2009 สุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน (Royal Tombs of the Joseon Dynasty)

สุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน: มรดกโลกที่ทรงคุณค่าแห่งสถาปัตยกรรมและพิธีกรรม
สุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน (Royal Tombs of the Joseon Dynasty) คือ แหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ประกอบด้วยสุสาน 40 แห่ง กระจายอยู่ตามพื้นที่ 18 แห่ง ซึ่งสร้างขึ้นตลอดระยะเวลากว่าห้าศตวรรษ ตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1408 (พุทธศักราช 1951) จนถึงปีคริสต์ศักราช 1966 (พุทธศักราช 2509) โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการถวายพระเกียรติแด่บรรพบุรุษ แสดงความเคารพต่อพระราชกรณียกิจของพระองค์ ยืนยันอำนาจของราชวงศ์ ปกป้องดวงวิญญาณบรรพบุรุษ และป้องกันการทำลายล้าง สุสานเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกในปีคริสต์ศักราช 2009 (พุทธศักราช 2552) เนื่องจากมีคุณค่าโดดเด่นในระดับสากลอันเป็นสัญลักษณ์ของการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และประเพณีการบูชาบรรพบุรุษที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
คำอธิบายคุณค่าสากลโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
สุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน ได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าสากลโดดเด่นตามเกณฑ์มรดกโลกหลายประการ ได้แก่:
-
เกณฑ์ (iii): สุสานเหล่านี้เป็นพยานหลักฐานอันโดดเด่นถึงขนบธรรมเนียมทางวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ยังมีชีวิตหรือที่สาบสูญไปแล้ว ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดบูรณาการระหว่างธรรมชาติและจักรวาลในวัฒนธรรมขงจื๊อ สร้างสรรค์ประเพณีการฝังศพอันเป็นเอกลักษณ์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการประกอบพิธีกรรมบรรพบุรุษ โดยประยุกต์ใช้หลักการ พุงซู (Pungsu) ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งการจัดวางเพื่อความกลมกลืนกับพลังงานธรรมชาติ
-
เกณฑ์ (iv): สุสานหลวงเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเภทอาคาร สถาปัตยกรรม หรือภูมิทัศน์ที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ โดยแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่สำคัญของเนินฝังศพในบริบทของสถาปัตยกรรมสุสานเกาหลีและเอเชียตะวันออก และเสริมสร้างประเพณีการบูชาบรรพบุรุษที่มีมานานหลายศตวรรษ
-
เกณฑ์ (vi): สุสานเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องโดยตรงและจับต้องได้กับเหตุการณ์หรือประเพณีที่ยังมีชีวิตอยู่ กับความคิด ความเชื่อ หรือกับงานศิลปะและวรรณกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระดับสากล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเพณีการบูชาบรรพบุรุษผ่านพิธีกรรมที่กำหนดไว้ ซึ่งยังคงมีการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอมานานหลายศตวรรษ
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
การเลือกตำแหน่งที่ตั้งของสุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอนนั้นเป็นไปตามหลักการทางภูมิศาสตร์ที่เน้นความงามของธรรมชาติ โดยมักจะเลือกบริเวณที่มีเนินเขาอยู่ด้านหลังเพื่อการปกป้อง หันหน้าไปทางทิศใต้สู่แหล่งน้ำ และมีทิวเขาทอดตัวเป็นชั้นๆ อยู่ไกลออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้สอดคล้องกับปรัชญา พุงซู อันเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนสุสาน
สุสานหลวงเหล่านี้สร้างขึ้นอย่างพิถีพิถันตลอดระยะเวลาห้าศตวรรษ ตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1408 (พุทธศักราช 1951) ถึงปีคริสต์ศักราช 1966 (พุทธศักราช 2509) โดยปราศจากตำนานที่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย แต่ทว่ามีข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่บ่งชี้ถึงวิวัฒนาการของการออกแบบ สุสานแต่ละแห่งแบ่งออกเป็นสามส่วนหลัก ได้แก่ พื้นที่ฝังศพ (burial area) พื้นที่ประกอบพิธี (ceremonial area) และพื้นที่ทางเข้า (entrance area)
นอกเหนือจากเนินฝังศพแล้ว บริเวณสุสานยังประกอบด้วยอาคารที่เกี่ยวข้องต่างๆ เช่น ศาลเจ้าไม้รูปตัว T (T-shaped wooden shrine) ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญ อาคารเก็บศิลาจารึก (stele shed) ที่บันทึกพระประวัติและพระราชกรณียกิจ โรงครัวหลวง (royal kitchen) สำหรับจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ เรือนพนักงานรักษาความปลอดภัย (guards' house) ประตูสีแดงมีปลายแหลม (red-spiked gate) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ และบ้านพักผู้ดูแลสุสาน (tomb keeper's house) พื้นที่โดยรอบยังประดับประดาด้วยรูปปั้นหินต่างๆ ทั้งรูปปั้นบุคคลและสัตว์ ซึ่งล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และสุนทรียภาพ
จุดเด่นสำคัญ
สุสานหลวงแห่งโชซอนถือเป็นจุดเด่นทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญหลายประการ:
-
พัฒนาการของสถาปัตยกรรม: สุสานเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนสำคัญในการพัฒนาเนินฝังศพในบริบทของสถาปัตยกรรมเกาหลีและเอเชียตะวันออก
-
การจัดวางอันเป็นเอกลักษณ์: การจัดวางอาคารและองค์ประกอบภูมิทัศน์อย่างมีเอกลักษณ์ ช่วยเสริมสร้างประเพณีการบูชาบรรพบุรุษที่มีมานานหลายศตวรรษ
-
ประเพณีที่ยังมีชีวิต: ประเพณีการบูชาบรรพบุรุษนี้ยังคงได้รับการสืบทอดและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีโดยองค์กรราชวงศ์ (Royal Family Organization) และสมาคมผู้บำรุงสุสาน (worshipping societies) สำหรับสุสานแต่ละแห่ง
-
บันทึกทางประวัติศาสตร์: มีบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการก่อสร้างและการจัดการสุสานอย่างละเอียด ซึ่งปรากฏอยู่ในพิธีสารสำคัญ เช่น อึยกเว (Uigwe) และ นึงจิ (Neungji) ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลอันล้ำค่าสำหรับการศึกษาสถาปัตยกรรม ประเพณี และประวัติศาสตร์
คู่มือสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อกำหนด
สำหรับผู้เยี่ยมชมสุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน แม้ว่ารายงานการวิจัยนี้จะไม่ได้ระบุข้อมูลเชิงปฏิบัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับเวลาทำการ ค่าเข้าชม หรือการเดินทาง แต่โดยทั่วไปแล้ว แหล่งมรดกโลกเหล่านี้มักจะมีข้อกำหนดในการเข้าชมเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ผู้เยี่ยมชมควรศึกษาข้อมูลล่าสุดจากหน่วยงานที่ดูแลก่อนเดินทางเข้าชม เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถเข้าชมได้อย่างเหมาะสมและเคารพต่อประเพณีและวัฒนธรรมของสถานที่ การเยี่ยมชมควรเป็นไปด้วยความสำรวมและไม่กระทำการใดๆ ที่อาจสร้างความเสียหายหรือรบกวนความสงบของแหล่งมรดกโลกอันทรงคุณค่าแห่งนี้
สุสานหลวงแห่งราชวงศ์โชซอน เป็นแหล่งมรดกโลกที่สะท้อนถึงการผสมผสานอันกลมกลืนของสถาปัตยกรรม ภูมิทัศน์ และประเพณีทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรัชญาขงจื๊อและหลักการ พุงซู สุสานทั้ง 40 แห่งนี้ไม่เพียงเป็นที่พำนักสุดท้ายของกษัตริย์และราชินีแห่งราชวงศ์โชซอนเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของประเพณีการบูชาบรรพบุรุษที่ยังคงสืบทอดมาอย่างมีชีวิตชีวาจนถึงปัจจุบัน การอนุรักษ์และการศึกษาแหล่งมรดกแห่งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาคุณค่าสากลโดดเด่นที่แสดงถึงมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเกาหลีและเอเชียตะวันออก
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

