "ปืนใหญ่จรวด" ที่สามารถยิงลูกธนูได้หลายสิบดอกในคราวเดียว จัดแสดงถึงภูมิปัญญาและนวัตกรรมทางทหารของเกาหลีโบราณได้อย่างน่าประทับใจ

8. เส้นทางกำแพงหินต็อกซูกุง (Deoksugung Stone Wall Path หรือ Deoksugung Doldam-gil)

แม้จะอยู่นอกกำแพงพระราชวังในทางเทคนิค แต่เส้นทางกำแพงหินต็อกซูกุงยาวประมาณ 900 เมตร (0.9 กิโลเมตร) แห่งนี้ ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินที่โรแมนติกและมีชื่อเสียงที่สุดในกรุงโซล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นแปะก๊วยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่ามงดงาม

เส้นทางนี้ยังเป็นที่รู้จักจากตำนานท้องถิ่นที่เล่าขานติดตลกว่าคู่รักที่เดินบนเส้นทางนี้ด้วยกันมักจะต้องเลิกรากันไป แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับการเดินเล่น ถ่ายภาพ และดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบที่ตัดกับความวุ่นวายของเมืองใหญ่ เป็นเส้นทางที่ผสมผสานความงามของธรรมชาติเข้ากับเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว

การเตรียมตัวและคำแนะนำ

การเยี่ยมชมพระราชวังต็อกซูกุงจะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำหากมีการวางแผนที่ดี นี่คือคำแนะนำที่เป็นประโยชน์เพื่อการเดินทางที่ราบรื่นและเต็มไปด้วยความประทับใจ

วิธีการเดินทางและระยะทาง

พระราชวังต็อกซูกุงตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้เข้าถึงได้ง่ายมากด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายที่สุดคือ รถไฟใต้ดินสาย 1 หรือสาย 2 ไปยังสถานี City Hall ใช้ทางออก 2 หรือ 12 ประตูทางเข้าพระราชวังจะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าวจากสถานีนี้ ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็ว

สำหรับระยะทางจากสถานีสำคัญอื่น ๆ เช่น สถานีโซล (Seoul Station) หรือย่านช้อปปิ้งเมียงดง (Myeongdong) แม้ว่ารายงานจะระบุว่าอยู่ในระยะทางที่สามารถเดินถึงได้ แต่ ไม่มีข้อมูล ระยะทางที่ระบุเป็นกิโลเมตรอย่างชัดเจนในรายงานวิจัย อย่างไรก็ตาม หากคุณต้องการเดินชมเมืองจากบริเวณใกล้เคียง ระยะทางโดยประมาณจากเมียงดงไปยังพระราชวังต็อกซูกุงจะอยู่ที่ประมาณ 1.0-1.5 กิโลเมตร และจากสถานีโซลประมาณ 1.5-2.0 กิโลเมตร

การแต่งกายที่เหมาะสมและข้อควรระวัง

ในการเยี่ยมชมพระราชวังและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ควรแต่งกายสุภาพและสวมรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากจะต้องเดินสำรวจเป็นบริเวณกว้าง หากเดินทางในช่วงฤดูหนาว ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ ให้พร้อม เพราะอากาศจะหนาวจัด และในช่วงฤดูร้อนก็ควรเตรียมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี หมวก และร่มกันแดด

พระราชวังต็อกซูกุง มีเวลาทำการ 09:00 – 21:00 น. (เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 20:00 น.) แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ พระราชวังปิดทำการในวันจันทร์ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่นักท่องเที่ยวหลายคนมักจะพลาดไป นอกจากนี้ หากต้องการเข้าชมภายในพระที่นั่งซอกโจจอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์จักรวรรดิแดฮัน ควรจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ทางการ เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเข้าชม

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม

ฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน) เป็นช่วงเวลาที่งดงามที่สุดในการเยี่ยมชม เนื่องจากเส้นทางกำแพงหินต็อกซูกุง Doldam-gil จะเต็มไปด้วยต้นแปะก๊วยที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองอร่าม สร้างทัศนียภาพที่น่าประทับใจสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพ

อีกช่วงเวลาที่แนะนำคือ ยามพลบค่ำหรือตอนกลางคืน พระราชวังต็อกซูกุงเป็นพระราชวังเพียงแห่งเดียวในโซลที่เปิดให้เข้าชมจนถึงเวลา 21:00 น. การมาถึงประมาณ 17:30 น. หรือ 18:00 น. จะทำให้คุณได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมในชั่วโมงสีน้ำเงิน (Blue Hour) และจากนั้นก็จะได้ชมพระราชวังที่สว่างไสวด้วยแสงไฟอย่างสวยงาม ตัดกับตึกระฟ้าอันทันสมัยของกรุงโซลยามค่ำคืน

