2007 เกาะภูเขาไฟเชจูและอุโมงค์ลาวา (Jeju Volcanic Island and Lava Tubes)

2007/2550 เจจู เกาะภูเขาไฟและอุโมงค์ลาวา (Jeju Volcanic Island and Lava Tubes) มรดกโลกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าแห่งธรณีวิทยาสากล (Jeju Volcanic Island and Lava Tubes: A Priceless Natural World Heritage of Global Geology)
เจจู เกาะภูเขาไฟและอุโมงค์ลาวา (Jeju Volcanic Island and Lava Tubes) เป็นแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของสาธารณรัฐเกาหลีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดยองค์การยูเนสโกในปี 2007 C.E. (พ.ศ. 2550) แหล่งมรดกแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะเจจู ซึ่งเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณร้อยละ 10 ของเกาะ หรือคิดเป็น 18,846 เฮกตาร์ (ประมาณ 188.46 ตารางกิโลเมตร) สถานที่แห่งนี้ได้รับการยกย่องจากความงดงามทางธรรมชาติอันโดดเด่นและบทบาทสำคัญในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ภูเขาไฟทั่วโลก องค์ประกอบหลักของแหล่งมรดกโลกประกอบด้วยสามส่วนสำคัญ ได้แก่ เขตสงวนธรรมชาติฮัลลาซาน (Hallasan Natural Reserve) ระบบถ้ำลาวา Geomunoreum และปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchulbong Tuff Cone
คำอธิบายคุณค่าโดดเด่นระดับสากล (Outstanding Universal Value)
เจจู เกาะภูเขาไฟและอุโมงค์ลาวา มีคุณค่าโดดเด่นระดับสากลตามเกณฑ์การพิจารณาสองข้อ ได้แก่:
- เกณฑ์ (vii) - ความงามตามธรรมชาติ: ระบบถ้ำลาวา Geomunoreum ที่มีความซับซ้อนและปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchulbong Tuff Cone ที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งนั้นเป็นภูมิทัศน์ภูเขาไฟที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความหลากหลายของสีสันและรูปร่างในถ้ำลาวา ผสานกับทัศนียภาพอันน่าทึ่งของยอดเขา Seongsan Ilchulbong โดยเฉพาะในช่วงพระอาทิตย์ขึ้น ล้วนสร้างความประทับใจทางสายตาอย่างลึกซึ้ง
- เกณฑ์ (viii) - ประวัติศาสตร์โลก: เกาะเจจูเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่มีภูเขาไฟแบบโล่ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นเหนือ "จุดร้อน" (hot spot) บนแผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีปที่อยู่กับที่ การก่อตัวทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย รวมถึงปล่องภูเขาไฟปรสิต (parasitic cones) หรือที่เรียกว่า โอรึม (oreum) กว่า 360 แห่ง ทำให้เกาะเจจูเปรียบเสมือน "พิพิธภัณฑ์เสมือนจริง" ของกิจกรรมภูเขาไฟ ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกอันล้ำค่าเกี่ยวกับกระบวนการทางธรณีวิทยาของโลก
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
ประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของเกาะเจจูถือกำเนิดขึ้นจากกิจกรรมภูเขาไฟที่ยาวนานนับล้านปี โดยเป็นภูเขาไฟแบบโล่ที่ก่อตัวขึ้นจากจุดร้อนใต้เปลือกโลก หลักฐานทางประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาบ่งชี้ถึงการปะทุอย่างต่อเนื่องที่สร้างสรรค์ภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ในปัจจุบัน
