
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาและโบราณสถานอันทรงคุณค่า
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาและโบราณสถานอันทรงคุณค่า (The Cosmological Axis of Yogyakarta and its Historic Landmarks) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ซุมบู ฟิโลโซฟี ยอกยาการ์ตา" (Sumbu Filosofi Yogyakarta) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรมโดยองค์การยูเนสโกเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2023 (พ.ศ. 2566) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 45 ณ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ถือเป็นแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมแห่งที่หกของประเทศอินโดนีเซียที่ได้รับการยอมรับอันทรงเกียรตินี้จากยูเนสโก
แกนเหนือ-ใต้ความยาว 6 กิโลเมตร (6 kilometers) ในใจกลางยอกยาการ์ตาแห่งนี้เป็นประจักษ์พยานอันโดดเด่นของอารยธรรมและวัฒนธรรมชวา สะท้อนถึงความเชื่อหลักเกี่ยวกับจักรวาลในวัฒนธรรมชวา และแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมที่สำคัญระหว่างระบบความเชื่อและค่านิยมที่หลากหลาย รวมถึงอนิเมซึม (animism), ฮินดู (Hinduism), พุทธศาสนา (Buddhism), อิสลามซูฟี (Islam Sufism) และอิทธิพลตะวันตก
แกนจักรวาลวิทยานี้ถูกสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18 (ประมาณพุทธศตวรรษที่ 23) โดยสุลต่านมังกูบูมี (Sultan Mangkubumi) ซึ่งทรงเลือกตำแหน่งของพระราชวังคราตอน (Kraton Palace) และการจัดวางผังเมืองในปี 1755 (พ.ศ. 2298) เพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อทางจักรวาลวิทยาของชาวชวา แกนกลางนี้เชื่อมโยงภูเขาเมอราปี (Mount Merapi) ทางทิศเหนือ ซึ่งถือเป็นที่ประทับของเทพารักษ์ (Guardian Spirits) และมหาสมุทรอินเดียทางทิศใต้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นบ้านของราชินีแห่งทะเลใต้ (Queen of the Southern Sea) โดยมีหมู่พระราชวังคราตอนตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยโบราณสถานและแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมที่สำคัญอื่นๆ เรียงรายตามแกนทั้งทางทิศเหนือและใต้ ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านพิธีกรรมต่างๆ
แลนด์มาร์กสำคัญตามแนวแกนประกอบด้วยหมู่พระราชวังคราตอน (Kraton Complex), ปังกุง คราเปียก (Panggung Krapyak) ณ จุดใต้สุด และตูกู ยอกยาการ์ตา (Tugu Yogyakarta) หรือที่รู้จักในชื่อ ตูกู ปัล ปูติฮ์ (Tugu Pal Putih) หรือ ตูกู โกลง กิลิก (Tugu Golong Gilig) ณ จุดเหนือสุด นอกจากนี้ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ภายในพื้นที่ได้แก่ พระราชอุทยานน้ำตามัน ซารี (Taman Sari Royal Garden) และหมู่มัสยิดใหญ่ (Great Mosque Complex) การจัดวางแลนด์มาร์กเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อแสดงออกถึงแนวคิดเชิงปรัชญาของชาวชวาเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ เช่น วัฏจักรแห่งชีวิต (Sangkan Paraning Dumadi), ชีวิตที่กลมกลืนในอุดมคติ (Hamemayu Hayuning Bawana) และการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับพระผู้สร้าง (Manunggaling Kawula Gusti)