กิจกรรมและสถานที่ใกล้เคียง

เนื่องจากพระราชวังต็อกซูกุง มีขนาดเล็กกว่าพระราชวังคยองบกกุง คุณสามารถใช้เวลาสำรวจได้ประมาณ 1 ถึง 1.5 ชั่วโมง และสามารถวางแผนรวมการเยี่ยมชมกับสถานที่ใกล้เคียงอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย:

  • ศาลาว่าการกรุงโซล (Seoul City Hall) และ Seoul Plaza: อยู่ฝั่งตรงข้ามถนนโดยตรง

  • พิพิธภัณฑ์ศิลปะโซล (Seoul Museum of Art - SeMA): ตั้งอยู่ด้านหลังพระราชวัง

  • จุดชมวิวจองดง (Jeongdong Observatory): ตั้งอยู่ในอาคาร Seoul City Hall Seosomun Building ที่อยู่ใกล้เคียง ให้ทัศนียภาพมุมสูงที่งดงามของพระราชวังได้ฟรี

หากคุณสวมชุด ฮันบก (Hanbok) ซึ่งเป็นชุดประจำชาติเกาหลี คุณจะได้รับสิทธิ์เข้าชมฟรี และหากคุณวางแผนจะเยี่ยมชมพระราชวังทั้งห้าแห่งในโซล การซื้อ "ตั๋วรวม" ราคา 10,000 วอน (ประมาณ $0.75 USD) จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก รวมถึงสามารถเข้าชม Secret Garden ที่พระราชวังชางด็อกกุงด้วย

พระราชวังต็อกซูกุง ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นตัวแทนแห่งความงดงามที่ผสมผสานระหว่างโลกเก่าและโลกใหม่ได้อย่างลงตัว การเดินทอดน่องไปตามทางเดินหินที่ประดับด้วยใบไม้เปลี่ยนสี การชื่นชมสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานที่น่าทึ่ง และการเป็นพยานในพิธีเปลี่ยนเวรยามของทหารรักษาพระองค์ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มจิตวิญญาณของการผจญภัยและสร้างความประทับใจอันลึกซึ้ง

จากโศกนาฏกรรมแห่งสงครามอิมจินสู่การประกาศจักรวรรดิเกาหลี และการเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก พระราชวังแห่งนี้ได้เป็นพยานถึงบทบาทสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของเกาหลี การที่พระราชวังยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางความวุ่นวายของมหานครโซลในปัจจุบัน ทำให้ต็อกซูกุงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นแรงบันดาลใจที่สะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความปรารถนาที่จะก้าวไปข้างหน้าของชาติ

ทุกมุมของต็อกซูกุงเต็มไปด้วยเรื่องราวที่รอให้คุณมาค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นอาคารไม้ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยเรื่องราวอย่างพระที่นั่งซอกออดัง หรือความโอ่อ่าของพระที่นั่งซอกโจจอนที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบตะวันตก การได้เห็นพระราชวังสว่างไสวในยามค่ำคืนตัดกับแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่ เป็นภาพที่ยากจะลืมเลือน และทำให้เราอดชื่นชมไม่ได้ในความสามารถของเกาหลีที่สามารถหลอมรวมอดีตอันรุ่งโรจน์เข้ากับปัจจุบันอันก้าวหน้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การมาเยือนพระราชวังต็อกซูกุงจึงไม่ใช่แค่การเดินทางท่องเที่ยวธรรมดา แต่เป็นการเดินทางผ่านกาลเวลาสู่ใจกลางวัฒนธรรมเกาหลี ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสถึงจิตวิญญาณแห่งความหวัง ความรุ่งโรจน์ และความงามที่คงอยู่เหนือกาลเวลา นี่คือสถานที่ที่คุณจะออกจากไปพร้อมกับความรู้สึกอิ่มเอมใจ ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และความทรงจำอันล้ำค่าที่ไม่อาจลืมเลือนได้

#Deoksugung #พระราชวังต็อกซูกุง #โซล #เที่ยวโซล #SeoulTravel #KoreaTravel #พระราชวังเกาหลี #Junggu #ประวัติศาสตร์เกาหลี #iok2uTravel

.

-------------------------

ที่มา

-

รวบรวมข้อมูลและรูป

www.iok2u.com

-------------------------

ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่

เที่ยวเกาหลีใต้ (South Korea)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

เรื่องราวการท่องเที่ยว iok2u

-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่ 

.

xxx

yyy

.

 -------------------------

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward