5 ยอดเขาศักดิ์สิทธิ์จีน (Five Great Mountains of China) จากทิศทั้งห้าสู่ขุนเขาแห่งจักรพรรดิ

ห้ายอดเขาศักดิ์สิทธิ์จีน (Five Great Mountains of China) จากทิศทั้งห้าสู่ขุนเขาแห่งจักรพรรดิ
“ห้ายอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีน” หรือ อู่เยว่ (Wuyue / Five Great Mountains) ไม่ได้หมายถึงภูเขาห้าลูกที่อยู่รวมกันในพื้นที่เดียว แต่เป็นระบบภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่กระจายอยู่ตามทิศสำคัญของจีน ได้แก่ ไท่ซาน (Mount Tai, 泰山) ทางตะวันออกในมณฑลซานตง หัวซาน (Mount Hua, 华山) ทางตะวันตกในมณฑลส่านซี เหิงซานใต้ (Mount Heng, 衡山) ทางใต้ในมณฑลหูหนาน เหิงซานเหนือ (Mount Heng, 恒山) ทางเหนือในมณฑลซานซี และซงซาน (Mount Song, 嵩山) ซึ่งเป็นภูเขาศูนย์กลางในมณฑลเหอหนาน
ระบบนี้มีความสำคัญมากกว่าการเป็นรายชื่อสถานที่ท่องเที่ยว เพราะภูเขาทั้งห้าเคยถูกเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องทิศทั้งห้า ธาตุทั้งห้า อำนาจของจักรพรรดิ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของแผ่นดินจีน UNESCO อธิบายว่า Five Sacred Mountains เป็นระบบวัฒนธรรมที่มีประวัติยาวนาน และไท่ซานมีสถานะเป็นหนึ่งในห้าภูเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรจีนมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น (UNESCO World Heritage Centre)
สำหรับนักเดินทาง สิ่งสำคัญมากคือ เหิงซานมีสองแห่งและเขียนด้วยอักษรจีนต่างกัน ได้แก่ 衡山 ในหูหนาน ซึ่งเป็นยอดใต้ และ 恒山 ในซานซี ซึ่งเป็นยอดเหนือ หากค้นหาแผนที่ รถไฟ หรือโรงแรม ควรตรวจสอบอักษรจีนและมณฑลควบคู่กันเสมอ
บทนำ
ถ้ามองภูเขาจีนด้วยสายตาของนักเดินทางสมัยใหม่ เรามักเริ่มจากคำถามว่า “ภูเขาไหนสูงที่สุด” หรือ “ภูเขาไหนสวยที่สุด” แต่สำหรับชาวจีนโบราณ ภูเขามีความหมายลึกกว่านั้นมาก ภูเขาสามารถเป็นจุดเชื่อมระหว่างฟ้ากับโลก เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรม เป็นขอบเขตเชิงสัญลักษณ์ของอาณาจักร และเป็นพื้นที่ที่มนุษย์เข้าใกล้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
แนวคิดอู่เยว่จึงไม่ได้คัดเลือกภูเขาตามความสูง ไท่ซานซึ่งเป็นภูเขาสำคัญที่สุดในระบบนี้มีความสูงไม่ถึง 2,000 เมตร และต่ำกว่ายอดเขาจีนตะวันตกจำนวนมาก แต่ความสำคัญของมันเกิดจากประวัติศาสตร์ ความเชื่อ และพิธีกรรมที่สะสมต่อเนื่องหลายพันปี
ภูเขาทั้งห้าถูกวางความหมายตามทิศ ได้แก่ ตงเยว่ (东岳) – ตะวันออก, ซีเยว่ (西岳) – ตะวันตก, หนานเยว่ (南岳) – ใต้, เป่ยเยว่ (北岳) – เหนือ และจงเยว่ (中岳) – ศูนย์กลาง แนวคิดดังกล่าวสัมพันธ์กับโลกทัศน์จีนโบราณซึ่งมองพื้นที่ จักรวาล การปกครอง และพิธีกรรมเป็นระบบเดียวกัน UNESCO ระบุว่าระบบภูเขาทั้งห้าเกี่ยวข้องทั้งกับวัฒนธรรมธาตุทั้งห้า พิธีบวงสรวงของราชสำนัก ศาสนา และภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม (UNESCO World Heritage Centre)
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการเที่ยว Five Great Mountains ไม่ควรมองเป็น “ภารกิจสะสมยอดเขาห้าลูก” แต่ควรมองเป็นการเดินทางตามรอยความคิดของจีนโบราณผ่านภูมิประเทศจริง
จุดเด่นของแหล่งท่องเที่ยว
ไท่ซาน (Mount Tai, 泰山) – ยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งทิศตะวันออก
ไท่ซานตั้งอยู่บริเวณเมืองไท่อัน (Tai'an) มณฑลซานตง และมีสถานะโดดเด่นที่สุดในบรรดาอู่เยว่ จนมักได้รับการกล่าวถึงในฐานะ “หัวหน้าของห้ายอดเขาศักดิ์สิทธิ์”
ความสำคัญของไท่ซานเกิดจากความสัมพันธ์กับพิธีกรรมของจักรพรรดิ โดยเฉพาะ พิธีเฟิงซ่าน (封禅, Fengshan) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการถวายเครื่องบูชาต่อฟ้าและแผ่นดิน เพื่อแสดงความชอบธรรมของผู้ปกครอง UNESCO ระบุว่าไท่ซานเป็นสถานที่สำคัญที่จักรพรรดิถวายความเคารพต่อฟ้าและแผ่นดินเป็นเวลาราว 2,000 ปี และภูมิทัศน์ของภูเขามีอิทธิพลต่อศิลปะ ศาสนา และวรรณกรรมจีนอย่างกว้างขวาง (UNESCO World Heritage Centre)
ประสบการณ์สำคัญของไท่ซานคือการเดินตามเส้นทางขึ้นภูเขาที่มีประตู ศาลา วัด และศิลาจารึกเรียงรายอยู่ตลอดทาง โดยเฉพาะช่วงบันไดสู่ South Heaven Gate เป็นภาพที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับภูเขาได้ชัดเจนมาก
นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเดินขึ้นตั้งแต่เชิงเขาทั้งหมด สามารถใช้รถรับส่งและกระเช้าช่วยลดระยะเดินได้ แต่ผู้ที่เลือกเดินเส้นทางประวัติศาสตร์จะเข้าใจไท่ซานได้ลึกกว่าการขึ้นไปชมวิวบนยอดเพียงอย่างเดียว
หัวซาน (Mount Hua, 华山) – ยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งทิศตะวันตก
หัวซานตั้งอยู่ใกล้เมืองหัวอิน (Huayin) มณฑลส่านซี ทางตะวันออกของซีอาน เป็นภูเขาที่สร้างภาพจำแตกต่างจากไท่ซานอย่างชัดเจน เพราะเต็มไปด้วยยอดหินแกรนิต หน้าผาสูง สันเขาแคบ และเส้นทางที่ดูเหมือนเกาะอยู่บนภูเขา
หัวซานมีหลายยอดสำคัญ โดยระบบเส้นทางและกระเช้าทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเที่ยวได้หลายระดับ ตั้งแต่การขึ้นกระเช้าแล้วเดินชมยอดสำคัญ ไปจนถึงเส้นทางเดินเขาที่ใช้เวลานานกว่า
สถานที่ที่ทำให้หัวซานมีชื่อเสียงในโลกออนไลน์คือ Chang Kong Plank Road (长空栈道) หรือทางเดินไม้ริมหน้าผา ซึ่งเป็นกิจกรรมเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์ท้าทาย ไม่ใช่เส้นทางบังคับของการเที่ยวหัวซาน นักเดินทางทั่วไปสามารถหลีกเลี่ยงได้โดยไม่เสียโอกาสชมภูมิประเทศสำคัญของภูเขา
จุดที่ต้องเตรียมตัวคือหัวซานมีทางขึ้นลง บันได และความต่างระดับมาก แม้ใช้กระเช้าแล้วก็ยังต้องเดินพอสมควร รองเท้าที่เกาะพื้นดีจึงสำคัญ และไม่ควรประเมินระยะทางจากแผนที่สองมิติเพียงอย่างเดียว
เหิงซานใต้ (Mount Heng, 衡山) – ยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งทิศใต้
เหิงซานใต้ตั้งอยู่ในพื้นที่เหิงหยาง (Hengyang) มณฑลหูหนาน และเรียกว่า หนานเยว่ (南岳) ลักษณะภูเขาแตกต่างจากหัวซานอย่างมาก เพราะมีความเขียวชอุ่มและบรรยากาศของป่าภูเขาทางจีนตอนใต้
จุดสำคัญคือ Nanyue Grand Temple (南岳大庙) บริเวณเชิงเขา ซึ่งเป็นกลุ่มสถาปัตยกรรมศาสนาขนาดใหญ่และมีความสัมพันธ์กับประเพณีการสักการะหนานเยว่ ภายในพื้นที่ภูเขายังมีวัด ศาลเจ้า และสถานที่ทางศาสนากระจายอยู่ตามเส้นทาง
ความน่าสนใจของเหิงซานใต้จึงไม่ได้อยู่ที่การพิชิตยอดสูง แต่เป็นการสัมผัสภูเขาในฐานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนา ลัทธิเต๋า และความเชื่อพื้นเมืองพัฒนาร่วมกันมาเป็นเวลานาน UNESCO ระบุว่าภูเขาแห่งนี้มีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการของพุทธศาสนาในจีนและเป็นส่วนหนึ่งของมรดกทางวัฒนธรรมของระบบ Five Sacred Mountains (UNESCO World Heritage Centre)
เหิงซานเหนือ (Mount Heng, 恒山) – ยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งทิศเหนือ
เหิงซานเหนืออยู่ในมณฑลซานซี ใกล้พื้นที่หุนหยวน (Hunyuan) และเมืองต้าถง (Datong) เรียกว่า เป่ยเยว่ (北岳)
สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากรู้จักพื้นที่นี้กลับไม่ใช่ยอดเขา แต่เป็น วัดแขวนเสวียนคงซื่อ (Hanging Temple, 悬空寺) ซึ่งสร้างแนบอยู่กับหน้าผาของภูเขาใกล้เคียง อาคารไม้ดูเหมือนลอยอยู่เหนือพื้นหุบเขาและกลายเป็นหนึ่งในภาพสถาปัตยกรรมจีนที่มีชื่อเสียงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ควรแยกความเข้าใจให้ถูกต้องว่า “วัดแขวน” และ “ยอดเหิงซาน” เป็นคนละจุดท่องเที่ยว แม้มักจัดอยู่ในโปรแกรมเดียวกัน การวางแผนจึงควรเผื่อเวลาเดินทางและเวลาเข้าชมแยกจากกัน ไม่ควรคิดว่าเดินขึ้นเหิงซานแล้วจะผ่านวัดแขวนโดยอัตโนมัติ
ภูมิประเทศทางเหนือมีลักษณะแห้งกว่าเหิงซานใต้ ภาพของหน้าผาและภูเขาจึงให้บรรยากาศต่างกันอย่างชัดเจน และช่วยให้เข้าใจว่าระบบอู่เยว่ไม่ได้เลือกภูเขาที่มีรูปลักษณ์เหมือนกัน แต่เลือกภูเขาที่เป็นตัวแทนเชิงพื้นที่และวัฒนธรรมของแต่ละทิศ
ซงซาน (Mount Song, 嵩山) – ยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งศูนย์กลาง
ซงซานตั้งอยู่บริเวณเมืองเติงเฟิง (Dengfeng) มณฑลเหอหนาน ระหว่างพื้นที่เจิ้งโจวและลั่วหยาง และเรียกว่า จงเยว่ (中岳) หรือยอดศักดิ์สิทธิ์แห่งศูนย์กลาง
ภูเขานี้มีความสำคัญเป็นพิเศษเพราะพื้นที่เติงเฟิงถูกเชื่อมโยงกับแนวคิด “ศูนย์กลางแห่งฟ้าและดิน” ในจักรวาลวิทยาจีนโบราณ UNESCO ระบุว่าภูเขาซงซานถูกมองเป็นสัญลักษณ์ทางธรรมชาติของศูนย์กลางฟ้าและดิน และพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับภูเขาถูกใช้เพื่อสนับสนุนอำนาจของจักรพรรดิ (UNESCO World Heritage Centre)
สถานที่ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ วัดเส้าหลิน (Shaolin Temple) ซึ่งมีความสำคัญต่อพุทธศาสนานิกายฉานและวัฒนธรรมศิลปะการต่อสู้ นอกจากนี้ยังมี Pagoda Forest, Zhongyue Temple, Songyang Academy และ Dengfeng Observatory ซึ่งช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ซงซานไม่ได้มีเพียงกังฟู แต่เป็นศูนย์รวมศาสนา การศึกษา วิทยาศาสตร์ และความคิดเกี่ยวกับจักรวาลของจีนหลายยุคสมัย กลุ่มโบราณสถานสำคัญของเติงเฟิงได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในชื่อ Historic Monuments of Dengfeng in “The Centre of Heaven and Earth” (UNESCO World Heritage Centre)
ประวัติหรือความสำคัญ
รากของการเคารพภูเขาในจีนมีอายุเก่าแก่กว่าระบบอู่เยว่ในรูปแบบที่รู้จักกันปัจจุบัน มนุษย์ในสังคมเกษตรกรรมโบราณต้องพึ่งพาฝน แม่น้ำ ฤดูกาล และภูมิประเทศ ภูเขาจึงถูกมองว่าเป็นแหล่งกำเนิดน้ำ เป็นพื้นที่ใกล้ฟ้า และเป็นที่สถิตของพลังเหนือธรรมชาติ
เมื่อรัฐจีนพัฒนาเป็นอาณาจักรขนาดใหญ่ ความเชื่อเรื่องภูเขาถูกนำมาจัดระบบร่วมกับแนวคิดเรื่องทิศทั้งห้าและธาตุทั้งห้า ได้แก่ ไม้ ไฟ ดิน โลหะ และน้ำ ภูเขาทั้งห้าจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิศาสตร์เชิงสัญลักษณ์ของจักรวรรดิ
หลักฐานจาก UNESCO ระบุว่าระบบ Five Sacred Mountains เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของแผ่นดิน พิธีกรรมของราชสำนัก ศาสนา และวัฒนธรรมภูมิทัศน์ โดยจักรพรรดิใช้การประกอบพิธีและการสักการะภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงความชอบธรรมและอำนาจเหนืออาณาจักร (UNESCO World Heritage Centre)
ไท่ซาน มีสถานะพิเศษที่สุด พิธีเฟิงซ่านกลายเป็นสัญลักษณ์ระดับสูงของอำนาจจักรพรรดิ และภูเขายังสะสมศิลาจารึก วัด ประตู และสถาปัตยกรรมจากหลายราชวงศ์ UNESCO ขึ้นทะเบียน Mount Taishan เป็นมรดกโลกในปี 1987 โดยให้คุณค่าทั้งด้านธรรมชาติและวัฒนธรรม (UNESCO World Heritage Centre)
ซงซาน ก็แสดงอีกด้านของแนวคิดนี้ได้ดี เพราะ “ศูนย์กลาง” ไม่ได้หมายถึงจุดกึ่งกลางทางเรขาคณิตของประเทศจีนในปัจจุบัน แต่เป็นแนวคิดทางจักรวาลวิทยาและการเมืองของจีนโบราณ พื้นที่เติงเฟิงจึงเกิดสถาบันหลายรูปแบบ ตั้งแต่วัดพุทธ วัดเต๋า สำนักการศึกษา ไปจนถึงหอดูดาว
เมื่อพุทธศาสนาและลัทธิเต๋าพัฒนา ภูเขาทั้งห้าก็รับความหมายใหม่เพิ่มเติมเข้าไป จึงเกิดปรากฏการณ์ที่ภูเขาเดียวสามารถมีทั้งความเชื่อดั้งเดิม ศาสนสถานพุทธ ศาสนสถานเต๋า พิธีกรรมราชสำนัก และวรรณกรรมอยู่ร่วมกัน
นี่คือเหตุผลสำคัญที่อู่เยว่ควรถูกมองเป็น “ระบบภูมิทัศน์วัฒนธรรม” มากกว่ารายชื่อภูเขาห้าลูก
ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
หากตั้งใจเดินทางตามรอยอู่เยว่ครบทั้งห้าแห่ง ไม่จำเป็นต้องพยายามเที่ยวในทริปเดียว เพราะภูเขากระจายอยู่หลายมณฑลและมีเมืองฐานแตกต่างกัน วิธีที่เหมาะกว่าคือแบ่งตามภูมิภาค
ไท่ซาน ควรให้ความสำคัญกับเส้นทางประวัติศาสตร์จากเชิงเขาสู่ South Heaven Gate และพื้นที่ยอดเขา เพราะคุณค่าของไท่ซานอยู่ที่สิ่งก่อสร้างและจารึกตลอดเส้นทาง ไม่ใช่เฉพาะวิวบนยอด
หัวซาน ควรวางแผนล่วงหน้าว่าต้องการขึ้นและลงด้วยกระเช้าฝั่งใด รวมถึงต้องการเดินเชื่อมยอดมากเพียงใด นักเดินทางสูงวัยหรือมีเวลาจำกัดไม่ควรพยายามเก็บทุกยอดในวันเดียว
เหิงซานใต้ ควรจัด Nanyue Grand Temple เป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยว ไม่ควรขึ้นภูเขาโดยข้ามพื้นที่เชิงเขา เพราะศาสนสถานเหล่านี้ช่วยอธิบายความสำคัญของหนานเยว่ได้มากกว่าจุดชมวิวเพียงอย่างเดียว
เหิงซานเหนือ ควรแบ่งเวลาให้วัดแขวนและพื้นที่ภูเขาอย่างชัดเจน หากมีเวลาจำกัด การชม Hanging Temple อาจเป็นไฮไลต์สำคัญที่สุดของภูมิภาค แต่หากต้องการเข้าใจ Five Great Mountains จริง ควรไปถึงพื้นที่เหิงซานด้วย
ซงซาน ควรเผื่อเวลาอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม และไม่ควรจำกัดตัวเองอยู่ที่วัดเส้าหลิน หากสนใจประวัติศาสตร์จีนอย่างจริงจัง Zhongyue Temple, Songyang Academy และโบราณสถานรอบเติงเฟิงช่วยให้เข้าใจความหมายของ “จงเยว่” ได้ครบกว่าการดูการแสดงกังฟูเพียงอย่างเดียว
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ชอบธรณีวิทยา คือ ภูเขาทั้งห้ามีองค์ประกอบและประวัติทางธรณีวิทยาแตกต่างกัน จึงสามารถใช้ระบบอู่เยว่เป็นเส้นทางเรียนรู้ทั้งวัฒนธรรมและวิวัฒนาการของภูมิประเทศจีนไปพร้อมกันได้
เวลาที่เหมาะสมในการเที่ยว
โดยภาพรวม ฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เป็นช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวภูเขากลุ่มนี้มากที่สุด เพราะอุณหภูมิไม่สูงหรือต่ำเกินไป แต่ฤดูกาลที่ดีที่สุดของแต่ละแห่งไม่เหมือนกันเนื่องจากอยู่ต่างละติจูดและต่างภูมิภาค
ไท่ซานและหัวซาน เหมาะมากในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ส่วนฤดูร้อนอาจร้อนและมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก หัวซานในวันที่ฝนตกหรือพื้นลื่นควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เหิงซานใต้ มีภูมิอากาศชื้นและเขียวชอุ่มกว่า ส่วนเหิงซานเหนือมีฤดูหนาวที่หนาวกว่าชัดเจน จึงไม่ควรนำคำแนะนำเรื่องฤดูกาลของภูเขาทั้งสองมาใช้แทนกันเพียงเพราะมีชื่อภาษาไทยว่า “เหิงซาน” เหมือนกัน
ซงซาน สามารถเที่ยวได้หลายฤดู โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงที่เหมาะกับการเดินระหว่างโบราณสถาน หากต้องการเที่ยวทั้งวัดเส้าหลินและเส้นทางภูเขาควรเริ่มตั้งแต่เช้า
สำหรับระยะเวลา หากเที่ยวเฉพาะไฮไลต์ควรเผื่อ อย่างน้อยหนึ่งวันต่อภูเขา ส่วนหัวซาน ไท่ซาน และซงซานอาจเพิ่มเป็น 1–2 วันหากต้องการเดินเส้นทางยาวหรือชมพื้นที่ทางวัฒนธรรมอย่างละเอียด ไม่ควรวางแผนเที่ยวภูเขาแบบอัดแน่นเหมือนเที่ยวสถานที่ในเมือง เพราะเวลารอรถ กระเช้า และการเดินจริงอาจใช้เวลามากกว่าที่คาด
ช่วงวันหยุดยาวของจีน โดยเฉพาะ Golden Week สามารถมีผู้คนหนาแน่นมาก ภูเขายอดนิยมอาจมีระบบจำกัดจำนวนผู้เข้าชมและต้องจองล่วงหน้า เวลาเปิด ค่าเข้าชม รถรับส่ง กระเช้า และข้อกำหนดการเข้าพื้นที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการ ก่อนเดินทาง
สรุปบทส่งท้าย
ห้ายอดเขาศักดิ์สิทธิ์ของจีนไม่ได้เป็นเพียง “ภูเขาชื่อดัง 5 แห่ง” แต่เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสำหรับทำความเข้าใจวิธีที่ชาวจีนโบราณมองโลก ไท่ซานเป็นตัวแทนตะวันออกและสัมพันธ์กับพิธีกรรมระดับจักรพรรดิ หัวซานยืนอยู่ทางตะวันตกด้วยภูมิประเทศสูงชัน เหิงซานใต้เป็นตัวแทนของทิศใต้ เหิงซานเหนือทำหน้าที่แทนทิศเหนือ และซงซานเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่อง “ฟ้าและดิน”
เมื่อมองทั้งห้าร่วมกัน จะเห็นว่าความศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้เกิดจากความสูงของภูเขา แต่เกิดจากการที่มนุษย์สร้างความหมายให้ภูมิประเทศ ผ่านพิธีกรรม ศาสนา วัด ศาลเจ้า จารึก วรรณกรรม และการเดินทางที่ดำเนินต่อเนื่องหลายพันปี สำหรับนักเดินทางยุคปัจจุบัน การตามรอย Five Great Mountains จึงเป็นมากกว่าการสะสมภาพบนยอดเขา เพราะแต่ละแห่งเปิดประตูไปสู่ประวัติศาสตร์จีนคนละด้าน ไท่ซานช่วยให้เข้าใจจักรพรรดิ หัวซานทำให้สัมผัสพลังของภูมิประเทศ เหิงซานทั้งสองทำให้เห็นความแตกต่างของจีนเหนือ–ใต้ และซงซานพาเราเข้าสู่โลกที่พุทธ เต๋า ขงจื๊อ วิทยาศาสตร์ และความคิดเรื่องจักรวาลเคยอยู่ร่วมกัน
#MountainChina101 #FiveGreatMountains #五岳 #ภูเขาจีน #ไท่ซาน #หัวซาน #เหิงซาน #ซงซาน #MountTai #MountHua #MountHeng #MountSong #เที่ยวจีน #TravelChina #iok2uTravel
-------------------------
ที่มา
-
รวบรวมข้อมูลและรูป
-------------------------
ดูเพิ่มเติมในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้ที่
-------------------------

ชมอัลปั้มภาพเพิ่มเติมที่
zzzxxx
yyy
.
-------------------------
