iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
แหล่งมรดกโลก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินโดนีเชีย 2019 มรดกการทำเหมืองถ่านหินอมบีลินแห่งซาวะฮ์ลุนโต (Ombilin Coal Mining Heritage of Sawahlunto)
 

 

มรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินแห่งซาวาห์ลุนโต: ระบบอุตสาหกรรมบุกเบิกในอินโดนีเซีย

มรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินแห่งซาวาห์ลุนโต (Ombilin Coal Mining Heritage of Sawahlunto) ซึ่งตั้งอยู่ในสุมาตราตะวันตก ประเทศอินโดนีเซีย ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปีคริสต์ศักราช 2019 (พ.ศ. 2562) แหล่งมรดกแห่งนี้ถือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของระบบเทคโนโลยีบุกเบิกสำหรับการสกัดถ่านหินเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งได้รับการวางแผนและก่อสร้างโดยวิศวกรชาวยุโรปในอาณานิคมช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20

ระบบอุตสาหกรรมนี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยรัฐบาลดัตช์อีสต์อินดีส (Netherlands East Indies) เพื่อสกัด ประมวลผล และขนส่งถ่านหินคุณภาพสูงจากภูมิภาคที่เข้าถึงยากของสุมาตรา แรงงานประกอบด้วยชาวมินังกาเบา (Minangkabau) ในท้องถิ่น แรงงานสัญญาจ้างชาวชวา (Javanese) และชาวจีน (Chinese) รวมถึงนักโทษที่ถูกบังคับใช้แรงงานจากพื้นที่ภายใต้การควบคุมของดัตช์

คุณค่าโดดเด่นเป็นสากล (Outstanding Universal Value)

มรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินแห่งซาวาห์ลุนโต ได้รับการยอมรับในคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลภายใต้เกณฑ์หลายประการ:

  • เกณฑ์ (ii): แหล่งนี้แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการทำเหมืองที่สำคัญระหว่างยุโรปและอาณานิคม โดยนำเสนอชุดเทคโนโลยีที่ซับซ้อนซึ่งออกแบบมาเพื่อการสกัดถ่านหินลึก การประมวลผล การขนส่ง และการจัดส่งถ่านหินคุณภาพอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการถ่ายทอดความรู้ทางวิศวกรรมและการปฏิบัติการทำเหมืองที่เป็นระบบและต่อเนื่องยาวนาน นอกจากนี้ยังแสดงถึงการบรรจบกันของเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุโรปและแรงงานท้องถิ่น รวมถึงการแลกเปลี่ยนและการหลอมรวมระหว่างความรู้และการปฏิบัติในท้องถิ่นกับเทคโนโลยียุโรป

  • เกณฑ์ (iv): เป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของระบบเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการสกัดทรัพยากรธรรมชาติเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงลักษณะของยุคหลังของการปฏิวัติอุตสาหกรรมระดับโลก ซึ่งระบบการผลิตที่ซับซ้อนได้นำไปสู่เศรษฐกิจโลกาภิวัตน์

แหล่งมรดกนี้ยังคงคุณลักษณะของการทำเหมืองไว้ แม้ว่าการทำเหมืองถ่านหินใต้ดินจะไม่มีความสำคัญทางการค้าเท่าเดิมแล้วในปัจจุบัน ซึ่งสะท้อนถึงการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนเหมืองแร่แห่งนี้

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

มรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินแห่งซาวาห์ลุนโตเป็นระบบอุตสาหกรรมบูรณาการที่กว้างขวาง ประกอบด้วยสามพื้นที่ที่เชื่อมโยงกันทางหน้าที่การใช้งาน ซึ่งพัฒนาขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 โดยรัฐบาลอาณานิคมดัตช์อีสต์อินดีส เพื่อจัดการกับการสกัดและการขนส่งถ่านหินในสุมาตรา

  • พื้นที่ A: เขตเหมืองแร่และเมืองเหมือง

    • ประกอบด้วยเหมืองเปิด (open-pit mines) และอุโมงค์เหมืองใต้ดินที่ซับซ้อน (labyrinthine underground mining tunnels) รวมถึงโรงงานแปรรูปถ่านหินในพื้นที่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยเมืองเหมืองแร่ที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะในซาวาห์ลุนโต (Sawahlunto) โครงสร้างที่สำคัญในพื้นที่นี้ ได้แก่ อาคารคอมเพรสเซอร์ (Compressor Building), พื้นที่ร่อน (Area Saringan), โรงแรมอมบิลิน (Hotel Ombilin), โรงไฟฟ้าพลังน้ำสาลาค (Salak Power Plant), สวนสาธารณะซิโล (Taman Silo), พิพิธภัณฑ์อุมบาห์ ซูเอโร (Museum Mbah Soero), ที่พำนักของแพทย์ (Doctor Residence) และบ่อเหมืองซูการ์ (Soegar Mining Pit)

  • พื้นที่ B: เส้นทางรถไฟภูเขา

    • เป็นเส้นทางรถไฟภูเขาแบบฟันเฟืองที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมอย่างชาญฉลาด พร้อมด้วยสะพานรถไฟและอุโมงค์จำนวนมาก ทอดยาว 155 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงเหมืองเข้ากับท่าเรือชายฝั่งข้ามผ่านภูมิประเทศภูเขาที่ขรุขระ สถานีและสะพานรถไฟที่สำคัญ ได้แก่ สถานีคายูตานัม (Stasiun Kayu Tanam), สถานีมัวโรคัลลาบัน (Stasiun Muarokalaban), สถานีเมืองโซลอก (Stasiun Kota Solok), สะพานรถไฟเลมบะห์อานาย (Jembatan Kereta Api Lembah Anai), สะพานรถไฟอมบิลิน ซีมาวัง (Jembatan Kereta Api Ombilin Simawang), สถานีกะจัง (Stasiun Kacang), สถานีปาดังปันจัง (Stasiun Padang Panjang) และสถานีบาตูตาบาล (Stasiun Batu Tabal)

  • พื้นที่ C: ท่าเรือเอมมาฮาเฟน

    • ประกอบด้วยท่าเรือที่ถูกขุดลอกและท่าเรือน้ำลึกที่สร้างขึ้นใหม่ที่เอมมาฮาเฟน (Emmahaven หรือปัจจุบันคือท่าเรือเตลุกบายูร์ – Teluk Bayur port) บนชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียของสุมาตรา ซึ่งเป็นจุดที่ถ่านหินถูกส่งไปยังทั่วอาณานิคมดัตช์อีสต์อินดีสและยุโรป

ข้อมูลที่นำเสนอในส่วนนี้เป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบันทึกไว้ ไม่มีตำนานพื้นบ้านหรือเรื่องเล่าที่ไม่สามารถยืนยันได้ทางประวัติศาสตร์ถูกนำมากล่าวอ้าง

จุดเด่นที่สำคัญ

แหล่งมรดกแห่งนี้เป็นระบบที่รวมศูนย์ตั้งแต่การสกัดถ่านหินไปจนถึงการขนส่งทางเรือ แสดงถึงนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สอง (Second Industrial Revolution) จุดเด่นรวมถึง:

  • ระบบบูรณาการ: การเชื่อมโยงอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่การทำเหมือง การแปรรูป การขนส่งทางรถไฟ และการขนส่งทางเรือ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและประสิทธิภาพของระบบอุตสาหกรรมในยุคนั้น

  • เทคโนโลยีการทำเหมือง: การใช้เทคนิคการสกัดถ่านหินลึกและการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกิดจากการถ่ายทอดความรู้ทางวิศวกรรมจากยุโรป

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง: การสร้างเส้นทางรถไฟฟันเฟืองระยะทาง 155 กิโลเมตร ข้ามภูมิประเทศภูเขา เพื่อขนส่งถ่านหินไปยังท่าเรือ

  • แรงงานหลากหลาย: การใช้แรงงานผสมผสานจากชนพื้นเมืองท้องถิ่น แรงงานสัญญาจ้างจากชวาและจีน และนักโทษ สะท้อนถึงบริบททางสังคมและเศรษฐกิจในยุคอาณานิคม

  • การอนุรักษ์: เมืองซาวาห์ลุนโตได้อนุรักษ์คุณลักษณะของการทำเหมืองไว้ โดยมีพิพิธภัณฑ์และโครงสร้างเก่าแก่ที่ได้รับการฟื้นฟูหลายแห่ง ซึ่งมอบความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของแหล่งนี้

  • องค์ประกอบที่ครอบคลุม: แหล่งมรดกนี้ประกอบด้วย 12 สถานที่สำคัญ รวมถึงเหมือง พื้นที่ถ่านหิน อุโมงค์ โรงเรียนเหมืองแร่ ท่าเรือ และระบบรถไฟ

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อกำหนด

ปัจจุบัน แม้ว่าการทำเหมืองถ่านหินใต้ดินจะลดความสำคัญลง เมืองซาวาห์ลุนโตยังคงเป็นศูนย์กลางสำคัญสำหรับการศึกษาและท่องเที่ยวเชิงมรดก ผู้เยี่ยมชมสามารถสำรวจสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินได้ ได้แก่:

  • พื้นที่เหมืองแร่: เยี่ยมชมเหมืองเปิดและส่วนหนึ่งของอุโมงค์ใต้ดิน เช่น Soegar Mining Pit และบริเวณรอบ Compressor Building.

  • เมืองซาวาห์ลุนโต: สำรวจเมืองเหมืองที่ได้รับการวางแผนมาอย่างดี พร้อมชมสถาปัตยกรรมยุคอาณานิคม รวมถึง Hotel Ombilin และ Doctor Residence.

  • ระบบรถไฟ: สัมผัสประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางรถไฟภูเขาฟันเฟือง (หากมีบริการ) หรือเยี่ยมชมสถานีรถไฟเก่าแก่และสะพานรถไฟตามเส้นทาง 155 กิโลเมตร.

  • ท่าเรือเตลุกบายูร์ (Teluk Bayur port): เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทสำคัญของท่าเรือในฐานะจุดขนส่งถ่านหินไปยังทั่วโลก.

  • พิพิธภัณฑ์และโครงสร้างที่ได้รับการฟื้นฟู: เข้าชมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นและอาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ ซึ่งจัดแสดงเรื่องราวและวัตถุที่เกี่ยวข้องกับการทำเหมืองถ่านหิน เช่น Museum Mbah Soero.

ผู้เยี่ยมชมควรศึกษาและปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อแนะนำของท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยและการอนุรักษ์แหล่งมรดก การเดินทางโดยทั่วไปมักใช้เวลาหลายวันในการสำรวจพื้นที่ทั้งหมดอย่างละเอียด

มรดกเหมืองถ่านหินอมบิลินแห่งซาวาห์ลุนโต เป็นพยานที่ทรงคุณค่าถึงยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมและอำนาจอาณานิคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การบูรณาการอย่างเป็นระบบตั้งแต่การสกัดถ่านหินไปจนถึงการขนส่งทั่วโลก ตลอดจนการแลกเปลี่ยนทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม แสดงให้เห็นถึงคุณค่าโดดเด่นเป็นสากลที่สมควรได้รับการอนุรักษ์ แหล่งมรดกแห่งนี้ไม่เพียงเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์และวิศวกรรม แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความพยายามในการรักษาอดีตเพื่อสร้างความเข้าใจในปัจจุบันและชี้นำอนาคต

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward