iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) ดานัง เวียดนาม

 

แผนที่ https://maps.app.goo.gl/65dKvrV6uDro6c8BA

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) เขตงูฮันห์เซิน ดานัง ประเทศเวียดนาม ณ ใจกลางเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม มีกลุ่มภูเขาหินปูนและหินอ่อนห้าลูกตั้งตระหง่านราวกับอัญมณีที่ถูกแกะสลักจากผืนแผ่นดิน ภูเขาหินอ่อน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "งูฮันห์เซิน" (Ngũ Hành Sơn) เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณและประวัติศาสตร์ที่สำคัญยิ่ง ซึ่งปรากฏในสิ่งพิมพ์ด้านการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง National Geographic, BBC Travel, และ Lonely Planet อย่างสม่ำเสมอ ในฐานะสถานที่ที่ "ต้องไปเยือน" บนเส้นทางมรดกทางวัฒนธรรมของเวียดนามกลาง ภูเขาเหล่านี้เป็นมากกว่าแค่ภูมิประเทศที่สวยงาม หากแต่เป็นศูนย์รวมของความเชื่อ ตำนาน และประวัติศาสตร์อันยาวนานที่รอให้นักผจญภัยได้มาค้นหา

ภูเขาทั้งห้าลูกนี้ได้รับการตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้าของปรัชญาตะวันออก ได้แก่ ธาตุน้ำ (Thủy Sơn), ธาตุไม้ (Mộc Sơn), ธาตุไฟ (Hỏa Sơn), ธาตุโลหะ (Kim Sơn) และธาตุดิน (Thổ Sơn) ซึ่งแต่ละลูกต่างมีความงามและเรื่องราวเฉพาะตัว ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์และความลึกลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ถ้ำอันกว้างใหญ่ วิหารที่สงบเงียบ และเจดีย์โบราณที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหินอ่อนเป็นเครื่องยืนยันถึงศรัทธาอันแรงกล้าของผู้คนที่สืบทอดกันมานับศตวรรษ หนึ่งในความภาคภูมิใจที่สำคัญคือ "มาญาย" (Ma Nhai) หรือจารึกบนหน้าผาและผนังถ้ำ ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO ในปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ให้เป็นมรดกเอกสารแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ถือเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์ที่หาค่ามิได้

ประวัติและภูมิหลัง

เรื่องราวของภูเขาหินอ่อน เริ่มต้นจากตำนานเก่าแก่ของชาวจาม ซึ่งเล่าขานกันว่ายอดเขาทั้งห้าแห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากเศษเปลือกไข่ของมังกรยักษ์ที่ฟักตัวออกมา แม้จะเป็นเพียงตำนาน แต่ก็สะท้อนถึงความเชื่อและความเคารพที่ผู้คนมีต่อธรรมชาติและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนาน ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา ภูเขาเหล่านี้ได้เป็นพยานของการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์มากมาย ตั้งแต่ยุคจักรพรรดิไปจนถึงช่วงเวลาแห่งสงคราม

ในสมัยจักรพรรดิมิญ หมั่ง (Minh Mạng) แห่งราชวงศ์เหงียน ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พุทธศตวรรษที่ 24) พระองค์ทรงเป็นผู้พระราชทานนามอย่างเป็นทางการว่า "งูฮันห์เซิน" (Ngũ Hành Sơn) และทรงยกระดับความสำคัญของเจดีย์ตามถาย (Tam Thai Pagoda) ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสนสถานสำคัญที่ตั้งอยู่บนภูเขาน้ำ (Thủy Sơn) การตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้าสะท้อนถึงปรัชญาและความเชื่อที่ฝังรากลึกในวัฒนธรรมเวียดนาม และยังคงเป็นหลักสำคัญที่ขับเคลื่อนจิตวิญญาณของสถานที่แห่งนี้

