iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป

จาก Local Geopark สู่ UNESCO Global Geopark 

 

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) 

จาก Local Geopark สู่ UNESCO Global Geopark

Roadmap การสมัคร การประเมิน การรับรอง และ Revalidation ทำอย่างไรให้ “พื้นที่ธรณี” กลายเป็นพื้นที่เรียนรู้และพัฒนาอย่างยั่งยืนระดับโลก เราได้ค่อย ๆ ต่อภาพของ UNESCO Global Geopark ตั้งแต่ความหมายของ Geopark, Geoheritage, Geosite, การมีส่วนร่วมของชุมชน, Geotourism, Nature & Culture, Geoeducation จนถึง Geoconservation ตอน Geopark101-10 ซึ่งเป็นตอนสรุปของชุดนี้ เราจะนำองค์ประกอบทั้งหมดมาต่อกันเป็น Roadmap เดียวว่า หากพื้นที่หนึ่งมีมรดกธรณีที่โดดเด่น แล้วต้องการก้าวไปสู่ UNESCO Global Geopark จะต้องทำอะไรบ้าง

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ UNESCO Global Geopark ไม่ใช่รางวัลสำหรับพื้นที่ที่ “มีหินสวยที่สุด” และไม่ได้พิจารณาเฉพาะว่าพื้นที่มีธรณีวิทยาน่าสนใจหรือไม่ แต่ UNESCO นิยาม UNESCO Global Geopark ว่าเป็น พื้นที่ทางภูมิศาสตร์หนึ่งเดียวและมีขอบเขตชัดเจน ซึ่งมีแหล่งและภูมิประเทศที่มีความสำคัญทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ และได้รับการบริหารจัดการด้วยแนวคิดแบบองค์รวมที่รวม Protection + Education + Sustainable Development เข้าด้วยกัน ที่สำคัญต้องทำงานแบบ Bottom-up และให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมจริง (UNESCO)

ดังนั้นเส้นทางที่ถูกต้องจึงไม่ใช่ พบหินสำคัญ → เขียนเอกสาร → สมัคร UNESCO

แต่ใกล้เคียงกับ Geoheritage → Research → Territory → Community → Management → Conservation → Education → Sustainable Development → Application → Evaluation → Designation → Continuous Improvement

นี่คือหัวใจของตอนสุดท้าย ก่อนสมัคร ต้องตอบให้ได้ก่อนว่า “ทำไมพื้นที่นี้จึงควรเป็น UNESCO Global Geopark?”

คำถามแรกไม่ควรเป็น “ต้องกรอกแบบฟอร์มอะไร?” แต่คือ

พื้นที่ของเรามี Geological Heritage of International Significance จริงหรือไม่?

คำว่า International Geological Significance สำคัญมาก เพราะ Geopark ไม่ได้ถูกเลือกเพียงเพราะมีภูเขาสวย ถ้ำใหญ่ น้ำตกสวย หรือมีหินแปลก

พื้นที่ต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถอธิบายได้ว่า ธรณีวิทยาของพื้นที่มีความสำคัญในบริบทระดับนานาชาติอย่างไร เช่น ฟอสซิลที่ช่วยอธิบายวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต
ชั้นหินที่บันทึกเหตุการณ์สำคัญของโลก
โครงสร้างธรณีที่โดดเด่น
ภูมิประเทศคาร์สต์ที่มีคุณค่าทางวิทยาศาสตร์
หลักฐานภูเขาไฟ
Impact Structure
หรือกระบวนการทางธรณีที่ช่วยให้เข้าใจวิวัฒนาการของโลก

จุดสำคัญคือ ต้องมี Scientific Evidence ไม่ใช่เพียงคำกล่าวเชิงประชาสัมพันธ์

STEP 1 GEOHERITAGE INVENTORY สำรวจก่อนว่าเรามี “มรดกธรณี” อะไร

ขั้นแรกของการพัฒนา Geopark คือการรู้จักพื้นที่ของตัวเองอย่างเป็นระบบ

ควรเริ่มทำ Geoheritage Inventory โดยรวบรวมข้อมูล Geosite ที่สำคัญ เช่น ชื่อ ตำแหน่ง พิกัด ขอบเขต ชนิดหิน อายุทางธรณี ฟอสซิล โครงสร้างธรณี กระบวนการเกิด คุณค่าทางวิทยาศาสตร์ คุณค่าด้านการศึกษา ความเปราะบาง ภัยคุกคาม การเข้าถึง และสถานะการคุ้มครอง

จากนั้นจึงประเมินว่า

Local significance?
National significance?
International significance?

