iok2u.com แหล่งรวมข้อมูลข่าวสารเรื่องราวน่าสนใจเพื่อการศึกษาแลกเปลี่ยนและเรียนรู้

ยืนหยัด เข้มแข็ง และกล้าหาญ (Stay Strong & Be Brave)
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีทุกคนในการต่อสู้ความอยุติธรรม ในยุคสังคมที่คดโกงยึดถึงประโยชน์ส่วนตนและพวกฟ้องมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม จนหลายคนคิดว่าพวกด้านได้อายอดมักได้ดี แต่หากยึดคำในหลวงสอนไว้ในเรื่องการทำความดีเราจะมีความสุขครับ
Pay It Forward เป้าหมายเล็ก ๆ ในการส่งมอบความดีต่อ ๆ ไป
เว็ปไซต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward ที่เล่าถึงการมีเป้าหมายเล็ก ๆ กำหนดไว้ให้ส่งมอบความดีต่อไปอีก 3 คน หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา อยากให้ส่งต่อเพื่อถ่ายทอดต่อไป
มิสเตอร์เรน (Mr. Rain) และมิสเตอร์เชน (Mr. Chain)
Mr. Rain และ Mr. Chain สองพี่น้องในโลกออฟไลน์และออนไลน์ที่จะมาร่วมมือกันสร้างสื่อสารสนเทศ เพื่อเผยแพร่ให้ความรู้ในเรื่องราวต่างๆ มากมายสร้างสังคมในการเรียนรู้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลยโดยไม่ต้องตอบแทนกลับมา

2018 ซานซา พุทธอารามบนภูเขาแห่งเกาหลี (Sansa, Buddhist Mountain Monasteries in Korea)

 

 

 

 

ซานซา อารามพุทธบนภูเขาแห่งเกาหลี: มรดกแห่งศรัทธาและสถาปัตยกรรมอันยืนยง

"ซานซา อารามพุทธบนภูเขาแห่งเกาหลี" (Sansa, Buddhist Mountain Monasteries in Korea) คือแหล่งมรดกโลกขององค์การยูเนสโกที่ประกอบด้วยอารามพุทธบนภูเขาอันเก่าแก่จำนวนเจ็ดแห่ง ตั้งอยู่กระจัดกระจายในจังหวัดทางตอนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี ได้แก่ วัดทงโดซา (Tongdosa), วัดพูซ็อกซา (Buseoksa), วัดพงจ็องซา (Bongjeongsa), วัดพ็อบจูซา (Beopjusa), วัดมาก็อกซา (Magoksa), วัดซอนอัมซา (Seonamsa) และวัดแทฮึงซา (Daeheungsa) อารามเหล่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ. 2018 (พ.ศ. 2561) และเป็นศูนย์กลางแห่งความเชื่อทางศาสนา การปฏิบัติทางจิตวิญญาณ และชีวิตประจำวันของชุมชนสงฆ์อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่การก่อตั้งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ถึง 9 (พุทธศตวรรษที่ 12 ถึง 14) สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในเกาหลี แม้จะเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการกดขี่ในสมัยราชวงศ์โชซอน (Joseon Dynasty) และความเสียหายจากสงคราม อารามเหล่านี้ยังคงเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจที่มีชีวิตชีวา

คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)

แหล่งมรดกโลกซานซาได้รับการขึ้นทะเบียนตามเกณฑ์คุณค่าสากลอันโดดเด่น ข้อที่ (iii) ซึ่งระบุว่าแหล่งมรดกนั้นจะต้อง "เป็นพยานหลักฐานอันเป็นเอกลักษณ์ หรืออย่างน้อยก็เป็นพยานหลักฐานอันยอดเยี่ยมต่อประเพณีวัฒนธรรม หรือต่ออารยธรรมที่ยังคงดำรงอยู่ หรือที่ได้สาบสูญไปแล้ว" โดยอารามทั้งเจ็ดแห่งนี้เป็นตัวอย่างอันโดดเด่นของวัฒนธรรมการบวชในพระพุทธศาสนาแบบเกาหลี ที่สืบทอดมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) จนถึงปัจจุบัน พวกมันเป็นศูนย์กลางที่ดำเนินบทบาทอย่างต่อเนื่องในด้านความเชื่อทางศาสนา การปฏิบัติทางจิตวิญญาณ และการดำเนินชีวิตประจำวันของชุมชนสงฆ์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาทางประวัติศาสตร์ของพระพุทธศาสนาในเกาหลีได้อย่างชัดเจน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้ยืนหยัดเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาและการปฏิบัติศาสนกิจที่ยังมีชีวิตชีวา แม้จะผ่านการกดขี่และข้อขัดแย้งมาหลายศตวรรษ แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและต่อเนื่องของประเพณีพุทธศาสนาแบบเกาหลี

บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

ประวัติศาสตร์: พระพุทธศาสนาได้เข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 4 (พุทธศตวรรษที่ 9) โดยมีวัดแรกเริ่มสร้างขึ้นในใจกลางเมือง แต่หลังจากการรวมอาณาจักรสามอาณาจักรโดยอาณาจักรซิลลา (Silla) ในคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) พระพุทธศาสนาได้แผ่ขยายสู่มวลชน และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างอารามบนภูเขาแห่งแรกๆ อาทิ วัดทงโดซา, วัดพูซ็อกซา, วัดพงจ็องซา และวัดพ็อบจูซา

ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 (พุทธศตวรรษที่ 14) พระพุทธศาสนานิกายเซน (Seon Buddhism) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ฌาน" ได้แพร่หลายและเน้นการทำสมาธิและการตระหนักรู้ในตนเอง ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งอารามบนภูเขา เช่น วัดมาก็อกซา, วัดซอนอัมซา และวัดแทฮึงซา ในพื้นที่ภูเขาที่ถือว่าเหมาะสำหรับการปฏิบัติเซน อารามเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดและเผยแพร่แนวปฏิบัติทางจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธศาสนานิกายเซนในเกาหลี

แม้จะเผชิญกับการกดขี่อย่างหนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยราชวงศ์โชซอน (ค.ศ. 1392-1897 / พ.ศ. 1935-2440) ซึ่งลัทธิขงจื๊อ (Confucianism) กลายเป็นอุดมการณ์ของรัฐ อารามบนภูเขาเหล่านี้ยังคงสามารถธำรงรักษาตนเองและวัฒนธรรมพุทธศาสนาไว้ได้ พวกเขายังคงรักษาประเพณีการบริหารจัดการแบบพึ่งพาตนเองและการศึกษาพระสงฆ์ไว้อย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความยืนหยัดของศรัทธา

สถาปัตยกรรม: สถาปัตยกรรมของอารามซานซาแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะของเกาหลี โดยเน้นความกลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขาตามธรรมชาติ และการจัดวางพื้นที่ที่เป็นเอกลักษณ์

  • ผัง "มาดัง" (Madang): ลักษณะร่วมกันคือ "มาดัง" ซึ่งเป็นลานเปิดโล่งกลางอารามที่ล้อมรอบด้วยอาคารสำคัญสี่หลัง ได้แก่ พระอุโบสถ (Buddha Hall), ศาลา (pavilion), หอแสดงธรรม (lecture hall) และกุฏิสงฆ์ (dormitories) การจัดวางผังนี้สะท้อนถึงวิวัฒนาการทางปรัชญาและสถาปัตยกรรมของพระพุทธศาสนาผ่านยุคสมัยต่างๆ

  • การบูรณาการกับธรรมชาติ: อาคารของอารามถูกจัดวางให้ผสมผสานอย่างลงตัวกับภูมิทัศน์โดยรอบ ทำให้สามารถปฏิบัติธรรมและชื่นชมสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติไปพร้อมกันได้

  • สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่น: อารามซานซาหลายแห่งยังคงรักษาสถาปัตยกรรมไม้ที่เก่าแก่ที่สุดบางส่วนของเกาหลีไว้ ตัวอย่างเช่น หอมูรยังซูจอน (Muryangsujeon) ที่วัดพูซ็อกซา เป็นอาคารโบราณที่มีชื่อเสียงจากสมัยโครยอ (Goryeo period) และถือเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในเกาหลี ซึ่งเป็นตัวอย่างที่สำคัญของสถาปัตยกรรมไม้ในเอเชียตะวันออก นอกจากนี้ ประตูเสาเดียว (Iljumun) ซึ่งเป็นประตูทางเข้าของแต่ละวัด ยังทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์แบ่งแยกระหว่างโลกศักดิ์สิทธิ์และโลกฆราวาส

  • การอนุรักษ์และความแท้จริง: องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันผ่านเทคนิคการก่อสร้างแบบดั้งเดิม เพื่อรักษาความแท้จริงของสถานที่เหล่านี้ในฐานะศูนย์กลางการปฏิบัติพุทธศาสนาที่ยังมีชีวิตอยู่

ไม่มีตำนานเฉพาะที่ถูกแยกจากข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ในรายงานนี้ การบรรยายทั้งหมดเป็นไปตามข้อเท็จจริงที่บันทึกไว้ทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม

จุดเด่นที่สำคัญ

  • วัฒนธรรมพุทธศาสนาที่มีชีวิต: ผู้เยี่ยมชมจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมพุทธศาสนาที่มีชีวิต ซึ่งยืนหยัดผ่านการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ รวมถึงการกดขี่ในสมัยราชวงศ์โชซอนและผลกระทบจากสงคราม

  • การจุ่มลึกทางจิตวิญญาณ: อารามเหล่านี้ยังคงเป็นศูนย์กลางที่กระตือรือร้นสำหรับการทำสมาธิและการศึกษาพระพุทธศาสนา หลายแห่งมีโปรแกรม "พำนักวัด" (temple stay) ซึ่งมอบโอกาสพิเศษในการเข้าร่วมชีวิตสงฆ์ รวมถึงพิธีทำบุญตอนเช้า (yebul) การกราบ 108 ครั้ง การทำสมาธินิกายเซน (Seon/Zen) และการรับประทานอาหารมังสวิรัติร่วมกับพระสงฆ์

  • สมบัติทางวัฒนธรรม: อารามซานซาเป็นที่เก็บรักษาทรัพย์สินทางวัฒนธรรมระดับชาติและระดับรัฐจำนวนมาก รวมถึงโครงสร้าง โบราณวัตถุ และเอกสารเก่าแก่ ตัวอย่างเช่น พระตำหนักพัลซังจอน (Palsangjeon) ของวัดซอนอัมซา ประดิษฐานภาพวาดอันสดใส (palsangdo) ที่พรรณนาถึงชีวิตของพระศากยมุนี และพิพิธภัณฑ์ของวัดยังจัดแสดงทรัพย์สินทางวัฒนธรรมมากกว่า 200 ชิ้น วัดทงโดซา มีความสำคัญเป็นพิเศษเนื่องจากประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าในประวัติศาสตร์ ดังนั้นพระอุโบสถหลักจึงไม่มีพระพุทธรูป ขณะที่วัดพ็อบจูซา เป็นที่ตั้งของเจดีย์ไม้พัลซังจอน ซึ่งเป็นเจดีย์ไม้ห้าชั้นแห่งเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในเกาหลี และมีพระพุทธรูปพระศรีอริยเมตไตรยขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 20 (พุทธศตวรรษที่ 25)

  • ภูมิทัศน์ธรรมชาติอันเงียบสงบ: อารามเหล่านี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ภูเขาที่ห่างไกลและสวยงามเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งช่วยให้พระสงฆ์ได้เข้าถึงธรรมชาติและส่งเสริมการศึกษา การผสมผสานของสถาปัตยกรรมเข้ากับภูมิทัศน์ธรรมชาติเป็นลักษณะสำคัญ

คู่มือผู้เยี่ยมชมและข้อกำหนด

ผู้เยี่ยมชมอารามซานซาทั้งเจ็ดแห่งจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าในการสำรวจมรดกทางพระพุทธศาสนาอันรุ่มรวยของเกาหลี ควรแต่งกายสุภาพและแสดงความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เสมอ โปรดทราบว่าอารามหลายแห่งยังคงเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติศาสนกิจที่กระตือรือร้น ดังนั้นจึงควรปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อแนะนำของแต่ละวัดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเข้าร่วมโปรแกรมพำนักวัด (temple stay) หรือพิธีกรรมต่างๆ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่

บทสรุป

ซานซา อารามพุทธบนภูเขาแห่งเกาหลี เป็นประจักษ์พยานถึงความต่อเนื่องและความยืดหยุ่นของวัฒนธรรมพุทธศาสนาในเกาหลี ตั้งแต่การก่อตั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 7 (พุทธศตวรรษที่ 12) อารามเหล่านี้ได้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณ การศึกษา และวิถีชีวิตของชุมชนสงฆ์อย่างไม่ขาดสาย สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นซึ่งผสมผสานเข้ากับธรรมชาติอย่างลงตัว และการเป็นแหล่งรวมสมบัติทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า ทำให้ซานซาเป็นแหล่งมรดกโลกที่มีคุณค่าสากลอย่างแท้จริง ซึ่งยังคงเป็นแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจและเป็นตัวแทนของประเพณีพุทธศาสนาที่มีชีวิตชีวาในคาบสมุทรเกาหลี

.

------------------------

ขอต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์
www.iok2u.com
แหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อคุณ

เว็บไซต์ www.iok2u.com นี้เกิดมาจาก แรงบันดาลใจในภาพยนต์เรื่อง Pay It Forward โดยมีเป้าหมายเล็ก ๆ ที่กำหนดไว้ว่า ทุกครั้งที่เข้าเรียนสัมมนาหรืออบรมในแต่ละครั้ง จะนำความรู้มาจัดทำเป็นบทความอย่างน้อย 3 เรื่อง เพื่อมาลงในเว็บนี้
ความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับมาทำการถ่ายทอดต่อไป และหวังว่าจะมีคนมาอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์นำเอาไปใช้ได้ หากใครคิดว่ามันมีประโยชน์ก็สามารถนำไปเผยแพร่ต่อได้เลย โดยอาจไม่ต้องอ้างอิงที่มาหรือมาตอบแทนผู้จัด แต่ขอให้ส่งต่อหากคิดว่ามันดีหรือมีประโยชน์ เพื่อถ่ายทอดความรู้และสิ่งดี ๆ ต่อไปข้างหน้าต่อไป Pay It Forward