Geopark101 รู้จักอุทยานธรณีโลก UNESCO จากเรื่องราวของโลกสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) ตามคำจำกัดความของ ยูเนสโก (United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization) คือ “พื้นที่ที่ประกอบไปด้วยแหล่งที่มีความสำคัญอย่างโดดเด่น ทางด้านธรณีวิทยา และยังรวมถึงทางด้านโบราณคดี (Archaeology) นิเวศวิทยา (Ecology) และวัฒนธรรม (Culture)” เป็นพื้นที่ที่รวมแหล่งและสภาพภูมิประเทศที่มีความสำคัญทาง ธรณีวิทยาในระดับนานาชาติ โดยพื้นที่เหล่านี้ได้รับการบริหารจัดการแบบองค์รวม ซึ่งประกอบด้วย การอนุรักษ์ การให้การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
Geopark101 รู้จักอุทยานธรณีโลก UNESCO จากเรื่องราวของโลกสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp) เป็นพื้นที่ที่มีแหล่งและภูมิประเทศซึ่งมีความสำคัญทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ และได้รับการบริหารจัดการแบบองค์รวม โดยเชื่อมโยงการอนุรักษ์ การศึกษา และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน สิ่งสำคัญคือ UNESCO Global Geopark ไม่ได้มีเฉพาะ “หิน” หรือ “แหล่งธรณีวิทยา” แต่พยายามอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างประวัติศาสตร์ของโลก ธรรมชาติ ระบบนิเวศ วัฒนธรรม และชีวิตของผู้คนในพื้นที่
ชุดบทความ Geopark101 ของ iok2u จึงจัดทำขึ้นเพื่อพาผู้อ่านทำความรู้จัก UNESCO Global Geoparks อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน การกำเนิดและวิวัฒนาการของโครงการ คุณค่าของมรดกธรณี กระบวนการได้รับการรับรอง การบริหารโดยชุมชน การท่องเที่ยวเชิงธรณี ไปจนถึงการสำรวจเครือข่าย Geopark ทั่วโลกและประเทศไทย
01 UNESCO Global Geopark คืออะไร? ทำไมโลกต้องมีอุทยานธรณีโลก เริ่มต้นจากคำถามพื้นฐานที่สุดว่า UNESCO Global Geopark คืออะไร แตกต่างจากอุทยานแห่งชาติอย่างไร และเหตุใดพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหิน ภูเขา ถ้ำ ฟอสซิล รอยเลื่อน หรือภูเขาไฟ จึงสามารถกลายเป็นทรัพยากรเพื่อการศึกษา การท่องเที่ยว และการพัฒนาชุมชนได้ ตอนนี้จะวางพื้นฐานให้เข้าใจแนวคิดสำคัญ 3 ด้าน คือ Protection – Education – Sustainable Development และอธิบายว่า Geopark ไม่ได้หมายถึงการประกาศพื้นที่ทั้งหมดให้เป็นเขตอนุรักษ์ใหม่ แต่เป็นแนวทางบริหารพื้นที่ที่มีอยู่โดยใช้มรดกธรณีเป็นจุดเชื่อมโยงคนกับโลก
02 จากแนวคิดอนุรักษ์มรดกธรณี สู่ UNESCO Global Geoparks ย้อนดูต้นกำเนิดแนวคิด Geopark ตั้งแต่การสร้างเครือข่ายในยุโรปและจีน การเกิด Global Geoparks Network (GGN) จนถึงการที่ UNESCO ให้การรับรองอย่างเป็นทางการภายใต้ International Geoscience and Geoparks Programme ผู้อ่านจะเห็นว่าแนวคิด Geopark เปลี่ยนจาก “การอนุรักษ์แหล่งธรณี” ไปสู่ “การใช้มรดกโลกเพื่อสร้างอนาคตของชุมชน” ได้อย่างไร
03 Geological Heritage อะไรทำให้หิน ภูเขา ถ้ำ และฟอสซิลมีคุณค่าระดับโลก ? ไม่ใช่สถานที่ที่มีภูเขาสวยหรือหินแปลกทุกแห่งจะสามารถเป็น UNESCO Global Geopark ได้ หัวใจสำคัญคือพื้นที่ต้องแสดงให้เห็นถึง Geological Heritage of International Significance ตอนนี้จะอธิบายว่า Geological Site และ Geosite คืออะไร พร้อมตัวอย่างประเภทของมรดกธรณี เช่น ภูเขาไฟ หินตะกอน หินแปร ถ้ำและภูมิประเทศคาร์สต์ ฟอสซิล รอยเลื่อน ธารน้ำแข็ง ทะเลทราย และภูมิประเทศชายฝั่ง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถ “อ่านเรื่องราวของโลกจากภูมิประเทศ” ได้ด้วยตนเอง
04 เส้นทางสู่ UNESCO พื้นที่หนึ่งต้องมีอะไรจึงจะเป็น UNESCO Global Geopark ? เจาะลึกเงื่อนไขสำคัญของการได้รับสถานะ UNESCO Global Geopark ตั้งแต่คุณค่าทางธรณีวิทยาระดับนานาชาติ ขอบเขตพื้นที่ที่ชัดเจน หน่วยงานบริหารจัดการ แผนพัฒนาพื้นที่ การศึกษา การอนุรักษ์ การท่องเที่ยว ไปจนถึงการมีส่วนร่วมของชุมชน ตอนนี้จะช่วยแก้ความเข้าใจผิดว่า “มีแหล่งธรณีวิทยาระดับโลกแล้วจะเป็น Geopark ได้ทันที” เพราะความจริงคุณค่าทางธรณีเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนระบบบริหารและชุมชนคือสิ่งที่จะทำให้ Geopark สามารถดำรงอยู่ได้จริง
05 Bottom-up Approach ทำไม “ชุมชน” จึงเป็นหัวใจของ UNESCO Global Geopark ? หนึ่งในลักษณะที่สำคัญที่สุดของ UNESCO Global Geopark คือ Bottom-up Approach หรือการพัฒนาจากระดับพื้นที่ขึ้นมา ไม่ใช่การกำหนดจาก UNESCO ลงมา ตอนนี้จะอธิบายบทบาทของประชาชน ชุมชน เจ้าของที่ดิน ผู้ประกอบการ โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักธรณีวิทยา หน่วยงานท้องถิ่น และภาครัฐ ว่าจะร่วมกันเปลี่ยนมรดกธรณีให้เป็นทุนทางความรู้และทุนทางเศรษฐกิจของพื้นที่ได้อย่างไร
06 Geotourism เที่ยวอย่างไรให้เข้าใจโลก และสร้างรายได้ให้ชุมชน Geotourism ไม่ใช่เพียงการเดินทางไปดูหิน แต่เป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้นักเดินทางเข้าใจว่า “ทำไมสถานที่แห่งนี้จึงมีหน้าตาเช่นนี้” ตอนนี้จะพาไปรู้จักการออกแบบเส้นทางธรณี จุดชมวิว Geotrail ศูนย์เรียนรู้ พิพิธภัณฑ์ธรณี นักสื่อความหมายท้องถิ่น ผลิตภัณฑ์ Geo-product และกิจกรรมของชุมชน พร้อมตัวอย่างว่าการเล่าเรื่องธรณีวิทยาที่ดีสามารถเปลี่ยน “ก้อนหินธรรมดา” ให้กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่าได้อย่างไร
07 Geopark ไม่ได้มีแค่ธรณีวิทยา จาก Geological Heritage สู่ Nature, Culture และ Community UNESCO Global Geopark ต้องเริ่มจากมรดกธรณีที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ แต่ไม่ได้จบอยู่ที่ธรณีวิทยา เพราะภูมิประเทศของโลกมีอิทธิพลต่อดิน น้ำ ป่า ระบบนิเวศ การตั้งถิ่นฐาน อาหาร อาชีพ ความเชื่อ และวัฒนธรรมของมนุษย์ ตอนนี้จึงเป็นการเชื่อม Geo + Bio + Culture + People เพื่อแสดงให้เห็นว่าเหตุใดการศึกษาภูเขาลูกหนึ่งจึงอาจพาเราไปเข้าใจทั้งการเกิดหิน ป่าไม้ เกษตรกรรม หมู่บ้าน อาหารพื้นเมือง และประวัติศาสตร์ของผู้คนในพื้นที่เดียวกัน
Geopark 08 Geoeducation เปลี่ยน Geopark ให้เป็น “ห้องเรียนของโลก”
Geopark 09 Geoconservation รักษามรดกธรณีอย่างไร ให้คนรุ่นต่อไปยังมี “โลก” ให้เรียนรู้
Geopark 10 จาก Local Geopark สู่ UNESCO Global Geopark
Geopark การ์ตูนชุด “พี่เรน & น้องเชน ผจญภัยไขความลับโลก”
UNESCO Global Geopark ต่างจาก World Heritage และ Biosphere Reserve อย่างไร
สามชื่อที่มักทำให้เกิดความสับสน ได้แก่ UNESCO Global Geopark, World Heritage Site และ Biosphere Reserve ตอนนี้จะเปรียบเทียบอย่างเป็นระบบว่าแต่ละโครงการมีเป้าหมาย เกณฑ์ และรูปแบบการบริหารแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงอธิบายว่าพื้นที่เดียวกันสามารถได้รับการรับรองจาก UNESCO มากกว่าหนึ่งโครงการได้หรือไม่ เมื่ออ่านจบ ผู้อ่านควรสามารถแยกได้ทันทีว่า “มรดกโลก” ไม่ได้หมายความว่าเป็น “อุทยานธรณีโลก” และ “เขตสงวนชีวมณฑล” ก็ไม่ได้เป็นสถานะระดับที่สูงหรือต่ำกว่า Geopark แต่เป็นคนละกรอบการรับรอง
เที่ยว UNESCO Global Geoparks รอบโลก จากเอเชียสู่ยุโรป แอฟริกา และอเมริกา
สำรวจเครือข่าย UNESCO Global Geoparks ทั่วโลก ผ่านตัวอย่างพื้นที่เด่นในแต่ละภูมิภาค ตั้งแต่ภูเขาไฟ คาร์สต์ ฟอสซิล ทะเลทราย ธารน้ำแข็ง เทือกเขา ไปจนถึงชายฝั่งและเกาะ ตอนนี้ยังเชื่อมเข้าสู่ฐานข้อมูลของ iok2u ที่รวบรวม Geopark รายประเทศและรายพื้นที่ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกศึกษาต่อหรือใช้เป็นแนวทางวางแผนท่องเที่ยวเชิงธรณีด้วยตนเอง ข้อมูลควรปรับปรุงตามฐานข้อมูล UNESCO ล่าสุดทุกครั้ง เนื่องจากเครือข่ายมีการรับรองพื้นที่ใหม่และมีการประเมินสถานะอย่างต่อเนื่อง
UNESCO Global Geopark กับอนาคต จากมรดกโลก 4,600 ล้านปีสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ตอนสุดท้ายจะกลับมาที่คำถามสำคัญว่า “ทำไมเราต้องเรียนรู้เรื่องหินที่มีอายุหลายล้านหรือหลายพันล้านปี ในเมื่อเรากำลังคิดถึงอนาคต?” คำตอบอยู่ที่เรื่องราวซึ่งถูกบันทึกไว้ในธรณีวิทยา เพราะหินและภูมิประเทศช่วยให้เราเข้าใจการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ภัยธรรมชาติ ทรัพยากร น้ำ ระบบนิเวศ และผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์
UNESCO Global Geopark จึงเป็นมากกว่าแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่ที่นำ อดีตของโลกมาเป็นบทเรียนสำหรับอนาคตของมนุษย์
จากมรดกธรณี → สู่ความรู้
จากความรู้ → สู่ความภาคภูมิใจของชุมชน
จากชุมชน → สู่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
และจากการพัฒนา → กลับมาสู่การอนุรักษ์โลกอย่างยั่งยืน
นี่คือวงจรที่ทำให้ UNESCO Global Geopark มีคุณค่ามากกว่าเพียงคำว่า “อุทยานธรณี”
iok2u แนะนำ
สำหรับผู้ที่เริ่มสนใจ Geopark ไม่จำเป็นต้องเป็นนักธรณีวิทยาก็สามารถเรียนรู้ได้ ลองเริ่มจากการมองภูมิประเทศรอบตัวแล้วตั้งคำถามง่าย ๆ ว่า “ภูเขานี้เกิดขึ้นอย่างไร?” “ทำไมบริเวณนี้จึงมีถ้ำ?” “ทำไมพบฟอสซิลที่นี่?” หรือ “ธรณีวิทยามีผลต่อวิถีชีวิตของคนในพื้นที่อย่างไร?” เมื่อเริ่มตั้งคำถาม เราจะพบว่าภูเขา หิน แม่น้ำ ถ้ำ ฟอสซิล และแม้แต่ดินที่เราเหยียบอยู่ทุกวัน ล้วนเป็นหน้าหนึ่งของหนังสือประวัติศาสตร์โลกเล่มใหญ่ที่มีอายุประมาณ 4,600 ล้านปี
Geopark101 จึงไม่ใช่เพียงชุดบทความเรื่องอุทยานธรณี
แต่คือการชวนกันเรียนรู้ว่า “โลกสร้างพื้นที่ และพื้นที่สร้างผู้คนอย่างไร”
#UNESCOGlobalGeopark #GlobalGeopark #Geopark101 #Geopark #Geology #Geoheritage #Geosite #Geotourism #EarthScience #UNESCO #SustainableDevelopment #CommunityDevelopment #Nature #TravelWorld #iok2u

.
------------------------
ที่มา
- อุทยานธรณีโลก ยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks: UGGp)
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
------------------------
------------------------