ขั้นตอนนี้มีความสำคัญมาก เพราะหากฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่แข็งแรง การทำ Visitor Centre สวย ๆ หรือสร้างป้ายจำนวนมากก็ไม่สามารถทดแทน Geological Significance ได้

STEP 2 SCIENTIFIC VALIDATION จาก “เราคิดว่าสำคัญ” สู่ “วงวิชาการพิสูจน์ว่าสำคัญ”

พื้นที่ต้องมีงานวิจัยรองรับคุณค่าของ Geological Heritage นี่คือเหตุผลที่มหาวิทยาลัย นักธรณีวิทยา หน่วยงาน Geological Survey และนักวิจัยมีบทบาทสำคัญ คำถามที่ควรตอบให้ได้ เช่น อะไรคือ International Geological Significance ของเรา?

มีงานวิจัยใดรองรับ?

เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นที่คล้ายกันในประเทศอื่น เราโดดเด่นอย่างไร?

Geosite ใดเป็น Key Geosite?

เรื่องราวทางธรณีวิทยาของพื้นที่สามารถเชื่อมต่อเป็น Geological Story เดียวกันได้หรือไม่?

จุดนี้คือการเปลี่ยน Interesting Geology

ให้กลายเป็น Scientifically Demonstrated Geoheritage

STEP 3 DEFINE THE TERRITORY Geopark ต้องเป็น “พื้นที่เดียวที่มีเรื่องราวร่วมกัน”

UNESCO Global Geopark ต้องเป็น Single, Unified Geographical Area ดังนั้นไม่ควรเลือกเฉพาะจุดสวย ๆ หลายแห่งที่กระจัดกระจายแล้วนำมารวมกันโดยไม่มีความสัมพันธ์ ต้องกำหนดขอบเขตที่สามารถบริหารจัดการได้จริง และมีเหตุผลรองรับว่า

ทำไมขอบเขตจึงเริ่มตรงนี้?
ทำไมจึงสิ้นสุดตรงนั้น?
Geosite สำคัญอยู่ตรงไหน?
ชุมชนใดอยู่ในพื้นที่?
เส้นทางเชื่อมกันอย่างไร?
ใครเป็นผู้บริหาร?

ขอบเขตจึงไม่ควรเป็นเพียง เส้นบน GIS

แต่ต้องเป็น Management Territory

STEP 4 BUILD THE MANAGEMENT BODY มี Geosite แต่ไม่มีคนบริหาร = ยังไม่ใช่ Geopark ที่พร้อมสมัคร

หนึ่งในความแตกต่างระหว่าง “พื้นที่ธรณีที่น่าสนใจ” กับ “Geopark” คือ Management ต้องมี Management Body ที่มีสถานะและความสามารถในการบริหารพื้นที่จริง อาจประกอบด้วย หน่วยงานท้องถิ่น
หน่วยงานรัฐ
มหาวิทยาลัย
นักวิชาการ
ชุมชน
ภาคธุรกิจ
ผู้ประกอบการท่องเที่ยว
องค์กรอนุรักษ์
โรงเรียน และเครือข่ายในพื้นที่ สิ่งสำคัญคือทุกฝ่ายต้องไม่ได้มีชื่ออยู่ในคณะกรรมการเพียงบนกระดาษ แต่ต้องสามารถทำงานร่วมกันได้

STEP 5 BOTTOM-UP APPROACH Geopark ต้องเริ่มจาก “คนในพื้นที่”

นี่คือหัวใจสำคัญที่เราได้พูดถึงมาตลอดชุด Geopark UNESCO ระบุอย่างชัดเจนว่า UNESCO Global Geoparks ใช้ Bottom-up Approach เชื่อมการอนุรักษ์กับ Sustainable Development พร้อมการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น 

ดังนั้นการทำ Geopark แบบ หน่วยงานรัฐคิด → นักวิชาการเขียน → UNESCO รับรอง → ชาวบ้านค่อยรู้ทีหลัง ไม่ใช่แนวทางที่ดี 

ควรกลับเป็น Community + Scientist + Government + Business + School ร่วมกันตอบว่า

เรามีอะไร?
อะไรควรรักษา?
เราจะเล่าเรื่องอย่างไร?
ชุมชนจะได้ประโยชน์อะไร?
เราจะพัฒนาอย่างไรโดยไม่ทำลายมรดก?

เมื่อชุมชนสามารถพูดได้ว่า “นี่คือ Geopark ของเรา” นั่นต่างหากคือฐานที่แข็งแรง

STEP 6 GEOCONSERVATION ก่อนเชิญคนมาเที่ยว ต้องรู้ก่อนว่าจะรักษาอะไร

เราได้เห็นแล้วว่า Geoheritage บางประเภทไม่สามารถสร้างกลับคืนมาได้ ดังนั้นพื้นที่ต้องมีระบบ

Inventory → Assessment → Protection → Management → Monitoring

Geosite สำคัญต้องมีการคุ้มครองตามกฎหมายและระบบบริหารที่เกี่ยวข้อง ต้องรู้ว่า จุดใดเปิดทั่วไปได้
จุดใดต้องมี Guide
จุดใดใช้เพื่อการศึกษา
จุดใดสำหรับการวิจัย
และจุดใดควรจำกัดการเข้าถึง

Geoconservation จึงต้องเกิด ก่อนและพร้อมกับ Tourism ไม่ใช่รอให้นักท่องเที่ยวทำลายพื้นที่แล้วจึงเริ่มคิดเรื่องอนุรักษ์

STEP 7 GEOEDUCATION เปลี่ยน Geological Heritage ให้เป็นความรู้

UNESCO Global Geopark ไม่ใช่เพียงระบบอนุรักษ์ แต่เป็นระบบการศึกษา พื้นที่ควรพัฒนาเครื่องมือ เช่น Visitor Centre
Museum
Geo-trail
Interpretation Panel
School Programme
Geo-guide
Field Activity
Educational Material
Digital Map
Story Map
3D Model
AR/VR

เป้าหมายคือทำให้ Science → Understandable และเชื่อม Geo → Nature → Culture → Community

เด็กในพื้นที่ควรเป็นหนึ่งในกลุ่มที่รู้จัก Geopark ดีที่สุด ไม่ใช่นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศรู้จักพื้นที่มากกว่าเด็กที่เติบโตอยู่ตรงนั้น

STEP 8 GEOTOURISM & LOCAL ECONOMY Geopark ต้องช่วยให้ชุมชนมีอนาคต

การอนุรักษ์ที่ยั่งยืนต้องทำให้คนในพื้นที่มองเห็นประโยชน์จากการรักษามรดก จึงสามารถพัฒนา Geo-guide
Homestay
Local Food
Geo-product
Local Craft
Geo-festival
Geo-trail
Community Tourism

แต่หัวใจคือ Local Benefit รายได้ไม่ควรไหลออกจากพื้นที่ทั้งหมด หากชุมชนเห็นว่า Geoheritage → Knowledge → Tourism → Income

ก็มีแรงจูงใจมากขึ้นในการสร้างวงจร Income → Pride → Conservation → Better Geopark

นี่คือ Sustainable Development ในบริบทของ Geopark

STEP 9 NETWORKING UNESCO Global Geopark ไม่ได้ทำงานคนเดียว

อีกมิติที่สำคัญคือ Network UNESCO Global Geoparks เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวปฏิบัติที่ดีเป็นส่วนสำคัญของระบบ การเป็น Global Geopark จึงไม่ได้หมายความเพียงว่า “โลกยอมรับเรา” แต่หมายถึง “เราต้องเข้าไปเรียนรู้และทำงานร่วมกับโลกด้วย”

STEP 10 PREPARE THE APPLICATION ถึงเวลารวบรวมสิ่งที่ “ทำจริง” ให้กลายเป็นหลักฐาน

นี่เป็นจุดที่หลายพื้นที่อาจเข้าใจลำดับผิด Application ไม่ควรเป็นเอกสารที่เขียนว่า “ถ้าได้ UNESCO แล้ว เราจะทำสิ่งเหล่านี้”

แต่ต้องแสดงให้เห็นว่า “เราได้พัฒนาและดำเนินงานในฐานะ Geopark แล้ว และนี่คือหลักฐาน”

Application Dossier จึงต้องสะท้อนทั้ง Geological Heritage, ขอบเขต, Management, Conservation, Education, Community Participation, Sustainable Development, Tourism และ Network 

กล่าวอีกแบบคือ

UNESCO ไม่ได้สร้าง Geopark ให้เรา — พื้นที่ต้องสร้าง Geopark ให้ทำงานได้ก่อน แล้วจึงขอรับการรับรองระดับโลก

STEP 11 NATIONAL CHANNEL สมัครตรงไป UNESCO ได้หรือไม่?

กระบวนการ UNESCO Global Geopark มีบทบาทของ Member State และกลไกระดับประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงไม่ใช่การที่ชุมชนหรือองค์กรหนึ่งจัดเอกสารแล้วส่งตรงเพื่อข้ามกระบวนการของประเทศได้ตามใจ พื้นที่ที่สนใจจึงควรศึกษากระบวนการล่าสุดของ UNESCO ควบคู่กับกระบวนการเสนอชื่อของประเทศตนเอง และประสานหน่วยงานระดับชาติที่รับผิดชอบตั้งแต่ระยะต้น 

เรื่องนี้สำคัญ เพราะ Operational Guidelines และรายละเอียดรอบสมัครสามารถมีการทบทวนได้ UNESCO เองมีการดำเนินกระบวนการทบทวน Operational Guidelines อยู่ด้วย 

STEP 12 DESK REVIEW & INTERGOVERNMENTAL CHECK 

หลังรับ Application จะมีการตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนเข้าสู่การประเมินเต็มรูปแบบ ตัวอย่างข้อมูลจาก UNESCO ระบุว่าใบสมัครใหม่ที่ได้รับในรอบหนึ่งจะผ่าน Intergovernmental Check ก่อนเข้าสู่การประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้าน Geoscience และ Geopark จุดนี้สะท้อนว่า การสมัครไม่ใช่เพียงการส่งแฟ้มสวย ๆ แล้วรอกรรมการลงพื้นที่ แต่มีระบบตรวจสอบหลายระดับ

STEP 13 INTERNATIONAL FIELD EVALUATION

วันที่ “ของจริง” สำคัญกว่าเอกสาร นี่อาจเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด UNESCO และ Global Geoparks Network มี Roster of Evaluators และโดยทั่วไปจะมอบหมายผู้ประเมิน 2 คน สำหรับ Field Evaluation หรือ Revalidation Mission ผู้ประเมินไม่ได้ไปเพียงถ่ายรูป Geosite แต่จะพบกับ Management Body
หน่วยงานรัฐ
องค์กรท้องถิ่น
Stakeholders
และ Local Communities

รวมถึงตรวจสอบ Boundary, Threats, Management และข้อมูลใน Application Dossier กับสภาพจริง ลองนึกภาพว่าในเอกสารเขียนว่า “Community participation is strong.” ผู้ประเมินสามารถไปถามชาวบ้านว่า “Geopark คืออะไร?” ถ้าคำตอบคือ “ไม่ทราบครับ เห็นเจ้าหน้าที่มาทำป้ายเมื่อเดือนก่อน” เอกสารหลายร้อยหน้าก็ช่วยได้ไม่มาก นี่คือเหตุผลที่ Geopark ต้องเป็นของจริง ไม่ใช่ Paper Geopark