- ฮัลลาซาน (Hallasan): ภูเขาฮัลลาเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลี ด้วยความสูง 1,950 เมตร (ประมาณ 6,398 ฟุต) ภูเขานี้เป็นภูเขาไฟแบบโล่ที่สงบแล้ว ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเกาะเจจู ภูเขาฮัลลาเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีพืชพันธุ์กว่า 1,500 ชนิด ซึ่งหลายชนิดเป็นพืชเฉพาะถิ่นหรือพืชหายาก ที่ยอดเขามีทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟขนาดใหญ่ที่เรียกว่า แบงนกดัม (Baengnokdam) ซึ่งเกิดจากยุคสุดท้ายของการปะทุของภูเขาไฟฮัลลา เมื่อประมาณ 25,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 23,000 B.C.E. / 25243 B.E. ก่อนปัจจุบัน)
- ระบบถ้ำลาวา Geomunoreum: ระบบถ้ำลาวาแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบถ้ำลาวาที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟ Geomunoreum ซึ่งปลดปล่อยลาวาบะซอลต์ระหว่าง 100,000 ถึง 300,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 98,000-298,000 B.C.E. / 98043-298043 B.E. ก่อนปัจจุบัน) ถ้ำลาวาเหล่านี้โดดเด่นด้วยการมีหินงอกหินย้อยและหินย้อยรอง (secondary carbonate speleothems) ที่เกิดจากแร่คาร์บอเนต ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่หาได้ยากในถ้ำลาวาทั่วโลก การก่อตัวของหินเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อน้ำที่อุดมด้วยแคลเซียมคาร์บอเนตไหลซึมลงมาจากเพดานถ้ำ สร้างชั้นผลึกสีขาวและหลากสีสันตัดกับผนังถ้ำลาวาสีเข้ม ถ้ำสำคัญในระบบนี้ได้แก่ Manjanggul, Gimnyeonggul, Yongcheongul และ Dangcheongul
- Seongsan Ilchulbong Tuff Cone: ปล่องภูเขาไฟทัฟฟ์ Seongsan Ilchulbong หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ยอดเขาพระอาทิตย์ขึ้น" เป็นภูเขาไฟที่โดดเด่นคล้ายป้อมปราการ ซึ่งผุดขึ้นจากก้นมหาสมุทรในการปะทุแบบไฮโดรโวลคานิก (hydrovolcanic eruption) เมื่อประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว (ประมาณ 3,000 B.C.E. / 4943 B.E. ก่อนปัจจุบัน) โครงสร้างที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยมนี้แสดงให้เห็นถึงกระบวนการปะทุและการสะสมตัวของปล่องภูเขาไฟทัฟฟ์ได้อย่างชัดเจน บริเวณปากปล่องมีลักษณะคล้ายชามขนาดใหญ่ และมีหน้าผาสูงชันสามด้านที่หันออกสู่มหาสมุทร สร้างภูมิทัศน์ชายฝั่งที่งดงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น
ข้อมูลข้างต้นล้วนเป็นข้อเท็จจริงทางธรณีวิทยาที่ได้รับการสนับสนุนจากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ ไม่มีการกล่าวถึงตำนานพื้นบ้านที่แตกต่างจากข้อเท็จจริงเหล่านี้ในการอธิบายการก่อตัวของแหล่งมรดกโลก
จุดเด่นสำคัญ (Key Highlights)
- เขตสงวนธรรมชาติฮัลลาซาน (Hallasan Natural Reserve): เป็นที่ตั้งของยอดเขาฮัลลา ภูเขาที่สูงที่สุดในสาธารณรัฐเกาหลี (1,950 เมตร) พร้อมด้วยทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟ แบงนกดัม ที่งดงาม ภูเขาแห่งนี้เป็นสวรรค์ของพืชและสัตว์นานาชนิด รวมถึง โอรึม (oreum) หรือปล่องภูเขาไฟปรสิตกว่า 360 แห่งที่กระจายอยู่ทั่วเชิงเขา
- ระบบถ้ำลาวา Geomunoreum: ถือเป็นระบบถ้ำลาวาที่ดีที่สุดในโลก มีความโดดเด่นด้วย หินงอกหินย้อยและหินย้อยรองจากแร่คาร์บอเนต หลากสีสัน ซึ่งตัดกับผนังถ้ำลาวาสีดำได้อย่างน่าทึ่ง ถ้ำที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ถ้ำมันจังกุล (Manjanggul Cave) ซึ่งเป็นถ้ำเดียวที่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมได้ส่วนใหญ่ และมีเสาลาวาที่สูงถึง 7.6 เมตร (ประมาณ 25 ฟุต) ในขณะที่ถ้ำยงชอนกุล (Yongcheongul) และถ้ำดังชอนกุล (Dangcheongul) เป็นถ้ำที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มงวด เนื่องจากสภาพที่บริสุทธิ์และการก่อตัวของแร่คาร์บอเนตที่หายากยิ่ง
- Seongsan Ilchulbong Tuff Cone: ปล่องภูเขาไฟที่งดงามตระการตาแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ "ยอดเขาพระอาทิตย์ขึ้น" (Sunrise Peak) เป็นแหล่งศึกษาที่ยอดเยี่ยมสำหรับการทำความเข้าใจโครงสร้างของภูเขาไฟไฮโดรแมกมาติก (hydromagmatic volcanoes) และมอบทัศนียภาพอันน่าประทับใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามรุ่งอรุณ
คู่มือนักท่องเที่ยวและข้อกำหนด (Visitor Guide and Regulations)
สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเยี่ยมชมเจจู เกาะภูเขาไฟและอุโมงค์ลาวา ควรทราบข้อมูลและข้อกำหนดดังนี้:
- ถ้ำมันจังกุล (Manjanggul Cave): หากต้องการเข้าชมถ้ำแห่งนี้ ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย เนื่องจากอุณหภูมิภายในถ้ำจะคงที่ตลอดทั้งปีที่ 11–15 องศาเซลเซียส (ประมาณ 52–59 องศาฟาเรนไฮต์) ส่วนที่เปิดให้สาธารณะชนเข้าชมมีระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร
- Seongsan Ilchulbong Tuff Cone: เพื่อสัมผัสทัศนียภาพพระอาทิตย์ขึ้นอันเลื่องชื่อ ควรมาถึงแต่เช้าตรู่ และเตรียมตัวสำหรับการเดินป่าขึ้นไปยังขอบปากปล่องซึ่งใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที เส้นทางเดินนั้นค่อนข้างชันแต่คุ้มค่ากับความงดงามที่รออยู่เบื้องบน
- การอนุรักษ์และข้อจำกัด: หลายส่วนของระบบถ้ำลาวา เช่น ถ้ำยงชอนกุล และถ้ำดังชอนกุล รวมถึงถ้ำเบ็งดวีกุล (Bengdwigul) ไม่ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม เพื่อป้องกันความเสียหายต่อการก่อตัวของแร่ที่ละเอียดอ่อนและระบบนิเวศใต้ดิน อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับถ้ำเหล่านี้ผ่านทัวร์เสมือนจริงและนิทรรศการที่ ศูนย์มรดกโลกทางธรรมชาติเจจู (Jeju World Natural Heritage Center) การจัดการสถานที่แห่งนี้เป็นไปอย่างเข้มงวดภายใต้กฎหมายคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์
เจจู เกาะภูเขาไฟและอุโมงค์ลาวา เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและการสร้างสรรค์ทางธรณีวิทยาอันน่าทึ่ง ด้วยภูเขาไฟฮัลลาที่สูงสง่า ระบบถ้ำลาวา Geomunoreum ที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ และปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchulbong ที่ตั้งตระหง่าน แหล่งมรดกโลกแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งศึกษาทางวิทยาศาสตร์ชั้นเยี่ยมสำหรับนักธรณีวิทยา แต่ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่มอบความงดงามทางธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์และแรงบันดาลใจให้กับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลก คุณค่าโดดเด่นระดับสากลของเจจูจึงเป็นมรดกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์และศึกษาเพื่อคนรุ่นหลังสืบไป
#iok2utravel #JejuVolcanicIsland #LavaTubes #Hallasan #SeongsanIlchulbong #Geomunoreum #UNESCOWorldHeritage #SouthKorea #NaturalHeritage #VolcanicLandscape
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