คุณค่าสากลอันโดดเด่น (Outstanding Universal Value)
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาและโบราณสถานอันทรงคุณค่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้เกณฑ์สองข้อหลักของยูเนสโก ซึ่งยืนยันถึงคุณค่าสากลอันโดดเด่นดังนี้:
-
เกณฑ์ (ii): แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าของมนุษย์ที่สำคัญ ตลอดช่วงเวลาหนึ่ง หรือภายในพื้นที่วัฒนธรรมของโลก ในการพัฒนาทางสถาปัตยกรรมหรือเทคโนโลยี ศิลปะอนุสาวรีย์ การวางผังเมือง หรือการออกแบบภูมิทัศน์ แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาแสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนคุณค่าและแนวคิดของมนุษย์อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งรวมถึงระบบความเชื่อที่หลากหลาย เช่น อนิเมซึมและลัทธิบูชาบรรพบุรุษของชวา, ฮินดูและพุทธศาสนาจากอินเดีย, อิสลามซูฟีจากอินเดียหรือตะวันออกกลาง และอิทธิพลตะวันตก แนวคิดต่างๆ เหล่านี้ได้ถูกปรับเปลี่ยนและผสมผสานเข้ากับความเชื่อและวัฒนธรรมของอาณาจักรมาตารัม (Mataram Kingdoms) ตลอดหลายศตวรรษ ซึ่งปรากฏชัดในการจัดวางผังเมือง, อนุสาวรีย์, สถาปัตยกรรม, ศาสนสถาน, พิธีการ และเทศกาลต่างๆ
-
เกณฑ์ (iii): เป็นพยานหลักฐานที่มีเอกลักษณ์หรืออย่างน้อยก็ยอดเยี่ยมต่อประเพณีวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่หรือที่หายสาบสูญไปแล้ว แกนนี้เป็นประจักษ์พยานอันโดดเด่นของอารยธรรมชวาและประเพณีวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 16 (พุทธศตวรรษที่ 21) รัฐสุลต่านงายอกยาการ์ตา ฮาดินิงกราต (Sultanate of Ngayogyakarta Hadiningrat) ยังคงเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการธำรงรักษาและพัฒนาอารยธรรมชวาผ่านการปกครอง, กฎหมายจารีตประเพณี (paugeran), ศิลปะ, วรรณกรรม, เทศกาล และพิธีการต่างๆ พื้นที่แห่งนี้มีความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับพิธีกรรมของชาวชวาที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรแห่งชีวิต, การเคารพบูชาบรรพบุรุษ, พิธีราชาภิเษก, โอกาสสำคัญของราชวงศ์, วันสำคัญทางศาสนาอิสลาม และการเชื่อมโยงกับพลังธรรมชาติ
คุณค่าสากลของแกนจักรวาลวิทยาแห่งนี้ อยู่ที่การเป็นตัวแทนอันเป็นเลิศของอารยธรรมและวัฒนธรรมชวา แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนที่สำคัญระหว่างระบบความเชื่อและค่านิยมที่หลากหลาย สะท้อนความเชื่อทางจักรวาลวิทยาของชวาที่เชื่อมโยงภูเขาเมอราปีทางทิศเหนือ ซึ่งถือเป็นที่ประทับของเทพารักษ์ กับมหาสมุทรอินเดียทางทิศใต้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของราชินีแห่งทะเลใต้ โดยมีหมู่พระราชวังคราตอน (Kraton) ตั้งอยู่ตรงกลางเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจและการปกครองของมนุษย์ ในขณะที่อนุสาวรีย์ตูกู (Tugu Monument) ทางทิศเหนือเชื่อมโยงโลกทางกายภาพและโลกอภิปรัชญา และปังกุง คราเปียก (Panggung Krapyak) ทางทิศใต้เป็นตัวแทนของการเริ่มต้นชีวิต การจัดวางแนวนี้สะท้อนแนวคิดเชิงปรัชญาของชาวชวาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของมนุษย์ (Sangkan Paraning Dumadi) และชีวิตที่กลมกลืนในอุดมคติ (Hamemayu Hayuning Bawana) ซึ่งเชื่อมโยงมนุษย์กับพระผู้สร้าง และรวมโลกจุลภาค (microcosmic) กับโลกมหภาค (macrocosmic) เข้าไว้ด้วยกัน
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตา ได้รับการก่อตั้งขึ้นในปี 1755 (พ.ศ. 2298) โดยสุลต่านมังกูบูมี (Sultan Mangkubumi) ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏ สุลต่านทรงเป็นผู้ริเริ่มการออกแบบและวางผังเมืองยอกยาการ์ตาให้มีแกนหลักเหนือ-ใต้ความยาว 6 กิโลเมตร (6 kilometers) เพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อทางจักรวาลวิทยาของชาวชวา
ตามความเชื่อโบราณ (มิใช่ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างโดยตรง) แกนนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงภูเขาเมอราปีทางทิศเหนือ ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเทพารักษ์และพลังงานศักดิ์สิทธิ์ เข้ากับมหาสมุทรอินเดียทางทิศใต้ ซึ่งได้รับการนับถือว่าเป็นที่ประทับของราชินีแห่งทะเลใต้ หรือ นยี โรโร คิดูล (Nyi Roro Kidul) อันเป็นตำนานความเชื่อท้องถิ่นอันศักดิ์สิทธิ์ ณ ใจกลางของแกนนี้คือพระราชวังคราตอน (Kraton Yogyakarta) ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจและที่ประทับของสุลต่าน เป็นตัวแทนของอำนาจมนุษย์และศูนย์กลางของโลกจุลภาค
ทางใต้สุดของแกน คือ ปังกุง คราเปียก (Panggung Krapyak) ซึ่งเป็นอาคารสัญลักษณ์ที่เชื่อกันว่าหมายถึงการเริ่มต้นของชีวิตหรือการเกิด ในขณะที่ทางเหนือสุดของแกนคือ ตูกู ยอกยาการ์ตา (Tugu Yogyakarta) หรือที่รู้จักในนาม ตูกู ปัล ปูติฮ์ (Tugu Pal Putih) หรือ ตูกู โกลง กิลิก (Tugu Golong Gilig) ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์สำคัญที่เชื่อมโยงโลกทางกายภาพและโลกอภิปรัชญาเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้ ตลอดแนวแกนยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ พระราชอุทยานน้ำตามัน ซารี (Taman Sari Royal Garden) ซึ่งเป็นหมู่สถาปัตยกรรมที่ซับซ้อน ประกอบด้วยสระน้ำ, ช่องทางลับ และห้องลับต่างๆ ที่เคยใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของราชวงศ์ และหมู่มัสยิดใหญ่ (Great Mosque Complex) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การจัดวางองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมเหล่านี้มิได้เป็นเพียงโครงสร้างทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของแนวคิดเชิงปรัชญาของชาวชวาเกี่ยวกับการเดินทางของชีวิตมนุษย์, ความปรารถนาในชีวิตที่กลมกลืน และการเชื่อมโยงกับพระผู้สร้างอย่างลึกซึ้ง
จุดเด่นสำคัญ
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตา และโบราณสถานอันทรงคุณค่าประกอบด้วยจุดเด่นหลายประการที่สะท้อนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมและปรัชญาอันลึกซึ้ง:
-
หมู่พระราชวังคราตอน (The Kraton (Yogyakarta Palace) Complex): เป็นศูนย์กลางของแกนจักรวาลวิทยาและเป็นหัวใจของรัฐสุลต่านยอกยาการ์ตา ทำหน้าที่เป็นที่ประทับของสุลต่านและเป็นศูนย์กลางการปกครอง วัฒนธรรม และศาสนาของชาวชวา สถาปัตยกรรมของพระราชวังสะท้อนถึงการผสมผสานอิทธิพลต่างๆ และปรัชญาชวา
-
ปังกุง คราเปียก (Panggung Krapyak): ตั้งอยู่ ณ จุดใต้สุดของแกนจักรวาลวิทยา เชื่อกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นชีวิตและการเกิดของมนุษย์ มีความสำคัญในพิธีกรรมและแนวคิดปรัชญาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของชาวชวา
-
ตูกู ยอกยาการ์ตา (Tugu Yogyakarta) หรือ ตูกู ปัล ปูติฮ์ (Tugu Pal Putih)/ตูกู โกลง กิลิก (Tugu Golong Gilig): ตั้งอยู่ ณ จุดเหนือสุดของแกน เป็นอนุสาวรีย์สำคัญที่เชื่อกันว่าเชื่อมโยงระหว่างโลกทางกายภาพกับโลกอภิปรัชญา เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับพระผู้สร้าง และการเชื่อมโยงของจักรวาล
-
พระราชอุทยานน้ำตามัน ซารี (Taman Sari Royal Garden): หรือพระราชวังน้ำ เป็นอดีตสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและสระอาบน้ำของราชวงศ์ยอกยาการ์ตา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่งดงามและซับซ้อน แสดงให้เห็นถึงความรุ่มรวยทางศิลปะและวิศวกรรมในอดีต
-
หมู่มัสยิดใหญ่ (The Great Mosque Complex): เป็นศูนย์กลางทางศาสนาอิสลามที่สำคัญในยอกยาการ์ตา ตั้งอยู่บนแกนจักรวาลวิทยา สะท้อนถึงบทบาทของศาสนาอิสลามซูฟีในการผสานเข้ากับวัฒนธรรมชวา
-
แนวแกนจักรวาลวิทยาโดยรวม: ความสำคัญสูงสุดอยู่ที่การจัดวางแนวแลนด์มาร์กทั้งหมดนี้อย่างมีนัยสำคัญทางปรัชญา เชื่อมโยงภูเขาเมอราปี-พระราชวังคราตอน-มหาสมุทรอินเดีย เข้าไว้ด้วยกัน เป็นการแสดงออกถึงแนวคิด Sangkan Paraning Dumadi (วัฏจักรชีวิต), Hamemayu Hayuning Bawana (ชีวิตที่กลมกลืน) และ Manunggaling Kawula Gusti (การเชื่อมโยงกับพระผู้สร้าง)
คู่มือนักท่องเที่ยวและข้อบังคับ
การเยี่ยมชมแกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตา ซึ่งประกอบด้วยโบราณสถานหลายแห่งที่เชื่อมโยงกัน นักท่องเที่ยวควรตระหนักถึงข้อบังคับและข้อควรปฏิบัติเฉพาะของแต่ละสถานที่:
-
พระราชวังคราตอน (Kraton (Sultan's Palace)):
-
การแต่งกาย: โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย คลุมไหล่และขา เพื่อเป็นการแสดงความเคารพภายในบริเวณพระราชวัง อาจมีการห้ามสวมกระโปรงสั้น, กางเกงขาสั้น, หมวก และแว่นกันแดดในบางพื้นที่
-
เวลาทำการ: มักเปิดให้บริการทุกวัน โดยทั่วไปตั้งแต่เวลา 8:00 น. หรือ 8:30 น. ถึง 12:00 น. หรือ 14:30 น. แต่จะปิดทำการในวันจันทร์และช่วงที่มีพิธีการหรือกิจกรรมพิเศษ ควรตรวจสอบเวลาทำการล่าสุดก่อนเข้าชม
-
ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมเล็กน้อย โดยมีอัตราที่แตกต่างกันสำหรับนักท่องเที่ยวชาวท้องถิ่นและต่างชาติ (เช่น ชาวท้องถิ่น IDR 15,000, ชาวต่างชาติ IDR 25,000) อาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการนำชมโดยมัคคุเทศก์ หรือการจัดแสดงพิเศษ
-
การถ่ายภาพ: โดยทั่วไปอนุญาตให้ถ่ายภาพในพื้นที่ที่กำหนด แต่การใช้แฟลชและขาตั้งกล้องอาจถูกจำกัด โดยเฉพาะภายในส่วนพิพิธภัณฑ์ และอาจห้ามถ่ายภาพในบางพื้นที่ เช่น พิพิธภัณฑ์ผ้าบาติก (Batik Museum)
-
มารยาท: คาดหวังให้นักท่องเที่ยวสุภาพและสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากมีมัสยิดและศาสนสถานอยู่ภายในบริเวณ การแสดงความรักในที่สาธารณะควรทำอย่างเรียบร้อย มักมีการแสดงวัฒนธรรมจัดขึ้นเป็นประจำทุกวัน
-
-
พระราชอุทยานน้ำตามัน ซารี (Taman Sari (Water Castle)):
-
การแต่งกาย: แนะนำให้แต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ควรหลีกเลี่ยงการสวมกางเกงขาสั้นหรือกระโปรงสั้น; กางเกงขายาวหรือกระโปรงควรคลุมเข่า
-
เวลาทำการ: มักเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 15:00 น. หรือ 17:00 น. เวลาอาจแตกต่างกันไปในช่วงวันหยุดหรือกิจกรรมพิเศษ
-
ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชมเล็กน้อย (เช่น ผู้ใหญ่ชาวท้องถิ่น IDR 15,000, ผู้ใหญ่ชาวต่างชาติ IDR 25,000)
-
การถ่ายภาพ: เป็นที่นิยมในการถ่ายภาพ อย่างไรก็ตาม ห้ามถ่ายภาพภายในห้องนอนส่วนพระองค์ของสุลต่านที่อุมบุล บินังงุน (Umbul Binangun) อาจมีค่าธรรมเนียมสำหรับการใช้กล้องมืออาชีพ
-
สิ่งอำนวยความสะดวก: อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เช่น ห้องน้ำ, ห้องละหมาด และร้านขายเครื่องดื่ม แนะนำให้ใช้บริการนำชมโดยมัคคุเทศก์
-
-
ตูกู ยอกยาการ์ตา (Tugu Yogyakarta) และ ปังกุง คราเปียก (Panggung Krapyak):
-
เป็นอนุสาวรีย์สาธารณะตามแนวแกน แม้ว่าจะไม่มีค่าเข้าชมหรือข้อกำหนดการแต่งกายที่เข้มงวดสำหรับสถานที่กลางแจ้งเหล่านี้ แต่นักท่องเที่ยวควรปฏิบัติตามมารยาททางวัฒนธรรมทั่วไปในยอกยาการ์ตา ซึ่งเน้นความสุภาพและเคารพสถานที่
-
เวลาที่เหมาะสมในการเยี่ยมชมตูกู: ช่วงเช้าตรู่หรือช่วงบ่ายแก่ๆ เพื่ออากาศที่เย็นสบายและผู้คนไม่พลุกพล่าน
-
-
มารยาททางวัฒนธรรมทั่วไปในยอกยาการ์ตา: ชาวท้องถิ่นชื่นชมความสุภาพ, การสื่อสารที่เคารพ และการตระหนักถึงขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
โดยรวมแล้ว ขณะสำรวจแกนจักรวาลวิทยา นักท่องเที่ยวควรใส่ใจในขนบธรรมเนียมท้องถิ่น, แต่งกายอย่างสุภาพ โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์หรือพื้นที่ราชวงศ์ และสอบถามเกี่ยวกับข้อบังคับหรือตารางเวลาเฉพาะของแต่ละสถานที่
แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาและโบราณสถานอันทรงคุณค่า เป็นมรดกโลกที่สะท้อนถึงภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันลึกซึ้งและปรัชญาอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวชวาอย่างโดดเด่น สถานที่แห่งนี้มิได้เป็นเพียงชุดของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานที่มีชีวิตของอารยธรรมที่รุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 18 (พุทธศตวรรษที่ 23) และเป็นศูนย์รวมของความเชื่อ, คุณค่า และประเพณีที่หลากหลาย ทั้งอนิเมซึม, ฮินดู, พุทธ, อิสลามซูฟี และตะวันตก ซึ่งถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวในวัฒนธรรมชวาอย่างกลมกลืน การจัดวางแนวแกนที่เชื่อมโยงภูเขาเมอราปี, พระราชวังคราตอน และมหาสมุทรอินเดีย เป็นการแสดงออกถึงแนวคิดเชิงปรัชญาเกี่ยวกับวัฏจักรชีวิตของมนุษย์, การดำเนินชีวิตที่กลมกลืน และการเชื่อมโยงกับพระผู้สร้าง ซึ่งทำให้แกนจักรวาลวิทยาแห่งยอกยาการ์ตาเป็นแหล่งมรดกที่มีคุณค่าสากลอันโดดเด่น สมควรแก่การอนุรักษ์และศึกษาเรียนรู้อย่างยิ่ง
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------