STEP 14 UNESCO GLOBAL GEOPARKS COUNCIL

หลังการประเมิน ข้อมูลและรายงานจะเข้าสู่การพิจารณาของ UNESCO Global Geoparks Council Council มีหน้าที่สำคัญในการประเมินข้อเสนอ Geopark ใหม่และการ Revalidation ของพื้นที่เดิม และข้อเสนอที่ Council สนับสนุนจะถูกส่งต่อให้ UNESCO Executive Board พิจารณารับรอง ดังนั้น Roadmap ช่วงท้ายจึงเห็นได้ประมาณว่า

Application 

Expert Assessment 

Field Evaluation 

UNESCO Global Geoparks Council 

UNESCO Executive Board 

Designation 

STEP 15 UNESCO EXECUTIVE BOARD จุดที่การเสนอชื่อเข้าสู่การรับรอง

เมื่อ Council เสนอให้รับรองพื้นที่ใหม่ ข้อเสนอนั้นจะถูกนำเสนอต่อ UNESCO Executive Board เพื่อ endorsement 

ตัวอย่างล่าสุดในปี 2026 UNESCO รับรอง Global Geoparks ใหม่ 12 แห่ง ทำให้เครือข่ายเพิ่มเป็น 241 แห่งใน 51 ประเทศ และครอบคลุมพื้นที่รวมมากกว่า 882,000 ตารางกิโลเมตร เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ สิ่งที่พื้นที่ได้รับจึงไม่ใช่เพียง Logo แต่เป็นการเข้าสู่ระบบระดับโลกที่มีทั้ง Standards + Network + Responsibility

ได้ UNESCO แล้ว...งานจบหรือยัง? ไม่จบ และนี่อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของบทความตอนนี้ UNESCO Global Geopark ไม่ใช่ designation ที่ได้รับแล้วสามารถใช้ไปตลอดโดยไม่ต้องพิสูจน์ผลงานอีก UNESCO ใช้ระบบ Revalidation ทุก 4 ปี เพื่อรักษาคุณภาพของเครือข่าย นั่นหมายความว่า Designation ≠ Finish Line แต่คือ Designation = Start of the Next Cycle

Revalidation ทุก 4 ปีต้องพิสูจน์ตัวเองใหม่ เมื่อครบกำหนด พื้นที่จะถูกประเมินอีกครั้ง โดยกระบวนการ Revalidation มี Field Mission เช่นเดียวกัน และผู้ประเมินจะพิจารณาความก้าวหน้าเทียบกับข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องแสดงให้เห็น คือ 

Geoheritage ยังได้รับการรักษาหรือไม่?
Management ดีขึ้นหรือไม่?
ชุมชนยังมีส่วนร่วมหรือไม่?
Geoeducation ทำจริงหรือไม่?
Geotourism สร้างประโยชน์อย่างเหมาะสมหรือไม่?
Network Cooperation มีหรือไม่?
คำแนะนำเดิมได้รับการแก้ไขหรือไม่?

ดังนั้น UNESCO Global Geopark ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

🟢 GREEN CARD – ผ่าน หากพื้นที่ยังรักษามาตรฐานได้ จะได้รับ Green Card หมายถึงสถานะได้รับการต่ออีก 4 ปี 

Green Card จึงไม่ควรมองเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นอัตโนมัติ แต่เป็นหลักฐานว่า Geopark ยังทำงานอยู่

🟡 YELLOW CARD – ต้องปรับปรุง หากพบข้อบกพร่อง พื้นที่อาจได้รับ Yellow Card โดยช่วงเวลาการต่อสถานะจะถูกจำกัดไว้ 2 ปี เพื่อให้พื้นที่ดำเนินการแก้ไขตามข้อเสนอแนะของ Council 

Yellow Card จึงไม่ใช่เพียงคำเตือน แต่คือ Corrective Action Period พื้นที่ต้องพิสูจน์ว่าปัญหาได้รับการแก้ไขจริง

🔴 RED CARD – สูญเสียสถานะ หากพื้นที่ไม่สามารถแก้ไขข้อบกพร่องตามกระบวนการที่กำหนด ก็สามารถนำไปสู่การสูญเสียสถานะ UNESCO Global Geopark ได้ นี่คือกลไกที่ทำให้คำว่า UNESCO Global Geopark มีความหมาย เพราะระบบไม่ได้ถามเพียงว่า “ครั้งหนึ่งคุณเคยดีพอหรือไม่?” แต่ถามซ้ำว่า “วันนี้คุณยังดีพอหรือไม่?” 

