2017 เกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะ (Sacred Island of Okinoshima and Associated Sites in the Munakata Region)
ตำแหน่งที่ตั้ง 40.32663218888841, 140.28312710796536
เกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะ: มิติแห่งการบูชาและวัฒนธรรมข้ามอารยธรรมอันทรงคุณค่า
เกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะ (Sacred Island of Okinoshima and Associated Sites in the Munakata Region) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2017 (พ.ศ. 2560) ภายใต้เกณฑ์ที่ (ii) และ (iii) แหล่งมรดกแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งตะวันตกของเกาะคิวชูประมาณ 60 กิโลเมตร ถือเป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของประเพณีการบูชาเกาะศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งชาวญี่ปุ่นเรียกขานว่า "คามิ ยาโดรุ ชิมะ" (kami yadoru shima; เกาะที่สถิตแห่งเทพเจ้า)
แหล่งมรดกโลกนี้ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วนที่สะท้อนถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value) ได้แก่ เกาะโอคิโนะชิมะ (Okinoshima Island) ซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโอคิตสึ-มิยะ (Okitsu-miya) ในส่วนของมุนาคาตะ ไทฉะ (Munakata Taisha), ศาลเจ้ามุนาคาตะ ไทฉะ บนเกาะโอชิมะ (Oshima Island) และแผ่นดินใหญ่คิวชู, และกลุ่มสุสานโบราณชิมบารุ-นูยามะ (Shimbaru-Nuyama Mounded Tomb Group) ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวและประเพณีการบูชาอันเก่าแก่ของภูมิภาคนี้
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
เกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะมีคุณค่าสากลอันโดดเด่นจากการเป็นต้นแบบอันยอดเยี่ยมของประเพณีการบูชาเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดจากยุคโบราณมาจนถึงปัจจุบัน แหล่งโบราณคดีบนเกาะโอคิโนะชิมะยังคงความสมบูรณ์อย่างน่าทึ่ง โดยได้บันทึกร่องรอยการปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 4 ถึงปลายศตวรรษที่ 9 ตามปฏิทินคริสต์ศักราช (พุทธศตวรรษที่ 9 ถึงปลายพุทธศตวรรษที่ 14)
นอกจากนี้ แหล่งแห่งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและปฏิสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างอาณาจักรต่างๆ ในเอเชียตะวันออกในช่วงเวลาดังกล่าว หลักฐานที่ปรากฏคือวัตถุบูชาอันอุดมสมบูรณ์และหลากหลายที่ถูกค้นพบ ณ แหล่งประกอบพิธีกรรมบนเกาะ ซึ่งรวมถึงวัตถุจากคาบสมุทรเกาหลี จีน และเปอร์เซีย วัตถุเหล่านี้ เช่น กระจกและหัวมังกรสำริดจากราชวงศ์เว่ยของจีน, แหวนทองคำและเครื่องประดับม้าที่คล้ายคลึงกับที่พบในสุสานซิลลาของเกาหลี, และเศษชามแก้วจากอาณาจักรซัสซาเนียนของเปอร์เซีย ต่างเป็นเครื่องยืนยันถึงการอธิษฐานขอความปลอดภัยในการเดินเรือท่ามกลางการแลกเปลี่ยนอันเข้มข้นระหว่างหมู่เกาะญี่ปุ่น คาบสมุทรเกาหลี และแผ่นดินใหญ่เอเชีย ประเพณีการบูชาเกาะ รวมถึงข้อห้ามและวิธีการบูชาจากระยะไกล ได้รับการส่งต่อและรักษาสืบมาจนถึงปัจจุบัน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
ประวัติศาสตร์ของเกาะโอคิโนะชิมะ (Okinoshima) ถือกำเนิดขึ้นจากการเป็นศูนย์กลางแห่งการบูชาสำหรับเส้นทางการค้าและแลกเปลี่ยนทางทะเลในช่วงเวลาสำคัญของเอเชียตะวันออก
- เกาะโอคิโนะชิมะ (Okinoshima Island) (โอคิตสึ-มิยะ, มุนาคาตะ ไทฉะ): ตัวเกาะเองเป็นแหล่งศักดิ์สิทธิ์หลักที่ปรากฏหลักฐานทางโบราณคดีจากการประกอบพิธีกรรมอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ถึง 9 ตามปฏิทินคริสต์ศักราช (พุทธศตวรรษที่ 9 ถึง 14) วัตถุบูชาหลากหลายรูปแบบถูกนำมาวางถวายในพิธีกรรมเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือ ไม่มีการสร้างอาคารศาลเจ้าที่เป็นทางการบนเกาะโอคิโนะชิมะในยุคแรกเริ่ม แต่ใช้กองหินหรือ "โยริชิโระ" (yorishiro) ซึ่งเป็นหินธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์เป็นศูนย์กลางของการสักการะแทน
- ศาลเจ้ามุนาคาตะ ไทฉะ (Munakata Taisha): ประกอบด้วยแหล่งบูชาสามแห่งที่เชื่อมโยงกับพิธีกรรมโบราณและยังคงเป็นสถานที่บูชาที่มีชีวิตชีวาในปัจจุบัน ได้แก่
- ศาลเจ้าโอคิตสึ-มิยะ (Okitsu-miya) บนเกาะโอคิโนะชิมะ
- ศาลเจ้านาคัตสึ-มิยะ (Nakatsu-miya) บนเกาะโอชิมะ (Oshima Island)
- ศาลเจ้าเฮ็ตสึ-มิยะ (Hetsu-miya) บนแผ่นดินใหญ่คิวชู ตามตำนาน ศาลเจ้าทั้งสามแห่งนี้อุทิศแด่เทพธิดาทั้งสามแห่งมุนาคาตะ หรือ "มุนาคาตะ ซันโจชิน" (Munakata Sanjōshin) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นธิดาของเทพีอะมะเทะระสุ (Amaterasu) เทพีแห่งดวงอาทิตย์ การบูชาเทพธิดาเหล่านี้เพื่อขอพรให้การเดินเรือปลอดภัยได้แพร่หลายไปทั่วญี่ปุ่น
- กลุ่มสุสานโบราณชิมบารุ-นูยามะ (Shimbaru-Nuyama Mounded Tomb Group): ตั้งอยู่บนที่ราบสูงที่มองเห็นทะเลไปยังเกาะโอคิโนะชิมะ กลุ่มสุสานเนินดินขนาดใหญ่และเล็กเหล่านี้เป็นพยานถึงชีวิตของตระกูลมุนาคาตะ หรือ "มุนาคาตะ อิชิโซะกุ" (Munakata Ichizoku) ซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องถิ่นผู้ทรงอำนาจ พวกเขามีบทบาทสำคัญในการรักษาประเพณีการบูชาเกาะโอคิโนะชิมะและควบคุมเส้นทางการค้ากับทวีป
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาและเยี่ยมชม แหล่งมรดกโลกเกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะมีจุดเด่นหลายประการที่ควรค่าแก่การสำรวจ แม้ว่าการเข้าถึงเกาะโอคิโนะชิมะเองจะจำกัดอย่างเคร่งครัด:
- เกาะโอคิโนะชิมะ (Okitsu-miya, Munakata Taisha): เป็นหัวใจหลักของแหล่งมรดก ที่ซึ่งพิธีกรรมโบราณเพื่อความปลอดภัยทางทะเลเคยถูกจัดขึ้น และยังคงมีแหล่งโบราณคดีที่สมบูรณ์เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีอาคารศาลเจ้าที่เป็นทางการ แต่ใช้หินธรรมชาติเป็นศูนย์กลางการสักการะ
- โอคิตสึ-มิยะ โยไฮโช (Okitsu-miya Yohaisho): ตั้งอยู่บนเกาะโอชิมะ เป็นจุดที่กำหนดไว้สำหรับการบูชาเกาะโอคิโนะชิมะจากระยะไกล โดยสามารถมองเห็นเกาะศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ในระยะไกล
- นาคัตสึ-มิยะ, มุนาคาตะ ไทฉะ (Nakatsu-miya, Munakata Taisha): ศาลเจ้าโบราณบนเกาะโอชิมะ ซึ่งเป็นหนึ่งในสามแหล่งบูชาหลักของมุนาคาตะ ไทฉะ พร้อมทิวทัศน์มหาสมุทรที่สวยงาม
- เฮ็ตสึ-มิยะ, มุนาคาตะ ไทฉะ (Hetsu-miya, Munakata Taisha): ตั้งอยู่บนแผ่นดินใหญ่ เป็นศาลเจ้าที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุดในบรรดาสามศาลเจ้ามุนาคาตะ และได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแหล่งประกอบพิธีกรรมชินโตที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
- กลุ่มสุสานโบราณชิมบารุ-นูยามะ (Shimbaru-Nuyama Mounded Tomb Group): เนินสุสานเหล่านี้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของตระกูลมุนาคาตะ ผู้มีบทบาทสำคัญในการดูแลประเพณีการบูชาโอคิโนะชิมะ
- พิพิธภัณฑ์ชิมโปะคัง (Shimpokan Museum) ที่ศาลเจ้าเฮ็ตสึ-มิยะ: จัดแสดงวัตถุโบราณและวัตถุบูชาประมาณ 80,000 ชิ้น ที่ถูกขุดพบจากเกาะโอคิโนะชิมะ ซึ่งเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการชมสมบัติเหล่านี้
- การเดินชมเนินสุสานโบราณ: บริเวณใกล้เมืองมุนาคาตะและฟุกุทสึ สามารถเดินสำรวจเนินสุสานโบราณได้
- การเดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ไปยังเกาะโอชิมะ: เพื่อเยี่ยมชมศาลเจ้านาคัตสึ-มิยะ และโอคิตสึ-มิยะ โยไฮโช
คู่มือสำหรับผู้เยี่ยมชมและข้อบังคับ (Visitor Guide and Regulations)
การเข้าถึงเกาะโอคิโนะชิมะอันศักดิ์สิทธิ์มีข้อจำกัดอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของเกาะและปกป้องแหล่งโบราณคดีอันล้ำค่า
- ข้อจำกัดการเข้าถึงเกาะโอคิโนะชิมะ: สตรีถูกห้ามไม่ให้ขึ้นเหยียบเกาะโดยเด็ดขาด สำหรับบุรุษนั้น การเข้าถึงโดยทั่วไปจำกัดเฉพาะนักบวชชินโต บุคลากรทางทหาร นักวิจัย และสื่อมวลชนที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษเท่านั้น ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) เป็นต้นไป ไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปขึ้นฝั่งบนเกาะโอคิโนะชิมะเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
- ประเพณีการสักการะแบบดั้งเดิม: การสักการะเกาะแห่งนี้อย่างแท้จริงคือการ "โยไฮ" (yohai) ซึ่งหมายถึงการสักการะจากระยะไกล
- กิจกรรมแนะนำสำหรับผู้เยี่ยมชม:
- เยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์ชิมโปะคัง (Shimpokan Museum) ณ ศาลเจ้าเฮ็ตสึ-มิยะ (Hetsu-miya Shrine) เพื่อชมวัตถุโบราณที่ขุดพบจากเกาะโอคิโนะชิมะ
- เดินสำรวจ กลุ่มสุสานโบราณ ใกล้เมืองมุนาคาตะและฟุกุทสึ
- เดินทางโดยเรือเฟอร์รี่ไปยัง เกาะโอชิมะ (Oshima Island) เพื่อเยี่ยมชมศาลเจ้านาคัตสึ-มิยะ (Nakatsu-miya Shrine) และจุดสักการะจากระยะไกล โอคิตสึ-มิยะ โยไฮโช (Okitsu-miya Yohaisho)
เกาะโอคิโนะชิมะและแหล่งที่เกี่ยวข้องในภูมิภาคมุนาคาตะ เป็นแหล่งมรดกโลกที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงเพราะเป็นพยานถึงประเพณีการบูชาเกาะศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดมายาวนาน แต่ยังเป็นศูนย์กลางของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศาสนาในเอเชียตะวันออกโบราณ หลักฐานทางโบราณคดีที่สมบูรณ์บนเกาะโอคิโนะชิมะเผยให้เห็นถึงวิวัฒนาการของพิธีกรรมและบทบาทสำคัญของภูมิภาคนี้ในการเชื่อมโยงอารยธรรมต่างๆ การรักษามรดกแห่งนี้ รวมถึงข้อห้ามและประเพณีการสักการะจากระยะไกล ล้วนตอกย้ำถึงความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ซึ่งยังคงเป็นแรงบันดาลใจและเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าสำหรับมนุษยชาติ
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
เที่ยวแหล่งมรดกโลก (World Heritage Site)
------------------------

