เครือข่ายพื้นที่สงวนชีวมณฑลโลก (World Network of Biosphere Reserves; WNBR)

เขตสงวนชีวมณฑลของยูเนสโกใหม่ในปี 2023 11 พื้นที่ต้นแบบแห่งใหม่ของโลก เพื่อสร้างสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566 (ค.ศ. 2023) คณะกรรมการประสานงานระหว่างประเทศของโครงการมนุษย์และชีวมณฑล (International Coordinating Council of the Man and the Biosphere Programme: MAB) ของ UNESCO ได้ประกาศรับรอง เขตสงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserves) ใหม่จำนวน 11 แห่ง จาก 11 ประเทศ รวมถึงเขตสงวนชีวมณฑลข้ามพรมแดนแห่งใหม่ 1 แห่งระหว่างสองประเทศ
การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ เครือข่ายเขตสงวนชีวมณฑลโลก (World Network of Biosphere Reserves: WNBR) เพิ่มขึ้นเป็น 748 แห่ง ใน 134 ประเทศ รวมทั้ง เขตสงวนชีวมณฑลข้ามพรมแดนจำนวน 23 แห่งทั่วโลก (unesco-hist.org) นายหญิงออเดรย์ อาซูเลย์ (Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ในขณะนั้น กล่าวว่า
"เขตสงวนชีวมณฑลของ UNESCO เป็นหลักฐานที่จับต้องได้ว่ามนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุล"
เขตสงวนชีวมณฑลใหม่ทั้ง 11 แห่งในปี 2023
1. Tribugá–Cupica–Baudó / Colombia
ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของโคลอมเบีย พื้นที่แห่งนี้ประกอบด้วย
-
ป่าฝนเขตร้อน
-
ป่าชายเลน
-
ระบบนิเวศชายฝั่ง
-
แหล่งวางไข่ของวาฬหลังค่อม
นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงที่สุดของอเมริกาใต้ (unesco-hist.org)
2. Chocó Andino de Pichincha / Ecuador
พื้นที่ภูเขาเมฆ (Cloud Forest) บริเวณเทือกเขาแอนดีส เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์และพืชเฉพาะถิ่นจำนวนมาก รวมถึงนกหายากหลายชนิดของเอกวาดอร์ (unesco-hist.org)
3. Mura-Drava-Danube Transboundary Extension / Austria – Croatia – Hungary – Serbia – Slovenia
การขยายเขตสงวนชีวมณฑลข้ามพรมแดนที่ได้รับฉายาว่า "Amazon of Europe" ครอบคลุมลุ่มแม่น้ำมูรา ดราวา และดานูบ เป็นหนึ่งในระบบนิเวศแม่น้ำที่สำคัญที่สุดของยุโรปกลาง (unesco-hist.org)
4. Mount Mulanje Expansion / Malawi
การขยายพื้นที่อนุรักษ์รอบเทือกเขามูลันเจ ซึ่งเป็นภูเขาหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของแอฟริกา และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของประเทศมาลาวี (unesco-hist.org)
5. Bashkar Chitral / Pakistan
ตั้งอยู่ในเทือกเขาฮินดูกูช มีความโดดเด่นด้าน ธารน้ำแข็ง ภูเขาสูง ระบบนิเวศอัลไพน์ รวมถึงเป็นแหล่งอาศัยของเสือดาวหิมะและแพะภูเขามาร์คอร์
6. Gallies / Pakistan
เขตภูเขาในเทือกเขาหิมาลัยตะวันตก ประกอบด้วยป่าสนและป่าเบญจพรรณเขตอบอุ่นที่มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าของปากีสถาน
7. Samtskhe-Javakheti / Georgia
หนึ่งในเขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของจอร์เจีย พื้นที่นี้เป็นที่ตั้งของ ทะเลสาบภูเขา พื้นที่ชุ่มน้ำ ทุ่งหญ้าสูง และเป็นเส้นทางอพยพของนกน้ำหลายชนิด
8. Ennedi Massif / Chad
เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของประเทศชาด โดดเด่นด้วย ภูมิประเทศทะเลทรายซาฮารา ซุ้มหินธรรมชาติ ภาพเขียนสีโบราณบนผนังหิน เป็นพื้นที่ที่มีทั้งคุณค่าทางธรรมชาติและวัฒนธรรมอย่างโดดเด่น
9. Kafue Flats / Zambia
เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของประเทศแซมเบีย เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ รองรับสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมถึงแอนทีโลปเฉพาะถิ่น Kafue Lechwe
10. Babia / Spain
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสเปน มีภูมิประเทศภูเขาสูง ทุ่งหญ้าอัลไพน์ และวัฒนธรรมเลี้ยงสัตว์แบบดั้งเดิมที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
11. Valle de Laciana Extension / Spain
เป็นการขยายพื้นที่เขตสงวนชีวมณฑลเดิม เพื่อเพิ่มการคุ้มครองระบบนิเวศภูเขาและเส้นทางอพยพของสัตว์ป่าในเทือกเขาคันตาเบรียนของสเปน
ความสำคัญของการประกาศในปี 2023
การประกาศครั้งนี้มีจุดเด่นสำคัญหลายประการ ประเทศใหม่เข้าสู่เครือข่าย UNESCO 3 ประเทศได้รับเขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของตน ได้แก่ Chad, Georgia และ Zambia ซึ่งช่วยขยายเครือข่าย UNESCO ไปยังภูมิภาคที่ก่อนหน้านี้ยังมีตัวแทนน้อยมาก
การคุ้มครองภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบ
พื้นที่ใหม่ครอบคลุม ป่าฝนเขตร้อน ทะเลทราย ภูเขาหิมาลัย พื้นที่ชุ่มน้ำ และลุ่มแม่น้ำขนาดใหญ่ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ UNESCO ในการอนุรักษ์ระบบนิเวศที่หลากหลายทั่วโลก สนับสนุนเป้าหมายความหลากหลายทางชีวภาพโลก
การประกาศครั้งนี้ยังสอดคล้องกับกรอบความร่วมมือด้านความหลากหลายทางชีวภาพโลก Kunming-Montreal Global Biodiversity Framework ที่มุ่งอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติอย่างน้อย 30% ของโลกภายในปี 2030
บทบาทของ Biosphere Reserve ในโลกยุคใหม่
ปัจจุบัน UNESCO มองว่า Biosphere Reserves เป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับความท้าทายระดับโลก เช่น
-
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
-
การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
-
ความมั่นคงทางอาหาร
-
ความมั่นคงด้านน้ำ
-
การพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว
พื้นที่เหล่านี้ช่วยให้ชุมชนท้องถิ่น นักวิทยาศาสตร์ และหน่วยงานรัฐ สามารถร่วมกันทดลองแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่อื่นได้ทั่วโลก
การรับรองเขตสงวนชีวมณฑลใหม่ 11 แห่งในปี 2023 เป็นอีกก้าวสำคัญของ UNESCO ในการขยายเครือข่ายพื้นที่ต้นแบบเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน จากป่าฝนเขตร้อนในโคลอมเบีย ภูเขาสูงในปากีสถาน ทะเลทรายในชาด ไปจนถึงพื้นที่ชุ่มน้ำในแอฟริกาและยุโรป ทุกแห่งล้วนสะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า
“การอนุรักษ์ธรรมชาติและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ไม่ใช่เป้าหมายที่ขัดแย้งกัน”
และนี่คือหัวใจสำคัญของโครงการ Man and the Biosphere Programme ที่ UNESCO ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1971 เพื่อสร้างอนาคตที่มนุษย์และธรรมชาติสามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน
.
-------------------------
ที่มา
- UNESCO Man and the Biosphere Programme
- UNESCO World Network of Biosphere Reserves
- ข้อมูลการประกาศเขตสงวนชีวมณฑลใหม่ปี 2023 ของ UNESCO ระบุว่ามีการรับรอง 11 แห่ง ทำให้เครือข่ายโลกเพิ่มเป็น 748 แห่งใน 134 ประเทศ (unesco-hist.org)
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
-------------------------
.