Roadmap Geopark ทั้งหมดในภาพเดียว 

ถ้าสรุป Geopark ทั้งชุดเป็นเส้นทางเดียว จะได้ว่า

1. GEOHERITAGE ค้นหามรดกธรณี 

2. SCIENCE พิสูจน์ International Geological Significance 

3. TERRITORY กำหนดพื้นที่ที่ชัดเจนและบริหารได้ 

4. MANAGEMENT สร้าง Management Body 

5. COMMUNITY ทำ Bottom-up Approach 

6. CONSERVATION ปกป้อง Geoheritage 

7. EDUCATION สร้าง Geoeducation 

8. GEOTOURISM พัฒนาการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ 

9. LOCAL ECONOMY สร้างประโยชน์แก่ชุมชน 

10. NETWORK สร้างความร่วมมือ 

11. APPLICATION จัดทำและเสนอ Application 

12. EVALUATION ตรวจสอบและประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 

13. FIELD MISSION ผู้ประเมินลงพื้นที่ 

14. COUNCIL UNESCO Global Geoparks Council พิจารณา 

15. EXECUTIVE BOARD UNESCO Executive Board รับรอง 

🌍 UNESCO GLOBAL GEOPARK แต่ยังไม่จบ 

4-YEAR MANAGEMENT CYCLE 

REVALIDATION 

🟢 GREEN / 🟡 YELLOW / 🔴 LOSS OF STATUS 

IMPROVE 

NEXT REVALIDATION

นี่คือวงจรชีวิตจริงของ UNESCO Global Geopark

แล้ว Local Geopark ต้องรอ UNESCO ก่อนหรือไม่?

ไม่จำเป็น และไม่ควรรอ พื้นที่สามารถเริ่มสร้างคุณค่าได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มสำรวจ Geosite
ทำฐานข้อมูล GIS
ทำ Geo-trail
ฝึก Geo-guide
พัฒนา School Programme
สร้าง Geo-product
รวบรวม Local Knowledge
ทำ Visitor Centre
สร้าง Community Network
ทำ Geoconservation
ติดตาม Geosite

กิจกรรมเหล่านี้มีประโยชน์ต่อพื้นที่ ไม่ว่าจะได้รับ UNESCO designation หรือไม่

นี่เป็นแนวคิดที่สำคัญมาก เป้าหมายของการสร้าง Geopark ไม่ควรเป็นเพียง “ได้ UNESCO” แต่ต้องเป็น “สร้างพื้นที่ที่มีคุณค่าต่อคนในพื้นที่จนคู่ควรกับการได้รับ UNESCO”

ความผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

จากหลักเกณฑ์ทั้งหมด เราสามารถสรุปกับดักสำคัญได้หลายเรื่อง ได้แก่ การเริ่มต้นด้วยการทำ Logo ก่อนทำ Geoheritage Inventory, คิดว่า Geopark คือโครงการท่องเที่ยว, มีแต่คณะกรรมการแต่ไม่มี Management Body ที่ทำงานจริง, มีนักวิชาการแต่ไม่มีชุมชน, มีชุมชนแต่ไม่มี Scientific Evidence, สร้าง Visitor Centre ใหญ่แต่ไม่มี Geoeducation, เปิด Geosite ทุกจุดจนเกิดความเสียหาย หรือคิดว่าเมื่อได้ UNESCO แล้วงานจบ

โดยเฉพาะแนวคิด “สร้างก่อน สมัครก่อน แล้วค่อยพัฒนาทีหลัง”

ควรเปลี่ยนเป็น “ทำระบบให้ทำงานจริง → เก็บหลักฐาน → ประเมินตัวเอง → แล้วจึงสมัคร”

iok2u แนะนำ: สูตร GEO-PARK

เพื่อสรุป Geopark101 ทั้งชุดให้จำง่าย ลองใช้คำว่า GEO-PARK

G – Geological Significance มีมรดกธรณีที่สำคัญจริง

E – Education เปลี่ยนมรดกเป็นความรู้

O – Ownership by Community ชุมชนรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ

P – Protection รักษาสิ่งที่ไม่สามารถสร้างกลับคืนได้

A – Area Management บริหารพื้นที่อย่างเป็นระบบ

R – Responsible Development พัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ

K – Knowledge & Network สร้างความรู้และเชื่อมโยงเครือข่าย

ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่ง Geopark ก็อาจไม่สมบูรณ์ เพราะ UNESCO Global Geopark ไม่ใช่โครงการด้านธรณีวิทยาอย่างเดียว แต่คือ Area-based Sustainable Development Model ที่ใช้ Geological Heritage เป็นฐาน

เราได้เรียนรู้อะไร? เมื่อย้อนกลับไปตั้งแต่ตอนแรก เราจะเห็นว่าความหมายของคำว่า Geopark ค่อย ๆ ขยายขึ้น 

เริ่มจาก ROCK 

แล้วกลายเป็น GEOHERITAGE 

จากนั้นเชื่อมกับ GEOSITE ↓ 

COMMUNITY ↓ 

GEOTOURISM ↓ 

NATURE & CULTURE ↓ 

GEOEDUCATION ↓ 

GEOCONSERVATION 

SUSTAINABLE DEVELOPMENT

และสุดท้าย UNESCO GLOBAL NETWORK

นี่คือเหตุผลที่การมอง Geopark ว่าเป็นเพียง “สวนธรณีวิทยา” จึงแคบเกินไป Geopark ที่ดีคือพื้นที่ที่สามารถใช้เรื่องราวของโลกมาเชื่อมโยง Science + Nature + Culture + Education + Community + Economy + Conservation เข้าด้วยกัน

สรุป 

ณ เดือนสิงหาคม 2026 UNESCO มี 241 UNESCO Global Geoparks ใน 51 ประเทศ (UNESCO) และเครือข่ายมีพื้นที่รวมมากกว่า 882,000 ตารางกิโลเมตร (UNESCO) แต่เบื้องหลังตัวเลข 241 ไม่ได้มีเพียงภูเขา ฟอสซิล ถ้ำ หรือภูมิประเทศสวยงาม แต่มี Management Body, นักวิทยาศาสตร์, ครู, Geo-guide, ผู้ประกอบการ ชุมชน เยาวชน และเครือข่ายจำนวนมากที่ร่วมกันทำให้ Geological Heritage กลายเป็นเครื่องมือสำหรับ Protection + Education + Sustainable Development

การได้รับ UNESCO designation จึงไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นพันธะที่จะต้องรักษาและพัฒนาคุณภาพต่อไป โดยมีระบบ Revalidation ทุก 4 ปีเป็นกลไกสำคัญในการรักษามาตรฐานของเครือข่าย 

“อย่าเริ่มสร้าง Geopark ด้วยคำถามว่า ทำอย่างไรจึงจะได้ตรา UNESCO แต่ให้เริ่มด้วยคำถามว่า

เราจะทำอย่างไรให้มรดกของโลกที่อยู่ใต้เท้าของเรา กลายเป็นความรู้ ความภาคภูมิใจ รายได้ และอนาคตที่ยั่งยืนของคนในพื้นที่ได้”

เมื่อพื้นที่สามารถตอบคำถามนี้ด้วย การทำงานจริง มากกว่าเพียงเอกสาร การเดินทางจาก Local Geopark สู่ UNESCO Global Geopark จึงเริ่มมีความหมาย และนี่คือบทสรุปของ Geopark รู้จักอุทยานธรณีโลก UNESCO จากเรื่องราวของโลก สู่การท่องเที่ยวและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

#Geopark101 #Geopark10110 #UNESCOGlobalGeopark #GlobalGeopark #Geoheritage #Geosite #Geoconservation #Geoeducation #Geotourism #Geodiversity #CommunityParticipation #BottomUpApproach #SustainableDevelopment #EarthHeritage #iok2u

.

------------------------

 

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward