
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลี: ระบบสุบักกับการสำแดงปรัชญาตรีหิตกรณะ สู่มรดกโลกแห่งศรัทธาและวิถีเกษตรกรรม
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลี: ระบบสุบัก (Subak) ในฐานะการสำแดงปรัชญา Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 2012 C.E. (พ.ศ. 2555) แหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 19,500 เฮกตาร์ (hectares) ประกอบด้วยนาข้าวขั้นบันได (rice terraces) จำนวนห้าแห่ง พร้อมด้วยวัดน้ำ (water temples) ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และโลกฝ่ายจิตวิญญาณ ภายใต้ปรัชญา Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ) ซึ่งเป็นหลักการของชาวบาหลีที่เน้นความกลมกลืนในทุกมิติ
หัวใจสำคัญของภูมิทัศน์แห่งนี้คือระบบ Subak (สุบัก) ซึ่งเป็นระบบการจัดการน้ำแบบร่วมมือกันที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตยและเสมอภาค เครือข่ายคลองส่งน้ำและฝายที่ซับซ้อนนี้มีอายุย้อนไปถึงคริสต์ศตวรรษที่ 9 (พ.ศ. 1343-1442) และยังคงดำเนินงานได้อย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน โดยองค์กรชาวนาเป็นผู้จัดการระบบชลประทานสำหรับนาข้าวขั้นบันไดและวัดน้ำ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและสังคม
คุณค่าโดดเด่นสากล
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลีได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งมรดกโลกด้วยคุณค่าโดดเด่นสากลตามเกณฑ์การคัดเลือกขององค์การยูเนสโกสามข้อ ได้แก่ (iii), (v) และ (vi):
-
เกณฑ์ที่ (iii): ภูมิทัศน์แห่งบาหลีได้ถูกหล่อหลอมด้วยประเพณีทางวัฒนธรรมมาอย่างน้อยตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 (พ.ศ. 1643-1742) โดยมีแนวคิดปรัชญาโบราณของ Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ) เป็นรากฐาน ปรัชญานี้เน้นย้ำความสัมพันธ์ที่กลมกลืนกันระหว่างโลกฝ่ายจิตวิญญาณ โลกมนุษย์ และธรรมชาติ ระบบ Subak (สุบัก) โดยรวมเป็นแบบอย่างที่ชัดเจนของหลักการนี้ ผ่านพิธีกรรมที่จัดขึ้นในวัดน้ำ (water temple rituals) ซึ่งส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้คนกับสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมกับแนวคิดพิธีกรรมที่เน้นการพึ่งพาพลังที่หล่อเลี้ยงชีวิตจากโลกธรรมชาติอย่างลึกซึ้ง
-
เกณฑ์ที่ (v): ภูมิทัศน์ทั้งห้าแห่งในบาหลีเป็นประจักษ์พยานอันโดดเด่นของระบบ Subak (สุบัก) ซึ่งเป็นระบบประชาธิปไตยและเสมอภาคที่เน้นวัดน้ำและการควบคุมการชลประทาน ซึ่งได้หล่อหลอมภูมิทัศน์มาเป็นเวลานับพันปี เครือข่ายวัดน้ำเหล่านี้ได้จัดการระบบนิเวศของนาข้าวขั้นบันไดในระดับลุ่มน้ำ (watershed) ทั้งหมดตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 (พ.ศ. 1544-1643) ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่เหมือนใครในการสนับสนุนประชากรหนาแน่นบนเกาะภูเขาไฟที่ขรุขระ โดยเป็นระบบที่พบได้เฉพาะในบาหลีเท่านั้น
-
เกณฑ์ที่ (vi): วัดน้ำซึ่งเป็นรากฐานของการจัดการน้ำในภูมิทัศน์ Subak (สุบัก) มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสายสัมพันธ์ที่กลมกลืนกับโลกธรรมชาติและจิตวิญญาณผ่านชุดพิธีกรรม การถวาย และการแสดงศิลปะที่ซับซ้อนอย่างละเอียดอ่อน เกณฑ์นี้เน้นย้ำถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ที่หยั่งรากลึกและเกี่ยวข้องกับระบบ Subak (สุบัก)
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลีเป็นผลลัพธ์ของการผสมผสานระหว่างสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์กับภูมิปัญญาและปรัชญาของมนุษย์ที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ
บริบททางประวัติศาสตร์: ระบบ Subak (สุบัก) ถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นซึ่งมีรากฐานมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 9 (พ.ศ. 1343-1442) ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อจัดการการใช้น้ำจากแม่น้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อชลประทานนาข้าวที่ปลูกทั้งบนพื้นราบและบนนาขั้นบันไดที่เกิดจากการปรับสภาพภูเขาไฟ พื้นที่ Subak Landscape of Catur Angga Batukaru (สุบัก กัตตูร์ อังกา บาตูกาฮู) มีการกล่าวถึงนาขั้นบันไดในจารึกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 (พ.ศ. 1443-1542) ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความเก่าแก่ของระบบ วัดน้ำหลวง Pura Taman Ayun (ปูรา ตามาน อายุน) ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมบาหลี สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 2243-2342) และแสดงถึงการขยายตัวสูงสุดของระบบ Subak (สุบัก) ภายใต้อาณาจักรบาหลีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พ.ศ. 2343-2442)
บริบททางสถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์: ภูมิทัศน์ภูเขาไฟของบาหลี มอบดินที่อุดมสมบูรณ์ และเมื่อรวมกับสภาพภูมิอากาศเขตร้อนชื้น ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการเพาะปลูกพืชผล โดยเฉพาะข้าว น้ำจากแม่น้ำจะถูกส่งผ่านคลองส่งน้ำที่ซับซ้อนไปยังไร่นาต่างๆ วัดน้ำ (water temples) เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบ Subak (สุบัก) ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจเกี่ยวกับการกระจายน้ำอย่างเป็นธรรมอีกด้วย สถาปัตยกรรมของวัดเหล่านี้สะท้อนถึงความเชื่อในปรัชญา Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ) ซึ่งรวมองค์ประกอบของธรรมชาติและจิตวิญญาณเข้ากับการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างแยกไม่ออก
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงและตำนาน การเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งระหว่างเกษตรกรรมและจิตวิญญาณในวัฒนธรรมบาหลีทำให้ยากที่จะแยกออกจากกันโดยเด็ดขาด การถือว่าข้าวเป็นของขวัญจากพระเจ้าและภูมิทัศน์ต่างๆ มีนัยยะศักดิ์สิทธิ์ เป็นความเชื่อที่หยั่งรากลึกในวิถีปฏิบัติของชาวบาหลี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเท็จจริงทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่หล่อหลอมภูมิทัศน์เหล่านี้มาตลอดหลายศตวรรษ ไม่ใช่ตำนานที่แยกออกจากความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์
จุดเด่นสำคัญ
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลีประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่แสดงถึงความซับซ้อนและความงดงามของระบบ Subak (สุบัก) และปรัชญา Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ):
-
วัดน้ำปูรา อูลุน ดานู บาตูร์ (The Supreme Water Temple of Pura Ulun Danu Batur): ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur) วัดแห่งนี้ถือเป็นแหล่งกำเนิดสูงสุดของน้ำพุและแม่น้ำทั้งหมดในบาหลี เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณที่สำคัญในการจัดการน้ำสำหรับทั้งเกาะ
-
ทะเลสาบบาตูร์ (Lake Batur): ทะเลสาบแห่งนี้ได้รับการเคารพในฐานะแหล่งน้ำหลักสำหรับนาข้าวขั้นบันไดทั่วทั้งเกาะ เป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติที่สำคัญที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศและเกษตรกรรมของบาหลี
-
ภูมิทัศน์สุบักแห่งลุ่มน้ำปาเกริซัน (The Subak Landscape of the Pakerisan Watershed): เป็นตัวแทนของหนึ่งในระบบชลประทานที่เก่าแก่ที่สุดที่รู้จักกันในบาหลี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมน้ำของชาวบาหลีมาตั้งแต่โบราณ
-
ภูมิทัศน์สุบักแห่งกัตตูร์ อังกา บาตูกาฮู (The Subak Landscape of Catur Angga Batukaru): โดดเด่นด้วยนาข้าวขั้นบันไดที่มีการกล่าวถึงในจารึกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 10 (พ.ศ. 1443-1542) และเป็นตัวอย่างชั้นเยี่ยมของสถาปัตยกรรมวัดแบบบาหลีคลาสสิก รวมถึง Jatiluwih Rice Terrace (นาข้าวขั้นบันไดจาตีลูวิห์) ซึ่งเป็นทัศนียภาพอันงดงามและสะท้อนถึงความอัจฉริยะในการจัดการพื้นที่
-