ช่วงเวลาที่สำคัญอีกประการหนึ่งในประวัติศาสตร์ของภูเขาหินอ่อนคือในระหว่างสงครามเวียดนาม (Vietnam War) เครือข่ายถ้ำและอุโมงค์ภายในภูเขาได้กลายเป็นสถานที่หลบภัยลับและโรงพยาบาลสนามสำหรับทหารเวียดกง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากฐานทัพอากาศของอเมริกันและชายหาด "ไชน่าบีช" (China Beach) สถานที่แห่งนี้จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่เต็มไปด้วยเรื่องราวความกล้าหาญและความเสียสละ โดย BBC News ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของทหารผ่านศึกชาวอเมริกันที่กลับมาเยือนเวียดนามและสะท้อนความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูเขาเหล่านี้

สิ่งที่ทำให้ภูเขาหินอ่อนมีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับระดับโลกคือ "มาญาย" (Ma Nhai) ซึ่งเป็นจารึก 78 ชิ้นที่สลักอยู่บนหน้าผาและผนังถ้ำ จารึกเหล่านี้เขียนด้วยอักษรจีนและอักษรโนม (Nom) มีอายุย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 17-19 (พุทธศตวรรษที่ 22-24) และในปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ได้รับการรับรองจาก UNESCO ให้เป็นมรดกเอกสารแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Documentary Heritage of the Asia-Pacific) "มาญาย" ไม่ใช่เพียงแค่ตัวอักษรบนหิน แต่เป็นหน้าต่างที่เปิดไปสู่ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และการเชื่อมโยงทางทะเลของเวียดนามในอดีต ทำให้ภูเขาหินอ่อนไม่ได้เป็นเพียงแค่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นห้องสมุดทางประวัติศาสตร์ขนาดใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวผ่านกาลเวลา

นอกเหนือจากสถานะมรดกเอกสารของ UNESCO แล้ว ภูเขาหินอ่อนยังได้รับการประกาศให้เป็นโบราณสถานแห่งชาติพิเศษ (National Special Relic) โดยรัฐบาลเวียดนามในช่วงปลายปี พ.ศ. 2561 (ค.ศ. 2018) ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงคุณค่าและความสำคัญระดับประเทศ นอกจากนี้ หมู่บ้านแกะสลักหินนอนหนือก (Non Nuoc Stone Carving Village) ที่เชิงเขา ซึ่งมีประวัติยาวนานกว่า 400 ปี ก็ยังได้รับการยอมรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ระดับชาติอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างธรรมชาติ ศิลปะ และประวัติศาสตร์ของชุมชนแห่งนี้

จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว

ภูเขาหินอ่อนประกอบด้วยยอดเขาทั้งห้าที่ตั้งชื่อตามธาตุ ซึ่งแต่ละลูกต่างมีลักษณะเฉพาะตัวและแหล่งน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป แต่ยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ "ภูเขาน้ำ" หรือ ทุยเซิน (Thủy Sơn) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการมาเยือน และเป็นที่ตั้งของวัด ถ้ำ และเจดีย์ส่วนใหญ่

  • ทุยเซิน (Thủy Sơn - ภูเขาน้ำ): เป็นยอดเขาที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้เยี่ยมชมมากที่สุด เสมือนศูนย์กลางของภูเขาหินอ่อน ที่นี่มีเครือข่ายถ้ำ อุโมงค์ และเจดีย์ที่ซับซ้อน สร้างขึ้นโดยพุทธศาสนิกชนนิกายมหายานและกษัตริย์แห่งราชวงศ์เหงียน ผู้มาเยือนสามารถเลือกขึ้นบันไดหินกว่า 156-165 ขั้น หรือใช้ลิฟต์แก้วเพื่อขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้

  • เหม่าเซิน (Mộc Sơn - ภูเขาไม้): มีชื่อเสียงจากก้อนหินอ่อนสีขาวอันเป็นเอกลักษณ์

  • ฮวาเซิน (Hỏa Sơn - ภูเขาไฟ): เป็นยอดเขา "คู่แฝด" (มีสองยอดคือด้านบวกและด้านลบ) และเป็นที่ตั้งของเจดีย์อุงเทียน (Ung Thien Pagoda)

  • คิมเซิน (Kim Sơn - ภูเขาโลหะ/ทอง): โดดเด่นด้วยเจดีย์กวานอัม (Quan Am Pagoda) และถ้ำขนาดใหญ่

  • โถเซิน (Thổ Sơn - ภูเขาดิน): เป็นยอดเขาที่ต่ำที่สุด และมีอุโมงค์ที่เคยใช้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ในช่วงสงครามเวียดนาม

ในบรรดาถ้ำและเจดีย์ต่างๆ ที่ทุยเซิน ถ้ำที่สร้างความประทับใจให้กับนักเดินทางมากที่สุดคือ ถ้ำเหวี่ยนคง (Huyền Không Cave) ซึ่ง Lonely Planet และ BBC Travel ต่างยกย่องว่าเป็นถ้ำที่ "ลึกลับ" และ "เปี่ยมด้วยบรรยากาศ" เมื่อแสงแดดสาดส่องลงมาจากช่องเปิดบนเพดานถ้ำ จะเกิดลำแสงอันศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องลงมายังแท่นบูชาพระพุทธรูปและเทพเจ้าฮินดู สร้างบรรยากาศที่น่าอัศจรรย์และสงบเยือกเย็นราวกับอยู่บนสรวงสวรรค์ ถ้ำแห่งนี้ยังเคยเป็นโรงพยาบาลสนามลับในช่วงสงครามเวียดนามอีกด้วย

ส่วนอีกถ้ำหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือ ถ้ำอัมฝู (Âm Phủ Cave) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ถ้ำนรก" ซึ่งแตกต่างจากถ้ำเหวี่ยนคงอย่างสิ้นเชิง ถ้ำนี้จัดแสดงภาพจำลองอันน่าขนลุกของแนวคิดพุทธศาสนาเกี่ยวกับชีวิตหลังความตาย การพิพากษาบาป และการลงทัณฑ์ในนรกภูมิ ก่อนจะนำไปสู่จุดชมวิวที่สื่อถึง "สวรรค์" ซึ่งมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและชวนให้ครุ่นคิด

นอกจากถ้ำแล้ว ยังมีเจดีย์สำคัญหลายแห่ง เช่น เจดีย์หลินอึง (Linh Ứng Pagoda) หนึ่งในสามเจดีย์หลินอึงอันโด่งดังในดานัง ที่ตั้งอยู่บนยอดทุยเซิน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่วิจิตรบรรจงและลานวัดอันสงบเงียบ และยังมอบทัศนียภาพอันตระการตาของชายฝั่งทะเลจีนใต้และชายหาดหมีเคว (My Khe Beach) ที่ทอดยาวสุดสายตา อีกทั้ง เจดีย์ตามถาย (Tam Thai Pagoda) ก็เป็นอีกหนึ่งศาสนสถานเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบทิวทัศน์ ภูเขาหินอ่อนมอบโอกาสในการชมวิวแบบพาโนรามา 360 องศา จากจุดชมวิวที่ชื่อ หว่องยางได (Vọng Giang Đài) คุณสามารถมองเห็นแม่น้ำโคโค (Cổ Cò River) ที่คดเคี้ยว และจากจุดชมวิว หว่องไหได (Vọng Hải Đài) คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจกับทัศนียภาพของทะเลจีนใต้และชายหาดนอนหนือก (Non Nuoc beach) ซึ่งเป็นวิวที่ National Geographic มักจะกล่าวถึงความงดงามของทิวเขาหินปูนเหล่านี้ที่ผุดขึ้นจากที่ราบชายฝั่งทะเล

ไม่เพียงแค่ความงามทางธรรมชาติและศาสนา ที่เชิงเขาหินอ่อนยังเป็นที่ตั้งของ หมู่บ้านแกะสลักหินนอนหนือก (Non Nuoc Stone Carving Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมโบราณที่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี ช่างฝีมือในหมู่บ้านนี้ยังคงสืบทอดการแกะสลักหินอ่อนที่วิจิตรบรรจง สร้างสรรค์เป็นรูปปั้นและงานศิลปะต่างๆ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชมและเลือกซื้อของที่ระลึก

สิ่งที่ควรทำเมื่อมาเยือน

การเดินทางสู่ภูเขาหินอ่อนเปรียบเสมือนการผจญภัยในดินแดนแห่งความลึกลับและศรัทธา ที่นี่มีกิจกรรมและสถานที่น่าสนใจมากมายที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเอง

  1. สำรวจถ้ำและเจดีย์บนภูเขาน้ำ (Thủy Sơn): นี่คือหัวใจสำคัญของการมาเยือน เริ่มต้นการเดินทางของคุณด้วยการสำรวจเครือข่ายถ้ำและเจดีย์ที่ซับซ้อนบนยอดเขาทุยเซิน คุณจะได้พบกับความงดงามทางสถาปัตยกรรมและบรรยากาศอันสงบเงียบ

  2. สัมผัสความมหัศจรรย์ของถ้ำเหวี่ยนคง (Huyền Không Cave): อย่าพลาดการเยี่ยมชมถ้ำที่งดงามที่สุดแห่งนี้ ที่ซึ่งลำแสงธรรมชาติสาดส่องลงมาจากเพดาน สร้างบรรยากาศศักดิ์สิทธิ์และน่าประทับใจรอบๆ แท่นบูชาพระพุทธรูปและเทพเจ้า ถือเป็นจุดที่พลาดไม่ได้สำหรับการถ่ายภาพและสัมผัสความสงบภายในจิตใจ

  3. เยี่ยมชมถ้ำอัมฝู (Âm Phủ Cave) หรือถ้ำนรก: สำหรับผู้ที่สนใจแนวคิดเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายในพุทธศาสนา ถ้ำแห่งนี้จะนำเสนอประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยประติมากรรมที่น่าตื่นตาที่แสดงถึงการพิพากษาและดินแดนแห่งนรกภูมิ ก่อนจะขึ้นไปสู่จุดชมวิวที่สื่อถึงสวรรค์ (มีค่าเข้าแยกต่างหาก)

  4. ปีนสู่จุดชมวิวอันตระการตา: ขึ้นไปยังจุดชมวิวต่างๆ เช่น หว่องยางได (Vọng Giang Đài) เพื่อชมทิวทัศน์แม่น้ำ และ หว่องไหได (Vọng Hải Đài) เพื่อดื่มด่ำกับทัศนียภาพอันกว้างไกลของชายฝั่งทะเลจีนใต้ ชายหาดนอนหนือก และยอดเขาหินอ่อนอื่นๆ เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวธรรมชาติอันน่าทึ่ง

  5. เลือกขึ้นลิฟต์แก้วหรือบันไดหิน: คุณสามารถเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดหินกว่า 156-165 ขั้น เพื่อสัมผัสการเดินทางแบบดั้งเดิม หรือใช้ลิฟต์แก้ว (ค่าบริการประมาณ 15,000 ดองเวียดนาม) เพื่อความสะดวกสบายและประหยัดพลังงาน สำหรับการเดินสำรวจภายในถ้ำและจุดต่างๆ ด้านบน

  6. ศึกษาจารึก "มาญาย" (Ma Nhai): หากคุณสนใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ลองใช้เวลาสักครู่เพื่อสังเกตจารึกโบราณที่สลักอยู่บนผนังถ้ำและหน้าผา ซึ่งได้รับการรับรองจาก UNESCO เป็นมรดกเอกสาร สะท้อนเรื่องราวและความเชื่อจากอดีต

