2025 อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ (Forest Research Institute Malaysia Forest Park Selangor)
อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์: แบบอย่างแห่งการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้เขตร้อนและมรดกโลกที่ทรงคุณค่า
อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ (Forest Research Institute Malaysia Forest Park Selangor หรือ FRIM Forest Park Selangor) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 16 กิโลเมตร ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกโดยยูเนสโก (UNESCO World Heritage Site) ในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ระหว่างการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญครั้งที่ 47 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 ถึง 16 กรกฎาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งที่หกของประเทศมาเลเซีย
อุทยานแห่งนี้เป็นที่รู้จักในฐานะแบบอย่างของการฟื้นฟูสภาพป่าไม้ในวงกว้าง โดยได้เปลี่ยนพื้นที่ที่เสื่อมโทรมจากการทำเหมืองดีบุกให้กลายเป็นป่าดิบชื้นเขตร้อนที่สมบูรณ์ โครงการฟื้นฟูป่าเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920s (พ.ศ. 2463s) ซึ่งถือเป็นความพยายามด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศและแนวปฏิบัติการฟื้นฟูที่ดินอย่างยั่งยืนในยุคแรกเริ่ม อุทยานมีพื้นที่ครอบคลุม 589 เฮกตาร์ (hectares) และเป็นที่อยู่อาศัยของความหลากหลายทางชีวภาพอันอุดมสมบูรณ์ รวมถึงพืชนับประมาณ 2,300 ชนิด ไม้ยืนต้น 800 ชนิด และเห็ดรา 200 ชนิด ตลอดจนสัตว์ป่าหลายชนิด เช่น นก 233 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 62 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 82 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 34 ชนิด และปลาน้ำจืด 21 ชนิด
คุณค่าโดดเด่นสากล (Outstanding Universal Value)
อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ มีคุณค่าโดดเด่นสากลตามเกณฑ์ (iv) ของยูเนสโก ซึ่งหมายถึงการเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของประเภทของอาคาร ชุดสถาปัตยกรรม หรือภูมิทัศน์ที่แสดงถึงขั้นตอนสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ คุณค่านี้สะท้อนจากการเป็นความพยายามครั้งแรกๆ ในระดับโลกที่จะฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้เขตร้อนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นเหมืองดีบุกที่เสื่อมโทรมให้กลายเป็นระบบนิเวศป่าไม้ที่เจริญรุ่งเรืองและใกล้เคียงกับถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติเดิม การดำเนินงานนี้แสดงให้เห็นถึงวิธีการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เป็นนวัตกรรมและการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานสากลสำหรับการสร้างป่าดิบชื้นเขตร้อนที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมจากพื้นที่ที่เสื่อมโทรม
บริบททางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม (Historical and Architectural Context)
ประวัติศาสตร์ของอุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ เริ่มต้นขึ้นในทศวรรษ 1920s (พ.ศ. 2463s) เมื่อความพยายามในการฟื้นฟูป่าได้เริ่มต้นขึ้นบนพื้นที่ที่เคยได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการทำเหมืองดีบุก ซึ่งเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำคัญในอดีต การดำเนินการนี้เป็นโครงการบุกเบิกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศให้กลับคืนมา โครงการเสนอชื่ออุทยานแห่งนี้เป็นแหล่งมรดกโลกเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2013 (พ.ศ. 2556) และได้รับการอนุมัติในที่สุดในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) ซึ่งเป็นการยอมรับความสำเร็จอันยาวนานของโครงการฟื้นฟู
ในด้านสถาปัตยกรรม อุทยานแห่งนี้ประกอบด้วยกลุ่มอาคารต่างๆ ซึ่งรวมถึงอาคารทางวิทยาศาสตร์ อาคารที่พักอาศัย และอาคารบริการ รวมถึงแหล่งน้ำและเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ อาคารที่พักอาศัยบางแห่งยังคงสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างอังกฤษและมาเลเซีย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของยุคอาณานิคม บันทึกทางประวัติศาสตร์เหล่านี้เป็นข้อมูลข้อเท็จจริงที่ปราศจากตำนานหรือเรื่องเล่าพื้นบ้านที่มิได้ยืนยันข้อเท็จจริง
จุดเด่นที่สำคัญ (Key Highlights)
อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ มีจุดเด่นหลายประการที่ดึงดูดนักวิชาการและนักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์:
-
ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity): เป็นแหล่งรวมของพืชและสัตว์นานาชนิด เช่น นก 233 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 62 ชนิด สัตว์เลื้อยคลาน 82 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 34 ชนิด และปลาน้ำจืด 21 ชนิด นอกจากนี้ยังมีพืชนับประมาณ 2,300 ชนิด รวมถึงไม้ยืนต้น 800 ชนิด และเห็ดรา 200 ชนิด
-
ภูมิทัศน์ธรรมชาติ (Natural Landscape): ประกอบด้วยป่าดิบชื้นที่มนุษย์สร้างขึ้น ลำธาร น้ำตก และสวนพฤกษศาสตร์
-
กิจกรรมและสถานที่ท่องเที่ยว (Activities & Attractions):
-
ฟอเรสต์สกายวอล์ก (Forest Skywalk): จุดชมวิวที่สำคัญที่ให้ทัศนียภาพกว้างไกล
-
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ (Nature Trails): มี 5 เส้นทางที่มีความยาวและความยากต่างกันสำหรับการเดินป่าและดูนก ได้แก่ Keruing Trail, Salleh Nature Trail, Engkabang Trail, Sebasah Trail และ Razak Walk
-
เส้นทางปั่นจักรยานเสือภูเขา (Mountain Biking Tracks): มี 4 เส้นทางที่ตัดผ่านอุทยาน
-
สวนชาติพันธุ์พฤกษศาสตร์และสมุนไพร (Ethnobotanical and Herb Gardens):
-
พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland Area): บริเวณที่เคยเป็นบ่อเหมืองดีบุกและแปลงปลูกผักในอดีต
-
ลานตั้งแคมป์ (Camping Grounds): รวมถึง Perah Camp Site ซึ่งสามารถรองรับได้ 120-150 คน
-
ห้องแสดงงานวิจัย (Research Gallery):
-
เรือนพักแบบดั้งเดิมของชาวมาเลเซีย (Malay Traditional Housing Compounds): เปิดให้นักท่องเที่ยวได้สำรวจ
-
อาร์โบเรตา (Arboreta): สวนรุกขชาติ 7 แห่งที่รวบรวมพันธุ์ไม้ได้มากถึง 2,500 ชนิด
-
น้ำตกซุงไกโครห์ (Sungai Kroh Waterfalls): มีพื้นที่ปิกนิก โรงอาหาร ที่พัก และห้องน้ำ
-
อุทยานป่าไม้สถาบันวิจัยป่าไม้มาเลเซีย รัฐสลังงอร์ ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งมรดกโลกที่ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกในปี ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จอันโดดเด่นในการฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้เขตร้อนขนาดใหญ่ จากพื้นที่ที่เคยเสื่อมโทรมจากการทำเหมือง ให้กลับกลายเป็นป่าดิบชื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างน่าอัศจรรย์ ความพยายามในการอนุรักษ์และฟื้นฟูตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1920s (พ.ศ. 2463s) ได้สร้างแบบอย่างที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในระดับสากล ทำให้ FRIM Forest Park Selangor เป็นทั้งห้องปฏิบัติการธรรมชาติสำหรับการวิจัยและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญ ซึ่งเน้นย้ำถึงคุณค่าอันเป็นสากลของการอนุรักษ์ธรรมชาติและการสร้างสรรค์ภูมิทัศน์ที่สะท้อนถึงขั้นตอนสำคัญในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ
.
-------------------------
ที่มา
- https://whc.unesco.org/en/list
- http://www.globalgeopark.org
- https://www.unesco.org/en/mab/wnbr/
รวบรวมรูปภาพ
-------------------------
------------------------