วัดน้ำหลวงปูรา ตามาน อายุน (The Royal Water Temple of Pura Taman Ayun): สิ่งก่อสร้างทางสถาปัตยกรรมจากคริสต์ศตวรรษที่ 18 (พ.ศ. 2243-2342) แห่งนี้ถือเป็นวัดน้ำที่ใหญ่ที่สุดและน่าประทับใจที่สุดบนเกาะ เป็นตัวอย่างของการขยายตัวอย่างเต็มที่ของระบบ Subak (สุบัก) ภายใต้อาณาจักรบาหลีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 (พ.ศ. 2343-2442)
คู่มือและข้อบังคับสำหรับผู้เยี่ยมชม
การเยี่ยมชมภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลี ซึ่งเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเกษตรกรรมแห่งนี้ ผู้มาเยือนพึงปฏิบัติตามกฎระเบียบและประเพณีท้องถิ่น เพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม:
-
การเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และประเพณีท้องถิ่น: วัดภายในภูมิทัศน์วัฒนธรรมยังคงเป็นสถานที่ประกอบพิธีบูชาที่สำคัญ ผู้เยี่ยมชมควรแสดงความเคารพต่อศาสนาและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงให้เกียรติภูมิปัญญาและพิธีกรรมดั้งเดิมของชาวบาหลี
-
การแต่งกายที่เหมาะสม: เมื่อเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ เช่น วัด ผู้เยี่ยมชมจำเป็นต้องแต่งกายให้เหมาะสม โดยทั่วไปคือการสวมผ้าโสร่ง (sarong) และผ้าคาดเอว (sash) นอกจากนี้ สตรีที่มีประจำเดือนควรละเว้นจากการเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
-
พฤติกรรมในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์: ผู้เยี่ยมชมควรประพฤติตนอย่างเคารพในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ หลีกเลี่ยงการปีนป่ายต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ และไม่ถ่ายภาพด้วยเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม
-
การลดผลกระทบต่อระบบ Subak (สุบัก): เพื่อให้การไหลของน้ำจากต้นน้ำเป็นไปอย่างไม่ถูกรบกวน ควรลดการเยี่ยมชมพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ต้นน้ำ (upstream sacred areas) และสนับสนุนการจัดการระบบนิเวศปลายน้ำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
-
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: ผู้เยี่ยมชมควรช่วยรักษาความงามตามธรรมชาติของเกาะโดยไม่ทิ้งขยะ และเลือกใช้ทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
-
การบริจาค: ขณะสำรวจนาข้าวขั้นบันได เกษตรกรหรือชาวบ้านบางรายอาจขอรับบริจาค ซึ่งมักนำไปใช้ในการบำรุงรักษาทางเดินและสะพานสำหรับนักท่องเที่ยว
-
การถ่ายภาพและโดรน: เน้นความละเอียดอ่อนในการถ่ายภาพในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวและความศักดิ์สิทธิ์ของพื้นที่ ไม่มีการระบุข้อบังคับเฉพาะสำหรับโดรนอย่างชัดเจน แต่ควรปฏิบัติตามหลักการทั่วไปของการเคารพสถานที่
-
การกำกับดูแลและการคุ้มครองท้องถิ่น: แหล่งมรดกเหล่านี้ได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายจารีตประเพณี (Awig-awig) ซึ่งครอบคลุมการจัดการ Subak (สุบัก) การคุ้มครองแบบดั้งเดิม และการอนุรักษ์ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม รวมถึงการจัดโซนสำหรับสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ นาข้าวขั้นบันไดยังได้รับการปกป้องจากการพัฒนาการท่องเที่ยวขนาดใหญ่ด้วยพระราชกฤษฎีกาท้องถิ่น
ภูมิทัศน์วัฒนธรรมบาหลี เป็นประจักษ์พยานอันทรงคุณค่าที่สะท้อนถึงความอัจฉริยะของมนุษย์ในการสร้างสรรค์ระบบเกษตรกรรมที่ยั่งยืน ผสานรวมกับปรัชญาชีวิตและจิตวิญญาณอันลึกซึ้งผ่านแนวคิด Tri Hita Karana (ตรีหิตกรณะ) ระบบ Subak (สุบัก) ไม่ได้เป็นเพียงระบบชลประทานเท่านั้น แต่ยังเป็นสถาบันทางสังคมและศาสนาที่ดำรงความกลมกลืนระหว่างผู้คนกับธรรมชาติและโลกฝ่ายจิตวิญญาณมานับพันปี การขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในปี 2012 C.E. (พ.ศ. 2555) ตอกย้ำถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้ ทั้งในด้านมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ ซึ่งเป็นบทเรียนอันล้ำค่าเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนและความเคารพต่อโลกที่เราอาศัยอยู่
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