  7. เยี่ยมชมหมู่บ้านแกะสลักหินนอนหนือก (Non Nuoc Stone Carving Village): ที่เชิงเขาหินอ่อน อย่าลืมแวะไปที่หมู่บ้านหัตถกรรมแห่งนี้ เพื่อชมฝีมือของช่างแกะสลักหินอ่อน ที่สืบทอดศิลปะมานานกว่า 400 ปี และเลือกซื้อของที่ระลึกที่ทำจากหินอ่อนอันวิจิตรบรรจง

  8. ถ่ายภาพ: สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยมุมสวยงามสำหรับการถ่ายภาพ ตั้งแต่โครงสร้างของถ้ำที่น่าทึ่ง ลำแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องลงมา ไปจนถึงวิวทิวทัศน์มุมกว้างจากยอดเขา

ข้อมูลการเดินทางและข้อแนะนำ

การเดินทางมาเยือนภูเขาหินอ่อนเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความประทับใจ เพื่อให้การเดินทางของคุณราบรื่นและน่าจดจำ โปรดพิจารณาข้อมูลและคำแนะนำเหล่านี้

ที่ตั้ง: ภูเขาหินอ่อน (Ngũ Hành Sơn) ตั้งอยู่ในเขตงูฮันห์เซิน ดานัง ประเทศเวียดนาม อยู่ห่างจากใจกลางเมืองดานังไปทางใต้ประมาณ 8-9 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเมืองฮอยอันไปทางเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร ทำให้เป็นจุดแวะพักที่สะดวกสบายระหว่างสองเมืองนี้

ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) หรือ งูฮันห์เซิน แห่งดานัง ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มก้อนหินปูนและหินอ่อนที่ตั้งตระหง่าน แต่เป็นศูนย์รวมของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันลึกซึ้ง และความศรัทธาทางจิตวิญญาณที่หยั่งรากลึก นับตั้งแต่ตำนานการกำเนิดจากเปลือกไข่มังกรยักษ์ ไปจนถึงการเป็นสถานที่หลบภัยลับในยามสงคราม และการเป็นที่ประดิษฐานจารึก "มาญาย" ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO สถานที่แห่งนี้ได้มอบประสบการณ์ที่ผสมผสานระหว่างการผจญภัย การเรียนรู้ และการทำสมาธิได้อย่างลงตัว การเดินสำรวจถ้ำที่ส่องสว่างด้วยลำแสงศักดิ์สิทธิ์ การปีนป่ายไปยังยอดเขาเพื่อชมทิวทัศน์แบบพาโนรามา หรือการใคร่ครวญถึงเรื่องราวชีวิตหลังความตายในถ้ำอัมฝู ล้วนเป็นประสบการณ์ที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงความลึกซึ้งของวัฒนธรรมเวียดนาม ความงดงามของธรรมชาติ และพลังแห่งศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลาย ภูเขาหินอ่อนจึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณอันแท้จริงของเวียดนามกลาง ด้วยความงามอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่เปี่ยมล้น ที่นี่ยืนยันสถานะของตนในฐานะมรดกอันล้ำค่าที่โลกควรมาสัมผัส

#iok2utravel #MarbleMountains #Nguhanhson #DaNang #VietnamTravel #TravelVietnam #VietnamHeritage #UNESCOdocumentary #HuyenKhongCave #DanangAttractions #MarbleMountains #NguHanhSon #ภูเขาหินอ่อน #ดานัง #ThuySon #ถ้ำHuyenKhong #จุดชมวิวดานัง #วัดบนภูเขา #เที่ยวดานัง #iok2uTravel

.

------------------------

ที่มาข้อมูล

รวบรวมรูปภาพ

www.iok2u.com

-----------------------

เที่ยวเวียดนาม (Travel Vietnam)

เที่ยวรอบโลก (World Travel)

-----------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่

20260207 ภูเขาหินอ่อน (Marble Mountains) ดานัง เวียดนาม

https://photos.app.goo.gl/1UvoUGE5PCcDWkjD7

.

-----------------------

 

 
 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward