Nares ไทย ขอนแก่น คำว่า “โคกกรวด” ทำให้ท่านนึกถึงอะไรได้บ้าง (1)

รูปที่ 1 แผนที่ธรณีวิทยาอย่างง่าย เพื่อเปรียบเทียบความแตกในความหลายหลายด้านชนิด และการวางตัวของชั้นหินในประเทศไทย (ภาพซ้าย) แผนที่แสดงความสูงต่ำของแผ่นดิน(ภาพขวา)(สีแดง= สูง สีน้ำเงิน =ต่ำ) (เส้นสีเขียวคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, เส้นประแดงคือที่ราบสูงโคราช, เส้นประสีเหลืองคือขอบเขตแอ่งสะสมตะกอนโคราช)
คำว่า “โคกกรวด” ทำให้ท่านนึกถึงอะไรได้บ้าง 1 (ออกแขก)
พจนานุกรมฉบับสัตยารักษ์กี้ ให้คำจำกัดความของคำว่า “โคกกรวด” ได้พื้นที่ที่นูนสูงขึ้นและมีก้อนกรวดทับถมอยู่มากมาย และในการตอบคำถามที่ว่า พูดถึง “โคกกรวด” แล้วท่านคิดถึงอะไรนั้น ข้าพเจ้าเชื่อว่า ถ้าท่านเป็นคนโคราชบ้านเอง ก็ย่อมจะตอบว่า นึกถึง บ้านโคกกรวด อำเภอเมืองนครราชสีมา แต่คนที่เป็นนักธรณีวิทยา ก็คงจะตอบว่า นึกถึง หมวดหินโคกกรวด ของกลุ่มหินโคราช ค่อนข้างจะแน่นอน ท่านผู้อ่านเชื่อไหมครับ ทั้งสองชื่อที่มีคนนึกขึ้นมานี้ จะเป็นคำตอบที่ท่านได้ยินมากที่สุด แต่ท่านคิดบ้างไหมว่า ทั้งสองชื่อนี้ มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง ถ้ายังงุนงงสงสัยก็ล้อมวงเข้ามาใกล้ ข้าพเจ้าจะเล่าเบื้องหลังความเป็นมาให้ท่านฟัง
เป็นเวลาเนิ่นนานมาแล้ว ที่นักธรณีวิทยาชาวไทยและต่างชาติทราบว่าชั้นหินตะกอนที่พบปกคลุมอีสานบ้านเฮานี้ เป็นหินตะกอนที่เกิดจากแม่น้ำขนาดใหญ่หลายสาย ที่พัดพาตะกอนมาจากทิศตะวันออกและตะวันออกเฉียงเหนือของปัจจุบัน ไปสู่ทะเลที่อยู่ไกลที่ด้านตะวันตกสุดของประเทศ หรือไม่งั้นก็ไปถึงเมียนมาพู่นแล้ว หินตะกอนเหล่านี้หน้าตาจะคล้ายคลึงกันไปในแต่ละยุคสมัย ตั้งแต่ 200-100 ล้านปีก่อน ตั้งแต่นครพนมไปถึงเลย ตั้งแต่อุบลราชธานีไปชัยภูมิ ไปถึงพิษณุโลกถึงพะเยา แอ่งตะกอนขนาดใหญ่ขนาดนี้ นักธรณีวิทยาไทยเรียกชื่อว่า แอ่งสะสมตะกอนโคราช (Khorat Basin) (รูปที่ 1) ที่ใช้ชื่อ “โคราช” นั้น ไม่ได้หมายความถึงว่าเป็นแอ่งเฉพาะที่นครราชสีมา แต่รวมทั้งพื้นที่ทุกจังหวัดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนไปถึงพื้นที่ของเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา และบางส่วนของเวียดนามด้วย เพราะว่า “โคราช” คือเมืองที่ใหญ่และสำคัญที่สุดของอีสานบ้านเฮา ทำให้ชื่อ “แอ่งสะสมตะกอนโคราช” เป็นที่รู้จักและใช้เรียกกันทั่วไปครึ่งค่อนโลก หลังจากนั้นเราก็เรียกหินตะกอนทั้งหมดที่สะสมตัวในแอ่งโคราชนี่ว่า “กลุ่มหินโคราช” (Khorat Group)
ในเวลาต่อมา พร้อมๆ กับการเกิดของเทือกเขาหิมาลัย ในขณะที่บริเวณส่วนอื่นๆ ของประเทศไทย เกิดรอยเลื่อนทำให้มีการทรุดตัวของแผ่นดิน เกิดที่ราบลุ่มระหว่างภูเขา (Intermontain Basin) แต่ที่อีสานบ้านเฮากลับถูกยกตัวสูงขึ้น แถมมีสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นลอนลุ่มเนิน นักธรณีไทยจึงตั้งเรียกชื่อพื้นที่ส่วนนี้ว่า “ที่ราบสูงโคราช” (Khorat Plateau) (รูปที่ 1)
ลำดับต่อไป ข้าพเจ้าขออนุญาตอธิบายความหมายหรือคำจำกัดความของคำ 2 คำ ได้แก่ “กลุ่มหิน”(Group) กับ ”หมวดหิน“ (Formation) โดยขอเริ่มต้นจากหน่วยที่เล็กกว่า นั่นคือคำว่า “หมวดหิน” ประดาเซียนเซียน ได้ให้ความหมายว่า ”คือ หน่วยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดในการแบ่งและจัดลำดับชั้นหินตามลักษณะทางกายภาพ (Lithostratigraphy) โดยเป็นกลุ่มชั้นหินที่มีลักษณะเด่น มีคุณสมบัติทางธรณีวิทยา หรือองค์ประกอบทางหินวิทยาที่เหมือนกันหรือคล้ายกัน มีความต่อเนื่องทางพื้นที่ และสามารถจำแนกออกจากชั้นหินที่อยู่ด้านบนหรือด้านล่างได้อย่างชัดเจน โดยอาจประกอบด้วยหินชนิดใดชนิดหนึ่งหรือหลายชนิด ที่มีความหนาตั้งแต่น้อยกว่า 1 เมตรจนถึงหลายพันเมตร ส่วน “กลุ่มหิน” ก็คือหน่วยลำดับชั้นหินที่ใหญ่ขึ้นมา เป็นการรวมหมวดหินตั้งแต่ สองหมวดหินขึ้นไปที่ต่อเนื่องกัน และอยู่ในแอ่งสะสมตะกอนเดียวกัน และในกลุ่มหินโคราชนั้น ผู้ก่อตั้งกลุ่มหิน Ward and Bunnag , 1964 ได้กำหนดขึ้นไว้ เมื่อปีพ.ศ. 2507 ทั้งหมด 7 หมวดหิน จากแก่สุดไปหาอ่อนสุด ได้แก่ (รูปที่ 2) 1 น้ำพอง (อยู่ล่างสุด) 2 ภูกระดึง 3 พระวิหาร 4 เสาขัว 5 ภูพาน 6 โคกกรวด และ (บนสุด) 7 หมวดหินที่ไม่ได้ตั้งชื่อ
หวาย!!! นึกว่าเรื่องจะสั้นๆ ยาวเอาการนิ อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้เลย ขอตัดต่อที่เหลือไปไว้ในตอนที่สองก็แล้วกันนะครับ ท่านสารวัตร

รูปที่ 2 แผนผังแสดงการเปรียบเทียบหินตะกอนในมหายุคชีวิตกลาง ในพื้นที่ของเพื่อนบ้านชาวอินโดจีนด้วยกัน การจำแนกหมวดหินของกลุ่มหินโคราช แถมด้วยคำจำกัดความของคำว่า หมวดหิน และกลุ่มหิน รวมทั้ง คำว่า หมวดหินต้นฉบับ กับ ตำแหน่งที่ตั้งของหมวดหินต้นฉบับ
.
-------------------------
ที่มา
- https://www.facebook.com/nares.sattayarak
รวบรวมข้อมูลและภาพ
-------------------------
บทความ ดร. นเรศ สัตยารักษ์ (Nares Sattayarak)
รวมบทความที่น่าสนใจจากนักธรณีวิทยาของไทย
-------------------------
